ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 57

    (ปฏิบัติการครึ่งบกครึ่งน้ำบนน่านฟ้าเดียวกัน4)“พวกมันอยู่กันข้างหน้าขอรับท่านซัน.. จะให้พวกเราเข้าโจมตีเลยหรือไม่ขอรับ” ทหารม้าแนวหน้านายหนึ่งที่พึ่งกลับมาจากสำรวจกองทัพผู้บุกรุกเอ่ยขึ้นมาถาม“แน่นอนซิจะรออะไรกัน กองทัพม้าของข้ามีตั้ง 500 นาย และพวกเราคือสุดยอดกองม้าที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วในอาณาจักรนี้... กองม้าสีชาดของข้า บุกกกก!!!” ซันเอ่ยอวยตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะสั่งให้กองม้าสีชาดของเขาบุกโจมตีทันที“ออร่า..แห่งสงคราม..” ซันเอ่ยกล่าวทักษะของเขาออกมามันเป็นทักษะที่เพิ่มความเร็ว ความแข็งแกร่งให้กับกองทหารม้าของเขา ออร่าสีแดงกระจายไปทั่วบริเวณ และมันยังไม่เพียงเท่านั้น มันยังเป็นการลดความสามารถของคู่ต่อสู้อีกด้วย ม้าพวกเขาวิ่งตรงเข้ามาทางค่ายทหารฝั่งทิศใต้อย่างรวดเร็วปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!เสียงปืนกลเบาที่ถูกยิงออกมารัวๆ มันแทบจะไม่มีจังหวะได้พักเลย กระสุนพวกนี้แม้จะมีประสิทธิภาพที่สูงส่ง แต่เมื่อเป้าหมายที่จะต้องจัดการสามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว และมันอาจจะคาดเคลื่อนไปสักหน่อย บ้างก็โดนตัว โดนขาที่ไม่ใช่จุดสำคัญ แต่มันก็พอลดจำนวนลงไปได้ระดับหนึ่งก่อนที่ทหารม้าเหล่านั้นจะเคลื่อนมาถึงใกล้ในระยะ 100 เมตร“หัวหน้าเราจะต้องใช้ระเบิดแล้วครับ ไม่อย่างนั้นเราจะต้านมันไม่ไหว กระสุนพวกเขาก็ต้องบรรจุใหม่ ใช้ไปก็เกือบจะหมดแล้วครับ” หน่วยหมาป่าคนหนึ่งกล่าวออกมา พร้อมกับกำลังจะบรรจุกระสุนลงไป กราเซียที่ได้ยินก็คิดตามสิ่งที่นายทหารคนนั้นเอ่ยกล่าวออกมา“อื้มมม ถ้าอย่างนั้นให้พวกเจ้าสองคนเป็นคนเติมกระสุน ส่วนที่เหลือขอยิงให้แม่นๆหน่อย กระสุนมันแพงนะเว้ยย... เอาล่ะ โยนระเบิดไปสักลูกสองลูกก็แล้วกัน ว่าเสร็จกราเซีย ก็จับระเบิด และดึงสลักออกก่อนจะโยนออกไป และเพียงเวลาไม่นานนัก เสียงระเบิดก็ดังขึ้นตู้มมมมมม!!x2 ปัง!!! แล้วต่อจากนั้นก็มีเสียงปืนตามออกมาจากจุดนั้นอีกหนึ่งระลอก ม้าที่กำลังเสียขวัญจากเสียงระเบิด พวกมันไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อน ม้าทุกตัวพยศใส่เจ้าของๆพวกมันเอง ทุกตัวทำเหมือนๆกัน และกำลังจะวิ่งหนีเสียงนั้น จนพวกมันวิ่งกระจัดกระจายกันไปหลายทิศ แต่สิ่งที่มันจะไม่ไปคือทิศตรงหน้าที่มีเสียงปัง!! ดังออกมาเป็นชุดๆ“จัดการเอาให้แม่นๆนะเว้ย ..”กราเซียกล่าวออกมาเมื่อเขามองเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าแอบส่ายหัวเบาๆ และไม่คิดว่ามันจะได้ผลดีกว่าที่คาดการณ์เอาไว้อย่างนี้ ฝูงม้าบางกลุ่มวิ่งเข้าไปเหยียบซ้ำคนที่ตกลงมาจากหลังม้าตายคาทีนม้าเหล่านั้นไปทีละคนสองคนจากนั้นกระสุนก็ปลิวไปทั่วสนามรบ พวกของซันไม่มีทางที่จะสู้อะไรได้เลย พวกเขาต่อก็วิ่งหลบหนีกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ไม่นานนักก็เหลือนักรบผู้องอาจคุกเข่าอยู่กับพื้นอยู่ผู้เดียว กราเซียเดินมาหาใกล้ๆกับซัน แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “มีอะไรอยากจะสั่งเสียไหม” กราเซียกล่าว พร้อมกับสายตาที่ดูเหมือนจะเวทนาชายคนนี้เป็นอย่างมาก เขาคนนั้นได้แต่พูดวนออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทั้งที่ทหารม้าของเขาเคยต่อสู้ชนะมาแล้ว แม้ทัพที่มีนับร้อยนับพันคนก็ตาม แต่นี่มัน...“เรื่องบ้าอะไรกัน กองทัพของข้าที่สร้างมาอย่างยาวนาน แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรกลับต้องมาแพ้ให้กับกลุ่มเล็กๆที่มีจำนวนน้อยเพียงนี้ได้ยังไงกัน.. นี่ต้องเป็นค.ว...ความ.ฝัน” เขาพูดได้แค่นั้นจากนั้นเขาก็ล้มลงไป พร้อมทั้งที่กราเซียยิงเข้าไปที่หัวของเขาอีก 1 นัดเพื่อความชัวกราเซีย และหน่วยหมาป่าขาวถอนหายใจมากอีกหนึ่งเฮือกใหญ่ มันไม่ง่ายเลยที่จะต่อสู้กับกองม้าสีชาดถ้าไม่มีอาวุธปืนนี้ เขาก็คงจะเป็นคนที่วิ่งหนี และล้มตามอยู่ตรงนั้นแทนอย่างแน่นอน กราเซียสั่งให้รวมพล เพื่อที่จะเตรียมตัวพักผ่อน แต่ทันใดนั้นเอง เครื่องส่งรหัสมอสของกราเซีย และหัวหน้าหน่วยหมาป่าขาวก็แจ้งเตรียมขึ้นมาพร้อมกัน“หน่วยฉลามขาวทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว... เป็นไปไม่ได้ จากกำหนดพวกเขาต้องใช้เวลาถึง 3 วันเลยนะ แต่นี้พึ่งจะผ่านไป 24 ชั่วโมงเอง พวกเขาก็ทำเสร็จแล้วอย่างนั้นเหรอ” หัวหน้าหน่วยกล่าวพูดออกมา มันทำให้พวกลูกทีมรู้สึกตกตลึง และรู้สึกคึกขึ้นมาทันที กราเซียที่ได้เห็นอย่างนั้น เขาก็พูดขึ้น“เอายังไงดีล่ะ พวกเราโดนหน่วยฉลามมันตัดหน้าไปแล้วนะ จริงๆมันควรที่จะเป็นเรามากกว่าที่จะสำเร็จเสร็จภารกิจเป็นหน่วยแรก.. ข้าจะเปิดโหวตก็แล้วกัน ใครอยากจะไปต่อเอาให้มันเสร็จในคืนนี้ ..