[39] ตัดใจ
เซ็ทยังคงยื่นมือค้างไว้ตรงหน้า หากแต่บูมยังคงนั่งเงียบ สายตาของเจ้าตัวยังเต็มไปด้วยความสับสนงุนงงและความไม่เชื่อตีรวนกันให้มั่วไปหมด แม้แต่คำถามที่ออกมาจากปากเจ้าตัวยังไม่ต่างไปจากคำถามเลื่อนลอย เจ้าของคำถามยังไม่ทันรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนถามด้วยซ้ำไปมั้ง “...มึงต้องการอะไรกันแน่?” เซ็ทขยี้เส้นผมจนยุ่ง สำหรับร่างกายที่อ่อนแอกว่าร่างที่แล้วมาก แดดที่ร้อนจัดของเมืองไทยให้ความรู้สึกไม่ต่างกับกำลังโดนไฟร้อนๆ เผาไหม้ “เอาเข้าไป...ก็บอกแล้วไงว่าจะช่วย”“จะช่วย...อย่างมึงจะมาช่วยอะไรกูได้!!”บูมปัดมือเซ็ทออกอย่างแรง เขาผุดลุกยืนแล้วถลามากระชากคอเสื้อเซ็ท ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ แต่หากมองให้ลึกลงไปก็จะรู้ได้ทันทีว่ามันเต็มไปด้วยความเปราะบาง...บูมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้รับความช่วยเหลือจากใครมาก่อน และไม่เคยคิดว่าจะมีคนเข้ามาบอกว่าจะช่วยเขา มันก็เป็นแค่คำพูดสั้นๆ ง่ายๆ ...ทว่ามันกลับสามารถทำให้เขารู้สึกดีใจอย่างที่ไม่เคยเป็น ...ราวกับว่าเขากำลังรอให้ใครสักคนเข้ามาให้ความช่วยเหลือเขามาโดยตลอด“ช่วยได้ไม่ได้นายก็ต้องรอดูไม่ใช่รึไง อยู่ๆ มาปัดความหวังดีทิ้งกันง่ายๆ แบบนี้ไม่ดีนะ นายไม่รู้หรอกว่าใครทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหนอ่ะ”“...อวดดี อย่างมึงช่วยตัวเองยังไม่ได้เลย”“ฉันช่วยตัวเองเป็นนะ ชักขึ้นชักลง ของแค่นี้เอง”“ไอ้เหี้ย-!!”“อ้ะ หยอกเล่น เย็นลงละดิ?”ไม่ทันที่บูมจะได้ง้างมือตบกระโหลกเซ็ทที่กำมือหลวมๆ ทำท่าชักขึ้นชักลงตามที่ตัวเองพูดอย่างหน้าด้านๆ เซ็ทก็ใช้มือข้างนั้นแหละดันเข้าที่คางบูมจนบูมหน้าหงาย เผลอปล่อยมือออกจากคอเสื้อเซ็ทโดยไม่รู้ตัว“มึง...”บูมหน้าคล้ำ แต่ก่อนจะได้พุ่งเข้าไปปะทะอย่างที่ใจต้องการเซ็ทก็รีบยกสองมือขึ้นยอมแพ้“เอาเป็นว่ามาคุยกันดีๆ สักทีเหอะ ถ้าสิ่งที่นายต้องการจากฉันคือไม่ต้องการให้ฉันเข้าไปใกล้ ไปยุ่ง ไปคุยกับมิ้ว ฉันก็จะไม่ทำ ดีมั้ย?”“...มึงชอบมิ้วไม่ใช่รึไง?” บูมทำท่าไม่อยากจะเชื่อว่าเซ็ทจะยอมง่ายๆ แบบนั้น ในขณะที่เซ็ททำหน้าเหมือนพึ่งนึกได้ว่าเคยมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นด้วย หลังจากลอบกลอกตามองบนอยู่สองสามหนก็ฉีกยิ้มแป้นแล้นสดใสสุดๆ แต่คำพูดนั้นออกแนวตรงกันข้ามทั้งยังแฝงด้วยความประชดประชันชัดเจน“อ๋อ...นั่นมันก็แค่เมื่อก่อนน่ะ เป็นแค่อดีตที่ไม่น่าจดจำ ตอนนี้ฉันไม่ใช่คนเดิมแล้ว ไม่โง่กลับไปชอบผู้หญิงแบบนั้นเป็นครั้งที่สองหรอกน่า นายเองก็ควรฉลาดได้แล้วนะ”“มึง-!!”ก่อนที่บูมจะได้เข้ามาโวยวายอะไร เซ็ทก็หันไปทางกรรมการที่ยังนั่งรอดูสถานการณ์ในฐานะบุคคลภายนอก เปล่งเสียงดังฟังชัดให้ผู้ชมข้างสนามอีกสองคนได้ยินด้วย“กรรมการครับ การแข่งนี้ผมขอยอมแพ้ จากวันนี้ฉันจะไม่เข้าใกล้มิ้วอีกตามที่นายต้องการ”“!!!”คิวยิ้มเต็มแก้มยามที่ได้ฟัง จริงๆ แล้วการพนันของเซ็ทกับบูมนั้น ไม่ว่าเซ็ทจะแพ้หรือชนะก็ไม่เป็นไร ในเมื่อตัวเขาเองก็ไม่คิดจะให้เซ็ทหลงผิดกลับไปตกบ่วงผู้หญิงแบบมิ้วอีกเป็นครั้งที่สองอยู่แล้ว ซึ่งยิ่งมีข้ออ้างเรื่องพนันมาใช้ยิ่งง่ายที่จะหลีกเลี่ยงมิ้วอีกด้วยแต่มิ้วนั้นต่างกัน เธอมีสีหน้าไม่ต่างจากเห็นแผ่นดินถล่ม ฟันขาวขบกัดริมฝีปากล่างจนเลือดแทบออก มือบางกำลูกกรงแน่น จนสุดท้ายก็ต้องวิ่งเข้าไปในคอร์ทเพราะทนดูไม่ได้ “เดี๋ยวสิ ทำไมล่ะทั้งๆ ที่เซ็ทจะชนะอยู่แล้วแท้ๆ ไม่สิ จริงๆ แล้วไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ก็ไม่เห็นจะต้องเลิกยุ่งกันเลยนี่นา ฉันน่ะอยาก- เอ่อ...ยังไงพวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมห้องกันไม่ใช่เหรอ การพนันอะไรนั่นไม่เห็นจำเป็นเลย ยกเลิกไปเถอะนะเซ็ท... บูม ยกเลิกเถอะนะบูม มิ้วขอล่ะ”มิ้วพูดรัวเร็ว เธอไม่สามารถคงสีหน้าอ่อนหวานได้อย่างทุกที ความในใจกับสิ่งที่ตั้งใจจะพูดปนกันเละเทะ หลังจากเข้าไปเกาะแขนเซ็ททำสีหน้าอ้อนวอนแล้วเซ็ทไม่สนใจ มิ้วก็รีบเปลี่ยนเป้าหมายไปเกาะแขนบูมพลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้“มิ้ว...”“บูม ยกเลิกเถอะ ทำไมล่ะ ทำไมต้องพนันอะไรแบบนี้ล่ะ ยกเลิกเถอะ นะ นะ”“ขออนุญาตหนึ่งวันก่อนที่จะทำตามที่สัญญานะบูม มิ้ว...เธอน่ะ ถ้าฉันชนะ เธอจะเข้ามาขออะไรแบบนี้รึเปล่า?” เซ็ทถามขึ้น ขัดจังหวะบูมที่ดูเหมือนจะยอมแพ้น้ำตามารยาของมิ้วอยู่รอมร่อ แต่คนมารยาก็ยังคงรักษาบทบาทของตัวเองได้ดี แถมคำตอบยังดูมีสมองอยู่บ้าง“เอ๊ะ...