ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ตัวของหมิงโจวยิ่งรู้สึกอับอายขายหน้ามากเท่านั้น ตัวของมันเป็นถึงศิษย์หลัก ผู้ที่แข็งแกร่งกว่ามันผู้นี้แทบจะนับนิ้วได้แต่ตัวของมันผู้นี้กับไม่สามารถที่จะจัดการเจ้าหน้าใหม่ผู้นี้ได้ทั้งที่ตัวของมันเองเข้าร่วมมาเป็นศิษย์ฝ่ายในได้ไม่นานนัก ภาพเหตุการณ์เช่นนี้มันไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นเจ้าหลินเทียนผู้นี้มันควรที่จะเป็นหินรองเท้าสำหรับตนถึงจะถูกเพื่อที่จะส่งเสริมชื่อเสียงของตนให้ดังกระช่อนยิ่งขึ้น แต่สถานการณ์เช่นนี้ราวกับว่าตนเองกลับกลายเป็นหินรองเท้าให้กับมัน ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ร่างกายและจิตวิญญาณของมันสั่นทึมไปด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะอย่างไรตนเองจะต้องบดขยี้เจ้าสวะผู้นี้ให้จงได้
“เหอ เหอ ฝีมือไม่เลว ไม่เลวเลยจริงๆ ผิดกับความคาดหมายของข้าไปไกล ถึงจะเป็นอย่างงั้นผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม ชีวิตสุนัขของเจ้าจะต้องจบสิ้นลงที่นี่” มันไม่มีวันเชื่อถืออย่างเด็ดขาดถ้าหากมันทุ่มสุดกำลังจะไม่สามารถทำอะไรคนตรงหน้าได้เลย ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่จะผิดจากความคาดหมายของมันไปบ้างแต่มันก็ยังคงมั่นใจพอที่จะปลิดชีวิตของหลินเทียนได้
หลินเทียนจ้องมองชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาตั้งแต่เริ่มการประลองตัวของมันยังมิทันได้ลงมืออะไรที่มันเกินรุนแรงเลย เขาพยายามที่จะให้โอกาสอยู่หลายครั้ง แต่คนตรงหน้าทุกกระบวนท่าที่มันจู่โจมล้วนแล้วแต่หมายที่จะเอาให้ถึงชีวิตทั้งสิ้นถึงแม้ว่าภายในศึกการประลองในครั้งนี้จะเป็นการประลองเป็นตายก็ตาม หากสามารถพูดคุยกันได้ตนเองก็จะไม่ถือสา แต่จะคิดว่านี่เป็นเพียงแค่การพบปะแลกเปลี่ยนฝีมือเท่านั้น
“โง่เขลาเกินเยียวยา” หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา ถึงแม้ว่าตนเองจะมิได้สำแดงเดชพลังที่แท้จริงออกมาเพียงแค่นี้ก็รู้ซึ้งถึงความต่างแล้ว แต่คนตรงหน้ากับไม่รู้จักใช้หัวคิด เห็นทีชีวิตของมันภายในวันนี้จะจบสิ้นแล้วจริงๆ ไม่ว่าตัวของมันจะอยู่หรือตายก็เป็นผลมาจากการกระทำที่โง่เขลาของมันเอง
“แก..ไอ้เด็กเหลือขอแก กล้าว่าข้าต่อหน้าผู้คนอย่างงั้นหรอ” สีหน้าของมันในยามนี้ถึงกับแดงก่ำ มันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะโดนเด็กรุ่นเยาว์ที่อ่อนวัยกว่ามันด่าทอมันต่อหน้าผู้คนมากมายถึงเพียงนี้
“มหาเวท มหาพิภพผลาญฟ้า” ทั่วทั้งสนามประลองที่กว้างใหญ่แห่งนี้ถึงกับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่น่าเชื่อว่าทักษะทำลายล้างเช่นนี้นั้นจะเกิดจากนักเรียนจอมเวทผู้หนึ่ง นี่มันเป็นหนึ่งในทักษะระดับสูงที่หาได้ยากยิ่ง คาดว่าทักษะระดับสุดยอดเช่นนี้คงได้รับการสืบทอดมาจากหมิงจงหนึ่งในเสาหลักของสภาจอมเวท มหาเวทชุดนี้นั้นนับว่าเป็นควาภาคภูมิใจสูงสุดของมันก็เป็นได้
ไม่เพียงแต่ผืนแผ่นดินจะสั่นไหวเท่านั้น ผืนทรายทั่วทั้งสนามประลองกลับกลายเป็นพายุขนาดใหญ่ยักษ์มันสูงเสียยิ่งกว่าสนามประลองเสียอีกเหล่าผู้ชมที่เฝ้าติดตามอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดผวาเกรงกลัวว่าตนเองจะได้รับผลกระทบจากพลังทำลายล้างชุดนี้
หวืดดดด หวืดดดดด ทั่วทั้งสนามประลองเกิดสนามพลังขนาดใหญ่ปกคุมไปทั่วทั้งสนามพลังเพื่อที่จะไม่ให้พลังทำลายล้างชุดนี้รั่วไหลออกมาข้างนอก ผู้ที่สามารถกลางม่านพลังได้อย่างฉับพลันนี้ได้นั้นเห็นทีจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากผู้อำนวยการชิงหลง ดูเหมือนว่าตัวของมันนั้นใช้อุปกรณ์พลังเวทอะไรบางอย่างเพื่อที่จะทำให้ม่านป้องกันนี้สามารถป้องกันได้อย่างทั่วถึงทั้งสนามประลอง
ภาพเบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้น เป็นพายุทะเลทรายขนาดยักษ์มหิมาเป้าหมายของมันคือบดขยี้ไปที่ร่างของหลินเทียนถึงภาพเบื้องหน้ามันจะเป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงขีดสุดแต่ช่างหน้าแปลกที่ตัวของเขาไม่สามารถสัมผัสถึงภัยคุกคามได้แม้แต่น้อย หรือนี่มันจะเป็นผลวิถีของราชันตัวตนที่สูงส่งไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถที่จะแตะต้องหรือเอื้อมถึงได้
หลินเทียนค่อยๆวาดมือขึ้นสูงอย่างช้าๆพร้อมทั้งร่างมหาเวทบทหนึ่งไปที่แกนกลางของพายุทะเลทราย สายพลังเวทค่อยๆซึมซับไปอย่างช้าๆ
หวืดดดดดดดดดด เพียงแค่ชั่วอึดใจเท่านั้นหลินเทียนสามารถหักล้างพลังการโจมตีของหมิงโจวได้จนหมดสิ้นราวกับพลังทำลายล้างที่เตรียมพร้อมบดขยี้ทุกสรรพสิ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“บ้าหน่า…..นี่คือมหาเวท มหาพิภพผลาญฟ้า เลยเชียวนะมันจะเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร ไม่จริงข้าไม่เชื่อ ไม่จริง มันต้องใช้วิธีการสกปรกชั่วช้าเป็นแน่” ผู้ที่แหกปากร้องโวยวายเสียงหลงมากที่สุด ณ ที่นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหมิงจง หนึ่งในเสาหลักของสภาจอมเวท มันเข้าใจถึงความร้ายกาจของมหาเวทชุดนี้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะอย่างไรมันก็มิอาจที่จะทำใจเชื่อได้เลยเพราะมหาเวทชุดนี้มันเป็นผู้คิดค้นด้วยตนเองและมันใช้เวลายาวนานมากถึง 10 ปีถึงจะได้มหาเวทชุดนี้ขึ้นมา แต่ภาพที่เบื้องหน้าของมันในขณะนี้กับมีเด็กรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งที่สามารถจัดการมันได้โดยง่าย สติของมันในยามนี้หลุดลอยไปยิ่งกว่าหลานชายของมันอีก มิใช่หลานชายของมันที่แพ้เท่านั้นยังรวมไปถึงตัวของมันเองด้วยที่พ่ายแพ้ให้กับหลินเทียน เพราะทักษะวิชานี้ถือเป็นวิชาลับขั้นสูงสุดของมันแล้ว
“ต่อไปตาข้าบ้างล่ะ อย่าหาว่าข้าใจร้ายนะ เป็นเพราะเจ้ามันรนหาที่เอง” หลินเทียนเคลื่อนที่ไปเบื้องหน้าดุจความเร็วแสงแม้แต่ตัวตนที่แข็งแกร่งระดับทวีปยังมองตาเปล่าไปแทบไม่ทัน ถึงแม้ว่าในยามนี้พลังของหลินเทียนจะอยู่ในระดับจอมเวทชั้นสูงขั้นที่ 1 แต่ทักษะในการเคลื่อนที่ของเขาเป็นวิชาเหยียบย่ำพระจันทร์ขั้นที่ 5 ภายในทวีปแห่งนี้นั้นน้อยคนที่จะฝึกมันสำเร็จบวกกับระดับพลังของราชัน จึงทำให้การเคลื่อนไหวของหลินเทียนในยามนี้ว่องไวดุจภูตผี ผู้เยี่ยมยุทธ์ที่เฝ้ารับชมในยามนี้นั้นถึงกับมีสีหน้าที่ถอดสีกันตามๆกันมันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเช่นนี้นั้นจะเกิดจากรุ่นเยาว์ผู้หนึ่ง
หลินเทียนในยามนี้นั้นยืนอยู่ที่เบื้องหน้าหมิงโจวอย่างเด่นชัดสัญชาตญาณของมันร้องเตือนอยู่ตลอดเวลาว่าให้หนีแต่ช่างหน้าเสียดายที่ร่างกายของมันไม่ยอมเคลื่อนไหวตามความรู้สึกนึกคิดของมัน ราวกับมีมวลพลังมากมายมหาศาลกดทับไปที่ร่างของมัน
“อย่า…จงหยุดมือเดียวนี้” หมิงจงผู้เป็นลุงเห็นท่าไม่ค่อยดีรีบแหกปากร้องขึ้นมาทันทีเพราะเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อผู้เป็นหลานชายของตน
ฉวบ…หลินเทียนทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร เขาแทงไปที่กระดูกสันหลังของมันพร้อมทั้งใช้มหาเวทที่เป็นพื้นฐานมากที่สุดกระแสไฟฟ้าหลั่งไหลไปทั่วทั้งเส้นประสาทของหมิงโจว
อ๊ากกกกกกกกก ตัวของมันถึงกับส่งเสียงกรีดร้องออกมาแทบจะขาดใจ ความเจ็บปวดทรมานเช่นนี้ในชีวิตของมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนดูเหมือนว่าเส้นประสาทสัมผัสแต่ล่ะเส้นของมันค่อยๆถูกตัดขาดถูกบัดขยี้อย่างช้าๆผ่านไปหลายชั่วอึดใจ ตัวของมันจึงสิ้นสติลง ทร่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย