ตอนที่ 10 อวี้เหลียนอวี้ชุ่ย (2)
ตลกแล้ว ใครจะไปรู้ว่าพวกสาวใช้ของมารดาจำเป็เป็พวกสายสืบอีกหรือเปล่า เ้าของร่างเดิมถูกสายสืบใส่ร้ายแล้วครั้งหนึ่ง นางไม่อยากจะถูกใส่ร้ายอีกรอบหรอกนะ
“ก็ได้ๆ” จ้าวซื่อไม่กล้าจะเมินเฉย รีบเรียกหัวหน้าทาสรับใช้เข้ามา สั่งให้คนไปตามหาทันที
กู้เชียนเสวี่ยจึงวางใจ “หาเจอแล้ว ก็ให้ตามไปที่เรือนทิงเสวี่ยนะเ้าคะ ข้าจะรอพวกนางที่นั่น” พูดจบก็กลับไปยังที่อยู่ของตัวเอง ตัดสินใจพักผ่อนเสียหน่อย จะได้รีดเค้นความทรงจำไปด้วย
อย่างไรเสีย ไอ้ความทรงจำที่ขาดๆ หายๆ อีกทั้งยังเลือกจำของเ้าของร่างนี่ช่างห่วยแตกเสียจริง
ณ เรือนทิงเสวี่ย เรือนที่กู้เชียนเสวี่ยอาศัยอยู่ อย่ามองเพียงเ้าของร่างไม่ได้เป็ที่รักของบิดาและท่านย่า แต่เพราะความยิ่งใหญ่ของท่านตาและด้วยตำแหน่งที่เป็ถึงบุตรสาวสายตรง ไม่ว่าจะเื่กินเื่ใช้ ล้วนแล้วเป็ของดีทั้งสิ้น
นอกจากของกินเสื้อผ้าของใช้แล้ว ก็ยังมีพวกเครื่องประดับเงินทองมากมาย แม้จะเป็เพราะเห็นแก่ท่านตาของนางก็ตามที
เมื่อนึกถึงเครื่องประดับ กู้เชียนเสวี่ยก็รู้สึกอยากจะกัดคนเสียให้ได้ เหตุใดเ้าของร่างถึงได้โง่เง่าแบบนี้นะ! ของล้ำค่าตั้งมากมายโยนลงพื้นก็ยังมีเสียง ทำไมถึงได้ให้คนอื่นไปอย่างไร้เหตุผลแบบนั้นเล่า
จะให้ใครก็ให้ไปเถอะ ไยจะต้องให้นางหญิงชั้นต่ำกู้เชียนโหรวนั่นด้วย
ใช่แล้ว คุณหนูรองกู้เชียนโหรวมาหลอกเอาของล้ำค่าจากเ้าของร่างที่แสนโง่เขลาตั้งมากมาย
ไม่ได้ ของล้ำค่าเ่าั้นางจะต้องเอากลับมาให้ได้ มิเช่นนั้นตนคงจะโกรธจนอยากตายเสียให้ได้!
แม้สาวใช้ติดตามอย่างอวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยสองคนนั้นจะถูกขังไว้อยู่ในห้องเก็บฟืนแล้ว แต่เรือนทิงเสวี่ยก็ยังมีบ่าวอีกมากมาย เมื่อเห็นว่าคุณหนูใหญ่กลับมาแล้ว ก็พากันมาคาระวะนาง
เชียนเสวี่ยเดินผ่านแต่ละคนไปเรื่อยๆ ดูจากสายตาหยามเหยียดของคนเ่าั้ก็รู้แล้วว่าบ่าวพวกนั้นส่วนใหญ่กำลังดูถูกเ้าของร่างอยู่ น่าเสียดายที่เ้าของร่างเปรียบเสมือนคนตาบอดที่มองไม่ออก
ห้องของกู้เชียนเสวี่ยหรูหราและสะอาดสะอ้าน ไม่เหมือนกับห้องของจ้าวซื่อที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมฉุน มีเพียงกลิ่นหอมเย็นบางเบาของเด็กสาวแทน
กู้เชียนเสวี่ยจึงนึกได้ว่าอยากจะดูใบหน้าของตัวเองให้ชัดๆ ถึงแม้ว่าจะได้ดูไปก่อนหน้านี้แล้วนิดหน่อย แต่เพราะยังสะสางเื่ไม่สำเร็จ จึงไม่ได้ดูอย่างละเอียด
ตรงหน้ากระจกทองแดงคือเด็กสาวอายุสิบสี่คนหนึ่งที่กำลังใช้สายตาสงสัยและตะลึงกับความงามจ้องมองเข้ามาในกระจก
เห็นเพียงดวงตากลมโตดั่งน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ดูชุ่มฉ่ำมีชีวิตชีวา เหมือนมีหมอกฝนปกคลุม มีความอ่อนนุ่มและไร้ซึ่งขอบเขต ปลายจมูกเล็กแหลมตั้งตรง งดงามราวกับศิลปะงานแกะสลัก กับริมฝีปากเล็กสีลูกอิงเถา[1] ไม่หนาไม่บาง ไม่ต้องแต่งเติมก็แดงเป็ธรรมชาติแล้ว
เป็เด็กสาวแสนงดงามราวกับดอกไม้ตูมที่รอวันแบ่งบานคนหนึ่งนี่เอง!
แม้ว่าใบหน้าของกู้เชียนเสวี่ยในยุคปัจจุบันจะละม้ายคล้ายคลึงกับเ้าของร่างเดิม แต่ก็อดพูดไม่ได้ว่ารูปโฉมของเ้าของร่างนั้นดูดีกว่าในยุคปัจจุบันหลายเท่านัก
แค่หน้าเปลือยเปล่าของเด็กสาวก็สวยขนาดนี้แล้ว ถ้าได้แต่งตัวแต่งหน้าให้ดี จะต้องงดงามราวกับนาง์ก็มิปาน
ยกแขนขึ้นดู กู้เชียนเสวี่ยเพิ่งพบว่าเรือนร่างนี้ก็สวยเช่นกัน แขนขายาวตรง แค่สวมชุดกระโปรงยาวไหมแพรธรรมดาๆก็ให้ความรู้สึกถึงความงดงามอรชรแล้ว มิน่าตอนที่กู้เชียนโหรวมองมาที่นาง สายตาถึงได้ปกปิดความเกลียดชังเอาไว้ไม่อยู่
ในตอนที่กู้เชียนเสวี่ยกำลังชื่นชมกับความงามของตนอยู่นั้น ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างนอก
จากนั้นเสียงโหวกเหวกก็หยุดลง แสงที่ผ่านลอดประตูห้องมืดลง และพบว่าที่หน้าประตูมีเด็กสาวรูปร่างผอมโซไม่เหลือสภาพสองคนยืนอยู่
เด็กสาวสองคนนั้นเกรงว่าคงจะถูกปฏิบัติอย่างทารุณมากทีเดียว หน้าตาซีดเซียวผอมแห้ง โดยเฉพาะกับมือสองข้างนั่น ดำทะมึนขนาดนั้น มีหรือจะใช่มือของเด็กสาว
กู้เชียนเสวี่ยขมวดคิ้ว…ใช้หัวเข่าคิดก็ยังคิดได้ ต้องเป็กู้เชียนโหรวแน่ๆ ที่ระบายอารมณ์ใส่สาวใช้ทั้งสอง
“เข้ามาสิ” เป็เพราะนึกถึงกู้เชียนโหรวขึ้นมาพอดี น้ำเสียงของกู้เชียนเสวี่ยจึงปิดความโกรธเอาไว้ไม่มิด
สาวใช้ทั้งสองคนตัวสั่นงันงก คุกเข่าล้มลงกับพื้นดังตุบ ก้มหัวสุดชีวิต “คุณหนูโปรดไว้ชีวิตด้วย คุณหนูโปรดไว้ชีวิตด้วย”
เชิงอรรถ
^ ผลเชอร์รี