ถ้าเซ็ทชนะก็ดีสิจ้ะ บูมกับเซ็ทจะได้ไม่ทะเลาะกันอีกไง”“ต่อให้ฉันเพิ่มเงื่อนไขว่าถ้าฉันชนะ บูมต้องไม่เข้าใกล้เธออีกน่ะเหรอ?”“นั่นไม่...ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็ต้องเข้ามาค้านแบบนี้อยู่แล้ว พนันอะไรนั่นไม่เห็นจำเป็นต้องมีเลยนี่นา”มิ้วตอบกลับได้อย่างคล่องปาก แต่สีหน้าที่โผล่ออกมานั้นเซ็ทสังเกตเห็นได้ไม่ยาก บูมที่จับจ้องมิ้วไม่วางตาก็สังเกตเห็นเช่นกัน สีหน้าแววตาที่สื่อถึงความพึงพอใจหากบูมจะไม่เข้าใกล้ตนเองอีกตามที่เซ็ทถาม“แล้วทำไมไม่เข้ามาค้านซะตั้งแต่ทีแรกล่ะ?”“กะ...ก็ฉัน...”“เพราะเธอหวังไว้ลึกๆ ว่าฉันจะชนะ แล้วเพิ่มเงื่อนไขว่าห้ามบูมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเธออีกแบบที่บูมตั้งเงื่อนไขกับฉันถูกมั้ย เธอหวังว่าฉันอาจจะยังชอบเธออยู่เหมือนเมื่อก่อน แล้วเธอจะได้มีข้ออ้างเขี่ยบูมที่หมดค่าแล้วทิ้งแบบไปแล้วไปลับ”“ฉะ...ฉันไม่ได้...”คนโดนแทงใจดำหน้าซีด ทุกคำพูดของเซ็ทเหมือนล้วงออกมาจากความคิดเธอ มิ้วที่ไม่คาดฝันมาก่อนว่าตัวเองจะต้องมาโดนตอกหน้าแบบนี้ถึงกับพูดไม่ออก สุดท้ายเธอก็ปล่อยโฮออกมาราวกับโดนรังแกเพียงเพื่อจะหนีความจริง ปากก็พูดพร่ำราวกับตนเป็นผู้เสียหาย“ใจร้าย...ทะ...ทำไมต้องว่าฉันแบบนั้นด้วย ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อยนะ ถึงฉันจะเลิกกับบูมแต่ก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะไม่อยากยุ่งกับบูมอีก ฮึก...อีกอย่าง ถึงเซ็ทจะเป็นดาราดังก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะอยากจะจับนายนะ ฮือ”“ไม่ได้อยากจับเซ็ทแต่ส่งแบงค์ใบนี้ถึงฉันน่ะเหรอ?”คิวที่ฟังอยู่วงนอกมาตลอดเดินเข้ามาร่วมด้วย เขายื่นแบงค์ยี่สิบที่เขียนข้อความให้เซ็ทดูก่อน ก่อนที่เซ็ทจะโยนมันให้บูม บูมคลี่แบงค์ใบนั้นออกดู มือสองข้างสั่นระริก สายตาที่มองมิ้วเต็มไปด้วยคำถาม“นั่นฉันไม่ได้เขียนนะ!”“ฉันยังไม่ได้พูดเลยว่าแบงค์ใบนั้นมีข้อความเขียนอยู่ แล้วธอรู้ได้ไง” คิวถามกลับ ไม่วายยักคิ้วกวนตีน“ฉะ...ฉัน...”มิ้วที่รู้ตัวว่าตัวเองพลาดเผยไต๋ออกมาเองแบบโง่ๆ ถึงกับพูดไม่ออก ต่อหน้าอดีตแฟน อดีตเพื่อนสนิท และคนที่เธอตั้งใจจะจับ มิ้วรู้สึกว่าการยืนอยู่ตรงนี้เป็นเรื่องยากมาก ไม่ว่าเธอจะพูดแก้ตัวอะไรออกไปก็ดูจะไม่ใช่ความคิดที่ดีทั้งสิ้น“ตอนนี้นายยังมองว่าเธอเป็นนางฟ้าแสนดูอยู่อีกเหรอบูม ทั้งๆ ที่ความต้องการของมิ้วมันฉาบอยู่เต็มหน้าแล้วอ่ะนะ?”