ยกมือ!!” และแน่นอนว่าทุกๆคนยกมือขึ้นมากันทุกๆคน ไม่มีใครเลยสักคนที่จะยอมอ่อนข้อให้เลย“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวได้แล้ว อีก 30 นาทีเราจะทำการบุกไปยังค่ายหลวงของพวกมัน” กราเซียได้กล่าวขึ้นเสียงดัง พวกเขาต่างก็พากันบรรจุกระสุนใส่ในแม็ก และยังมีอุปกรณ์อื่นๆอีกนิดหน่อย ก่อนจะออกเดินทางไปยังค่ายหลวงในทันทีเวลา 19.00น. อย่างมันดูเงียบสงัด เสียงที่ดังออกมาจากค่ายมันคงจะมีเพียงแค่เสียงของไม้ที่โดนความร้อนจากไฟ เพื่อให้แสงสว่างต่อค่ายแห่งนี้ แต่มันก็เงียบได้ไม่นานนักก็มีเสียงของปืนที่ดังออกมาปัง!! พร้อมกับทหารหลายนายที่ล้มลงไปเสียงมันก้องจนไม่รู้ว่าศัตรูอยู่ทิศทางไหน จากนั้นเสียงของอี้ และเอ้อ ก็ดังขึ้นมาเพื่อที่จะออกมาบัญชาการจากที่พัก แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะออกมาผิดจังหวะไปหน่อย ณ ขณะนั้นเองที่ด้านในป่า กราเซียที่กำลังถือปืนสไนเปอร์ของตัวเอง พร้อมลูกน้องมือสไนเปอร์ที่อยู่ข้างกัน พวกเขาอยู่บนต้นไม้คนละต้นที่มันสูงพอที่จะเห็นค่ายของพวกโจรผ้าแดงได้“เป็นยังไงบ้าง เห็นเป้าหมายชัดหรือไม่” กราเซียกล่าวถาม“ชัดเจนเลยครับท่านกราเซีย โชคดีจริงๆที่กล้องสามารถมองเห็นได้ในตอนกลางคืนเช่นนี้” มือสไนเปอร์คนนั้นกล่าวออกมา“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ... พวกข้างล่างก็เตรียมพร้อม รอฟังสัญญาณด้วยก็แล้วกัน.. ส่วนเจ้าน่ะ ขอแม่นๆนัดเดียวเอาให้จอด” แน่นอนว่าพวกเขากำลังเล็งปืนไปที่ตัวหัวหน้าของค่าย เพื่อที่จะได้จบงานเร็วๆไม่เสียเวลามาก กราเซียคิดว่า เมื่อขาดหัวที่จะนำทัพแล้ว พวกหางมันก็ไปไม่เป็นกันนั้นแหละ“ทราบแล้วครับ” เขาทำการเล็งไปที่ตัวหัวหน้าที่สวมชุดเกาะหนาตามคำสั่งที่ได้รับมาจากหัวหน้ากราเซีย จากนั้นก็มีสัญญาณนับมาจากกราเซียอีกครั้ง เป็นการนับถอยหลังจากห้าถึงศูนย์ เมื่อเสียงของคนว่าศูนย์ออกมาจากปากของกราเซียเพียงเท่านั้น กระสุนสไนเปอร์ก็ดังออกมาพร้อมกันสองนัด พร้อมกับหน่วยประจัญบานโยนระเบิดเข้าไปถึงสามลูกและแน่นอนว่าผู้นำของฝั่งตรงกันข้ามมันตายอย่างที่ไม่ได้ทำอะไรเลย และเมื่อหัวหน้าตายลูกน้องก็ได้แต่ตกอกตกใจวิ่งหนีกันไม่รู้ทิศรู้ทาง แต่จนในที่สุดพวกมันก็ตายเรียบ พวกเขาใช้เวลาเพียงไม่นาน ทุกอย่างก็จบลงไป ชัยชนะครั้งแรกของพวกเขาก็สำเร็จจนได้ กราเซียรีบส่งรหัสมอสเพื่อจะบอกว่าภารกิจของท่านนี้ สำเร็จได้ด้วยดีแล้ว แต่ก็มีคนส่งมาตัดหน้าของพวกเข้า“หน่วยอินทรีย์ขาวทำภารกิจสำเร็จเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี.. กำลังเดินทางกลับครับ”แน่นอนว่ามันมาจากคิริวที่ทำงานเสร็จแล้วตามแผนการของพวกเขาเอง เล่นเอาหน่วยหมาป่าเซ็งเป็นอย่างมาก จากนั้นกราเซียก็แจ้งข่าวตามไป ก่อนที่จะรื้อค้นหาสมบัติที่อาจจะทำเงินได้ และพวกเขาก็พึ่งพอใจกับทรัพย์สินที่ได้มาในตอนนี้ที่มากถึง 15,000 เหรียญทอง ซึ่งนั่นมันเยอะมาก พวกเขาเก็บกันแค่บางชิ้นเท่านั้น ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นๆไป จากนั้นพวกเขาก็เดินทางกลับไปที่รังของตัวเองย้อนกลับมาตอนเที่ยงของวัน ณ เมืองหน้าด้านที่ติดกับอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอน“คิริว แผนการของเราจะทำอย่างไรกันดีล่ะ” เพื่อนซี้ของเขาเอ่ยถามออกมา และแน่นอนว่ามันคนนั้นก็คือโจว ในตอนนี้พวกเขาเดินทางมาถึงเมืองหน้าด่านแล้ว และกำลังวางแผนที่จะปฏิบัติการของพวกเขา“เราคือหน่วยอินทรีย์ ข้าว่าเราจะบุกตรงๆไม่ได้ เราไม่เห็นกับหน่วยอื่นๆ ข้าว่าเราจะต้องหาที่ซุ่มยิง และปลิดชีพเจ้าชายอะไรนั่นจากระยะไกล” คิริวกล่าวแผนออกมา ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนเองก็เห็นด้วยกับตัวของคิริว“แล้วมันจะทำให้เราเป็นที่สนใจยังไงล่ะ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการลอบสังหารเลย ไม่นานคนก็ลืม” น้องสาวตัวน้อยประจำกลุ่ม โวโรนิก้าได้เอ่ยออกมาอย่างสงสัย“แน่นอนว่าภารกิจของพวกเราจะมีผู้คนพูดถึงกันไปอีกยาวนาน.. ก่อนอื่นเราจะต้องกำหนดเส้นทางเดินของรถเจ้าชายคนนั้นเสียก่อน และจากที่เราได้รับข้อมูลมา ในวันนี้พวกเขาจะต้องเดินทางไปที่สมาคมนักผจญภัย เพื่อที่จะทำข้อตกลงอะไรบางอย่าง.. และเขาจะใช้เส้นทางนี้จากที่พัก”คิริวกล่าวพร้อมระบุทุกๆอย่างไว้ในแผนที่ พวกเขาวางแผนกันต่ออีกสักนิด ก่อนที่จะระบุสถานที่ยิง ระบุรายละเอียดต่างๆ ไม่นานพวกเขาก็เริ่มทำตามแผนการ“คิริว เจ้าจะให้ข้าติดระเบิดไว้ส่วนไหนของตัวรถม้ากันล่ะ” โจวถามออกมา เพราะในตอนนี้พวกเขาได้แอบมาติดตั้งระเบิดมือไว้ที่รถม้าของเจ้าชาย“ติดไปสักสามสี่ลูกก็พอ เจ้าก็เห็นแล้วนี่ เราก็แค่ต้องยิงให้โดนเพียงแค่ลูกเดียว เดี๋ยวลูกอื่นๆมันก็ระเบิดตามกันไปเอง เหมือนกับที่เราเคยทดสอบยังไงล่ะ” คิริวกล่าวพร้อมกับติดตั้งมันไว้ที่ประตูของรถม้า“ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าติดไว้ด้านหน้ารถเลยก็แล้วกัน จะได้เห็นง่ายๆ .. อื้มม.. อีกลูกก็ติดไว้ข้างหลังแค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว” โจวกล่าวไปพร้อมกับคิดคำนวณในใจ ถ้ายิงข้างหน้าพลาด มันก็ยังมีข้างหลังให้ยิงได้อีกหนึ่งลูก แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงของโวโรนิก้าดังขึ้นมา ซึ่งเธอกำลังดูต้นทางอยู่นั้นเอง“พวกพี่เร็วๆกันหน่อย พวกมันมากันแล้ว” คิริว และโจวที่กำลังติดระเบิดลูกสุดท้ายเสร็จพอดี ก่อนที่ทั้งหมดจะลอบออกมาจากตรงนั้นได้ทันเวลาพอดี พวกทหารของแบล็กบาร์บิลอนเองก็ไม่ได้สังเกตุอะไรมาก รีบนำรถม้าออกไปรับเจ้าชายของพวกเขาในทันทีและแล้วพวกหน่วยอินทรีย์ก็เดินทางมาถึงจุดซุ่มยิงของพวกเขา ในบรรยากาศที่เป็นภายในเมืองอย่างนี้ พวกเขาก็เลือกที่จะใช้อาคารเก่าหัวมุมถนนที่มีลักษณะเป็นตัววาย และอีกสองคนก็ใช้หลังคาบ้านของคนอื่นเป็นจุดสุ่มยิง พวกเขารอกันจนพระอาทิตย์ตก คุยเล่นกันไปต่างๆนานอย่างคนว่างงาน และแล้วเวลาประมาณหกโมงครึ่ง แสงอาทิตย์ที่กำลังจะดับลงไปพร้อมกับชีวิตของใครอีกหลายคน“พวกมันมากันแล้ว... อย่าลืมใช้ที่เก็บเสียงด้วย” คิริวที่อยู่ในจุดที่เห็นเกือบจะทุกๆมุมเอ่ยขึ้นมา “รับทราบ!!”x2 แล้วพวกเขาก็เข้าสู้โหมดจริงจังในการทำงาน ตาของพวกเขาจดจ่ออยู่ที่กล้องส่องไปตามรถม้าที่กำลังวิ่งเข้ามา และอีกนิดเดียวเท่านั้นมันก็จะถึงจุดที่เป็นเป้าหมาย เสียงของลมหายใจที่บางเบา หัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ มันเป็นภารกิจแรกของพวกเขา มันจะต้องออกมาให้ดีที่สุด จนในที่สุด..“ยิง!!” เสียงสั่งการยิงก็ออกมาจากปากของคิริว กระสุนของทั้งสามพุ่งออกไปจากลังเพลิงพร้อมกัน และแน่นอนว่าทั้งสามนั้นโดนเป้าหมายอย่างจังๆ ลูกระเบิดทำงานในตัวของมันเอง มันระเบิดออกมาพร้อมกับเพลิงไฟที่ลุกโชน เหล่าองครักษ์ของเจ้าชายเองก็โดนแรงระเบิดไปไม่น้อย และต่างก็บาดเจ็บสาหัสกันเกือบทุกคนผู้คนที่อยู่ใกล้กับบริเวณนั้นก็หันมามองด้วยความตกใจ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี แต่ก็ยังมีอัศวินของเจ้าชายบางคนบุกลุยเข้าไปช่วยเหลือเจ้าชายจากภายนอกเข้าไป แต่เมื่อเขาเข้าไปได้ และนำตัวของเจ้าชายบาดเจ็บสาหัสออกมา พระองค์ก็โดนเหมือนอะไรสักอย่างกระทบเข้าที่หัวพร้อมกับระเบิดออกมาและแน่นอนว่าเจ้าชายได้จากโลกนี้ไปแล้ว และภายในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หัวของอัศวินคนนั้นก็แตกกระจายกลายเป็นโกโก้ครั้นแสนอร่อย จนสุดท้ายมันก็ไม่มีใครเลยสักคนที่รอดออกมาจากเหตุการณ์นั้นเลย และไม่มีใครรู้ด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แม้แต่เจ้าเมืองที่อยู่ตรงนั้นก็ยังไม่ทันได้เข้าช่วยเหลือใดๆเลยแม้แต่น้อย และเขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าในอนาคตมันจะเป็นปัญหาระดับอาณาจักรอย่างแน่นอนส่วนทางหน่วยอินทรีย์ที่ออกมาจากจุดซุ่มยิงแล้ว และกำลังจะเดินทางกลับไปเพื่อคุ้มกันท่านฌอนต่อก็ได้ยิ้มออกมา ก่อนจะส่งข่าวผ่านทางเครื่องรหัสมอส

    “หน่วยอินทรีย์ขาวทำภารกิจสำเร็จเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี.. กำลังเดินทางกลับครับ”

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน