หลินเฟยยืนฟังด้วยความสนใจขณะที่เสียงในห้องยังคงพูดคุยและโต้เถียงกันไปมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงจนในที่สุดขณะที่หลินเฟยกำลังจะเดินไปสอบถามเรื่องการทดสอบกับคนในสมาคม ปัง! ประตูห้องถูกเปิดออกหญิงสาวที่มีน้ำเสียงเย่อหยิ่งและหลินเฟยได้สบตากันโดยไม่ได้ตั้งใจ
''มองหาอะไรของเจ้า หากยังไม่หยุดมองข้าจะควักลูกตาของเจ้ามาเตะเล่น''ใบหน้าของหลินเฟยไม่แยแสทันทีเพียงแค่มองโดยไม่ตั้งใจแต่ถึงกับจะควักลูกตากันเลย? บิดาเจ้าเถอะข้าไปทำอะไรให้เจ้าหลินเฟยทำได้แค่คิดในใจจากนั้นจึงหันไปสนใจกับเรื่องของตัวเอง และจากการสอบถามการทดสอบเข้มงวดมากนอกจากนี้ยังเสียค่าสมัครในการทดสอบอีกด้วย เนื่องจากการทดสอบเป็นนักหลอมโอสถไม่สามารถล้อเล่นได้เพราะสมุนไพรต่างๆในการทดสอบทางสมาคมจะจัดการให้และมันไม่สามารถทำให้เสียของโดยเปล่าประโยชน์
''แน่นอนข้าตกลงเข้าทดสอบ นอกจากนี้....''ตึง! หลินเฟยยังพูดไม่ทันจบก็ถูกขัดจังหวะโดยคนอื่นผู้ที่เพิ่งมาถึงมีอายุประมาณ50ปีเป็นชายร่างผอมแห้งที่มีใบหน้าซีดขาวที่ไร้อารมณ์ นอกจากนั้นมันไม่ธรรมดาเพราะชายคนนั้นมีคนติดตามมามากถึง20คน
''ไสหัวไปข้าจะทำการทดสอบเป็นนักหลอมโอสถระดับ1''มันพูดกับหลินเฟยพร้อมแสยะยิ้มขึ้นมา จากนั้น...ปัง! มันก็สะบัดมือใส่หลินเฟยโดยไม่มีการตักเตือนใดๆทั้งสิ้น แต่โชคดีที่หลินเฟยสามารถป้องกันเอาไว้ได้แต่หลินเฟยก็ยังบาดเจ็บเพราะชายคนนั้นมีปราณปฐพีขั้นที่3
''บัดซบ! เจ้ากล้ามากที่สร้างความวุ่นวายในสมาคมของข้า?''เป็นเสียงที่ทรงพลังจนทุกคนต้องเอามือปิดหูดังขึ้นมาโดยที่คนอื่นๆนั้นไม่เป็นอะไรมาก จะมีก็แค่ชายอายุ50คนนั้นที่กระอั่กเลือดออกมา
''ผู้อาวุโสโปรดอภัย ข้ามาจากตระกูลหวาง''สิ้นเสียงของชายอายุ50 คลื่น! แรงกดดันได้ถาโถมไปที่ชายอายุ50ปีเป็นแรงกดดันในระดับนี้เป็นแค่การสั่งสอนเพียงเท่านั้น
''เจ้าคิดว่าตระกูลหวางยิ่งใหญ่นักหรือไง เป็นแค่ตระกูลใหญ่ในเมืองสีชาดแค่นั้นแต่กลับวางท่าใหญ่โตเสียจริงๆหรือเจ้าอยากจะเจอกับปัญหา''เคร้ง! ป้ายเหล็กสีดำที่มีขีดสีทอง3ขีดอยู่บนนั้นถูกโยนออกมาโดยไม่มีใครรู้ตัวฉับพลันชายอายุ50ก็ตัวสั่นแล้วคุกเข่าลง
''ผู้อาวุโสโปรดอภัยให้ข้า ข้าไม่ทราบว่าท่านคือนักหลอมโอสถระดับ3...''
''หุบปากแล้วเก็บป้ายนั่นมาให้ข้าที่ชั้น3 โอ้...แต่เจ้าต้องคลานขึ้นมานะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า''ชายอายุ50ปีได้แต่กัดฟันเพราะนักหลอมโอสถระดับ3มีฐานะด้อยกว่านักอาคมระดับ3อยู่เพียงไม่เท่าไหร่เท่านั้น นอกจากนี้มันยังน่ากลัวเพราะนักหลอมโอสถระดับ3สามารถสั่งหยุดการซื้อขายโอสถและสมุนไพรได้ทั้งหมด10สถานที่หรือตระกูลซึ่งถ้าหากตระกูลของมันโดนระงับการซื้อขายโอสถและสมุนไพรนั่นหมายถึงตระกูลจะอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว
''ขอรับผู้อาวุโส...''ชายอายุ50ปีเก็บป้ายขึ้นมาขณะมองไปที่หลินเฟยด้วยแววตาโกรธแค้น
''เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า บัดซบ! ระวังตัวของเจ้าเอาไว้ให้ดีเถอะ''หลินเฟยถึงกับกรอกตา นี่มันเรื่องบัดซบอะไรทั้งๆที่ตนเองไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆแต่กลับโดนเพ่งเล็งและที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือมันมาจากตระกูลหวางหากไม่มีอะไรผิดพลาดหลินเฟยคิดว่าชายคนนี้คงเป็นลุงหรือไม่ก็อาของหวางจื่อเวยที่ตนเคยเจอในเมืองจันทรา
''เฮ้อ...ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าที่นี่มีคนที่ชื่อลู่หลินที่มาพร้อมกับพ่อของนางอยู่หรือไม่''
''...มีเจ้าค่ะ ตอนนี้ทั้งคู่พักผ่อนอยู่บนชั้นที่3 หรือคุณชายคือคุณชายหลินเฟยหากใช่ข้าจะพาท่านไปพบกับทั้งคู่เอง''
''ถูกต้องข้าคือหลินเฟย แต่ข้าขอทดสอบก่อนก็แล้วกัน''สิ้นเสียงของหลินเฟยเสียงที่ทรงพลังก็ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งแต่ครั้งนี้มันไม่ได้เป็นเสียงที่น่ากลัวเหมือนก่อนหน้านี้แต่มันเป็นเสียงที่สนใจและอบอุ่นแทน
''หนุ่มน้อยหากเจ้าต้องการทดสอบเป็นนักหลอมโอสถให้ขึ้นมาทดสอบกับข้าโดยตรงได้เลย...นอกจากนี้คนที่เจ้ากำลังตามหาก็นั่งอยู่กับข้าด้วย''หลินเฟยไม่ได้ขัดข้องขณะเดินขึ้นไปที่3 โดยระหว่างที่เดินขึ้นไปนั้นหลินเฟยได้หยุดลงตรงที่ชายอายุ50กำลังคลานอยู่ แต่ไม่นานหลินเฟยก็เดินต่อไปจนกระทั่งเจอกับเจ้าของเสียงเป็นชายชราเครายาวที่มีท่าทางอบอุ่นกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะขณะที่ลู่หลินและพ่อของนางก็นั่งอยู่ด้วย
''คุณชายในที่สุดท่านก็มาข้าเป็นห่วงท่านแทบแย่ ข้านึกว่าท่าน...''ลู่หลินรีบวิ่งไปกอดหลินเฟยอย่างลืมตัวโดยสภาพของลู่หลินในตอนนี้ผอมลงอย่างมาก
''หืม...มานี่สิ ขอข้าดูหน้าตาชายที่ทำให้ลูกของข้าไกินไม่ได้นอนไม่หลับหน่อย''ชายวัยกลางคนโบกมือ วูบ!ฉับพลันร่างของหลินเฟยกลับถูกกระชากเข้าไปใกล้ๆชายวัยกลางคนทันทีและเมื่อหลินเฟยอยู่ใกล้ๆนั้นหลินเฟยสามารถรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่กำลังกัดกินชายคนนั้นและความกดดันแปลกๆที่แผ่ออกมา
''พี่ใหญ่มันรังแกท่าน...ให้ข้าจัดการมันเลยมั้ย''เสียงของเสี่ยวมู่ดังขึ้นมาในจิตใจของหลินเฟยตอนนี้เสี่ยวมู่มีความมั่นใจมากเพราะมันครอบครองปราณก่อเกิดขั้นที่2 ส่วนพ่อของลู่หลินมีปราณก่อเกิดขั้นที่1หากต้องฆ่าอีกฝ่ายเสี่ยวมู่มั่นใจว่าตนเองเอาอยู่ แต่ผิดกับหลินเฟยเพราะหลินเฟยรู้ว่าเสี่ยวมู่สู้ไม่ได้แน่ๆถึงจะเป็นแค่ปราณก่อเกิดขั้นที่1 แต่ร่างกายและความกดดันของอีกฝ่ายมันไม่ใช่เลย
''ไม่เป็นไรเสี่ยวมู่ ส่วนท่านคงเป็นพ่อของลู่หลินสินะ...ข้าขอเตือนท่านสักเล็กน้อยอย่าใช้พลังปราณพร่ำเพรื่อเพราะมันจะเร่งให้พิษในตัวของท่านทำงานเร็วขึ้น''หลินเฟยไม่แยแสปราณก่อเกิดขึ้นที่1? มันไม่ใช่พลังที่แท้จริงเป็นเพราะโดนพิษมานานพ่อของลู่หลินจึงใช้ลมปราณสะกดพิษเอาไว้ทำให้ปราณในร่างเริ่มถดถอยลงมา
''หืม...เจ้าคงพูดคุยกับสัตว์อสูรรับใช้ผ่านจิตใจสินะ นับได้ว่าสัตว์อสูรระดับสูง?....''พ่อของลู่หลินเงียบลงไปเพราะมีแต่สัตว์อสูรระดับสูงและมีสติปัญญาเท่านั้นที่จะพูดคุยผ่านจิตใจได้ แต่จากที่มองดูอย่างละเอียดแล้วมันก็แค่กระรอกหางดาบที่พิการเท่านั้น
''พอเถอะท่านรอข้าอีกสักหน่อย ตอนนี้ข้าต้องการทดสอบเพื่อเป็นนักหลอมโอสถ''พ่อของลู่หลินพยักหน้ารับโดยสายตานั้นบ่งบอกได้เลยว่ามันไม่เชื่อว่าหลินเฟยจะรักษามันได้เพราะในอดีตมันหาคนมารักษาแล้วมากมายแต่ก็ไม่มีใครเลยที่รักษาได้จนตัวมันเองถอดใจแล้วรอวันตายอย่างสงบและที่มันยอมมาในครั้งนี้เพราะต้องการจะรู้ว่าใครที่ทำให้ลูกสาวของตนกินไม่ได้นอนไม่หลับแบบนี้เท่านั้น