“ได้เวลาลงมือรักษาจริงจังแล้วค่ะ”
มิร่ากดปุ่มข้างเตียง พนักเอนลงช้าๆ พร้อมเสียงมอเตอร์หึ่งเบาๆ จนซันเปลี่ยนจากท่านั่งเป็นอนหงายเกือบราบ
“คนไข้นอนตามสบายเลยนะคะ”
โลหะเย็นๆ รัดเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างก่อนที่สมองซึ่งกำลังมึนยาของเขาจะทันประมวลผล สายรัดบุนวมล็อกข้อเท้าแยกออกจากกัน ดึงขาเขาถ่างกว้างจนชายชุดคนไข้ที่ผูกปมหลวมอยู่แล้วรูดเปิดออกจนหมด
ลมแอร์ปะทะส่วนที่ไม่เคยโดนลมแบบนี้มาก่อน เขาเกร็งสะดุ้ง
“เดี๋ยว— ปลดออกก่อน นี่มันมากไป” เสียงเขาสูงขึ้นกว่าที่ตั้งใจ ฤทธิ์ยาทำให้ทุกััคมจนแค่ลมก็ทรมาน
“มากไปตรงไหนคะ”
มิร่ายืนมองงานของตัวเองอย่างพอใจ
“คนไข้ที่ดื้อยาขนาดพ่นทิ้งใส่พยาบาล ก็ต้องมีมาตรการกันดิ้นหน่อยสิคะ เนอะ”
เขารู้ว่านี่ไม่ใช่การปฏิเสธจริงๆ ของตัวเอง สิ่งที่อยากปลดไม่ใช่สายรัด แต่เป็สายตาสองคู่ที่กำลังจ้องลงมาเห็นเขาในสภาพนี้ทั้งหมด ทั้งที่ลึกลงไปกว่านั้น—ส่วนที่เขาเกลียดที่สุดในตัวเอง—คือหัวใจที่เต้นแรงขึ้นทุกวินาทีที่ถูกตรึงไว้แบบช่วยตัวเองไม่ได้
มิร่าเดินไปประจำที่ปลายเตียงระหว่างขาที่ถูกถ่างของเขา ส่วนอาเรียลังเลอยู่ทางหัวเตียง
“พยาบาลฝึกหัดดูแล่บนนะคะ”
มิร่าสั่งเหมือนกำลังแบ่งงานในห้องผ่าตัด
“ปาก คอ หน้าอก ส่วน่ล่างหนูจัดการเอง คนไข้รายนี้ต้องดูแลใกล้ชิดเป็พิเศษ”
“่บน… ทำยังไง”
อาเรียถามเสียงเบา
“ใช้ปากค่ะ ใช้นิ้ว อะไรก็ได้ที่ทำให้คนไข้รู้สึกดีด้วยการกระตุ้น”
มิร่ายิ้มอย่างสนุกสนาน
“แล้วก็ข้อสำคัญที่สุด... ไม่ว่าคนไข้จะขอร้อง อ้อนวอน หรือร้องไห้ก็ตาม ห้ามให้เขาหลบสายตาเด็ดขาดนะคะ”
ซันรู้สึกหัวใจวูบลงไปถึงตาตุ่ม
จากทุกอย่างในห้องนี้ จากยา จากสายรัด จากการถูกถ่างขาเปิดโล่ง สิ่งที่มิร่าเลือกเป็อาวุธกลับเป็สิ่งที่เล็กที่สุดและร้ายที่สุด เธอรู้ รู้ว่าสำหรับคนอย่างเขา การถูก มอง ตอนเสียการควบคุม ทรมานยิ่งกว่าการถูกแตะตัวเสียอีก
อาเรียก้มลงเหนือเขา ผมสีทองอ่อนยาวสยายลงมาเป็ม่านปิดโลกทั้งใบให้เหลือแค่ใบหน้าเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนผิวที่ยาเร่งจนทุกการัักลายเป็ประกายไฟ เธอยังเขินอยู่—เขาเห็นมันในริมฝีปากที่เม้มแน่น—แต่มือที่วางลงบนอกเปลือยของเขากลับมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ปลายนิ้วลากผ่านกลางอกช้าๆ สำรวจไปทุกตารางนิ้วราวกำลังจดบันทึกแผนที่ใหม่ ก่อนจะหยุดเขี่ยปุ่มเล็กๆ ข้างหนึ่งอย่างทดลอง
ไฟฟ้าแล่นพรึบ ซันกัดฟันกลั้นเสียง
“…ตรงนี้ทำให้คนไข้รู้สึกดีสินะ”
อาเรียพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไป เธอกำลังอินกับบทบาท เธอก้มลงอมปุ่มนั้นไว้ในปาก ใช้ปลายลิ้นวนเลียช้าๆ สลับกับขบเบาๆ ขณะปลายนิ้วอีกข้างบีบคลึงปุ่มอีกฝั่งไปพร้อมกัน ลิ้นอุ่นชื้นตัดกับลมแอร์เย็นที่พัดผ่านรอยน้ำลายของเธอ จนซันขนลุกซู่ไล่ขึ้นไปทั้งแผ่นหลัง
เสียงที่เขาพยายามกลั้นเล็ดลอดออกมาจนได้ สูงและแหบกว่าที่เขาอยากให้ใครได้ยิน
“อย่า… หลบตาสิคะ”
เสียงอาเรียแ่ลงมาข้างหู ทำตามที่มิร่าสอนเป๊ะ มือเรียวจับคางเขาหันกลับมา
“มองหน้าพยาบาลไว้”
แล้วในจังหวะเดียวกันนั้น ความอุ่นชื้นก็ห่อหุ้มส่วนล่างของเขาเข้าเต็มที่
ลมหายใจซันค้างกลางอก ปากของมิร่าอุ่นนุ่มและรัดกระชับอย่างพอดิบพอดี ลิ้นของเธอรูดไล้ขึ้นลงเป็จังหวะ คลึงวนที่ปลายแล้วดูดลึกลงช้าๆ จนเขารู้สึกได้ถึงทุกการเคลื่อนไหวผ่านผิวที่ยาเร่งให้ไวกว่าเดิมหลายเท่า เธออ่านปฏิกิริยาบนร่างเขาออกหมด ทุกครั้งที่เขาเกร็งจนใกล้จะหมดความอดทน เธอจะผ่อนจังหวะลงให้เขาค้างเติ่งอยู่ตรงขอบหน้าผา ทุกครั้งที่เขาเผลอคลาย เธอจะเร่งกลับเข้ามาจนตั้งตัวไม่ทัน
นี่มันการทรมานชัดๆ กลายเป็ของเล่นโดยสมบูรณ์
ซันแอ่นหลังเท่าที่สายรัดยอม สมองอัจฉริยะที่เคยคำนวณวงโคจรมานาได้ในหัวกลายเป็กระดาษเปล่า ความคิดทุกอย่างละลายเหลือเพียงความรู้สึกล้วนๆ ข้างบน อาเรียไล่เลียและขบหัวนมเบาๆ สลับกับจับคางบังคับให้เขาสบตาเธอ ไม่ยอมให้เขาหนีสายตาไปไหนแม้แต่วินาทีเดียว
ถูกกระทำทั้งบนและล่าง โดยห้ามแม้แต่จะหลับตาหนี
“จำกติกาไว้นะคะคนไข้”
มิร่าเงยขึ้นมาพูดคั่น น้ำเสียงใจดีอย่างเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับสิ่งที่มือเธอกำลังทำ
“ห้ามเสร็จจนกว่าพยาบาลฝึกหัดจะนับถอยหลังจบ ถ้าเผลอปล่อยก่อน หนูจะเพิ่มยาอีกโดสนะคะ”
“นับ… อะไร—”
“พยาบาลอาเรีย นับจาก10เลยค่ะ”
“…10”
อาเรียเริ่มนับ เสียงสั่นนิดๆ มือยังคลึงอยู่
“9… 8…”
มันโหดร้ายตรงที่เขาเข้าใจกลไกทุกอย่าง รู้ว่ายาทำให้เขาใกล้ขีดจำกัดเร็วกว่าปกติหลายเท่า รู้ว่าการนับถอยหลังคือการบังคับให้เขากลั้นสิ่งที่ร่างกายอยากปลดที่สุด และรู้ว่าตัวเองกำลังจะแพ้ สติปัญญาที่เฉียบแหลมทั้งหมดก็ยังไร้ค่าเหมือนเดิม
“7… 6…”
เขากัดริมฝีปาก เกร็งทุกส่วนเพื่อหน่วงมันไว้
“5… 4…”
“มิร่า… ช้าลง… ผมจะ—”
“3…” อาเรียนับต่อ แต่จังหวะมือมิร่ากลับเร็วขึ้นสวนทาง
“2…”
แล้วอาเรียก็เงียบไป
ซันค้างอยู่ตรงขอบ ทั้งตัวสั่น รอตัวเลขสุดท้ายที่จะปลดปล่อยเขา แต่มันไม่มา อาเรียลืมนับ—เขาเห็นในตาเธอว่าเธอเผลอจมไปกับการมองหน้าเขาจนหลุดจากตัวเลขไปจริงๆ
“นับใหม่ค่ะพยาบาล”
มิร่าสั่งเบาๆ จากปลายเตียง โดยไม่ยอมหยุดมือ
“ั้แ่ 10 เลยค่ะ”
เสียงครางหลุดจากลำคอซันก่อนที่เขาจะห้ามทัน
“ไม่… เริ่มใหม่ไม่ได้แล้ว ผมทนไม่—”
“10”
คราวนี้เสียงเธอไม่สั่นอีกแล้ว และซันรู้สึกได้ทันทีว่าบางอย่างในตัวเธอเปลี่ยนไป สายตาที่จ้องลงมาหมดความเขิน เหลือไว้แต่ความสนใจอย่างลึกซึ้ง—กำลังศึกษา
กำลังเพลิดเพลินกับทุกการกระตุกบนใบหน้าเขา
“9… 8… 7…”
ทุกตัวเลขคือการทรมานที่ถูกยืดออก มิร่าด้านล่างเร่งจังหวะขึ้นจนเขาแทบไม่เหลืออะไรให้กลั้น
“6… 5… 4… 3… 2…”
แล้วเธอก็หยุด ก้มลงมองตาเขาในระยะใกล้ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวท้องฟ้ายามค่ำที่แน่นไปด้วยดาวจับจ้องไม่วางตา ก่อนมุมปากจะค่อยๆ ยกขึ้นเป็รอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นบนหน้าอาเรียมาก่อน
“1…”
ซันค้างเติ่งอยู่ตรงขอบ ทั้งร่างขอร้องหาตัวเลขสุดท้าย “อาเรีย…”
“1…” เธอพูดซ้ำ เสียงนิ่งสนิท มองหน้าเขาไม่วางตา
“อาเรีย ขอร้องล่ะ…”
“1…”
น้ำตาคลอขึ้นที่หางตาเขาด้วยความทรมานหวานที่ทนแทบไม่ไหว เขาแตกสลายลงตรงนั้น ลนลาน หมดรูป ศักดิ์ศรีที่อุตส่าห์ก่อมาทั้งชีวิตพังครืนต่อหน้าผู้หญิงที่กำลังยิ้มให้กับสภาพนี้ของเขา
และเมื่อเธอพอใจกับสิ่งที่เห็นจนเต็มอิ่มแล้ว เธอก็ก้มลงกระซิบข้างหูเขาเบาๆ
“0”
ซันปลดปล่อยออกมาพร้อมเสียงครางที่กลั้นไม่อยู่อีกต่อไป ทั้งร่างสั่นเทิ้มใต้สายรัด นานและหนักจนตาพร่า
แล้วความอายก็ถาโถมเข้ามาแทนที่ทันทีที่สติกลับ
เขาเพิ่งเสร็จ—ต่อหน้าอาเรีย โดยมีอาเรียจับคางบังคับให้สบตาตลอดเวลา เขายกมือจะปิดหน้าตามสัญชาตญาณ แล้วถึงนึกได้ว่าข้อมือถูกรัดไว้ ไม่มีที่ให้ซ่อนหน้า ไม่มีที่ให้ซ่อนอะไรเลยสักอย่าง
“…อย่ามองนะ” เขากระซิบ เสียงแทบไม่เหลือ หน้าแดงก่ำไปถึงคอ
อาเรียไม่ตอบ เธอแค่จ้องเขาด้วยสายตาที่เขาอ่านไม่ออกเลยสักนิด ซึ่งสำหรับคนที่อ่านใจคนอื่นออกหมดมาทั้งชีวิต มันน่ากลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น
"ขอร้องล่ะ อย่ามองหน้าผมในสภาพนี้นะ"
ส่วนที่ปลายเตียง มิร่าผละออกมา เช็ดมุมปากด้วยหลังมืออย่างสุภาพ แล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง
ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
ปริมาณมานาที่เพิ่งดูดเข้ามารอบเดียว มากกว่าที่เธอเคยได้จากซันในหนึ่งวันรวมกันเสียอีก พลังที่ข้นและบริสุทธิ์จนแทบสำลัก เธอเคยสงสัยว่าทำไมการรักษาคำสาปของพี่ชายถึงฝืดขึ้นเรื่อยๆ และคำตอบก็เพิ่งไหลเข้าปากเธอเมื่อครู่นี้เอง
การมียัยปีศาจอยู่ด้วย… ได้ผลจริงๆ สินะ
มิร่ามองคนไข้ที่กำลังหอบอยู่ใต้สายรัด มองพยาบาลฝึกหัดที่ยังจ้องเขาไม่วางตา แล้วอดยิ้มในใจไม่ได้
ถ้าแค่ยกแรกได้ขนาดนี้ ที่เหลือทั้งคืนจะขนาดไหนกันนะ
ซันยังไม่ทันได้หายใจให้เต็มปอด มิร่าก็หยิบหลอดเจลใสจากถาดสแตนเลสส่งให้อาเรีย
“ยกแรกหนูโชว์ให้ดูแล้วนะคะ ทีนี้ถึงตาพยาบาลฝึกหัดลงมือเองบ้าง” มิร่าถอยไปนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง ไขว่ห้างสบายอารมณ์เหมือนกรรมการที่มาดูการสอบ
“่ล่างทั้งหมดเป็ของอาเรียจังเลยค่ะ หนูจะคอยให้คะแนน”
อาเรียมองหลอดเจลในมือ แล้วมองลงมาที่ตัวเขาซึ่งยังถูกมัดถ่างขาอยู่บนเตียง ใบหน้านิ่งๆ กลับมาแดงอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเห็นอย่างอื่นปนอยู่ในนั้นด้วย ความตั้งใจของคนที่เพิ่งโดนยื่นโจทย์ใหม่มาให้แก้
เธอบีบเจลลงบนฝ่ามือ ลังเลอยู่วินาทีหนึ่ง ก่อนจะโอบมือลงรอบตัวเขา
ซันเกร็งรับ—แล้วก็พบว่ามันต่างจากตอนมิร่าทำอย่างสิ้นเชิง
มือของอาเรียยังไม่รู้จังหวะ บีบแน่นไปบ้าง เร็วไปบ้าง ััที่เก้กังทำให้ความรู้สึกขาดๆ หายๆ เขากัดฟันกลั้นเสียงไว้ได้ไม่ยากนัก ซึ่งตามปกติแล้วเขาควรจะดีใจ
ปัญหาคืออาเรียสังเกตเห็น
“…ครางน้อยกว่าตอนมิร่าทำ” เธอพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบ แต่เขาฟังออกว่าใต้เสียงนั้นมีอะไรบางอย่างเพิ่งติดไฟ
เขารู้จักน้ำเสียงนี้ดี มันคือเสียงของอาเรียตอนเจอคู่ต่อสู้ที่เอาชนะไม่ได้ในรอบแรก เสียงของคนที่ไม่เคยยอมแพ้ง่ายๆ
“อาเรีย เดี๋ยว ไม่ต้องจริงจังขนาด—”
“เงียบ” เธอตัดบท สายตาจับจ้องลงมาที่มือตัวเองอย่างคนกำลังเก็บข้อมูล เปลี่ยนจังหวะ เปลี่ยนแรง เปลี่ยนตำแหน่งนิ้ว สังเกตปฏิกิริยาบนใบหน้าเขาทุกครั้งที่ลองอะไรใหม่ จนกระทั่ง—
เสียงครางหลุดจากปากเขาก่อนที่จะห้ามทัน
มุมปากอาเรียกระตุกขึ้น “เจอแล้ว”
“หาจุดเจอเร็วกว่าที่คิดอีกนะคะ”
มิร่าเอ่ยชมจากเก้าอี้ ก่อนลุกขึ้นหยิบถุงมือยางบางๆ ที่ผิวด้านในเต็มไปด้วยตุ่มนูนเล็กๆ เดินมาสวมให้อาเรียถึงมือ
“แต่ฝีมือล้วนๆ แบบนี้ต้องฝึกกันไปอีกนานเลยค่ะ กว่ามือจะชำนาญ ระหว่างนี้ก็ให้มีตัวช่วยไปก่อน”
เธอกดตุ่มบนถุงมือให้อาเรียดูประกอบ “ตุ่มพวกนี้เพิ่มแรงเสียดสีตรงจุดที่ไวที่สุด ใช้คู่กับจังหวะที่พยาบาลเพิ่งหาเจอ รับรองว่าคนไข้อยู่ไม่สุขแน่ๆ ส่วนจะรับไหวหรือเปล่าก็อีกเื่นะคะ”
หายนะของจริงเริ่มตรงนี้เอง
อาเรียทำซ้ำในจังหวะที่เพิ่งค้นเจอ คราวนี้ตุ่มเล็กๆ บนถุงมือไถลผ่านผิวที่ยายังเร่งให้ไวจนซันเงยหลังขึ้นจากเตียง เสียงที่เขาอุตส่าห์กลั้นมาทั้งคืนแตกออกมาดังกว่าที่เคย
และยิ่งเขาร้อง อาเรียยิ่งเร่ง
เขาเห็นมันในตาเธอ—ความตื่นเต้นของนักวิจัยที่การทดลองเพิ่งให้ผลตามสมมติฐาน เธอติดใจผลงานของตัวเอง อยากเห็นว่าจะดันให้ไกลกว่านี้ได้แค่ไหน มือเร่งจังหวะขึ้นไม่ลดละจนเขาไม่เหลือทางหน่วง
“อาเรีย ผมจะ— เดี๋ยว มันจะ—”
เขาเสร็จอีกครั้ง คราวนี้กระเด็นขึ้นไปเปื้อนใบหน้าและริมฝีปากของเธอที่ก้มอยู่ใกล้เกินไป
ความเงียบทอดยาวออกไป
อาเรียค้างอยู่ในท่าเดิม น้ำสีขาวเป็ทางอยู่บนแก้มและคาริมฝีปาก เธอเบิกตามองเขา ส่วนเขาก็มองกลับด้วยใบหน้าที่ร้อนจนแทบไหม้ ทั้งคู่ต่างไม่รู้จะขยับยังไงในความเงียบที่ข้นจนเกือบจับต้องได้
แล้วเงาหนึ่งก็โน้มเข้ามาจากด้านข้างอย่างไม่รีบร้อน
มิร่าเอียงหน้าเข้าหาอาเรียช้าๆ ใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะแก้มเธอ ซันที่นอนถูกมัดอยู่บนเตียงเห็นทุกอย่างชัดเจน—เห็นปลายลิ้นสีชมพูแลบออกมาแตะที่มุมปากอาเรียก่อน แล้วค่อยๆ ไล่เลียคราบขาวขึ้นไปตามแก้มอย่างเชื่องช้า เก็บทีละหยดราวกับกำลังลิ้มรสของล้ำค่า ไม่ใช่แค่เช็ดให้สะอาด
อาเรียตัวเกร็งค้าง ลมหายใจสะดุดเมื่อลิ้นอุ่นไล้ผ่านผิว เปลือกตาเธอปรือลงครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะสะดุ้งเบิกขึ้นมาใหม่เหมือนเพิ่งจับได้ว่าตัวเองเผลอ
มิร่าถอนหน้าออกเมื่อไม่เหลือร่องรอยให้เก็บ เลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ ดวงตาสีแดงเป็ประกายจับจ้องอาเรียในระยะประชิด
“เสียดายของดีค่ะ” เธอพูดเรียบๆ พลางทอดเสียงต่ำลงนิด
กว่าอาเรียจะตั้งสติได้ก็ตอนที่มิร่าถอยห่างไปแล้ว หน้าของเธอแดงะเิขึ้นถึงหู “มะ— มิร่า!”
“อ้าว ก็พยาบาลฝึกหัดทำเลอะนี่คะ พี่เลี้ยงก็ต้องช่วยเก็บกวาดสิ” มิร่ายิ้มหวานราวกับเพิ่งทำอะไรที่ปกติที่สุดในโลก
ซันที่นอนหอบอยู่บนเตียงรู้สึกว่าตัวเองเริ่มถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ สองรอบติดในเวลาไม่นาน บวกฤทธิ์ยาที่ยังไม่จาง ทำให้ทั้งตัวอ่อนล้าจนสั่น
“พอ… พอก่อนได้ไหม”
เขาหอบ
“ขอพักแป๊บ ผมไม่ไหวจริงๆ”
เขาเห็นแววตาของมิร่าวาบขึ้นเล็กน้อย และรู้ทันทีว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป
“ได้สิคะ”
มิร่าตอบเรียบเกินไป เธอจูงแขนอาเรียให้ลุกตามขึ้น พาไปยังเตียงอีกหลังที่อยู่ถัดออกไป ก่อนเอื้อมมาจับขอบม่านสีฟ้าซีดที่แขวนรอบเตียงของเขา
“งั้นคนไข้นอนพักก่อนนะคะ”
แล้วม่านก็ถูกรูดปิดลงล้อมรอบตัวเขาจนมิด
โลกของซันหดเหลือแค่พื้นที่แคบๆ หลังผ้าม่าน เขายังถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ มองไม่เห็นอะไรนอกจากผ้าสีฟ้าตรงหน้า และเงาของเตียง
ตอนแรกมันก็รู้สึกดีอยู่หรอก
ร่างกายที่ถูกรีดมาสองรอบติดได้พักเสียที ลมหายใจค่อยๆ กลับมาเป็จังหวะ กล้ามเนื้อที่เกร็งมาตลอดเริ่มคลายลง เขาหลับตา ปล่อยให้ตัวเองจมไปกับความโล่งโหวงเบาๆ หลังพายุ ความเงียบตรงนี้ไม่เลวเลย
แต่ความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน
เสียงคุยเบาๆ ของสองสาวลอยผ่านม่านบางเข้ามา คำพูดไม่ชัดนัก แต่จับใจความได้ว่ากำลังหยอกอะไรกันอยู่ แล้วก็มีเสียงอื่นแทรกขึ้นมา—ลมหายใจของอาเรียที่สะดุดเป็ห้วงๆ ตามด้วยเสียงครางเบาที่เธอพยายามกลั้นเอาไว้
ซันลืมตาขึ้นทันที
“อู้หู พยาบาลฝึกหัดของเราความรู้สึกไวจังเลยนะคะ”
เสียงของมิร่าดังขึ้นมา ชัดถ้อยชัดคำกว่าที่ควรจะเป็ ราวกับจงใจเปล่งให้ทะลุม่านบางเข้ามา
“เสียงน่ารักกว่าคนไข้เตียงโน้นที่เอาแต่เกร็งตั้งเยอะ”
“พะ… พี่เลี้ยงคะ อย่าพูดดังสิ เดี๋ยว… เดี๋ยวคนไข้ได้ยิน”
เสียงอาเรียกระเส่า แต่ยังฝืนเล่นตามบทพยาบาลอยู่
“ได้ยินก็ดีน่ะสิคะ คนไข้จะได้รู้ตัวว่ากำลังพลาดการดูแลดีๆ ไป”
มิร่าหัวเราะในลำคอ เสียงยังดังกำลังดีให้อีกฝั่งม่านรับได้เต็มๆ
“เตียงโน้นปล่อยให้พักไปก่อนเถอะค่ะ พยาบาลสองคนดูแลกันเองก็สนุกจะตายไปแล้วเนอะ”
เขานอนฟังอยู่พักหนึ่ง พยายามบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่เื่ของเขา เขาควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้พัก แต่ยิ่งเสียงของอาเรียดังขึ้น เขายิ่งอยู่ไม่สุข
“…นี่ ทำอะไรกันอยู่”
เขาเอ่ยออกไป พยายามคุมเสียงให้เรียบ
“เปิดม่านหน่อยสิ”
ไม่มีใครตอบ เสียงหยอกล้อกับเสียงครางยังดำเนินต่อไปราวกับไม่มีเขาอยู่ในห้องนี้
“อาเรีย เปิดม่าน—นี่ ได้ยินไหม” เสียงเขาเริ่มดังขึ้น หลุดจากความเรียบที่อุตส่าห์รักษาไว้ เขากระตุกข้อมือที่ถูกรัด สายรัดบุนวมไม่ยอมให้ขยับไปไหนได้เลยสักนิด ยิ่งดิ้นยิ่งรู้สึกถึงความช่วยตัวเองไม่ได้ของตัวเองชัดขึ้น
และนั่นแหละคือตอนที่เขารู้ตัวว่ากำลังแย่หนักกว่าเดิม
เพราะทั้งที่หงุดหงิด ทั้งที่อยากโวยวาย เสียงครางของอาเรียที่ลอดม่านเข้ามากลับไปปลุกบางอย่างข้างล่างของเขาที่เพิ่งจะสงบลงเมื่อครู่ให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ฤทธิ์ยายังไม่จางหมด ทุกเสียงที่เธอปล่อยออกมาเหมือนนิ้วที่มองไม่เห็นลากผ่านตัวเขาช้าๆ เขากัดฟันแน่น สาปแช่งร่างกายตัวเองที่ซื่อสัตย์ต่อความ้าเกินไป
◇ ◇ ◇
อีกด้านหนึ่งของม่าน อาเรียกำลังสู้กับหลายอย่างพร้อมกันจนแทบไม่ไหว
ก่อนหน้านี้ตอนนั่งวางแผนกัน มิร่าเคยบอกเธอไว้คร่าวๆ ว่า “เดี๋ยวต้องมี่ที่พี่ชายขัดขืนหรือขอหยุดแน่นอนค่ะ พอถึงตอนนั้น พี่สาวออกมาทางนี้กับหนู แล้วทำตามที่หนูบอกก็พอ” ตอนได้ยินอาเรียนึกว่ามันคงแปลว่าให้ปล่อยซันพักหายใจสักครู่ เธอไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดว่า “ทำตามที่หนูบอก” จะหมายถึงการมานั่งให้ซัคคิวบัสตัวแสบลูบไล้อยู่บนเตียงอีกหลังแบบนี้
มือของมิร่าไม่เคยอยู่นิ่ง มันเลื้อยอยู่ตามแผ่นหลัง ต้นคอ เอว แล้วก็ที่อื่นๆ ที่ทำให้อาเรียต้องกัดริมฝีปากตัวเองกลั้นเสียงอยู่ตลอดเวลา ซัคคิวบัสตนนี้ทำมันอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด
“มิร่า เดี๋ยว…”
อาเรียกระซิบ เสียงสั่น
“เรา… น่าจะกลับไปดูเขาเถอะ ฉันเริ่มสงสารเขาแล้วนะ”
“สงสารได้ค่ะ แต่ยังก่อนนะ” มิร่ากระซิบตอบข้างหู มือยังไม่หยุด
เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังสอนอะไรบางอย่าง “ตอนนี้พี่ชายไม่ต่างอะไรกับหมาที่ถูกเลี้ยงจนเชื่องหรอกค่ะ ถ้าเราคอยป้อนความรักให้ตลอดเวลา ไม่นานเขาก็จะลืมไปว่ามันมีค่าแค่ไหน ต้องปล่อยให้ขาดมันบ้าง พออดอยากจนถึงที่สุดแล้วได้คืนมา เขาถึงจะรู้ซึ้งว่าความสนใจของพี่สาวสำคัญกับเขาขนาดไหน”
จากอีกฝั่งของห้อง เสียงของซันดังลอดม่านมา “อาเรีย! เปิดม่านเดี๋ยวนี้นะ—ได้ยินไหม!”
อาเรียสะดุ้ง อยากลุกไปหาเขาเหลือเกิน แต่มือของมิร่าเลือกขยับพอดีในจังหวะนั้น จนคำตอบที่เธอจะให้ซันกลายเป็เสียงครางที่หลุดออกมาแทน
และนั่นทำให้เธอตกอยู่ในความรู้สึกที่ประหลาดที่สุดเท่าที่เคยเจอ
การถูกมือของคนอื่นที่ไม่ใช่ซันลูบไล้จนตัวสั่น ในขณะที่หูได้ยินเสียงของซันร้องเรียกหาเธออยู่อีกฝั่งม่าน สองสิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นพร้อมกันได้เลย มันทำให้เธอรู้สึกผิดต่อเขาจนจุก ทว่าในความรู้สึกผิดนั้นกลับมีความตื่นเต้นบางอย่างซ่อนอยู่ ความสนุกแปลกๆ ที่เธอไม่กล้าเรียกชื่อออกมาดังๆ ราวกับเธอกำลังทำเื่ต้องห้ามที่ลึกๆ แล้วตัวเองอยากทำ
เสียงของซันอีกฝั่งค่อยๆ เปลี่ยนไป
จากการโวยวายเอ็ดตะโร มันแ่ลง อ่อนลง จนในที่สุดก็กลายเป็อีกเสียงหนึ่งที่อาเรียไม่เคยได้ยินจากเขามาก่อน
“พยาบาลครับ… ช่วยผมด้วยครับ”
ทั้งร่างของอาเรียวาบร้อนขึ้นในพริบตา
“ผมอยากได้รับ… ‘การรักษา’ ”
เสียงอ้อนแหบพร่านั้น เสียงของผู้ชายที่ปกติคุมทุกอย่างในชีวิตได้ ยอมเอ่ยคำที่เขาเกลียดที่สุดออกมาเองด้วยน้ำเสียงแบบนั้น—มันทำให้บางอย่างในตัวอาเรียที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ตื่นขึ้นมาเต็มตัว เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองชอบเสียงนี้มากแค่ไหน ชอบจนน่ากลัว
มือของมิร่าหยุดลงทันที
ซัคคิวบัสยิ้มพอใจ มองสีหน้าของพยาบาลฝึกหัดที่เปลี่ยนไป แล้วกระซิบเบาๆ เหมือนเล่าความลับ
“นั่นแหละค่ะ เสียงที่เรารอ ♡”
เธอลุกขึ้น ปัดชุดพยาบาลให้เรียบ แล้วเดินไปที่ขอบม่าน
“โอเค ได้เวลาแล้วค่ะพี่สาว ไปให้รางวัลคนไข้ที่อดทนเก่งของเรากันเถอะ” มิร่าเอื้อมมือจับผ้าสีฟ้า
แล้วม่านก็ถูกรูดเปิดออก