มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 151 หุบเหวพายุ

            หลังจากนั้นกังหลงก็ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการฝึกฝน ทุกสรรพวิชาที่ตนเรียนรู้มา แบ่งเวลาส่วนหนึ่งแนะนำสตรีงามทั้งสามด้านปราณยุทธและด้านโอสถ ในด้านโอสถนั้นทั้งนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์มีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้วจึงพัฒนาขึ้นจากเดิมอีกมากมาย ส่วนเยี่ยนฟางบางคราที่เบื่อหน่ายจากการฝึกปรือด้านปราณยุทธก็หันมาเรียนรู้ด้านโอสถกับอีกสองสาวบ้าง จนเริ่มมีความรู้ด้านโอสถขึ้นเช่นกัน


            ทั้งสี่ใช้ชีวิตอยู่เช่นนี้บางคราเบื่อหน่ายสามสาวก็มาลากกังหลงออกจากถ้ำไปเที่ยวชมนกชมไม้วิ่งเล่นกันตามประสาสาว ๆจวบจนวันหนึ่งผ่านมาถึงลานหญ้าที่เป็นสถานที่ที่ทุกคนเคยถูกส่งตัวออกมาคราแรก กังหลงพลันนึกถึงเหตุการณ์ที่ได้พบเจอมังกรวาตะขึ้นมาครานั้นหลังจากสังหารมังกรวาตะก็วุ่นวายกับการหาที่พักและมัวหมกมุ่นกับการฝึกปรือและการสั่งสอนสามสาวเลยทำให้ลืมเลือนเรื่องเกี่ยวกับมังกรวาตะไปเสียสนิท

     

            โดยปกติเผ่าพันธ์มังกรหรือสัตว์อสูรระดับสูงที่มีพลังปราณสูงกว่าปราณราชันย์ขึ้นไปมักจะแยกไปอยู่อย่างโดดเดี่ยวมิค่อยเปิดเผยตัวยากที่ผู้คนจะพบเจอเพราะสัตว์อสูรตั้งแต่ระดับนี้จะเริ่มรู้จักบำเพ็ญเพื่อที่จะไปสู่จุดที่มีปัญญาสามารถพูดและสื่อสารภาษามนุษย์ได้ 


            แต่หากแม้นสัตว์เหล่านี้เปิดเผยตัวตนออกมานั่นย่อมแสดงว่าต้องมีเหตุสุดวิสัยสองประการหนึ่งคือกำลังวางไข่ ฟักไข่ หรือมีตัวอ่อนที่เพิ่งออกจากไข่หรือเพิ่งคลอดลูกและประการที่สองคือการเฝ้ารักษาสิ่งวิเศษตามธรรมชาติจำพวกพืชพรรณวิเศษหรือวัตุวิเศษอื่น ๆ ตามธรรมชาติที่มิผลต่อการบำเพ็ญหรือฝึกปรือของมันครานั้นนอกจากมังกรวาตะตัวนั้นแล้วมิได้ยินเสียงร้องหรือเห็นตัวอื่นอีกความเป็นไปได้อาจที่จะมีสิ่งของวิเศษจึงเป็นไปได้มากกว่า ดังนั้นจำต้องหาสถานที่ ๆแห่งนั้นให้พบเจอ


           เมื่อกังหลงบอกสิ่งที่ตนคิดออกมา สามสาวจึงให้ความสนใจและต้องการจะร่วมค้นหาสถานที่ที่มังกรวาตะเคยเฝ้ารักษาด้วยว่าจะอยู่ที่ใดทั้งสี่เริ่มค้นหาจนรัศมีการ้นหากว้างออกไปเรื่อย ๆจนผ่านมาถึงช่องเขาแห่งหนึ่งห่างออกไปจากจุดที่ทั้งสามเคยพบมังกรวาตะประมาณหนึ่งลี้ช่องเขาแห่งนี้มีพายุพัดรุนแรง จนก้อนศิลาขนาดเท่าตัวคนถึงกับปลิวว่อนไปตามลมพายุได้

     

            กังหลงสำรวจดูพายุที่รุนแรงนี้มีจุดกำเนิดมาจากหุบเหวเบื้องล่าง เป็นจุดที่มิมีใครกล้าล่วงล้ำเข้าไปเพราะอาจโดนพายุอันรุนแรงนี้ฉีกกระชากร่างเป็นชิ้น ๆ ได้หรือไม่ก็อาจโดนก้อนศิลาขนาดใหญ่ที่พายุพัดมากระแทกจนได้รับบาดเจ็บแหลกราญหลังจากทั้งสามสำรวจแล้วมิมีทางที่จะค้นหาอันใดได้จึงจากไปเพื่อค้นหายังที่อื่นอีกระหว่างการค้นหาได้พบสมุนไพรหายากบางชนิดจึงเก็บรวบรวมไว้เมื่อถึงคราจำเป็นจะได้ใช้ปรุงโอสถที่จำเป็นดินแดนในห้องกาลเวลานับว่าวิเศษแท้ ของธรรมดาเมื่อบังเกิดในห้องกาลเวลาผ่านเวลานานไปกลับกลายเป็นของมีค่าที่มีอายุเก่าแก่ไปเกือบทั้งหมด ด้วยเวลาที่ทบทวีเป็นร้อยเท่า 

     

           เวลาในห้องกาลเวลาผ่านไปอีกสี่ปีกว่า  กังหลงนั้นหลังจากการขยายตัวของทะเลจิตและจุดตันเถียนจนทำให้ทะเลจิตและจุดตันเถียนต้องการพลังมากกว่าคนปกติถึงสามเท่าการจะยกระดับพลังฝีมือไปสู่ระดับที่สูงขึ้นจึงยากกว่าเดิมมากมายนักคนอื่นต้องการพลังเพียงส่วนเดียวก็สามารถก้าวข้ามไปสู่ระดับต่อไปได้ส่วนกังหลงต้องใช้พลังถึงสามเท่าของคนอื่นเพื่อเลื่อนระดับในระดับขั้นพลังเดียวกันแต่ก็มีข้อดีคือในระดับพลังฝีมือเดียวกันก็ยากที่จะมีผู้ใดต่อกรกับกังหลงได้และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้กังหลงสามารถสู้ข้ามระดับได้ถึงสามช่วงใหญ่เลยทีเดียว


            ส่วนสามสาวนั้นการก้าวข้ามระดับต่อไปมิได้ยากเย็นเฉกเช่นกังหลงในเวลาที่ผ่านมานี้เมื่อได้รับการส่งเสริมจากกังหลงในด้านโอสถยกระดับปราณ นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะมีพลังรุดหน้าไปที่ปราณราชันย์ระดับเจ็ดขั้นสุดหยางเสี่ยวเอ๋อร์มีพลังรุดหน้าไปที่ปราณราชันย์ระดับหกขั้นสุด เยี่ยนฟางก็มิน้อยหน้าหลังจากกังหลงทุ่มเทเป็นพิเศษเนื่องจากก่อนหน้านี้ระดับพลังปราณต่ำที่สุดแต่ด้วยพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาจึงมีพลังรุดหน้าไปที่ปราณราชันย์ระดับสองขั้นสุดจนได้แม้พลังปราณของเยี่ยนฟางจะห่างกับอีกสองสาวไปบ้างแต่ด้วยความก้าวหน้าหลายช่วงระดับนี้ทำให้ทั้งนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ต่างอดชมเชยออกมามิได้

     

           วันนี้ขณะกังหลงเดินพลังลมปราณให้โคจรผ่านจุดจักระทั้งเจ็ดพบเห็นจักระจุดอัศนี จุดอัคคี และจุดวิญญาณมีพลังเติมเต็มอยู่ ทำให้รู้สึกซาบซ่านพลังเต็มเปี่ยมแต่เมื่อเดินพลังผ่านจุดจักระที่เหลืออีกสี่จุดก็ให้รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปจิตที่สงบนิ่งหวนคิดไป อัศนีเติมอัศนี  อัคคีเติมอัคคี วิญญาณเติมวิญญาณ  แสงเติมแสง...วาตะเติมวาตะ...เมื่อมาถึงตำแหน่งนี้พลันสะดุ้งและหยุดกึก อุทานออกมา

     

           "อา..วาตะ  ..ใยข้าไม่ได้คิดถึงคำนี้   หุบเหวที่มีพายุรุนแรง นั่นมันพลังวาตะ  หรือในนั้นจะมีเม็ดพลังธาตุวาตะอยู่ด้วย..คราก่อนตอนพบเจอม่านสายฟ้ามากมายกับแม่นางหลานสวี่ในเขตเทือกเขาเนตรอสูรยังโชคดีได้พบเจอเม็ดพลังธาตุสายฟ้าถึงสามเม็ดด้วยกันหรือมังกรวาตะจะออกมาจากหุบเหวที่มีพายุรุนแรงนั้น..คงต้องกลับไปสำรวจดูอีกครั้งมิเช่นนั้นหากพลาดโอกาสไปย่อมน่าเสียดายยิ่งนัก.."

     

           คิดได้เช่นนั้นกังหลงเพียงบอกกับสามสาวว่าจะไปหาสมุนไพรเพื่อใช้ในการปรุงโอสถส่งเสริมพวกนางสักหลายวันให้ทุกคนฝึกฝนต่อกันไปต่อไป เมื่อกลับมาตนจะปรุงโอสถยกระดับปราณเพิ่มเติมให้เพื่อส่งเสริมทุกคนให้ไปอยู่ที่ระดับปราณครึ่งก้าวสู่จักรพรรดื์สงครามให้ได้ก่อนออกจากห้องการเวลา


            เมื่อทั้งสามได้ฟังเช่นนั้นต่างตั้งใจทุ่มเทการฝึกกันอย่างเต็มที่ บอกกล่าวเสร็จกังรีบออกเดินทางทันทีครานี้ที่กังหลงไม่บอกเหตุผลที่แท้จริงว่าจะไปยังหุบเหวที่มีพายุรนแรงเพราะไม่อยากให้ทั้งสามเป็นห่วงต่อการไปสำรวจคราวนี้


           เมื่อเดินทางมาถึงหุบเหวที่มีพายุรุนแรง กังหลงสำรวจดูช่องทางที่จะลงไปยังหุบเหวแห่งนี้อีกครั้งเพื่อจะดูว่ามีเส้นทางอื่นอีกหรือไม่ ที่ไม่ต้องฝ่าอันตรายลงไปทางช่องทางนี้แต่หลังจากสำรวจอีกหลายครั้งก็ไม่พบเส้นทางใดนอกจากเส้นทางนี้จึงจำเป็นต้องหาทางฝ่าเข้าไปอย่างเดียวเท่านั้น

     

            กังหลงจึงลองฝ่าพายุที่รุนแรงเข้าไปดู ความรุนแรงที่แหลมคมดุจคมมีดแรงกดดันที่มากทำให้ผิวกายปวดแสบปวดร้อนจนกังหลงต้องโคจรพลังใช้กายาทองแดงออกมาอย่างเต็มแต่ก็ยังโดนแรงต้านของพายุกระแทกกลับออกมาเกือบทุกครั้งจนเจ็บปวดระบมไปทั้งกาย จนต้องทดลองเรียกปีกฟ้าวายุคำรณออกมาห่อหุ้มร่างกายและทดลองฝ่าเข้าไปใหม่ ครานี้จึงพอสามารถฝืนทนเดินก้าวไปตามเส้นทางได้

     

            แต่บางคราตามเส้นทางก็มีก้อนศิลาขนาดใหญ่โดนพายุพัดลอยออกมาทำให้แรงกดดันเพิ่มขึ้นมาก หากกังหลงไม่คอยหลบหลีกและไม่ใช้ปีกฟ้าวายุคำรณออกมาห่อหุ้มป้องกันการกระแทกคงต้องได้รับบาดเจ็บภายในจนมิสามารถเดินต่อลงไปได้ กังหลงอาศัยความว่องไวของท่าเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยพร้อมการป้องกันอันแข็งแกร่งของปีกฟ้าวายุคำรณจนในที่สุดสามารถผ่านม่านพายุอันรุนแรงเข้าไปได้สำเร็จในที่สุด

     

            หลังจากผ่านม่านพายุอันรุนแรงระยะทางประมาณครึ่งลี้เข้าไปก็สิ้นสุดระยะทางเข้าของหุบเหวกังหลงพบว่าภายในหุบเหวนั้นแตกต่างจากสภาพของด้านนอกโดยสิ้นเชิงเหมือนเป็นโลกอีกโลกหนึ่งปราณธรรมชาติภายในนี้เข้มข้นกว่าด้านนอกถึงเกือบเท่าตัวและต่างเต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ สมุนไพรหายาก กระทั่งแร่ธรตุที่หายากยิ่งเช่นแร่ชีพจรหยกม่วง กังหลงดีใจยิ่ง


            เมื่อสำรวจลึกเข้าไปเรื่อย ๆ  จนถึงใจกลางของพื้นที่ในหุบเหวก็เริ่มพบกับม่านพลังของลมพายุที่รุนแรงกว่าบริเวณปากหุบเหวเสียอีกเสียงอื้ออึงของลมพายุ กินพื้นที่กว้างเป็นวงกลมรัศมีเกือบหนึ่งร้อยเมตร กังหลงสังเกตุรอบๆ ม่านพลังของลมพายุทันใดก็ได้พบเข้ากับรอยเท้าของสัตว์ใหญ่ที่เส้นทางวนไปรอบ ๆ ม่านพายุ

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน