พอองค์ชายรองกลับมาถึงตำหนักพระองค์ก็ทรงมีรับสั่งให้ทหารขนย้ายข้าวของสัมภาระของพระชายากลับมาที่ตำหนักของพระองค์และปล่อยให้ตำหนักใหม่นั้นกลายเป็เรือนรับรองต้อนรับแขกต่อไป
“ทรงให้หม่อมฉันอยู่อีกห้องเถิดนะเพคะถือว่าหม่อมฉันขอร้อง” ฉู่หลินขอร้องดีๆ
“ไม่ได้! สามีภรรยากันต้องอยู่ด้วยกันสิ” องค์ชายรองทรงปฏิเสธ
“แล้วเอิ่นลั่วล่ะเพคะนางอาจไม่พอใจก็เป็ได้ ทรงจะอธิบายกับนางว่ายังไง” ฉู่หลินกล่าวอ้าง
“นางเข้าใจเราอยู่แล้วเ้าไม่ต้องกังวล” องค์ชายรองตรัส
องค์ชายรองทรงมีรับสั่งให้นางกำนัลซือหยีกลับไปรับใช้เอิ่นลั่วเหมือนเดิมแม้ฉู่หลินจะไม่พอใจ แต่นางไม่อาจขัดรับสั่งใดๆได้
ตกกลางคืนฉู่หลินจำต้องนำผ้าปูมาปูบนพื้นห้อง และนอนห่มผ้าอยู่อย่างนั้นนางนอนก่อนโดยที่ไม่รอชายสูงศักดิ์ที่กำลังปรึกษางานกับเอิ่นลั่วในห้องทรงงาน
องค์ชายรองทรงกลับมาที่ห้องบรรทมพระองค์ทรงสรงน้ำแต่งตัวเสร็จ จากนั้นก็อุ้มพระชายาไปนอนที่พระแท่นบรรทมจนพระนางทรงตกพระทัย
“ทรงจะทำอะไรเพคะปล่อยหม่อมฉันเดี๋ยวนี้” ฉู่หลินพยายามดิ้น
“เ้าอยู่สถานะไหนแล้วต้องนอนเตียงเดียวกันสิ” องค์ชายรองทรงวางพระนางบนพระแท่นบรรทมเบาๆ
“พระองค์ทรงอภิเษกกับหม่อมฉันแต่เพียงในนามไม่ใช่หรือเพคะไหนว่าจะไม่ล่วงเกินหม่อมฉันไง” พระนางก็รีบจับผ้าห่มมาปิดบังร่างกายพร้อมกับกระถดตัวจนหลังติดผนังห้อง
“เราสัญญาว่าจะไม่บังคับฝืนใจเ้าเราจะรอให้เ้าเป็ฝ่ายยินยอมเอง ตกลงมั้ย ตอนนี้นอนกันเถอะ เราง่วงแล้ว” องค์ชายรองทรงบรรทมอย่างเอาแต่พระทัย
“ให้หม่อมฉันนอนที่เดิมเถอะนะเพคะหม่อมฉันนอนไม่หลับ” ฉู่หลินกล่าวอ้าง
“ต่อไปเราจะนอนกอดเ้าทุกคืนหากเ้าเถียงหรือคัดค้านอีก เราอาจทำมากกว่านี้” องค์ชายรองทรงขู่
“แต่ว่า….” พระชายาทรงชะงักพระนางทรงเห็นว่าฝ่ายชายกำลังจะเข้าใกล้พระองค์เรื่อยๆพระนางก็เลยเปลี่ยนเป็ตรัสว่า “ก็ได้เพคะ นอนก็นอน”
พระชายาทรงบรรทมในท่านอนตะแคงและหันหลังให้ส่วนชายสูงศักดิ์ก็นอนโอบกอดพระนางไว้อยู่อย่างนั้น
จากที่เกร็งและตื่นเต้นก็กลายเป็ผ่อนคลาย และแล้ววันรุ่งขึ้นพระชายาทรงตื่นขึ้นมาก็กลายเป็ฝ่ายนอนหนุนแขนและโอบกอดฝ่ายชายเสียเองในตอนนี้ทั้งสองพระองค์กำลังสบตากัน
พระชายาทรงเก้อเขิน ก็เลยตรัสว่า “หม่อมฉันขอตัวไปทำธุระส่วนตัวนะเพคะ”
องค์ชายรองทรงจูบหน้าผากหญิงสาวและตรัสว่า “เสร็จแล้ว เ้าต้องมาอาบน้ำให้เรา”
“พระองค์ทรงสรงน้ำเองสิเพคะทำไมต้อง…”
“ไม่เช่นนั้นเราจะเป็ฝ่ายอาบน้ำให้เ้า”องค์ชายรองทรงขู่
พระชายาทรงรีบกอดอกตัวเองและตรัสว่า “ก็ได้เพคะ หม่อมฉันทำให้ก็ได้”
ฉู่หลินที่มีใบหน้าแดงก่ำรีบไปอาบน้ำจัดการธุระส่วนตัว และคิดในใจว่า “เราน่าจะแกล้งทำท่าทุกข์ร้อนเวลาที่พระองค์ทรงแกล้งใช้งานเราเยี่ยงสาวใช้ไม่น่าปล่อยให้พระองค์ทรงรู้จุดอ่อนแกล้งเราด้วยวิธีใกล้ชิดแบบนี้เลย”
ตอนนี้องค์ชายรองทรงแช่ตัวอยู่ในถังอาบน้ำขนาดใหญ่
“ถูหลังให้หน่อยสิ”
พระชายาทรงถูหลังให้ก็จริงแต่นางหันหน้าหนี
องค์ชายรองทรงหมั่นเขี้ยวก็เลยแกล้งจับมือของฉู่หลินและจูบหลังมือเบาๆ
พระชายาทรงหันมาทอดพระเนตรด้วยความตกพระทัยแล้วรีบชักพระหัตถ์กลับ “ทำไมถึงทำแบบนี้เพคะ”
“เราน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยงั้นหรือ”องค์ชายรองทรงรอคำตอบ
“หม่อมฉันไม่ได้รังเกียจพระองค์แต่หญิงชายไม่ควรใกล้ชิดกันมากขนาดนี้เพคะ” ฉู่หลินกล่าว
“เ้าเป็ภรรยามันเป็เื่ปกตินี่”
“พระองค์ทรงมองว่าหม่อมฉันเป็ภรรยาจริงหรอเพคะหรือแค่เห็นว่าเป็น้องสาวศัตรูที่อยากแก้แค้นยังไงก็ได้” พระชายาตรัสเสียงแข็ง
“เ้าออกไปเถอะเปลี่ยนชุดเสียใหม่ พวกเราต้องไปเยี่ยมองค์รัชทายาท” องค์ชายรองทรงรับรู้อารมณ์กริ้วของพระนางก็เลยเปลี่ยนเื่
“เพคะ”
******************************
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
องค์ชายรองทรงโอบเอวหญิงสาวเข้าเฝ้าพระเชษฐา
“เราอิจฉาเ้าจริงๆพระชายาของเ้าช่างงดงามยิ่งนัก” องค์รัชทายาทตรัสและทรงทึ่งในความงามของฉู่หลิน
“ขอบพระทัยที่ทรงชมเพคะ”ฉู่หลินกล่าวโดยไร้ซึ่งความขวยเขินเพราะนางยังไม่เคยชินที่ตอนนี้ตนเป็สาวงามแล้ว
“เ้าได้พบเอิ่นลั่วหรือยังนางรังแกเ้าหรือเปล่า” องค์รัชทายาททรงอยากรู้ว่าเอิ่นลั่วจะทำยังไง
“เอิ่นลั่วเป็คนใจกว้างและมีการศึกษานางไม่ทำเช่นนั้นหรอกเพคะ” ฉู่หลินรู้ดี
“ดูเหมือนเ้ากำลังยกย่องคู่แข่งอยู่นะ”องค์รัชทายาททรงนึกไม่ถึง
“หม่อมฉันนับถือนางเพคะนางนับว่าเป็คนมีความรู้รอบด้านและเก่งไม่แพ้ผู้ชายมันก็ไม่แปลกที่ใครก็ชอบนางไม่เว้นแม้กระทั่งพระองค์เพคะ” ฉู่หลินกล่าวอย่างรู้ทัน
“พวกเราเพิ่งรู้จักกันเ้ามองเราออกขนาดนั้นเลยงั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงแปลกพระทัย
ฉู่หลินทำได้เพียงแต่ยิ้มนางคิดในใจว่า “เพราะหม่อมฉันเคยเป็นางกำนัลมานานเลยรู้เื่ราวของพระองค์ต่างหากเพคะ”
“พระองค์มีอะไรให้กระหม่อมรับใช้หรือพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัสหลังจากเงียบไปนาน
“สายของเรารายงานว่าพระสนมเอกแห่งแคว้นฝางทรงรู้แล้วว่าเซียงเซียงแฝงตัวเป็แม่นมที่ตำหนักฮองเฮา นางถูกจับตัวไปแต่เรายังสืบไม่ได้ว่านางถูกขังอยู่ที่ไหน” องค์รัชทายาทตรัสโดยทรงลืมไปว่ายังอยู่กับน้องสาวของศัตรู
“เอ่อชายาของกระหม่อมเป็น้องสาวของพระสนมเอกพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัสเตือน
“หม่อมฉันเขียนแผนผังในจวนเสนาบดีให้เพคะ” ฉู่หลินเสนอเพราะอยากช่วยเ้านายเก่า
“เ้ากล้าหักหลังพี่สาวของตัวเองงั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงแปลกพระทัย
“หม่อมฉันไม่้าให้ใครตายอีกเพคะ”ฉู่หลินกลัวว่าอดีตพระสนมเซียงเซียงอาจเกิดภัยถึงแก่ชีวิตได้
“เราจะเชื่อเ้าได้อย่างไรมันอาจเป็หลุมพรางก็ได้” องค์ชายรองทรงไม่ไว้วางพระทัย
“แล้วแต่พระองค์เพคะ” ฉู่หลินไม่สนใจ
“เราเชื่อเ้าเ้ารีบวาดแผนผังเร็วเข้า” องค์รัชทายาททรงมองคนออกและทรงแน่พระทัยว่าฉู่หลินนั้นยอมช่วยเหลือด้วยใจจริง
แม้ว่าฉู่หลินจะเป็คนวาดรูปไม่สวยแต่นางพอที่จะวาดแผนผังได้คร่าวๆที่ใครเห็นแล้วก็พอเข้าใจได้
พระชายาทรงถวายให้กับองค์รัชทายาทแต่องค์ชายรองกลับทรงแย่งไป “กระหม่อมจะไปแคว้นฝางด้วยตัวเองพะย่ะค่ะ”
“จะดีงั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงไม่เห็นด้วย
“กระหม่อมจะไม่ยอมให้ใครทำอันตรายเซียงเซียงพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัสด้วยความเป็ห่วงน้องสาว
“ฝากด้วยก็แล้วกันเ้าสามารถสั่งการให้คนของเราช่วยเ้าได้” องค์รัชทายาททรงพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
แท้ที่จริงแล้วชายสูงศักดิ์ทั้งสองเป็ศัตรูกันแต่ในสภาวะเช่นนี้ทั้งสองพระองค์ต่างร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือน้องสาวสุดที่รัก
******************************
ตกกลางคืน ฉู่หลินก็ปูผ้านอนบนพื้นเช่นเดิมนางรับรู้ถึงอารมณ์โกรธขององค์ชายรองนางรู้ดีว่าไม่ว่ายังไงนางก็เป็เพียงน้องสาวของศัตรูองค์ชายรองทรงไม่มีวันรักนางได้ลง
แต่ทว่าองค์ชายรองกลับทรงอุ้มพระนางไปบรรทมบนพระแท่นบรรทมเช่นเดิม
“ปล่อยนะเพคะ” ฉู่หลินพยายามดิ้น
“เราบอกว่าแล้ว เราจะนอนกอดเ้าทุกคืน”องค์ชายรองตรัส
“เพื่ออะไรเพคะทรงอย่าฝืนพระทัยทำดีกับคนที่เกลียดชังเลยนะเพคะ” ฉู่หลินไม่เข้าใจ
“นอนเถิดพรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางั้แ่เช้า ไม่มีแรงมาเถียงกับเ้าหรอก” องค์ชายรองทรงบรรทมในท่านอนหงายและหลับดวงเนตร แต่ยังคงไม่หลับเพราะทรงดำริถึงน้องสาว
ฉู่หลินนอนหันหลังให้เช่นเดิมสักพักองค์ชายรองก็ทรงหันร่างพระนางให้นอนหงาย และทรงคร่อมตัวพระนาง
“องค์ชายรอง! ทรงจะทำอะไรเพคะ ไหนว่าจะไม่ล่วงเกินหม่อมฉันไง” ฉู่หลินใ
พระองค์ทรงไม่ตอบแต่กลับประกบจูบกับนางโดยไวในตอนนี้ทั้งสองพระองค์นอนจูบกันเป็เวลาเนิ่นนานพอสมควรสักพักก็จูบพรมไปทั่วใบหน้า จนกระทั่งไซร้ซอกคอ
“อย่านะเพคะ”ฉู่หลินพูดอย่างละเมอ
เสื้อผ้าทั้งสองเริ่มหลุดโดยไม่รู้ตัวสภาวะนี้นางกลับเคลิ้มไร้การดิ้นรนขัดขืนใดๆจนกระทั่งเผลอตัวลูบไล้แผ่นหลังของฝ่ายชาย
“อุ๊ย!ขอประทานอภัยเพคะ” เอิ่นลั่วใเพราะนางเห็นว่าทั้งสองเพิ่งเข้าไปในห้องบรรทมไม่นานและเื่ที่นางรายงานมันเป็เื่ด่วนจริงๆนางเคาะประตูได้สักพักแล้วแต่ยังคงเงียบ นางก็เลยลองเปิดเข้ามาดู
การขัดจังหวะคราวนี้ทำให้ฉู่หลินได้สติรีบผลักฝ่ายชายและรีบนำผ้าห่มมาปกคลุมกายไว้
“เ้ามีอะไรงั้นหรือเอิ่นลั่ว”องค์ชายรองทรงลุกจากเตียง
“เอ่อไว้พรุ่งนี้เช้าก็ได้เพคะ ทำต่อไปเลยนะเพคะ” เอิ่นลั่วพูดโดยหันหลังให้
“ไม่เป็ไรเราต้องรีบออกเดินทางั้แ่เช้าตรู่ คุยกันคืนนี้นั่นแหละเ้าไปรอเราที่ห้องทำงาน เดี๋ยวเราตามไป” องค์ชายรองตรัส
“เพคะ” เอิ่นลั่วรีบวิ่งออกไปรอที่ห้องทรงงานทันที
องค์ชายรองทรงรีบสวมฉลองพระองค์ให้เรียบร้อย
ฉู่หลินอายจนทำอะไรไม่ถูกนางก็เลยนอนตะแคงหันหลังให้และใช้ผ้าห่มคลุมไปถึงหัว
องค์ชายรองทรงยิ้มพระองค์ทรงดึงผ้าห่มลงมาถึงที่คอของนาง และตรัสว่า “เราขอมัดจำไว้ก่อน พอกลับจากแคว้นฝางเมื่อไหร่ เราจะมากระทำต่อจงจำไว้ว่าเ้าเป็ของเราคนเดียวเท่านั้นนะฉู่หลิน ได้ยินหรือเปล่า”
ฉู่หลินอายจนไม่กล้าตอบ
องค์ชายรองก็เลยหอมแก้มนางอย่างหมั่นเขี้ยว
“ว๊าย!อย่านะเพคะ” ฉู่หลินรีบเอามือปิดแก้มตัวเอง
“เราถามว่าได้ยินหรือเปล่าหรือว่าต้องกระทำต่อให้จบคืนนี้” องค์ชายรองทรงขู่
“หม่อมฉันได้ยินแล้วเพคะทรงรีบไปพบเอิ่นลั่วเถิดนะเพคะ” ฉู่หลินรีบตอบทันที
องค์ชายรองทรงดึงมือนางออกและหอมแก้มนางอีกครั้งและรีบเสด็จออกจากห้องบรรทมทันที
ในตอนนี้ฉู่หลินกำลังสับสนว่าองค์ชายรองทรงทำเพียงเพื่อแก้แค้นหรือว่าทรงมีพระทัยให้กับนางจริงๆสักพักนางก็พูดพึมพำว่า “ไม่ได้นะฉู่หลินอย่าตกหลุมพรางขององค์ชายรองเด็ดขาด”