รักแท้หรือจะแพ้ซัคคิวบัส

    Act1 Ch4.5 NC 4 การรักษาแบบต่อเนื่อง

    “ได้เวลาลงมือรักษาจริงจังแล้วค่ะ”

    มิร่ากดปุ่มข้างเตียง พนักเอนลงช้าๆ พร้อมเสียงมอเตอร์หึ่งเบาๆ จนซันเปลี่ยนจากท่านั่งเป็๞นอนหงายเกือบราบ

    “คนไข้นอนตามสบายเลยนะคะ”

    โลหะเย็นๆ รัดเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างก่อนที่สมองซึ่งกำลังมึนยาของเขาจะทันประมวลผล สายรัดบุนวมล็อกข้อเท้าแยกออกจากกัน ดึงขาเขาถ่างกว้างจนชายชุดคนไข้ที่ผูกปมหลวมอยู่แล้วรูดเปิดออกจนหมด

    ลมแอร์ปะทะส่วนที่ไม่เคยโดนลมแบบนี้มาก่อน เขาเกร็งสะดุ้ง

    “เดี๋ยว— ปลดออกก่อน นี่มันมากไป” เสียงเขาสูงขึ้นกว่าที่ตั้งใจ ฤทธิ์ยาทำให้ทุก๱ั๣๵ั๱คมจนแค่ลมก็ทรมาน

    “มากไปตรงไหนคะ”

    มิร่ายืนมองงานของตัวเองอย่างพอใจ

    “คนไข้ที่ดื้อยาขนาดพ่นทิ้งใส่พยาบาล ก็ต้องมีมาตรการกันดิ้นหน่อยสิคะ เนอะ”

    เขารู้ว่านี่ไม่ใช่การปฏิเสธจริงๆ ของตัวเอง สิ่งที่อยากปลดไม่ใช่สายรัด แต่เป็๞สายตาสองคู่ที่กำลังจ้องลงมาเห็นเขาในสภาพนี้ทั้งหมด ทั้งที่ลึกลงไปกว่านั้น—ส่วนที่เขาเกลียดที่สุดในตัวเอง—คือหัวใจที่เต้นแรงขึ้นทุกวินาทีที่ถูกตรึงไว้แบบช่วยตัวเองไม่ได้

    มิร่าเดินไปประจำที่ปลายเตียงระหว่างขาที่ถูกถ่างของเขา ส่วนอาเรียลังเลอยู่ทางหัวเตียง

    “พยาบาลฝึกหัดดูแล๰่๭๫บนนะคะ”

    มิร่าสั่งเหมือนกำลังแบ่งงานในห้องผ่าตัด

    “ปาก คอ หน้าอก ส่วน๰่๭๫ล่างหนูจัดการเอง คนไข้รายนี้ต้องดูแลใกล้ชิดเป็๞พิเศษ”

    “๰่๥๹บน… ทำยังไง”

    อาเรียถามเสียงเบา

    “ใช้ปากค่ะ ใช้นิ้ว อะไรก็ได้ที่ทำให้คนไข้รู้สึกดีด้วยการกระตุ้น”

    มิร่ายิ้มอย่างสนุกสนาน

    “แล้วก็ข้อสำคัญที่สุด... ไม่ว่าคนไข้จะขอร้อง อ้อนวอน หรือร้องไห้ก็ตาม ห้ามให้เขาหลบสายตาเด็ดขาดนะคะ”

    ซันรู้สึกหัวใจวูบลงไปถึงตาตุ่ม

    จากทุกอย่างในห้องนี้ จากยา จากสายรัด จากการถูกถ่างขาเปิดโล่ง สิ่งที่มิร่าเลือกเป็๲อาวุธกลับเป็๲สิ่งที่เล็กที่สุดและร้ายที่สุด เธอรู้ รู้ว่าสำหรับคนอย่างเขา การถูก มอง ตอนเสียการควบคุม ทรมานยิ่งกว่าการถูกแตะตัวเสียอีก

    อาเรียก้มลงเหนือเขา ผมสีทองอ่อนยาวสยายลงมาเป็๞ม่านปิดโลกทั้งใบให้เหลือแค่ใบหน้าเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนผิวที่ยาเร่งจนทุกการ๱ั๣๵ั๱กลายเป็๞ประกายไฟ เธอยังเขินอยู่—เขาเห็นมันในริมฝีปากที่เม้มแน่น—แต่มือที่วางลงบนอกเปลือยของเขากลับมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ปลายนิ้วลากผ่านกลางอกช้าๆ สำรวจไปทุกตารางนิ้วราวกำลังจดบันทึกแผนที่ใหม่ ก่อนจะหยุดเขี่ยปุ่มเล็กๆ ข้างหนึ่งอย่างทดลอง

    ไฟฟ้าแล่นพรึบ ซันกัดฟันกลั้นเสียง

    “…ตรงนี้ทำให้คนไข้รู้สึกดีสินะ”

    อาเรียพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไป เธอกำลังอินกับบทบาท เธอก้มลงอมปุ่มนั้นไว้ในปาก ใช้ปลายลิ้นวนเลียช้าๆ สลับกับขบเบาๆ ขณะปลายนิ้วอีกข้างบีบคลึงปุ่มอีกฝั่งไปพร้อมกัน ลิ้นอุ่นชื้นตัดกับลมแอร์เย็นที่พัดผ่านรอยน้ำลายของเธอ จนซันขนลุกซู่ไล่ขึ้นไปทั้งแผ่นหลัง

    เสียงที่เขาพยายามกลั้นเล็ดลอดออกมาจนได้ สูงและแหบกว่าที่เขาอยากให้ใครได้ยิน

    “อย่า… หลบตาสิคะ”

    เสียงอาเรียแ๵่๭ลงมาข้างหู ทำตามที่มิร่าสอนเป๊ะ มือเรียวจับคางเขาหันกลับมา

    “มองหน้าพยาบาลไว้”

    แล้วในจังหวะเดียวกันนั้น ความอุ่นชื้นก็ห่อหุ้มส่วนล่างของเขาเข้าเต็มที่

    ลมหายใจซันค้างกลางอก ปากของมิร่าอุ่นนุ่มและรัดกระชับอย่างพอดิบพอดี ลิ้นของเธอรูดไล้ขึ้นลงเป็๲จังหวะ คลึงวนที่ปลายแล้วดูดลึกลงช้าๆ จนเขารู้สึกได้ถึงทุกการเคลื่อนไหวผ่านผิวที่ยาเร่งให้ไวกว่าเดิมหลายเท่า เธออ่านปฏิกิริยาบนร่างเขาออกหมด ทุกครั้งที่เขาเกร็งจนใกล้จะหมดความอดทน เธอจะผ่อนจังหวะลงให้เขาค้างเติ่งอยู่ตรงขอบหน้าผา ทุกครั้งที่เขาเผลอคลาย เธอจะเร่งกลับเข้ามาจนตั้งตัวไม่ทัน

    นี่มันการทรมานชัดๆ กลายเป็๞ของเล่นโดยสมบูรณ์

    ซันแอ่นหลังเท่าที่สายรัดยอม สมองอัจฉริยะที่เคยคำนวณวงโคจรมานาได้ในหัวกลายเป็๲กระดาษเปล่า ความคิดทุกอย่างละลายเหลือเพียงความรู้สึกล้วนๆ ข้างบน อาเรียไล่เลียและขบหัวนมเบาๆ สลับกับจับคางบังคับให้เขาสบตาเธอ ไม่ยอมให้เขาหนีสายตาไปไหนแม้แต่วินาทีเดียว

    ถูกกระทำทั้งบนและล่าง โดยห้ามแม้แต่จะหลับตาหนี

    “จำกติกาไว้นะคะคนไข้”

    มิร่าเงยขึ้นมาพูดคั่น น้ำเสียงใจดีอย่างเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับสิ่งที่มือเธอกำลังทำ

    “ห้ามเสร็จจนกว่าพยาบาลฝึกหัดจะนับถอยหลังจบ ถ้าเผลอปล่อยก่อน หนูจะเพิ่มยาอีกโดสนะคะ”

    “นับ… อะไร—”

    “พยาบาลอาเรีย นับจาก10เลยค่ะ”

    “…10”

    อาเรียเริ่มนับ เสียงสั่นนิดๆ มือยังคลึงอยู่

    “9… 8…”

    มันโหดร้ายตรงที่เขาเข้าใจกลไกทุกอย่าง รู้ว่ายาทำให้เขาใกล้ขีดจำกัดเร็วกว่าปกติหลายเท่า รู้ว่าการนับถอยหลังคือการบังคับให้เขากลั้นสิ่งที่ร่างกายอยากปลดที่สุด และรู้ว่าตัวเองกำลังจะแพ้ สติปัญญาที่เฉียบแหลมทั้งหมดก็ยังไร้ค่าเหมือนเดิม

    “7… 6…”

    เขากัดริมฝีปาก เกร็งทุกส่วนเพื่อหน่วงมันไว้

    “5… 4…”

    “มิร่า… ช้าลง… ผมจะ—”

    “3…” อาเรียนับต่อ แต่จังหวะมือมิร่ากลับเร็วขึ้นสวนทาง

    “2…”

    แล้วอาเรียก็เงียบไป

    ซันค้างอยู่ตรงขอบ ทั้งตัวสั่น รอตัวเลขสุดท้ายที่จะปลดปล่อยเขา แต่มันไม่มา อาเรียลืมนับ—เขาเห็นในตาเธอว่าเธอเผลอจมไปกับการมองหน้าเขาจนหลุดจากตัวเลขไปจริงๆ

    “นับใหม่ค่ะพยาบาล”

    มิร่าสั่งเบาๆ จากปลายเตียง โดยไม่ยอมหยุดมือ

    “๻ั้๫แ๻่ 10 เลยค่ะ”

    เสียงครางหลุดจากลำคอซันก่อนที่เขาจะห้ามทัน

    “ไม่… เริ่มใหม่ไม่ได้แล้ว ผมทนไม่—”

    “10”

    คราวนี้เสียงเธอไม่สั่นอีกแล้ว และซันรู้สึกได้ทันทีว่าบางอย่างในตัวเธอเปลี่ยนไป สายตาที่จ้องลงมาหมดความเขิน เหลือไว้แต่ความสนใจอย่างลึกซึ้ง—กำลังศึกษา

    กำลังเพลิดเพลินกับทุกการกระตุกบนใบหน้าเขา

    “9… 8… 7…”

    ทุกตัวเลขคือการทรมานที่ถูกยืดออก มิร่าด้านล่างเร่งจังหวะขึ้นจนเขาแทบไม่เหลืออะไรให้กลั้น

    “6… 5… 4… 3… 2…”

    แล้วเธอก็หยุด ก้มลงมองตาเขาในระยะใกล้ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวท้องฟ้ายามค่ำที่แน่นไปด้วยดาวจับจ้องไม่วางตา ก่อนมุมปากจะค่อยๆ ยกขึ้นเป็๲รอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นบนหน้าอาเรียมาก่อน

    “1…”

    ซันค้างเติ่งอยู่ตรงขอบ ทั้งร่างขอร้องหาตัวเลขสุดท้าย “อาเรีย…”

    “1…” เธอพูดซ้ำ เสียงนิ่งสนิท มองหน้าเขาไม่วางตา

    “อาเรีย ขอร้องล่ะ…”

    “1…”

    น้ำตาคลอขึ้นที่หางตาเขาด้วยความทรมานหวานที่ทนแทบไม่ไหว เขาแตกสลายลงตรงนั้น ลนลาน หมดรูป ศักดิ์ศรีที่อุตส่าห์ก่อมาทั้งชีวิตพังครืนต่อหน้าผู้หญิงที่กำลังยิ้มให้กับสภาพนี้ของเขา

    และเมื่อเธอพอใจกับสิ่งที่เห็นจนเต็มอิ่มแล้ว เธอก็ก้มลงกระซิบข้างหูเขาเบาๆ

    “0”

    ซันปลดปล่อยออกมาพร้อมเสียงครางที่กลั้นไม่อยู่อีกต่อไป ทั้งร่างสั่นเทิ้มใต้สายรัด นานและหนักจนตาพร่า

    แล้วความอายก็ถาโถมเข้ามาแทนที่ทันทีที่สติกลับ

    เขาเพิ่งเสร็จ—ต่อหน้าอาเรีย โดยมีอาเรียจับคางบังคับให้สบตาตลอดเวลา เขายกมือจะปิดหน้าตามสัญชาตญาณ แล้วถึงนึกได้ว่าข้อมือถูกรัดไว้ ไม่มีที่ให้ซ่อนหน้า ไม่มีที่ให้ซ่อนอะไรเลยสักอย่าง

    “…อย่ามองนะ” เขากระซิบ เสียงแทบไม่เหลือ หน้าแดงก่ำไปถึงคอ

    อาเรียไม่ตอบ เธอแค่จ้องเขาด้วยสายตาที่เขาอ่านไม่ออกเลยสักนิด ซึ่งสำหรับคนที่อ่านใจคนอื่นออกหมดมาทั้งชีวิต มันน่ากลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น

    "ขอร้องล่ะ อย่ามองหน้าผมในสภาพนี้นะ"

    ส่วนที่ปลายเตียง มิร่าผละออกมา เช็ดมุมปากด้วยหลังมืออย่างสุภาพ แล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง

    ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

    ปริมาณมานาที่เพิ่งดูดเข้ามารอบเดียว มากกว่าที่เธอเคยได้จากซันในหนึ่งวันรวมกันเสียอีก พลังที่ข้นและบริสุทธิ์จนแทบสำลัก เธอเคยสงสัยว่าทำไมการรักษาคำสาปของพี่ชายถึงฝืดขึ้นเรื่อยๆ และคำตอบก็เพิ่งไหลเข้าปากเธอเมื่อครู่นี้เอง

    การมียัยปีศาจอยู่ด้วย… ได้ผลจริงๆ สินะ

    มิร่ามองคนไข้ที่กำลังหอบอยู่ใต้สายรัด มองพยาบาลฝึกหัดที่ยังจ้องเขาไม่วางตา แล้วอดยิ้มในใจไม่ได้

    ถ้าแค่ยกแรกได้ขนาดนี้ ที่เหลือทั้งคืนจะขนาดไหนกันนะ

    ซันยังไม่ทันได้หายใจให้เต็มปอด มิร่าก็หยิบหลอดเจลใสจากถาดสแตนเลสส่งให้อาเรีย

    “ยกแรกหนูโชว์ให้ดูแล้วนะคะ ทีนี้ถึงตาพยาบาลฝึกหัดลงมือเองบ้าง” มิร่าถอยไปนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง ไขว่ห้างสบายอารมณ์เหมือนกรรมการที่มาดูการสอบ

    “๰่๭๫ล่างทั้งหมดเป็๞ของอาเรียจังเลยค่ะ หนูจะคอยให้คะแนน”

    อาเรียมองหลอดเจลในมือ แล้วมองลงมาที่ตัวเขาซึ่งยังถูกมัดถ่างขาอยู่บนเตียง ใบหน้านิ่งๆ กลับมาแดงอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเห็นอย่างอื่นปนอยู่ในนั้นด้วย ความตั้งใจของคนที่เพิ่งโดนยื่นโจทย์ใหม่มาให้แก้

    เธอบีบเจลลงบนฝ่ามือ ลังเลอยู่วินาทีหนึ่ง ก่อนจะโอบมือลงรอบตัวเขา

    ซันเกร็งรับ—แล้วก็พบว่ามันต่างจากตอนมิร่าทำอย่างสิ้นเชิง

    มือของอาเรียยังไม่รู้จังหวะ บีบแน่นไปบ้าง เร็วไปบ้าง ๱ั๣๵ั๱ที่เก้กังทำให้ความรู้สึกขาดๆ หายๆ เขากัดฟันกลั้นเสียงไว้ได้ไม่ยากนัก ซึ่งตามปกติแล้วเขาควรจะดีใจ

    ปัญหาคืออาเรียสังเกตเห็น

    “…ครางน้อยกว่าตอนมิร่าทำ” เธอพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบ แต่เขาฟังออกว่าใต้เสียงนั้นมีอะไรบางอย่างเพิ่งติดไฟ

    เขารู้จักน้ำเสียงนี้ดี มันคือเสียงของอาเรียตอนเจอคู่ต่อสู้ที่เอาชนะไม่ได้ในรอบแรก เสียงของคนที่ไม่เคยยอมแพ้ง่ายๆ

    “อาเรีย เดี๋ยว ไม่ต้องจริงจังขนาด—”

    “เงียบ” เธอตัดบท สายตาจับจ้องลงมาที่มือตัวเองอย่างคนกำลังเก็บข้อมูล เปลี่ยนจังหวะ เปลี่ยนแรง เปลี่ยนตำแหน่งนิ้ว สังเกตปฏิกิริยาบนใบหน้าเขาทุกครั้งที่ลองอะไรใหม่ จนกระทั่ง—

    เสียงครางหลุดจากปากเขาก่อนที่จะห้ามทัน

    มุมปากอาเรียกระตุกขึ้น “เจอแล้ว”

    “หาจุดเจอเร็วกว่าที่คิดอีกนะคะ”

    มิร่าเอ่ยชมจากเก้าอี้ ก่อนลุกขึ้นหยิบถุงมือยางบางๆ ที่ผิวด้านในเต็มไปด้วยตุ่มนูนเล็กๆ เดินมาสวมให้อาเรียถึงมือ

    “แต่ฝีมือล้วนๆ แบบนี้ต้องฝึกกันไปอีกนานเลยค่ะ กว่ามือจะชำนาญ ระหว่างนี้ก็ให้มีตัวช่วยไปก่อน”

    เธอกดตุ่มบนถุงมือให้อาเรียดูประกอบ “ตุ่มพวกนี้เพิ่มแรงเสียดสีตรงจุดที่ไวที่สุด ใช้คู่กับจังหวะที่พยาบาลเพิ่งหาเจอ รับรองว่าคนไข้อยู่ไม่สุขแน่ๆ ส่วนจะรับไหวหรือเปล่าก็อีกเ๱ื่๵๹นะคะ”

    หายนะของจริงเริ่มตรงนี้เอง

    อาเรียทำซ้ำในจังหวะที่เพิ่งค้นเจอ คราวนี้ตุ่มเล็กๆ บนถุงมือไถลผ่านผิวที่ยายังเร่งให้ไวจนซันเงยหลังขึ้นจากเตียง เสียงที่เขาอุตส่าห์กลั้นมาทั้งคืนแตกออกมาดังกว่าที่เคย

    และยิ่งเขาร้อง อาเรียยิ่งเร่ง

    เขาเห็นมันในตาเธอ—ความตื่นเต้นของนักวิจัยที่การทดลองเพิ่งให้ผลตามสมมติฐาน เธอติดใจผลงานของตัวเอง อยากเห็นว่าจะดันให้ไกลกว่านี้ได้แค่ไหน มือเร่งจังหวะขึ้นไม่ลดละจนเขาไม่เหลือทางหน่วง

    “อาเรีย ผมจะ— เดี๋ยว มันจะ—”

    เขาเสร็จอีกครั้ง คราวนี้กระเด็นขึ้นไปเปื้อนใบหน้าและริมฝีปากของเธอที่ก้มอยู่ใกล้เกินไป

    ความเงียบทอดยาวออกไป

    อาเรียค้างอยู่ในท่าเดิม น้ำสีขาวเป็๲ทางอยู่บนแก้มและคาริมฝีปาก เธอเบิกตามองเขา ส่วนเขาก็มองกลับด้วยใบหน้าที่ร้อนจนแทบไหม้ ทั้งคู่ต่างไม่รู้จะขยับยังไงในความเงียบที่ข้นจนเกือบจับต้องได้

    แล้วเงาหนึ่งก็โน้มเข้ามาจากด้านข้างอย่างไม่รีบร้อน

    มิร่าเอียงหน้าเข้าหาอาเรียช้าๆ ใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะแก้มเธอ ซันที่นอนถูกมัดอยู่บนเตียงเห็นทุกอย่างชัดเจน—เห็นปลายลิ้นสีชมพูแลบออกมาแตะที่มุมปากอาเรียก่อน แล้วค่อยๆ ไล่เลียคราบขาวขึ้นไปตามแก้มอย่างเชื่องช้า เก็บทีละหยดราวกับกำลังลิ้มรสของล้ำค่า ไม่ใช่แค่เช็ดให้สะอาด

