เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 28 นักบุญปีศาจ 2

    ก้อนน้ำแข็งยักษ์ที่ตกลงมาจากฟ้าอย่างรวดเร็วทำให้มิคาเอลรู้สึกถึงอันตรายอย่างมาก ในตอนแรกเขากะที่จะเล่นกับเด็กๆ พวกนี้ก่อนที่จะทำการดูดพลัง เพราะความประมาทของเขาเองที่ถือว่าตัวเองมีพลังอยู่ในระดับแนวหน้าของเมืองแห่งนี้ ทำให้ไม่เห็นเด็กกลุ่มนี้อยู่ในสายตา แต่ในตอนนี้เขากลับรับรู้ถึงอันตราย อันตรายที่ถึงกับชีวิต ทั้งตอนนี้เขายังหนีไม่ได้จากทักษะที่บังคับให้ศัตรูมาโจมตีตนเองของเผ่าออร์ค

    “ปราการกั้นขุมนรก!!!”

    มิคาเอลเร่งพลังขึ้นสูงสุดพร้อมกับสร้างเกราะขึ้นมาป้องกันตัวเองไว้

    ตู้มมมมมมมมมมมมม!!!!!!

    ก้อนน้ำแข็งที่ห่อหุ้มสายฟ้าที่พุ่งลงมาจากบนท้องฟ้าหลายกิโลเมตร ตกกระแทกเกราะเวทย์สีดำ ทั้งเกราะและก้อนน้ำแข็งยักษ์แตกพร้อมๆ กัน แรงระเบิดได้สั่นสะเทือนพื้นดินบริเวณรอบๆ จนต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ จุดปะทะหักโค่น บางต้นถึงกับปลิวออกไปทั้งราก เกราะเวทย์ที่แตกกระจายออกทำให้ชายชราถอยมาหลายก้าว แต่ถึงแม้ก้อนน้ำแข็งจะแตกออก แต่ข้างในยังมีก้อนพลังสายฟ้าอัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยม บอลสายฟ้านั้นได้ระเบิดออกหลังจากน้ำแข็งที่หุ้มมันเอาไว้แตก

    ซี๊ดดดดดดดดดดด!!!!!!

    พลังสายฟ้าที่ระเบิดออกมาโดนมิคาเอลเข้าอย่างจัง เกราะเวทย์ที่แตกออกกะทันหันทำให้เขารวบรวมเวทย์เพื่อสร้างเกราะป้องกันใหม่ขึ้นมาไม่ทัน สายฟ้าที่ระเบิดออกกินพื้นที่รอบๆ และศูนย์กลางของมันคือมิคาเอล ซึ่งตอนนี้กำลังกรีดร้องอย่างโหยหวนในขณะที่รับแรงระเบิดเข้าไปเต็มๆ

    “อ้ากกกกกก!!!”

    บ็อบง้างขวานหนักพุ่งเข้าใส่มิคาเอลที่กำลังโดนระเบิดสายฟ้าอยู่ ในการโจมตีครั้งนี้บ็อบไม่ได้ใช้คมขวาน แต่ใช้อีกด้านที่หัวเป็นค้อนขนาดใหญ่แทน

    ตุ๊บบบบบ!!!!

    เสียงค้อนของบ็อบกระแทกเข้าหน้าอกของชายชราอย่างจัง ความรุนแรงของมันคงเทียบได้กับการยกภูเขาขนาดย่อมทุ่มใส่หน้าอกก็ไม่ปาน นอกจากเสียงกระแทกหน้าอกของค้อนหนักแล้ว เสียงกระดูกซี่โครงหลายซี่หักกร็อบแกร็บดังปนออกมาด้วย ถึงยังไงร่างกายของมิคาเอลก็ยังเป็นร่างกายของผู้ใช้เวทย์ ซึ่งก็ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนร่างกายของนักรบ ถ้าถูกกระแทกเต็มๆ แบบนี้แล้วยังมีชีวิตอยู่ได้ คงต้องบอกแล้วล่ะว่ามันไม่น่าจะใช่มนุษย์แล้ว!

    ร่างของมิคาเอลปลิวไปเป็นเส้นตรงเหมือนกระสุน ต้นไม้ที่ขวางทางอยู่ล้วนหักโค่นจากแรงกระทบที่เขาถูกซัดมา

    ตูมมมมม!!!

