เมื่อราชาหมาป่าเงาจันทราปรากฏตัว เหล่าผู้ฝึกตนที่ยังคงอยู่เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ในทันที จะมีเพียงสวีปิงเอ่อร์เท่านั้นที่ตอนนี้คิ้วขมวดเป็นปมเต็มไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากนางรู้ตัวแล้วว่าตอนนี้สัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหน้าหาได้มีระดับแค่จักรพรรดิอสูรไม่แต่เป็นอสูรบรรพชน
ในขณะที่เดียวกันทางฝั่งของพวกลั่วอู่หลินที่พึ่งผ่านหัวหน้ากองโจรระดับบรรพชนขั้นที่หนึ่งมา เมื่อห็นว่าราชาหมาป่าเงาจันทรามีตบะที่เหนือกว่าหัวหน้าโจรก็อดกลืนน้ำลายอึกใหญ่ไม่ได้
"ข้อมูลภารกิจผิดพลาดอีกแล้ว เป็นไปได้อย่างไร??"เป็นหยางเหมยกุ้ยที่เอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ การที่ข้อมูลภารกิจสองอย่างจะผิดพลาดพร้อมกันเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ
"เรื่องนี้เราควรจะต้องรายงานอาจารย์ ไม่เช่นนั้นมีหวังได้ศิษย์ในนิกายที่มาเจอเหตุการณ์เช่นพวกเราได้ตายกันหมดเป็นแน่"หลี่อิงกล่าว ส่วนทางด้านลั่วอู่หลินนั้นเพียงหลี่ตามองราชาหมาป่าจันทราด้วยความสงสัย
'ความผันผวนของพลังเช่นนี้ มันพึ่งเลื่อนขั้นมาไม่ผิดแน่.....................หรือว่าภารกิจไม่ได้ผิดพลาดแต่มันเลื่อนสามขั้นในเวลาอันสั้นงั้นหรือ??'ลั่วอู่หลินสันนิฐาน ขณะนั้นเขาก็พลันกวาดจิตของตัวเองเพื่อตรวจสอบพื้นที่ในทันทีทว่าเขากลับไม่พบเจอสิ่งใด
'หากเป็นจริงอย่างที่ข้าคาดการ มันต้องมีเหมืองผนึกปราณหรืออะไรสักอย่างในบริเวณนี้สิ ไม่ได้การ ข้าจะต้องรีบตรวจสอบให้แน่ชัด'ชายหนุ่มกล่าวในใจอีกครั้ง ก่อนเริ่มการตรวจสอบอีกทั้งแต่คราวนี้เขาใช้พลังของหอคอยมหาสมบัติเข้าช่วยด้วย ทำให้ตรวจสอบได้ละเอียดมากขึ้น
ในขณะเดียวกันทางด้านราชาหมาป่าเงาจันทรา กำลังกำจัดคนที่รุกล้ำอาณาเขตของมัน เหล่าผู้ฝึกตนมากมายไม่ทันได้ขยับก็กลายเป็นน้ำแข็งไปเสียแล้ว จะมีเพียงสวีปิงเอ่อร์และคนของนางเท่านั้นที่พอจะต้านทานพลังของมันได้
"ข้อมูลผิดพลาด แบบนี้พวกเราได้ตายกันหมดแน่"เหลียงหลงหรือชายคนที่ดูถูกเหล่าผู้ฝึกตนเมื่อครู่ทำสีหน้าตื่นกลัว ในขณะที่สวีปิงเอ่อร์และหญิงสาวอีกคนกำลังต้านทานพลังไอเย็นของราชาหมาป่าเงาจันทราด้วยความยากลำบาก
"หากเจ้ามีเวลาคิดเรื่องไร้สาระก็มาช่วยกันหน่อยได้หรือไม่"หญิงสาวอีกคนกล่าวด้วยสีหน้าตึงเครียด ในขณะนั้นเองสวีปิงเอ่อร์ราวกับไม่ได้สนใจอะไรคฑาน้ำแข็งปรากฏขึ้นในมือก่อนที่จะร่ายทักษะหนึ่งออกมาจนทำให้แรงกดดันนั้นหายไป
"หากจะเกะกะก็กลับไปซะ"น้ำเสียงที่ไพรเราะแต่เย็นยะเยือกดังขึ้นจนเหลียงหลงถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สวีปิงเอ่อร์ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป นางพุ่งทะยานไปหาราชาหมาป่าเงาจันทราในทันทีพร้อมกับร่างกายที่ตอนนี้มีชุดเกราะและปีกเทพธิดาหนึ่งคู่ด้านหลัง(คล้ายๆกับวาลคีรี) วงแหวนเซียนเทียนสีฟ้าสองวงหมุนวนอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นนางก็พลันร่าวเวทย์อภินิหาริย์ใส่ราชาหมาป่าเงาจันทราในทันทีโดยไม่มีหยุดพัก อีกทั้งทุกทักษะที่นางร่ายไปก็ทั้งทรงพลังและแม่นยำเป็นอย่างมาก
"โฮก!"
ราชาหมาป่าเงาจันทราคำรามกึงก้อง เมื่อถูกการโจมตีมากเข้า แม้อาจจะดูราวไม่ระคายผิดแต่กลับทำให้มันรำคาญเอาเสียมากๆ กรงเล็บขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งถูกยกขึ้นฟาดใส่สวีปิงเอ่อร์ในทันทีก่อนที่ร่างของมันจะสลายกลายเป็นเงาและหายไป
สวีปิงเอ่อร์ที่เห็นคลื่นพลังที่เกิดจากกรงเล็บนั้นก็ทะยานร่างหลบหลีก แต่ขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศเจ้าราชาหมาป่าก็ปรากฏกายขึ้นด้านหลังและฟาดใช้กรงเล็บของมันตบเข้าไปอย่างจังที่ร่างกายของนางจนกระเด็นไปไกลชุดเกราะน้ำแข็งแตกสลายและกระอักเลือดออกมา
"คุณหนู!"เสียงอุทานด้วยความตกใจของผู้ติดตามสาวดังขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปหาสวีปิงเอ่อร์ในทันที ทว่าผู้ติดตามฝ่ายชายอย่างเหลียงหลงเมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนเองพ่ายแพ้ก็หนีราวกับคนขลาดเขลาด้วยควาหวาดกลัวในทันทีโดยมิได้สนใจผลที่ตามมา
"คิดไม่ถึงว่าตบะที่ห่างเพียงขั้นเดียวจะทำให้เห็นถึงความห่างชั้นได้ถึงเพียงนี้ เสี่ยวเหมาพวกเราต้องรีบหนีแล้ว"สวีปิงเอ่อร์กล่าวใบหน้าตอนนี้ซีดเซียวเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะชุดเกราะน้ำแข็งของนางช่วยเอาไว้ด้วยการโจมตีนั้นของราชาหมาป่ามีหวังสภาพของนางคงจะเละไม่มีชิ้นดี
หญิงสาวที่นามเสี่ยวเหมาเมื่อได้ยินก็มาช่วยประคองสวีปิงเอ่อร์ในทันที และพากันพุ่งทะยานออกไป ถึงจะน่าแปลกที่ราชาหมาป่าเงาจันทราไม่พุ่งเข้ามาโจมตีซ้ำ แต่นั่นก็เป็นเรื่องดีที่การหลบหนีนั้นเป็นไปได้อย่างราบลื่นไม่มีติดขัด
ในขณะเดียวกันลั่วอู่หลินลืมตาขึ้นและยกยิ้มอย่างมีเลศนัย 'ไม่แปลกเลยที่เจ้าราชาหมาป่าจะหวงพื้นที่ตรงนี้ ที่แท้ก็มีสมบัติล้ำค่าซ้อนอยู่ที่เอง ไม่ได้การข้าจะต้องรีบเอามันมา'
"ไปเถอะความบันเทิงจบแล้ว ใครจะคิดกันว่าจะราชาหมาป่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้"หยางเหม่ยกุ้ยกล่าว พวกเขาพากันลุกขึ้นแต่โดยดีก่อนที่จากทะยานร่างจากไป
"ศิษย์พี่หญิงข้างหน้ามีเมืองอยู่ข้าว่าพวกเราควรพักกันก่อนดีหรือไม่ นี่มันก็หลายวันแล้วที่พวกเราทำภารกิจอย่างต่อเนื่องข้ารู้สึกเหนื่อยมาก"ในขณะที่บินออกมาไกลจากพื้นที่ประมาณหนึ่งร้อยลี้ลั่วอู่หลินกล่าวขึ้นพร้อมทำท่าทางเหนื่อยหล้าเต็มที
