วันเวลาในเมือง หลงเหลียง ผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่สำหรับ หลี่เฟิ่ง ทุกนาทีคือการเรียนรู้เขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย หางานเล็กๆ น้อยๆ ทำประทังชีวิตและใช้เวลาว่างทั้งหมดไปกับการฝึกฝนวิชาลมปราณ วิชาตัวเบา และกระบวนท่ามีดสั้นที่ ไป๋เฟิง ถ่ายทอดให้การสังเกตการณ์ผู้คนและความวุ่นวายของเมืองทำให้เขาเข้าใจโลกภายนอกมากขึ้น เขารู้จักแยกแยะคนดีคนชั่วและเรียนรู้ที่จะใช้ไหวพริบเอาตัวรอด
แม้เมืองหลงเหลียงจะเต็มไปด้วยความยากลำบากและความไม่เป็ระเบียบแต่หลี่เฟิ่งก็ยังคงยึดมั่นในหลักการของตัวเอง เขาไม่เคยใช้กำลังเกินกว่าเหตุและพยายามหลีกเลี่ยงการก่อเื่วุ่นวายโดยไม่จำเป็ เขามักจะช่วยเหลือผู้คนที่อ่อนแอด้วยวิธีที่ไม่ให้ใครรู้ตัวเพื่อไม่ให้เป็จุดเด่น
บ่ายวันหนึ่งขณะที่หลี่เฟิ่งกำลังเดินกลับจากตลาดหลังจากช่วยพ่อค้าขนของสายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันใน ตรอกซอยแคบๆ แห่งหนึ่งที่มืดมิดและส่งกลิ่นเหม็นอับ
กลุ่ม นักเลง ของเมืองหลงเหลียงสามคนกำลังรุมล้อมชายชราผอมแห้งคนหนึ่งที่ดูท่าทางอ่อนแอและหวาดกลัวชายชราคนนั้นสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ มีถุงผ้าใบเล็กๆ ห้อยอยู่ที่เอวใบหน้าของเขามีรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้าย
"ไอ้เฒ่า!ส่งเงินมาให้ข้าให้หมด!" นักเลงคนหนึ่งที่ตัวใหญ่ที่สุด ะโกร้าวพร้อมกับผลักชายชราจนล้มลงไปกองกับพื้นดินที่สกปรก
"ข้า...ข้าไม่มีอะไรแล้วขอรับ... นี่คือเงินทั้งหมดที่ข้าหามาได้จากการขายยา..."ชายชราพยายามอ้อนวอน เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว
นักเลงอีกคนหนึ่งใช้เท้าเหยียบลงบนมือของชายชราอย่างแรงทำให้ถุงผ้าที่ห้อยอยู่ที่เอวร่วงหล่นลงพื้นและเงินเหรียญทองแดงไม่กี่เหรียญก็กระจัดกระจายออกมา
"ฮ่าๆๆ!นี่หรือเงินทั้งหมดของแก!?" นักเลงคนนั้นหัวเราะเยาะก่อนจะก้มลงเก็บเงินเหรียญทองแดงเ่าั้อย่างรวดเร็ว
ภาพตรงหน้าทำให้เืในกายของหลี่เฟิ่งเดือดพล่านเขารู้สึกเหมือนถูกย้อนกลับไปในคืนนั้น คืนที่หมู่บ้านหลินเจียงถูกทำลาย ใบหน้าของ ลุงหวง ที่ล้มตายผุดขึ้นมาในห้วงความคิดความเ็ป ความโกรธแค้นและความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงในตอนนั้นถาโถมเข้าใส่เขาอย่างรุนแรง
ความอยุติธรรม ที่เขาเห็นตรงหน้ามันช่างน่ารังเกียจ!นักเลงพวกนี้ช่างไม่ต่างจากพวก "พันธมิตรไร้เงา" ที่รังแกผู้คนอ่อนแอและฉกฉวยเอาสิ่งของที่พวกเขาไม่มีสิทธิ์!
ไป๋เฟิงเคยเตือนเขาว่า"จงอย่าให้ความแค้นเข้าครอบงำจิตใจของเ้าจนผิดเพี้ยนไปจากวิถีแห่งธรรม"แต่ตอนนี้ หลี่เฟิ่งรู้สึกว่าความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นมานี้ มันคือความโกรธแค้นที่อยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมเขาไม่สามารถทนเห็นคนอ่อนแอถูกรังแกได้อีกแล้ว!
เขาสอดส่องสายตาไปรอบๆตรอกซอย ไม่มีผู้คนอื่นอยู่ในบริเวณนั้นดูเหมือนว่านักเลงพวกนี้จงใจลากชายชรามายังมุมอับเพื่อกระทำการชั่วร้าย
หลี่เฟิ่งกำหมัดแน่นเขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว นักเลงทั้งสามคนแม้จะดูแข็งแกร่งกว่าเขาในรูปร่างแต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาดูหยาบกระด้าง และไร้วิชา ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขากำลังเผลอตัวเพราะคิดว่าชายชราไม่มีทางสู้
"ไม่ว่าอย่างไร...ข้าจะต้องช่วยชายชราผู้นี้ให้ได้!" หลี่เฟิ่งตัดสินใจแน่วแน่
เขาตัดสินใจที่จะไม่ใช้กำลังทั้งหมดในทันทีแต่จะใช้ไหวพริบและวิชาที่เรียนรู้มาผสมผสานกัน
ในวินาทีที่นักเลงคนหนึ่งกำลังก้มลงเก็บเงินเหรียญทองแดงที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นหลี่เฟิ่งก็พุ่งตัวออกไป!
ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับสายลมวิชาตัวเบาถูกใช้จนถึงขีดสุด เขาย่นระยะห่างระหว่างเขากับนักเลงได้อย่างรวดเร็วมีดสั้นปริศนาถูกชักออกมาจากอกเสื้อ แสงสีเงินอ่อนๆแวบหนึ่งปรากฏขึ้นในความมืดของตรอกซอย
หลี่เฟิ่งไม่ได้ตั้งใจจะสังหารใครเขาตั้งใจที่จะทำให้พวกนักเลงใกลัวและวิ่งหนีไป
เขาใช้ กระบวนท่ามีดสั้น ท่า "เงาพริบตา" ที่เรียนรู้จากไป๋เฟิงพุ่งเข้าหานักเลงที่กำลังก้มอยู่และใช้คมมีดที่ลับคมกริบแต่ไม่ถึงกับแทงโดนเนื้อหนังเพียงแค่ตวัดผ่านเสื้อผ้าของนักเลงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
"ฉัวะ!"
เสียงผ้าขาดดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกเย็นเฉียบที่แล่นผ่านิั นักเลงคนนั้นสะดุ้งเฮือกเงยหน้าขึ้นมองด้วยความใดวงตาเบิกโพลงเมื่อเห็นประกายมีดสีเงินที่เพิ่งผ่านหน้าเขาไปและใบมีดอีกครั้งที่จ่ออยู่ห่างจากคอหอยเพียงเสี้ยวเดียว
"แก...แกเป็ใคร!" นักเลงคนนั้นะโด้วยความหวาดกลัวเขาไม่เคยเจอใครที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วและเงียบเชียบถึงเพียงนี้มาก่อน
นักเลงอีกสองคนหันมามองด้วยความใพวกเขายังไม่ทันได้ตั้งตัว หลี่เฟิ่งก็ใช้ วิชาตัวเบา พลิ้วตัวไปอยู่ด้านหลังนักเลงที่ตัวใหญ่ที่สุดอย่างรวดเร็วมีดสั้นในมือจ่ออยู่ที่ต้นคอของนักเลงผู้นั้น
"ปล่อยชายชราผู้นั้นไปซะ"หลี่เฟิ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เ็าและหนักแน่นแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดขาดที่นักเลงทั้งสามไม่เคยเห็นในเด็กหนุ่มคนไหนมาก่อน
นักเลงที่ตัวใหญ่ที่สุดรู้สึกถึงความเย็นเฉียบของคมมีดที่จ่ออยู่ที่คอเขาตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวไม่คิดว่าเด็กหนุ่มผอมบางตรงหน้าจะมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้
"แก... แกเป็จอมยุทธหรือ!"นักเลงอีกคนะโถามด้วยความใปนหวาดระแวง
"อย่ามายุ่งเื่ของพวกเรานะ!ไม่งั้นแกตายแน่!" นักเลงที่ถูกมีดสั้นจ่อคอพยายามขู่ฟ่อๆแม้เสียงจะสั่นเครือ
หลี่เฟิ่งไม่ตอบเขากระชับมีดสั้นในมือแน่นขึ้นเล็กน้อยทำให้ปลายมีดัักับิัของนักเลงเล็กน้อย นักเลงคนนั้นสะดุ้งเฮือกเหงื่อเย็นไหลท่วมตัว
"ข้าให้โอกาสพวกเ้าหนีไป"หลี่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ "แต่ถ้าพวกเ้ายังไม่ยอมไป...มีดของข้าคงจะใจร้ายกว่านี้"
นักเลงทั้งสามคนมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัวพวกเขาไม่เคยเจอจอมยุทธที่ดูโเี้และเด็ดขาดเช่นนี้มาก่อน
"ไป!ไปกันเถอะโว้ย!" หัวหน้าโจรที่ถูกมีดจ่อคอะโขึ้นอย่างรวดเร็วเขาผลักนักเลงที่เหลืออีกสองคน แล้วพากันวิ่งหนีออกจากตรอกซอยไปอย่างไม่คิดชีวิต
หลี่เฟิ่งมองดูนักเลงทั้งสามที่วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วก่อนจะลดมีดสั้นลง และหันไปช่วยพยุงชายชราที่ยังคงนั่งกองอยู่บนพื้น
"ท่านลุง...ไม่เป็อะไรนะครับ" หลี่เฟิ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง
ชายชราเงยหน้าขึ้นมองหลี่เฟิ่งดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก็แฝงไปด้วยความซาบซึ้งใจ
"เ้าหนู...เ้าเป็ผู้มีคุณ!" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ข้า...ข้าขอขอบคุณเ้าจริงๆ"
"ไม่เป็ไรขอรับ"หลี่เฟิ่งยิ้มบางๆ "ท่านลุงเก็บเงินของท่านไว้เถิด"เขาช่วยเก็บเงินเหรียญทองแดงที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นคืนให้ชายชรา
ชายชราพยักหน้าเล็กน้อย"เ้าหนู... เ้าไม่ควรเข้ามาข้องเกี่ยวกับเื่ของนักเลงพวกนั้นนะพวกมันอันตรายนัก"
"ข้าไม่เป็ไรขอรับ"หลี่เฟิ่งตอบ "ท่านลุงรีบกลับบ้านเถิด"
ชายชราลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลก่อนจะโค้งคำนับหลี่เฟิ่งอีกครั้ง แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
หลี่เฟิ่งยืนอยู่กลางตรอกซอยอันมืดมิดมือของเขากำมีดสั้นปริศนาแน่นหัวใจของเขายังคงเต้นระรัวด้วยความโกรธแค้นต่อความอยุติธรรมที่เห็น แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอ
"นี่คือเส้นทางที่ข้าต้องเลือกเดิน..."หลี่เฟิ่งพึมพำกับตัวเอง
แม้เขาจะยังไม่แข็งแกร่งมากนักแต่เขาก็ใช้ไหวพริบและวิชาที่เรียนรู้มาเอาตัวรอด และช่วยเหลือผู้อื่นได้การตัดสินใจเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้เป็จุดเปลี่ยนสำคัญในจิตใจของเขามันทำให้เขาตระหนักว่าเขาไม่สามารถเมินเฉยต่อความอยุติธรรมได้อีกต่อไปแล้ว
ความโกรธแค้นต่อ "พันธมิตรไร้เงา" ที่เคยเป็แรงผลักดันเดียวบัดนี้ได้ถูกหล่อหลอมรวมเข้ากับ ปณิธานที่จะปกป้องผู้บริสุทธิ์ ไม่ให้ต้องทนทุกข์ทรมานจากเหล่าคนชั่วอีกต่อไป
หลี่เฟิ่ง ไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มที่แสวงหาการแก้แค้นอีกต่อไปแล้วแต่เขากำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางของการเป็จอมยุทธผู้ผดุงคุณธรรม แม้จะเป็เพียง ประกายมีดแรก ที่ยังไม่สว่างเจิดจ้าแต่ก็เป็แสงที่บ่งบอกถึงจิติญญาอันบริสุทธิ์และมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับ ความอยุติธรรมในตรอกซอย และในทุกหนแห่งของยุทธภพ...