หลังจากที่ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵) ได้ชี้แนะถึงค่ายกลกระบี่ (剑阵) ที่สลักอยู่บนประตูศิลา (石门) บานที่สอง ซึ่งปิดกั้นเส้นทางสู่ห้องโถงชั้นในของสุสานกระบี่ไร้นาม (无名剑冢) บรรยากาศในห้องโถงแห่งการต้อนรับ (迎客之殿) ก็พลันเปลี่ยนจากความตื่นตะลึงในความยิ่งใหญ่ของสถานที่ มาเป็นความครุ่นคิดและพยายามทำความเข้าใจในปริศนาเบื้องหน้า
อักขระกระบี่ (剑文) เหล่านี้มีความซับซ้อนและแฝงไว้ด้วยเจตจำนงกระบี่ที่เฉียบคมกว่าอักขระพฤกษาบรรพชนที่พวกเขาเคยเจอในห้องโถงก่อนหน้านี้มากนัก เยว่ชิงหลิงใช้ความรู้จากตำหนักหยกเย็น (寒玉宫) และความเข้าใจในวิถีกระบี่ของนางพยายามไขข้อความ ความหมายและกลไกของค่ายกลนั้นอย่างใจจดใจจ่อ เหล่าศิษย์น้องของนางต่างยืนมองอย่างเงียบๆ มิกล้ารบกวนสมาธิ
เจี้ยนหลิน (剑林) เองก็มิได้ยืนอยู่นิ่งเฉย เขาลองใช้การหยั่งรู้ถึงพฤกษา (草木之触) ของตนเองแผ่ขยายออกไปสัมผัสกับอักขระกระบี่เหล่านั้น แม้จะมิใช่พลังธาตุพฤกษาโดยตรง แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงกระแสพลังงาน (能量流) ที่ไหลเวียนอยู่ภายในอักขระแต่ละเส้นสาย มันมีความเป็นระเบียบและเชื่อมโยงกันอย่างน่าอัศจรรย์ และที่สำคัญที่สุด พลังลึกลับภายในกายของเขากำลังสั่นพ้อง (共鸣) กับอักขระบางกลุ่มอย่างแผ่วเบา ราวกับจะชี้นำ (指引) หรือบอกใบ้ (暗示) บางสิ่งบางอย่างให้แก่เขา
'อักขระเหล่านี้...มันมิได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ แต่ละเส้นสายดูเหมือนจะมีชีวิตและเจตจำนงเป็นของตนเอง...และพลังในกายข้า...มันรู้สึกคุ้นเคยกับบางส่วนของมัน...'
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามเต็ม เยว่ชิงหลิงก็พลันลืมตาขึ้น ดวงตาของนางทอประกายแห่งความเข้าใจ "ข้าพอจะมองเห็นช่องโหว่ (破绽) หรือจุดสำคัญ (关键点) ของค่ายกลนี้แล้ว...มันมิได้ต้องการพลังทำลายล้างที่แข็งแกร่ง แต่ต้องการความเข้าใจในเจตจำนงกระบี่ที่สอดคล้องกันในการคลี่คลาย"
นางชี้ไปยังอักขระสามกลุ่มที่อยู่ต่างตำแหน่งกันบนบานประตู "พวกเราต้องส่งพลังกระบี่ที่สอดคล้องกับเจตจำนงของอักขระทั้งสามกลุ่มนี้เข้าไปพร้อมๆ กัน จึงจะสามารถคลายผนึกของค่ายกลนี้ได้"
ศิษย์ตำหนักในคนหนึ่งรีบอาสา "ศิษย์พี่หญิง โปรดชี้แนะด้วยเถิด พวกข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ!"
เยว่ชิงหลิงอธิบายถึงลักษณะของเจตจำนงกระบี่ที่นางสัมผัสได้จากอักขระทั้งสามกลุ่มนั้น กลุ่มแรกคือความเฉียบคม (锋锐) ดุจสายลมที่กรีดผ่าน, กลุ่มที่สองคือความหนักแน่น (沉稳) ดุจขุนเขาที่ตั้งตระหง่าน, และกลุ่มที่สามคือความพลิ้วไหว (灵动) ดุจสายน้ำที่ไหลริน พวกนางใช้เวลาอีกครู่หนึ่งในการปรับจูนพลังและทำความเข้าใจ ก่อนจะลองส่งพลังกระบี่เข้าไปตามที่เยว่ชิงหลิงชี้แนะ
ทว่า...แม้จะพยายามอยู่หลายครั้ง ประตูศิลาก็ยังคงนิ่งสนิท มีเพียงแสงจากอักขระกระบี่ที่สว่างวาบขึ้นเล็กน้อยแล้วก็ดับไป
"ดูเหมือนว่า...เจตจำนงกระบี่ของพวกเรายังบริสุทธิ์ และสอดคล้องได้ไม่เพียงพอ" เยว่ชิงหลิงกล่าวด้วยสีหน้าที่ครุ่นคิดยิ่งขึ้น
ในขณะนั้นเอง เจี้ยนหลินที่ยืนสังเกตการณ์และพยายามทำความเข้าใจในกลไกของค่ายกลผ่านการสั่นพ้องของพลังลึกลับภายในกาย ก็พลันเอ่ยขึ้น "ศิษย์พี่หญิง...ข้าคิดว่า...ข้าอาจจะพอจะช่วยได้ขอรับ"
ทุกคนหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ
เจี้ยนหลินชี้ไปยังอักขระกลุ่มที่สามที่เยว่ชิงหลิงกล่าวถึง "อักขระกลุ่มนั้น...ที่ท่านบอกว่าคือความพลิ้วไหวดุจสายน้ำ...ข้ารู้สึกว่ามันมิได้มีเพียงความพลิ้วไหว แต่ยังแฝงไว้ด้วยพลังแห่งการก่อเกิด (孕育之力) และความยืดหยุ่น (柔韧之性) ของเถาวัลย์ที่เลื้อยพัน...คล้ายกับ...พลังธาตุพฤกษา"
เยว่ชิงหลิงมองไปยังอักขระกลุ่มนั้นอีกครั้ง นางหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นพร้อมกับประกายแห่งความประหลาดใจในดวงตา "เจ้าพูดถูก...ข้ามองข้ามรายละเอียดส่วนนั้นไปได้อย่างไร...เจตจำนงกระบี่ในอักขระกลุ่มนั้น มันมิได้บริสุทธิ์เพียงธาตุน้ำ แต่มีการหลอมรวมกับพลังงานบางอย่างที่คล้ายกับพลังชีวิตของพฤกษาจริงๆ!"
นางหันมามองเจี้ยนหลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "เจี้ยนหลิน...เจ้าลองส่งพลังของเจ้าเข้าไปในอักขระกลุ่มนั้นดู ส่วนอีกสองกลุ่ม ข้าและศิษย์น้องจะรับผิดชอบเอง"
เจี้ยนหลินพยักหน้ารับ เขารวบรวมสมาธิ โคจรพลังจากหน่ออ่อนแห่งกระบี่ (剑之嫩芽) ในทะเลจิต (识海) ของตนเอง พลังนั้นไหลผ่านเส้นชีพจร ก่อนจะถูกส่งผ่านปลายนิ้วไปยังอักขระกลุ่มที่สามอย่างแผ่วเบาและแม่นยำ พลังของเขามิได้แข็งกร้าวหรือรุนแรง แต่กลับเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและความยืดหยุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของพลังธาตุพฤกษา
ในขณะเดียวกัน เยว่ชิงหลิงและศิษย์น้องอีกสองคนก็ส่งพลังกระบี่ที่สอดคล้องกับเจตจำนงของอักขระอีกสองกลุ่มเข้าไปพร้อมกัน!
ทันใดนั้น! อักขระกระบี่ทั้งสามกลุ่มบนประตูศิลาพลันส่องแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นพร้อมกัน! แสงนั้นเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อนที่เสียงครืดดดดหนักๆ จะดังขึ้น!
ประตูศิลาบานที่สองค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นห้องโถงชั้นใน (内殿) ที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่าเดิม! ห้องโถงนี้มิได้มีกระบี่ศิลาปักอยู่ตามผนังเช่นห้องโถงแรก แต่กลับเป็นทะเลกระบี่ (剑海 - Jiànhǎi) อย่างแท้จริง! กระบี่โบราณเล่มสำคัญๆ นับร้อยนับพันเล่ม บ้างก็ปักอยู่บนแท่นศิลาที่กระจายอยู่ทั่วห้อง บ้างก็ลอยคว้างอยู่ในอากาศอย่างอิสระ! แต่ละเล่มแผ่เจตจำนงกระบี่ (剑意 - Jiànyì) ที่ทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์ออกมาอย่างชัดเจน ไอกระบี่ภายในห้องโถงนี้เข้มข้นจนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่หนักหน่วงกว่าห้องโถงแรกหลายเท่า อาจได้ยินเสียงหึ่งๆ แผ่วเบาของคมกระบี่นับพันที่สั่นพ้องตอบรับกัน สร้างความรู้สึกราวกับว่ากระบี่ทุกเล่มมีชีวิตและกำลังจับจ้องมายังผู้มาใหม่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และความท้าทายที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
และที่ใจกลางของทะเลกระบี่นั้น ปรากฏเงาร่าง (身影) โปร่งแสงของบุรุษผู้หนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ ร่างนั้นสวมอาภรณ์โบราณ ในมือถือกระบี่เล่มหนึ่งที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจที่มิอาจหยั่งถึง มันคือเงากระบี่ผู้พิทักษ์ (守护剑影) ที่คอยปกป้องมรดกภายในห้องโถงนี้!
ทันทีที่กลุ่มของเจี้ยนหลินก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถงชั้นใน เงากระบี่ผู้พิทักษ์นั้นก็พลันลืมตาขึ้น! ดวงตาของมันส่องประกายแสงสีเงินเยือกเย็น! ไอกระบี่ที่เฉียบคมและทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้ แผ่พุ่งออกมาจากร่างของมัน! เจี้ยนหลินและทุกคนในกลุ่มพลันรู้สึกถึงไอสังหารอันเยือกเย็นจนขนลุกซู่ พวกเขารีบตั้งท่าเตรียมพร้อมในทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน ความตึงเครียดเข้าครอบงำทุกอณูในอากาศ (ระดับพลังของเงาร่างนี้เทียบเท่าหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ แต่มีทักษะกระบี่ที่สูงส่งและคาดเดาได้ยากยิ่ง!)
เสียงที่แหบพร่าและเก่าแก่ดังขึ้นจากเงาร่างนั้น ประกาศก้องไปทั่วโถง "ผู้ใดที่ล่วงล้ำเข้ามาในโถงแห่งเจตจำนงนี้ จงแสดงความสามารถให้ข้าได้ประจักษ์ หรือมิฉะนั้นก็จงสลายไปเสีย!"
การทดสอบที่แท้จริง...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!
(จบตอนที่ 149)