ทั้งหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงที่ได้ยินเช่นนั้นก้พลันพยักหน้าตอบรับศิษย์น้องอย่างว่าง่าย แน่นอนว่าพวกเขาต่างรับรู้ว่าในภารกิจทั้งหมดแม้ลั่วอู่หลินไม่ได้เป็นคนสู้เองแต่ต้องเสริมกำลังและเยียวยาพวกนางจึงไม่แปลกที่จะเหนื่อยหล้าเช่นนี้
ทั้งสามจึงทะยานร่างเข้าไปยังในเมืองในทันทีก่อนที่จะเข้าไปพักยังโรงเตี้ยมขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมือง เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนลั่วอู่หลินจึงเปลี่ยนชุดจากชุดของนิกายมาเป็นชุดสีขาวในทันทีตบะที่ผนึกเอาไว้กลับมาเป็นระดับบรรพชนดังเดิมก่อนที่จะเปิดหน้าต่างและทะยานร่างออกไป
"น้องชายแกนอสูรของหมาป่าตนนั้นมีค่ามากสำหรับพวกเรา ดังนั้นอย่าใช้พิษหยินมากเกินไปจนทำลายมันละ อีกทั้งมันยังมีลักษณะพิเศษธาตุความมืดและน้ำแข็ง ไม่แน่เจ้าอาจจะได้กระดูกสัตว์มายาที่เหมาะสมกับเจ้า"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าว ลั่วอู่หลินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดที่จะยกยิ้มไม่ได้
เมื่อบินมาถึงชายหนุ่มก็ไม่รอช้า ใช้ออกด้วยหยดเหมันต์ผนึกเทวาทำให้พื้นที่สิบลี้ลั่วบริเวณกลายเป็นน้ำแข็งในทันที ทว่าเงาของราชาหมาป่าก็พลันพุ่งเข้ามาด้านหลังฟาดกรงเล็บใส่เขาด้วยลักษณะท่าทางคล้ายกับที่สวีปิงเอ่อร์ทำเมื่อครู่ไม่มีผิด
ลั่วอู่หลินยกยิ้มเย็นพร้อมกับยกมือป้องกันกรงเล็บนั้นอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มเค้นเสียง "หึ" ออกมา หมัดที่เต็มไปด้วยสายฟ้าสีทรราชต่อยสวนกรงเล็บน้ำแข็งนั้นจนแตกกระจาย
ไม่เพียงเท่านั้นหอกสีเงินระดับสวรรค์ปรากฏขึ้นในมือฟาดฟันจนขาของราชาหมาป่าขาดไปหนึ่งข้างและต้องกระโดดถอยหล่นไป
"สมกับเป็นอาวุธระดับสวรรค์ทรงพลังปานนี้"ชายหนุ่มตกตะลึงในพลานุภาพ ต้องบอกก่อนว่าคฑาน้ำแข็งของสวีปิงเอ่อร์นั้นเป็นจุดสูงสุดของระดับปฐพีซึ่งระดับรองจากหอกที่ลั่วอู่หลินถืออยู่เพียงแค่หนึ่งขั้นเท่านั้น ทว่าพลานุภาพกลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
ทางด้านราชาหมาป่าจันทราเมื่อสูญเสียขาไปหนึ่งข้างมันก็พลันสร้างขาใหม่จากน้ำแข็งในทันที พร้อมกับมองไปยังลั่วอู่หลินด้วยแววตาที่แดงกล่ำอาฆาตแค้น ทว่าเมื่อออร่าของชายหนุ่มหนาแน่นขึ้นและมีกรงเล็บกับปีกของมังกรปรากฏขึ้นมาบนร่างกาย
ราชาหมาป่าก็พลันเผยแววตาหวาดกลัวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ภายใต้ค่ำคืนที่เงียบสงัดบรรยากาศเต็มไปด้วยความหนาวเย็น ชายหนุ่มสยายปีกมังกรภายใต้แสงจันทราพุ่งเข้าใส่ร่างของราชาหมาป่าประดุจสายฟ้าแห่งการลงทัณฑ์
"เยือกแข็งนิรันดร์"เสียงอันแผ่วเบาดังออกมาจากปากของลั่วอู่หลินในมือข้างหนึ่งของเขาปรากฏของสองสิ่งคือแกนอสูรและกระดูกสัตว์มายาส่วนขาซ้าย ส่วนร่างของราชาหมาป่าเงาจันทรานั้นถูกผ่าเป็นสองท่อนและโดนแช่แข็งอย่างง่ายดายราวกับมิใช่เรื่องยากเย็น
ชายหนุ่มไม่ได้ตกใจอะไรรีบเก็บของทั้งสองเอาไว้ในหอคอยมหาสมบัติชั้นห้าซึ่งเป็นพื้นที่ว่างก่อนที่เขาลงใช้หอกของตนฟาดพื้นดินจนแยกเป็นสองเสี่ยงส่งผลให้เห็นอุโมงใต้ดินที่อยู่ด้านใน
ลั่วอู่หลินยกยิ้มและค่อยๆลอยลงไปสิ่งที่เขาเห็นคือเหมืองผนึกปราณซึ่งมันยิ่งใหญ่กว่าที่ดินแดนระดับถึงสิบเท่าด้วยกัน อีกทั้งคุณภาพของมันยังถือได้ว่าต่างกันลิบลับ
ชายหนุ่มเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พลันดวงตาเป็นประกาย แม้ผนึกปราณสองในสิบส่วนของเหมืองจะถูกราชาหมาป่าเงาจันทราดูดซับไปแล้วแต่ด้วยแปดส่วนที่เหลือก็มีค่าอย่างมหาศาล
"น้องชายเจ้ายังดูดกลืนพวกมันที่นี่ไม่ได้ ใช้หอคอยมหาสมบัติดูดกลืนพวกมันเข้าไปในหอคอยชั้นที่ห้าซะแล้วปิดผนึกอย่าให้พลังปราณรั่วไหลไปชั้นอื่น แร่ขนาดนี้เพียงพอให้เจ้าบรรลุอย่างน้อยระดับบรรพชนขั้นแปดหรือขั้นเก้าเลยทีเดียว เร็วเข้าอย่ามัวรอช้า"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวเสนอ ลั่วอู่หลินเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย
เขาเรียกหอคอยมหาสมบัติออกมาในทันทีพร้อมกับกระตุ้นให้มันดูแร่ผลึกปราณทั้งหมดเข้าไป ซึ่งกว่าจะเขาจะดูดกลืนพวกมันทั้งหมดได้ก็ใช้เวลานานถึงสองชั่วยาม
ต้องบอกก่อนว่าอำนาจในการดูดกลืนสมบัติของหอคอยมหาสมบัตินั้นก็ไม่ได้ช้าแต่อย่างใด แต่ด้วยแร่ผลึกปราณที่มากมายจึงทำให้มันใช้เวลาถึงขนาดนี้
เมื่อการเก็บสมบัติเสร็จสิ้น ลั่วอู่หลินก็ผนึกชั้นห้าของหอคอยมหาสมบัติในทันทีไม่ให้ลมปราณภายในออก ลมปราณภายนอกเข้า ส่วนตัวเขาก็พุ่งทะยานกลับไปยังเมืองด้วยความเร็วสูงเพราะในเวลานี้ใกล้จะเช้าแล้ว