ตงหลิวฟานเทียนที่รู้อย่างนั้นก็อดยิ้มไม่ได้จริงๆ เขาหันไปทางซิงชิวกับซิงเหมา ก่อนที่จะพูดว่า
“อย่าไปพูดกับต้าเนียวอย่างนั้นเลย ต้าเนียวเป็นพวกไม่ชอบให้ใครมาบอกว่าอ้วนหน่ะ”
หลังจากเขาพูดเสร็จ ตงหลิวฟานได้ถามต่อว่าที่ ที่เกิดเหตุมันอยู่ตรงไหน
“ที่ที่เกิดเหตุอยู่ตรงไหนงั้นหรอ?”
ซิงเหมาก็เลยบอกว่าอยู่ภายในเมืองที่ตงหลิวฟานเทียนอยู่ เธอจะให้ตงหลิวฟานเทียนขึ้นรถของเธอ เพื่อไปยังที่เกิดเหตุ
“นี้เจ้าต้องการให้ข้าขึ้นยานพาหนะนั้นงั้นรึ?”
ตงหลิวฟานเทียนถามซิงเหมา ซิงเหมาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้บอกว่าใช่ เพราะถ้าขึ้นรถไปมันจะเร็วกว่า
แต๋ทว่าอยู่ๆตงหลิวฟานเทียนก็เดินมาจับมือทั้งสองก่อนที่จะพูดว่า
“ข้ามีวิธีที่เร็วกว่านะ”
หลังจากที่ตงหลิวฟานเทียนพูดจบ เขาก็ได้บินขึ้นพร้อมพาทั้งสองคนบินไปด้วย ซิงเหมากับซิงชิวรู้อยู่แล้วว่าตงหลิวฟานเทียนบินได้ แต่ไม่คิดว่าจะพาทั้งสองบินมาด้วย
ซิงเหมาก็ได้บอกทางตงหลิวฟานเทียนขณะบินอยู่ ถึงเสียงจะค่อนข้างเบาเพราะความเร็วในการบินตีลมมาทำให้เสียงเบา แต่ตงหลิวฟานเทียนก็ยังได้ยินละพาทั้งสองมาถูก
ซิงเหมาและซิงชิวสภาพคือดูไม่ได้เลย ผมในตอนแรกที่เป็นทรงตอนนี้เละไม่เป็นท่า
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจัดผมกับเสื้อผ้าของตนเองอยู่ ตงหลิวฟานเทียนก็ได้พูดขึ้นมา
“ที่นี้มีพลังปราณที่สูงมาก มันคงไปจากที่นี้ไปได้ไม่ไกลมาก”
ตงหลิวฟานเทียนเริ่มออกวิ่งไปตามพลังปราณที่เขาสัมผัสได้ ตงหลิวฟานเทียนนั้นวิ่งได้เร็วมากๆ ซิงเหมากับซิงชิวตามไม่ทันเลยแม้แต่นิดเดียว
“พี่นี้พวกเราโดนทิ้งแล้วใช่ไหม…”
ซิงชิวถามพี่สาวของตนเอง
“พี่ก็ว่างั้นนะ…”
พวกเขาทั้งสองคิดว่าคงตามไปไม่ทันแล้ว ก็ได้มีเสียงบางอย่าง
“วี๊ดดด!!”
เสียงของต้าเนียวที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันไม่ได้บินหรือวิ่งมา แต่มันทำในสิ่งที่เพนกวินถนัดที่สุด นั้นก็คือการสไลด์ตัวไปกับพื้น
มันดริฟตัวเองมาที่ตรงหน้าของทั้งสอง
“เจ้านกอ้ว…เอ้ยต้าเนียวแกมาที่นี้ทำไม?”
ซิงเหมาถามกับต้าเนียว ต้าเนียวขยิบตาข้างนึงพร้อมกับกวักปีกเล็กๆของมัน เหมือนมันจะให้ทั้งสองขี่หลังมัน มันจะไปส่งเอง
หลังจากที่ทั้งสองขี่หลังมัน มันก็ได้ตีปีกของตัวเองเป็นวงกลมเหมือนเป็นการเร่งเครื่อง
“วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!”
ต้าเนียวร้องพร้อมพุ่งไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว มันเร็วซะยิ่งกว่าตอนขับรถด้วยความเร็วสูงสุดเสียอีก
“อ๊ากกกกก!!!”
ทั้งสองร้องออกมาด้วยความตกใจกับความเร็ว ทั้งสองเกาะต้าเนียวเอาไว้แน่น
“วี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!”
ตัดมาที่ทางของตงหลิวฟานเทียน ตอนนี้เขาเข้าใกล้กับเจ้าตัวที่ปล่อยพลังปรานออกมาแล้ว
เขาวิ่งตามซอยกระโดดข้ามร้านค้าต่างๆ เขาคิดว่าถ้ายังวิ่งอย่างนี้คงหาไม่เจอแน่ๆ เขาก็ได้บินขึ้นพร้อมหลับตาเพื่อตรวจสอบปรานทั้งหมดใน บริเวณนั้น
‘เจอแล้วอยู่นั้นไง’
เหมือนตอนนี้ตงหลิวฟานเทียน จะเจอแล้วว่าที่มาของปรานนั้นอยู่ไหน เขาพุ่งตรงไปที่มันในทันที มันอยู่ในซอยเล็กๆที่ไม่มีผู้คน
“แก เป็นใครกัน ทำไมถึงหาฉันเจอ?”
เจ้าปีศาจที่ปล่อยพลังปราณออกมา ได้ถามกับตงหลิวฟานเทียน ว่าเจอเขาได้ยังไง
“มันไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจำเป็นต้องรู้”
เจ้าปีศาจนั้นหลังจากที่ได้ยิน ตงหลิวฟานเทียนพูดอย่างนั้น มันก็รู้ได้ทันทีว่าตงหลิวฟานเทียนไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ มันรู้สึดได้ถึงพลังที่น่ากลัว
ที่ออกมาจากตัวของตงหลิวฟานเทียน เป็นพลังที่มันเองก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เป็นพลังที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่มันจะเดาได้ว่าพลังนั้นเยอะขนาดไหน
พอมันรู้ได้ถึงพลังที่เยอะเกินกว่าที่มันจะสู้ได้ มันก็รีบจะมุดตัวเองไปที่กำแพงเพื่อที่จะหนีโดยทันที
แต่ก็เกิดเรื่องที่คาดไม่ถึง อยู่ๆก็มีบางอย่างพุ่งมาชนเจ้าปีศาจนั้นอย่างจัง และแรงมากๆ มันเป็นก้อนสีดำกับคนอีกสองคนที่อยู่ตรงหลังของมัน
สิ่งที่พุ่งชนมันร้องอะไรบ้างอย่างออกมาด้วย มันร้องว่า
“ช่วยด้วยยยย!!!!!”
“วี๊ดดดดดดดดดดด!!!”