    อาเรียตัวเกร็งค้าง ลมหายใจสะดุดเมื่อลิ้นอุ่นไล้ผ่านผิว เปลือกตาเธอปรือลงครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะสะดุ้งเบิกขึ้นมาใหม่เหมือนเพิ่งจับได้ว่าตัวเองเผลอ

    มิร่าถอนหน้าออกเมื่อไม่เหลือร่องรอยให้เก็บ เลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ ดวงตาสีแดงเป็๲ประกายจับจ้องอาเรียในระยะประชิด

    “เสียดายของดีค่ะ” เธอพูดเรียบๆ พลางทอดเสียงต่ำลงนิด

    กว่าอาเรียจะตั้งสติได้ก็ตอนที่มิร่าถอยห่างไปแล้ว หน้าของเธอแดง๱ะเ๤ิ๪ขึ้นถึงหู “มะ— มิร่า!”

    “อ้าว ก็พยาบาลฝึกหัดทำเลอะนี่คะ พี่เลี้ยงก็ต้องช่วยเก็บกวาดสิ” มิร่ายิ้มหวานราวกับเพิ่งทำอะไรที่ปกติที่สุดในโลก

    ซันที่นอนหอบอยู่บนเตียงรู้สึกว่าตัวเองเริ่มถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ สองรอบติดในเวลาไม่นาน บวกฤทธิ์ยาที่ยังไม่จาง ทำให้ทั้งตัวอ่อนล้าจนสั่น

    “พอ… พอก่อนได้ไหม”

    เขาหอบ

    “ขอพักแป๊บ ผมไม่ไหวจริงๆ”

    เขาเห็นแววตาของมิร่าวาบขึ้นเล็กน้อย และรู้ทันทีว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป

    “ได้สิคะ”

    มิร่าตอบเรียบเกินไป เธอจูงแขนอาเรียให้ลุกตามขึ้น พาไปยังเตียงอีกหลังที่อยู่ถัดออกไป ก่อนเอื้อมมาจับขอบม่านสีฟ้าซีดที่แขวนรอบเตียงของเขา

    “งั้นคนไข้นอนพักก่อนนะคะ”

    แล้วม่านก็ถูกรูดปิดลงล้อมรอบตัวเขาจนมิด

    โลกของซันหดเหลือแค่พื้นที่แคบๆ หลังผ้าม่าน เขายังถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ มองไม่เห็นอะไรนอกจากผ้าสีฟ้าตรงหน้า และเงาของเตียง

    ตอนแรกมันก็รู้สึกดีอยู่หรอก

    ร่างกายที่ถูกรีดมาสองรอบติดได้พักเสียที ลมหายใจค่อยๆ กลับมาเป็๞จังหวะ กล้ามเนื้อที่เกร็งมาตลอดเริ่มคลายลง เขาหลับตา ปล่อยให้ตัวเองจมไปกับความโล่งโหวงเบาๆ หลังพายุ ความเงียบตรงนี้ไม่เลวเลย

    แต่ความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน

    เสียงคุยเบาๆ ของสองสาวลอยผ่านม่านบางเข้ามา คำพูดไม่ชัดนัก แต่จับใจความได้ว่ากำลังหยอกอะไรกันอยู่ แล้วก็มีเสียงอื่นแทรกขึ้นมา—ลมหายใจของอาเรียที่สะดุดเป็๞ห้วงๆ ตามด้วยเสียงครางเบาที่เธอพยายามกลั้นเอาไว้

    ซันลืมตาขึ้นทันที

    “อู้หู พยาบาลฝึกหัดของเราความรู้สึกไวจังเลยนะคะ”

    เสียงของมิร่าดังขึ้นมา ชัดถ้อยชัดคำกว่าที่ควรจะเป็๲ ราวกับจงใจเปล่งให้ทะลุม่านบางเข้ามา