    ร่างของชายชราถูกหยุดไว้ด้วยผนังของตัวปราสาท ร่างของเขาทะลุเข้าไปในตัวปราสาทพร้อมกับกลิ้งไปอีกหลายสิบเมตร สภาพของเขาตอนนี้เรียกได้ว่าสาหัสอย่างหนักก็คงไม่ผิด หน้าอกยุบ มีกระดูกซี่โครงแตกหักบิดเบี้ยวจนผิดรูป แขนซ้ายทั้งแขนกระดูกหักหลายท่อนจากการกระแทกเข้ากับตัวปราสาท หูและจมูกมีเลือดไหลออกมา ปากกระอักเลือดออกมาไม่หยุด ชุดคลุมสีดำแดงที่สวยงามในตอนแรกขาดรุ่งริ่งจากพลังของระเบิดสายฟ้าและโดนต้นไม้เกี่ยว

    มิคาเอลนอนกุมหน้าอกและหายใจอย่างหนักหน่วงอยู่บนพื้นปราสาท ด้านทีมของแกรนด์เองก็ถึงกับเข่าทรุด เหงื่อไหลท่วมหน้าและหายใจหอบถี่เช่นเดียวกัน

    “จบซะทีนะ”

    แกรนด์พูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ ถ้ามันลุกมาสู้ต่อได้คงยิ่งกว่าปาฏิหาริย์แล้วล่ะ

    “หัวใจของข้ารับใช้..ขอมอบให้แด่นายท่าน..ได้โปรด..ขอท่าน..อั๊ก..ประทานพลังให้ข้าด้วย”

    เสียงแผ่วเบาของมิคาเอลดังเอื่อยออกมาจากด้วยในตัวปราสาท เสียงนั้นดูอ่อนแรงและพร้อมจะตายได้ทุกเมื่อ เสียงพูดในตอนนี้ดังสลับกับเสียงกระอักเลือด ชั่วครู่ ร่างกายของเขาก็มีออร่าสีดำคลุมกาย บาดแผลที่อยู่ตามตัวเริ่มหดเข้าหากันอย่างช้าๆ

    “เจ้าคนไร้ประโยชน์ เจ้ารบกวนเวลานอนของข้าอีกแล้ว แค่สู้กับเด็กก็ยังมาขอความช่วยเหลืออีก”

    เสียงเคร่งขรึมเสียงหนึ่งดังขึ้นมาภายในหัวของชายชรา ตอนนี้มิคาเอลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะขอความช่วยเหลือจากคนที่เขาเรียกว่านายท่าน

    “นั่นมันเวทย์บ้าอะไรกันวะ สภาพปางตายยังฟื้นฟูตัวเองได้อีก!”

    “ข้าจัดการมันเองนายท่าน”

    ไคลน์กระโจนเข้าใส่มิคาเอลที่กำลังค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายด้วยความเร็วสูงสุด ดาบของเขาเล็งไปที่จุดตายของชายชราที่กำลังฟื้นฟูร่างกายอยู่

    “อย่ามาเกะกะไอ้หมาขี้เรื้อน!”

    มิคาเอลส่งพลังที่ฟื้นฟูได้แล้วระดับหนึ่งเป็นกระสุนยิงออกไปอัดเข้าลำตัวของไคลน์เต็มๆ จนลอยขึ้นกลางอากาศสูงหลายเมตรและหลับกลางอากาศอย่างไม่ต้องสงสัย อาวุธที่หวงแหนนักหนาของเขาหลุดออกจากมือทันที เมื่อหล่นลงพื้นยังดีที่ไม่กระแทกกับก้อนหินที่แหลมคมอะไรมากมาย ไคลน์ในตอนนี้สภาพกระดูกหักหลายจุด เลือดไหลออกจากปาก นอนหมดสภาพ แต่เดิมพลังป้องกันของเขาก็ไม่ได้มีมากมายอะไรอยู่แล้ว ทั้งในตอนนี้พลังของเขายังน้อยที่สุดในกลุ่มอีกด้วย

    “อย่าให้มันฟื้นพลังได้!! รีบกำจัดมันก่อน!!”

    แกรนด์เอาโซ่ออกมาพร้อมกับสะบัดให้พันรอบแขนขวาทั้งแขนของเขาจนกลายเป็นเหมือนแขนเหล็ก ในตอนนี้แกรนด์ตั้งใจที่จะใช้พลังที่เหลืออยู่ตัดสินการต่อสู้ในรอบสุดท้าย โหมดสงครามของบ็อบในตอนนี้เหลืออีกไม่ถึง 3 นาที หากไม่เร่งจบต่อสู้ในตอนนี้ ถ้าบ็อบหมดสภาพไปอีกคนและมิคาเอลฟื้นฟูตัวเองจนร่างกายกลับคืนมาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นได้ตายยกทีมแน่

    “อ้ากกกกกกก!!!”

    บ็อบใช้ทักษะคำรามเพื่อบังคับคู่ต่อสู้ให้มาโจมตีที่ตนเองอีกครั้ง ในครั้งนี้เป็นการฝืนใช้อย่างเกินขีดจำกัด เลือดกำเดาของเขาไหลออกมาไม่หยุด ดวงตาพร่ามัวลงมากกว่าแต่ก่อน สติที่ประคองร่างไว้เริ่มที่จะหลุดลอยไป มิคาเอลที่ถูกบังคับให้โจมตีไปที่บ็อบทั้งที่ร่างกายและพลังยังฟื้นฟูไม่เสร็จ เขาในตอนนี้พลังฟื้นมาแค่ 30% เท่านั้น

    “อยากตายเร็วนักข้าจะสงเคราะห์ในเอง เจ้าออร์คโง่”

    “คนจะตายก่อนมันเจ้า ไอ้ผีดิบ!”

    แกรนด์พุ่งเข้าไปร่วมตะลุมบอนด้วย เอเลน่าใช้ม่านน้ำแข็งคลุมตัวไคลน์ไว้เพื่อไม่ให้ได้รับผลจากการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้น เธอใช้ยาเพื่อเร่งฟื้นฟูพลังของตัวเองเพื่อกลับไปสนับสนุนการต่อสู้อีกครั้ง ทั้งแกรนด์และบ็อบใช้ทักษะต่อสู้ระยะประชิดลุยเข้าไปอย่างดุเดือด อีกฝ่ายก็หยุดฟื้นฟูตัวเองและใช้พลังที่ได้รับมาสร้างคลื่นพลังสีดำป้องกันและโจมตีสวนกลับ ผลจากการปะทะกันอย่างรุนแรงชนิดว่าแตกหักกันไปข้างส่งผลให้พื้นที่รอบๆ การต่อสู้พังเสียหายยับเยิน เศษหินเศษไม้กระจายไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางฝุ่นควัน แรงปะทะทำให้เกิดแสงสีดำ สีฟ้า สีแดงวิบวับออกมาไม่ขาดช่วง แกรนด์และบ็อบพยายามอย่างหนักเพื่อทะลวงคลื่นพลังสีดำที่มิคาเอลใช้ทั้งป้องกันและโจมตีนี้ให้ได้ ถ้าโจมตีมันโดนสักครั้งตอนที่มันยังฟื้นฟูร่างกายไม่เสร็จล่ะก็ โอกาสชนะจะเพิ่มขึ้นมาก ด้านมิคาเอลก็รู้ถึงจุดนี้เป็นอย่างดี เขาถึงกับดึงพลังที่ใช้ในการรักษาฟื้นฟูตัวเองเพื่อเอามาใช้ในการต่อสู้กับทั้งสอง เขาสังเกตได้ว่าแกรนด์กับบ็อบนั้นพลังแทบจะหมดกันแล้ว ในตอนนี้กำลังใช้พลังเฮือกสุดท้ายต่อสู้อยู่

    มิคาเอลนึกย้อนเสียใจที่ตนประมาทจนเกินไปในคราแรก นึกไม่ถึงว่าเด็กพวกนี้มันจะทำให้เขาอยู่ในสภาพน่าสมเพชแบบนี้ได้ ถ้ารีบจัดการพวกมันแต่ตอนแรก ป่านนี้คงได้ดูดพลังสบายใจไปแล้ว สิ่งที่เขาทำในตอนนี้คือการป้องกันและถ่วงเวลาเพื่อให้พวกนี้มันหมดพลังไปเอง

    พรวด!

    เลือดพุ่งออกมาจากปากของบ็อบเป็นสาย เขาฝืนใช้พลังในการต่อสู้มากเกินไปแล้ว ทั้งตอนนี้ยังฝืนใช้พลังเพื่อคงสภาพโหมดสงครามไว้อีกด้วย

    “ไหวมั้ยบ็อบ!!”

    แกรนด์ตะโกนถามทันทีที่เห็นเลือดพุ่งออกจากปาก บ็อบไม่เคยต่อสู้จนต้องเข้าตาจนแบบนี้มาก่อน แต่เหมือนเสียงของแกรนด์ในตอนนี้บ็อบจะไม่ได้ยินซะแล้ว ที่ยืนอยู่ได้ในตอนนี้เป็นเพราะสัญชาตญาณและพลังใจล้วนๆ ส่วนสติของบ็อบน่าจะถูกตัดไปในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

    “คุกน้ำแข็งขังวิญญาณ!”

    ซูมมมมมมมมมมมมม!!

    ไอน้ำในอากาศควบแน่นจนกลายเป็นคุกน้ำแข็งแปดเหลี่ยมที่มีกำแพงหนา 3 เมตรและสูงกว่า 10 เมตรขังมิคาเอลเอาไว้ เอเลน่าที่ฟิ้นพลังได้พลังส่วนใช้พลังเวทย์เกือบทั้งหมด

    “อย่าคิดที่จะเอาของกระจอกๆ แบบนี้มาขังข้า!”

    มิคาเอลเร่งพลังขึ้นสูงสุดอีกครั้ง เขารวบรวมพลังไว้ที่มือข้างขวาจนมือถูกเคลือบไว้ด้วยพลังจนดำสนิท

    “อสูรนรกกลืนกิน!”

    พลังสีดำที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากมือข้างขวากลายเป็นหัวอสูรคล้ายสิงโตสีดำขนาดใหญ่ พลังที่ถูกปล่อยออกมาเข้าปะทะกำแพงคุกน้ำแข็งและชั่วอึดใจก็ทลายกำแพงออกมาได้ แต่พลังของมันดูลดลงไปกว่าครึ่ง แกรนด์ที่กำลังจะจู่โจมมิคาเอลที่ถูกขังในคุกน้ำแข็งถึงกับหยุดกึกทันที

    “ตาแก่นี่มันจะมีทักษะต่อสู้เยอะไปไหน!”

    ทิศทางที่หัวอสูรพุ่งไปเป็นทางเดียวกับที่เอเลน่ายืนอยู่ เนื่องจากทักษะคุกน้ำแข็งขังวิญญาณเป็นทักษะที่ต้องใช้พลังเวทย์สูงที่สุดของเอเลน่า หลังจากใช้เสร็จเธอหอบอย่างหนักหน่วงโดยหวังจะให้แกรนด์โจมตีปิดฉากในขณะที่มิคาเอลถูกขังอยู่ แต่ผิดคาด เขาทลายคุกน้ำแข็งออกมาได้และซัดพลังพุ่งตรงมาที่เธอ ความเร็วที่พุ่งเข้ามานั้นเอเลน่าในตอนนี้ไม่สามารถหลบมันได้แล้ว

    “ปราการน้ำแข็ง 5 ชั้น!!”

    เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

    กำแพงน้ำแข็งทั้ง 5 ชั้นถูกทะลวงด้วยพลังที่เหนือกว่า บ็อบใช้สติเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าไปขวางไว้พร้อมกับเหวี่ยงขวานหนักเข้าปะทะกับหัวอสูรสีดำ

    ตูมมมมมมมมม!!!

    การปะทะกันเกิดระเบิดขึ้นอีกครั้ง ร่างของบ็อบกระเด็นออกมาจากจุดที่ปะทะ เลือดพวยพุ่งออกทั้งปากและจมูก กระดูกซี่โครงที่แข็งแกร่งดังเหล็กกล้าของออร์คแตกหักไปหลายซี่ ออร่าพลังของบ็อบในตอนนี้ได้หายไปแล้ว เขานอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้น บ็อบหมดสภาพอย่างสิ้นเชิง ผลจากการฝืนใช้พลังที่มากเกินไปทำให้พลังชีวิตในตอนนี้อ่อนแออย่างที่สุด กล้ามเนื้อที่สั่นกระตุกก่อนที่จะสลบในตอนนี้ได้แน่นิ่งไปแล้ว เอเลน่าที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบใช้พลังรักษาทันที

    แกรนด์ช่วงชิงโอกาสในการโจมตีครั้งสุดท้ายไว้ เขาวิ่งไปทางคุกน้ำแข็งที่พังออกด้านหนึ่งทันที โอกาสในการโจมตีครั้งสุดท้ายที่บ็อบเปิดให้ต้องไม่ทำให้สูญเปล่า ในระหว่างที่วิ่งเข้าแกรนด์ก็ได้ร่ายเวทย์อย่างรวดเร็วไปด้วย มิคาเอลรับรู้ถึงการพุ่งเข้ามาโจมตีของแกรนด์ได้ เขามุ่งมาทางชายหนุ่มเพื่อรับมือก่อน

    “หอกนรกทมิฬ!”

    หอกสีดำยาวกว่า 2 เมตรถูกสร้างขึ้นในมือขวาของชายชรา พลังของเวทย์แห่งความตายที่อัดแน่นอยู่ในนี้จนกลายเป็นรูปร่างของหอก แผ่ไอพลังจนน่ากลัว แม้ว่าจะเป็นแผ่นเหล็กหนาเป็นเมตร หอกนี้ก็สามารถเจาะทะลุได้อย่างง่ายดาย

    “ความพิโรธแห่งสรวงสวรรค์ สายฟ้าแห่งการลงทัณฑ์ก่อกำเนิด พลังแห่งเทพมังกรผู้ปกครองผืนฟ้าจงสถิต – คัมภีร์มังกรเทวะอสนีบาต”

    แกรนด์เงื้องแขนขวาที่เต็มไปด้วยพลังสายฟ้าอัดแน่นจนมิคาเอลต้องขนหัวลุก มือขวาของแกรนด์ที่รวบรวมพลังสายฟ้านี้เอาไว้ฉีกขาดเป็นแผลหลายสิบแผล เลือดที่ไหลออกมาถูกพลังสายฟ้าเข้มข้นดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น

    “มังกรสายฟ้าคลั่งทำลายล้าง!!!”

    เปรี้ยงงงงงงงงงงงงง!!!!

    สายฟ้าพุ่งเป็นเส้นตรงเข้าหาเป้าหมายพร้อมๆ กับหอกสีดำที่ถูกขว้างออกมาจากมือของชายชรา เดิมทีพลังทั้งสองจะต้องปะทะกัน แต่เนื่องจากการควบคุมท่ามังกรสายฟ้าคลั่งทำลายล้างของแกรนด์นั้นมันควบคุมได้ยาก ทั้งในตอนนี้เขาเองก็ฝืนใช้จนพลังหมดทั้งตัว การเล็งไปที่เป้าหมายจึงทำได้ยากกว่าเดิมมากนัก แกรนด์เล็งโจมตีไปที่หน้าอกของมิคาเอล แต่วิถีของสายฟ้าคลาดเคลื่อนเบี่ยงไปทางซ้ายทำให้มิคาเอลโดนพลังสายฟ้าทะลวงไหลซ้ายเข้าอย่างจัง ส่วนแกรนด์โดนหอกสีดำเสียบทะลุหน้าอกพุ่งลอยไปตามวิถีของหอกจนกระแทกและเสียบห้อยไว้คากำแพงด้านข้างปราสาท ด้านมิคาเอลที่โดนพลังสายฟ้าที่รุนแรงยิ่งกว่าฟ้าผ่าเข้าที่หัวไหล่ ตอนนี้หัวไหล่ซ้ายของเขาหายไปทั้งหมด รวมถึงแขนซ้ายทั้งแขนด้วย ชายชราล้มลงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ตอนนี้เขาใช้พลังที่ได้มาจนแทบจะหมดแล้ว พลังที่เหลืออยู่จึงใช้เพื่อยับยั้งความเจ็บปวดและฟื้นฟูอาการบาดเจ็บหนักของเขาให้ทุเลาลง

    เอเลน่าใช้น้ำม่านน้ำแข็งคลุมตัวบ็อบเอาไว้เช่นเดียวกับไคลน์แล้วผละออกมา ภาพที่อยู่ต่อหน้าทำให้เธอตกใจถึงขีดสุด แกรนด์ในตอนนี้ถูกหอกสีดำแทงทะลุหน้าอกและเสียบคาไว้ที่ผนังของปราสาท จากสภาพแล้วระบุได้เลยว่าถึงไม่ตายในตอนนี้แต่ถ้าอยู่แบบนั้นอีก ไม่นานต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย

    “เอเลน่า เหลือแค่เราแล้วนะ มอบพลังของเจ้ามาให้อาจารย์เถอะ”

    มิคาเอลในสภาพที่ไหล่หายไปข้างและเหลือเพียงแค่แขนเดียวมองมาทางเอเลน่าอย่างกระหาย มันใช้แขนขวาที่เหลือสร้างหอกสีดำแบบเดียวกับที่เสียบแกรนด์อยู่ออกมาอีกแท่ง แต่มีขนาดเล็กกว่ากันมาก อาจเป็นเพราะพลังที่เขาเหลืออยู่ก็มีน้อยนิด แต่แค่นี้ก็เพียงพอที่จะปลิดชีพเอเลน่าที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวแล้ว

    กร๊อบ!

    เสียงแปลกปลอมแทรกเข้ามาในขณะที่มิคาเอลกำลังจะลงมือ เสียงนั้นดังมาจากทางปราสาท ชายชราหันไปมองพร้อมด้วยแววตาที่ส่อถึงความแปลกใจ

    “ยังไม่ตายอีกเหร...”

    ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค ชายชรากลืนคำพูดตัวเองลงไปทันที ภาพที่เห็นไม่ใช่แค่ชายหนุ่มที่ถูกเสียบห้อยไว้ยังไม่ตาย แต่ในตอนนี้เขากำลังดึงหอกที่ยึดติดร่างของเขาไว้กับกำแพงปราสาทออก หอกที่เสียบทะลุร่างเป็นเมตรถูกดึงออก ร่างของชายหนุ่มร่อนลงมาที่พื้นและยืนขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีแม้แต่เสียงร้องครวญครางของความเจ็บปวดเหมือนอย่างมนุษย์ที่ควรจะเป็น และหอกสีดำที่เคยตรึงร่างเขาไว้กับตัวปราสาท ชายหนุ่มจับมันหักออกเหมือนกับเป็นท่อนไม้ผุๆ ท่อนหนึ่ง ในตอนนี้ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายสีฟ้าเจิดจ้า ร่างกายถูกคลุมเอาไว้ด้วยออร่าสีฟ้าเช่นกัน สายตาคู่นั้นจ้องมองมาที่มิคาเอล ร่างกายของชายชราที่ถูกจ้องมองด้วยสายตาสีฟ้าถึงกับสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ไปทั่วทั้งร่าง พลังที่สร้างหอกสีดำขึ้นมาแตกสลายคามือ ชายชราในตอนนี้ได้ถูกพลังจิตข่มเอาไว้จนรู้สึกหวาดกลัวไปถึงส่วนลึกของจิตใจ ดวงตาคู่นั้นไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ แต่มันเหมือนกับดวงตาของทวยเทพที่จ้องมองมาและมนุษย์ทุกผู้คนล้วนแต่ต้องยอมสยบ

    “เจ้า..เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ นี่ข้า ข้าผู้ที่มีพลังอยู่ในระดับอัศวินจอมเวทย์ ข้าผู้นี้กำลังหวาดกลัวเด็กหนุ่มใกล้ตายแค่คนเดียว? เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้!”

    ชายชรารวบรวมพลังใจทั้งหมดพุ่งเข้ามาเพื่อโจมตีใส่แกรนด์ที่ยืนอยู่ห่างจากเขาหลายสิบเมตร

    “โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!”

    แกรนด์คำรามขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ทอแสงสีฟ้าสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามในครั้งนี้สามารถบอกได้เลยว่าเป็นท่ามังกรสายฟ้าคำรามที่แกรนด์ใช้อยู่เป็นประจำ แต่ในคราวนี้มันกลับเป็นเสียงที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังกว่าที่ผ่านมามากมายนัก มากจนคล้ายกับว่าเป็นมังกรตัวจริงคำรามออกมา ที่ด้านหลังของชายหนุ่มปรากฏร่างเงาสีฟ้าของมังกรใหญ่โตในท่าคำราม

    มิคาเอลในตอนนี้ตัวแข็งขาแข็งลนลานทำอะไรไม่ถูก นี่มันพลังอะไรกัน? พลังที่สูงส่งจนตัวเขารู้สึกเป็นเพียงมดปลวกเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่ยิ่งใหญ่นั้น เขารวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่น้อยนิดเหาะหนีอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในขณะนี้ ส่วนลึกที่สุดของจิตใจเขาได้ถูกสลักเอาไว้ด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง ต้องหนี หนีเท่านั้น ในหัวของเขามีแค่คำว่าหนีคำเดียวที่สั่งการร่างกายอันแสนยับเยินให้หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ยังมีสติหลงเหลืออยู่

    ผ่านไปชั่วอึดใจหลังจากที่คำรามและมิคาเอลได้หนีเตลิดไป ดวงตาของแกรนด์ที่เปล่งประกายก็หายไปและลงล้มนอนกองอยู่ตรงนั้น พลังชีวิตของเขาในตอนนี้อ่อนกำลังลงยิ่งกว่าเดิมอีก เอเลน่าดื่มยาฟื้นพลังและรีบใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อรักษาเบื้องต้นให้กับแกรนด์ อาการของเขานั้นหนักที่สุดในบรรดาทั้งสามคน เมื่อรักษาจนแน่ใจว่าสามารถยืดลมหายใจของแกรนด์ออกไปได้ชั่วคราวแล้ว เอเลน่าก็ใช้อักขระสื่อสารระยะไกลทันที

    “ท่านพ่อ! ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เร็วมารับพวกข้าที่ชายป่ามรณะที มีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน พวกเขาต้องได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด”

    เธอวางแขนลงพร้อมกับใช้ม่านน้ำแข็งคลุมตัวแกรนด์ไว้ เอเลน่าบังคับให้ม่านน้ำแข็งที่คลุมตัวทั้งสามลอยขึ้นและเธอก็พาทั้งสามเดินลัดเลาะออกจากป่า จากการที่สูญเสียพลังไปในการต่อสู้จำนวนมากทั้งการฟื้นฟูจากยายังเป็นไปอย่างเชื่องช้า เอเลน่าจึงเดินทางออกจากป่าไปได้ช้ามาก เพราะต้องระวังพวกอันเดธหรือศัตรูตัวอื่นๆ ในป่าเข้ามาโจมตีด้วย

    ...หมู่บ้านนักล่า...

    “เอ้าชน!!”

    ครีท เวนไฮร์และโคลด์กำลังนั่งชนแก้วกันอย่างสบายใจที่หน้าบ้านหลัก หลังจากเหตุการณ์กลุ่มโจรบุกเข้ามาที่หมู่บ้านในยามวิกาลทำให้แทบทุกคนในหมู่บ้านขวัญแตกกระเจิงและพลอยนอนไม่หลับไปด้วย ทั้งสามจึงต้องเฝ้าระวังในคืนนี้เพื่อสร้างความมั่นใจ แต่ผ่านไปไม่นานนัก เหล้ารัมก็ถูกเปิดไปถึงสองถังแล้ว นักล่าคนอื่นๆ ในหมู่บ้านก็ล้วนตื่นตัว ทุกคนเฝ้าระวังอย่างขันแข็งในคืนนี้ แสงจากคบไฟถูกจุดขึ้นจนสว่างไปทั้งหมู่บ้าน

    “โฮ่ๆ พวกเจ้าดูนั่นสิ ทางป่ามรณะเริ่มซัดกันแล้วว่ะ”

    ครีทพูดขึ้นพร้อมชี้ไปทางป่ามรณะ ป่ามรณะถึงจะอยู่ห่างไกลออกไปมากแต่ก็สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากหมู่บ้านแม้จะเป็นเวลากลางคืน เพราะมันจะมีสีดำทึบยิ่งกว่าพื้นที่อื่นๆ ทั้งสามนั่งดื่มกันไปและมองไปที่ป่ามรณะไปด้วย ตลอดช่วงเวลาตั้งแต่ที่มีแสงวิบวับขึ้นที่ป่ามรณะก็กินเวลามาหลายสิบนาทีแล้ว แต่แสงวิบวับที่ป่ามรณะยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

    “แค่สู้กับกับกูลต้องจัดหนักถึงขนาดนั้นเลยเหรอวะ พวกเจ้าว่ามั้ย? ดูๆ แล้วข้านึกว่าพากันไประเบิดป่า”

    “หัวหน้าแข่งกันล่ากับทีมของเขารึเปล่า”

    “ท่านพ่อข้าคงทำแบบนั้นไม่ไหว”

    ทั้งสามต่างพากันคาดเดาไปต่างๆ นาๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการดื่ม

    “เฮ้ยๆ ๆ ดูนั่น มีดาวตกพุ่งลงป่าด้วยว่ะ โคตรสวย!”

    ครีทพรวดพราดชี้ให้ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมาดู

    “ไม่ใช่ว่าพวกหัวหน้าสร้างมันขึ้นมาเหรอ?”

    “เวนไฮร์ เมาแล้วเพ้อเจ้อนะเจ้าเนี่ย ใครที่ไหนมันจะบ้าไปสร้างดาวตกมาถล่มกูล แค่ระเบิดลูกเล็กๆ ของข้าพวกมันก็ตายแล้ว จะไปถ่อสร้างดาวตกมาทำไม เมาแล้วเป็นได้ขนาดนี้ก็กลับบ้านไปนอนเถอะเจ้าน่ะ”

    “จริงของเจ้านะ ใครมันบ้าสร้างดาวตกกัน ข้าคงเพ้อไปเอง”

    “นอนไม่หลับว่ะ เอาไพ่มาเล่นดีกว่า เฮ้ย! พวกที่เฝ้ายามตรงนั้นมานี่สักสองคนหน่อย ทางนี้ขาไม่ครบ”

    ...ชายป่ามรณะ...

    เอเลน่าพาทั้งสามออกมาจนถึงชายป่าเรียบร้อยแล้ว เธอคาดว่าอีกไม่นานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เร็วของพ่อเธอน่าจะมาถึง ระหว่างทางถูกทั้งสัตว์อสูรและอันเดธชนิดต่างๆ พุ่งเข้ามาโจมตีอยู่ตลอดทาง เอเลน่าที่อ่อนกำลังลงอย่างมากทั้งยังต้องปกป้องทั้งสามที่ถูกคลุมด้วยม่านน้ำแข็ง การต่อสู้เพื่อออกมาจากป่าในคราวนี้จึงได้รับบาดแผลมากถึงสิบกว่าแห่ง แต่ก็สามารถที่จะออกมาได้จนถึงชายป่า ในระหว่างที่รอหน่อยแพทย์มาถึง เอเลน่าเช็คอาการของทุกคนอีกครั้ง เมื่อมาถึงแกรนด์เธอมองไปที่แขนขวาของเขา มือมีรอยไหม้และแขนทั้งแขนมีแต่รอยแผลฉีกขาดจากการใช้ทักษะที่ควบคุมได้ยาก แต่มือซ้ายนั้นกำแน่นอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมแบออก เอเลน่าจับไปที่มือซ้ายของแกรนด์และแกะเพื่อให้มือแบออก ภายในกำมือนั้นพบแหวนมิติทองแดงวงหนึ่งอยู่ในนั้น ไม่ต้องเดาเลยว่าแหวนวงนี้ต้องเป็นของมิคาเอลอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงมิคาเอลจะสวมแหวนไว้ตั้ง 4 วง แต่ด้วยพลังของชายชราคนนั้นจะมีคนที่สามารถเอาของโดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยหรือ? อีกอย่าง ในการสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย หมอนี่มันเอาเวลาตอนไหนไปรูดแหวนของเค้ามา!