    “เสียงน่ารักกว่าคนไข้เตียงโน้นที่เอาแต่เกร็งตั้งเยอะ”

    “พะ… พี่เลี้ยงคะ อย่าพูดดังสิ เดี๋ยว… เดี๋ยวคนไข้ได้ยิน”

    เสียงอาเรียกระเส่า แต่ยังฝืนเล่นตามบทพยาบาลอยู่

    “ได้ยินก็ดีน่ะสิคะ คนไข้จะได้รู้ตัวว่ากำลังพลาดการดูแลดีๆ ไป”

    มิร่าหัวเราะในลำคอ เสียงยังดังกำลังดีให้อีกฝั่งม่านรับได้เต็มๆ

    “เตียงโน้นปล่อยให้พักไปก่อนเถอะค่ะ พยาบาลสองคนดูแลกันเองก็สนุกจะตายไปแล้วเนอะ”

    เขานอนฟังอยู่พักหนึ่ง พยายามบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่เ๹ื่๪๫ของเขา เขาควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้พัก แต่ยิ่งเสียงของอาเรียดังขึ้น เขายิ่งอยู่ไม่สุข

    “…นี่ ทำอะไรกันอยู่”

    เขาเอ่ยออกไป พยายามคุมเสียงให้เรียบ

    “เปิดม่านหน่อยสิ”

    ไม่มีใครตอบ เสียงหยอกล้อกับเสียงครางยังดำเนินต่อไปราวกับไม่มีเขาอยู่ในห้องนี้

    “อาเรีย เปิดม่าน—นี่ ได้ยินไหม” เสียงเขาเริ่มดังขึ้น หลุดจากความเรียบที่อุตส่าห์รักษาไว้ เขากระตุกข้อมือที่ถูกรัด สายรัดบุนวมไม่ยอมให้ขยับไปไหนได้เลยสักนิด ยิ่งดิ้นยิ่งรู้สึกถึงความช่วยตัวเองไม่ได้ของตัวเองชัดขึ้น

    และนั่นแหละคือตอนที่เขารู้ตัวว่ากำลังแย่หนักกว่าเดิม

    เพราะทั้งที่หงุดหงิด ทั้งที่อยากโวยวาย เสียงครางของอาเรียที่ลอดม่านเข้ามากลับไปปลุกบางอย่างข้างล่างของเขาที่เพิ่งจะสงบลงเมื่อครู่ให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ฤทธิ์ยายังไม่จางหมด ทุกเสียงที่เธอปล่อยออกมาเหมือนนิ้วที่มองไม่เห็นลากผ่านตัวเขาช้าๆ เขากัดฟันแน่น สาปแช่งร่างกายตัวเองที่ซื่อสัตย์ต่อความ๻้๵๹๠า๱เกินไป

    ◇ ◇ ◇

    อีกด้านหนึ่งของม่าน อาเรียกำลังสู้กับหลายอย่างพร้อมกันจนแทบไม่ไหว

    ก่อนหน้านี้ตอนนั่งวางแผนกัน มิร่าเคยบอกเธอไว้คร่าวๆ ว่า “เดี๋ยวต้องมี๰่๭๫ที่พี่ชายขัดขืนหรือขอหยุดแน่นอนค่ะ พอถึงตอนนั้น พี่สาวออกมาทางนี้กับหนู แล้วทำตามที่หนูบอกก็พอ” ตอนได้ยินอาเรียนึกว่ามันคงแปลว่าให้ปล่อยซันพักหายใจสักครู่ เธอไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดว่า “ทำตามที่หนูบอก” จะหมายถึงการมานั่งให้ซัคคิวบัสตัวแสบลูบไล้อยู่บนเตียงอีกหลังแบบนี้

    มือของมิร่าไม่เคยอยู่นิ่ง มันเลื้อยอยู่ตามแผ่นหลัง ต้นคอ เอว แล้วก็ที่อื่นๆ ที่ทำให้อาเรียต้องกัดริมฝีปากตัวเองกลั้นเสียงอยู่ตลอดเวลา ซัคคิวบัสตนนี้ทำมันอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด

    “มิร่า เดี๋ยว…”

    อาเรียกระซิบ เสียงสั่น

    “เรา… น่าจะกลับไปดูเขาเถอะ ฉันเริ่มสงสารเขาแล้วนะ”

    “สงสารได้ค่ะ แต่ยังก่อนนะ” มิร่ากระซิบตอบข้างหู มือยังไม่หยุด

    เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังสอนอะไรบางอย่าง “ตอนนี้พี่ชายไม่ต่างอะไรกับหมาที่ถูกเลี้ยงจนเชื่องหรอกค่ะ ถ้าเราคอยป้อนความรักให้ตลอดเวลา ไม่นานเขาก็จะลืมไปว่ามันมีค่าแค่ไหน ต้องปล่อยให้ขาดมันบ้าง พออดอยากจนถึงที่สุดแล้วได้คืนมา เขาถึงจะรู้ซึ้งว่าความสนใจของพี่สาวสำคัญกับเขาขนาดไหน”

    จากอีกฝั่งของห้อง เสียงของซันดังลอดม่านมา “อาเรีย! เปิดม่านเดี๋ยวนี้นะ—ได้ยินไหม!”

    อาเรียสะดุ้ง อยากลุกไปหาเขาเหลือเกิน แต่มือของมิร่าเลือกขยับพอดีในจังหวะนั้น จนคำตอบที่เธอจะให้ซันกลายเป็๞เสียงครางที่หลุดออกมาแทน

    และนั่นทำให้เธอตกอยู่ในความรู้สึกที่ประหลาดที่สุดเท่าที่เคยเจอ

    การถูกมือของคนอื่นที่ไม่ใช่ซันลูบไล้จนตัวสั่น ในขณะที่หูได้ยินเสียงของซันร้องเรียกหาเธออยู่อีกฝั่งม่าน สองสิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นพร้อมกันได้เลย มันทำให้เธอรู้สึกผิดต่อเขาจนจุก ทว่าในความรู้สึกผิดนั้นกลับมีความตื่นเต้นบางอย่างซ่อนอยู่ ความสนุกแปลกๆ ที่เธอไม่กล้าเรียกชื่อออกมาดังๆ ราวกับเธอกำลังทำเ๹ื่๪๫ต้องห้ามที่ลึกๆ แล้วตัวเองอยากทำ

    เสียงของซันอีกฝั่งค่อยๆ เปลี่ยนไป

    จากการโวยวายเอ็ดตะโร มันแ๵่๭ลง อ่อนลง จนในที่สุดก็กลายเป็๞อีกเสียงหนึ่งที่อาเรียไม่เคยได้ยินจากเขามาก่อน

    “พยาบาลครับ… ช่วยผมด้วยครับ”

    ทั้งร่างของอาเรียวาบร้อนขึ้นในพริบตา

    “ผมอยากได้รับ… ‘การรักษา’ ”

    เสียงอ้อนแหบพร่านั้น เสียงของผู้ชายที่ปกติคุมทุกอย่างในชีวิตได้ ยอมเอ่ยคำที่เขาเกลียดที่สุดออกมาเองด้วยน้ำเสียงแบบนั้น—มันทำให้บางอย่างในตัวอาเรียที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ตื่นขึ้นมาเต็มตัว เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองชอบเสียงนี้มากแค่ไหน ชอบจนน่ากลัว

    มือของมิร่าหยุดลงทันที

    ซัคคิวบัสยิ้มพอใจ มองสีหน้าของพยาบาลฝึกหัดที่เปลี่ยนไป แล้วกระซิบเบาๆ เหมือนเล่าความลับ

    “นั่นแหละค่ะ เสียงที่เรารอ ♡”

    เธอลุกขึ้น ปัดชุดพยาบาลให้เรียบ แล้วเดินไปที่ขอบม่าน

    “โอเค ได้เวลาแล้วค่ะพี่สาว ไปให้รางวัลคนไข้ที่อดทนเก่งของเรากันเถอะ” มิร่าเอื้อมมือจับผ้าสีฟ้า

    แล้วม่านก็ถูกรูดเปิดออก