คำถามของเซ็ททำให้บูมต้องกำหมัดแน่น ไม่ได้โกรธเซ็ทหากแต่โกรธตัวเอง เขารู้ดีว่าตัวเองยอมโง่มาตลอด และบางทีเขาก็สมควรเลิกโง่ได้แล้วอย่างที่เซ็ทว่านั่นแหละ ...เขามองมิ้วด้วยสายตาสื่อความหมาย ก่อนจะเอ่ยปากถามสิ่งที่ค้างคาใจมานาน“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของเรา...มิ้วเคยรักบูมจริงๆ บ้างรึเปล่า?”“ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ ฉันจริงใจกับบูมนะ ฉันรักบูมจริงๆ รักมาตลอด”มิ้วที่เห็นทางลงให้ตัวเองรีบเปลี่ยนทิศ ถึงยังอยากจะจับเซ็ทแค่ไหน แต่จากคำพูดของเขาเธอก็รู้ได้ทันทีว่าความเป็นไปได้นั้นมีน้อย เธอควรจะจับคนที่จับได้ไว้เป็นตัวสำรองให้ตัวเองก่อน ซึ่งจริงๆ ถ้าไม่มีเซ็ทมาเปรียบเทียบบูมก็ไม่ได้แย่อะไร...บูมรักเธอจะตาย ยอมเธอทุกย่าง แค่อ้อนนิดหน่อยก็คงกลับมาง่ายๆ มิ้วคิดอย่างยินดี บูมที่ได้ฟังคำตอบเดินไปโอบกอดมิ้วมาไว้แนบอกเหมือนที่เคยทำ เขาลูบแผ่นหลังบอบบางของมิ้วเบาๆ ก้มหน้าลงสูดดมกลิ่นหอมที่คุ้นชินก่อนจะพูดช้าๆ“มิ้วรู้มั้ย บูมน่ะรักมิ้วจริงๆ นะ”“บูม...เรากลับมาคืนดีกันได้มั้ย?” เธอเอ่ยเสียงอ้อน“ไม่ล่ะเราเลิกกันน่ะดีแล้ว” บูมปล่อยร่างของมิ้ว เขายิ้มมุมปากด้วยใบหน้าเศร้าๆ “ไม่ว่ามิ้วจะรักบูมจริงๆ หรือต้องการจะใช้ประโยชน์จากบูมมาตั้งแต่แรก ช่วงเวลาที่ผ่านมาบูมมีความสุขมากจริงๆ”“บูม...เธอหมายความว่ายังไง ฉันไม่ได้-”“มิ้ว พอเถอะ” เขายกมือขึ้นปิดปากเธอ ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาโดยไม่ปิดบัง “บูมยอมให้มิ้วหลอกใช้ ให้ทุกอย่างที่มิ้วอยากได้ มิ้วอาจจะคิดว่าบูมโง่หลอกง่าย แต่จริงๆ บูมแค่แกล้งโง่ต่างหาก”“อื้อๆๆ”มิ้วพยายามแกะมือที่บูมเอื้อมมาปิดปากเธอออก แต่ไม่ว่าจะแกะยังไงแรงอันเล็กน้อยของเธอก็ไม่สามารถทำให้มือหนาของบูมหลุดออกจากปากของเธอได้เลย“มิ้วอาจจะมองว่าตัวเองเอาร่างกายเข้าแลก แต่จริงๆ บูมไม่เคยต้องการร่างกายของมิ้วหรอกนะ สิ่งที่บูมอยากน่ะ ได้คือหัวใจต่างหาก ...แต่ดูเหมือนว่าบูมจะเอามันมาไม่ได้”“อู้ๆๆ อื้ออออ” “ที่บูมท้าเซ็ทแข่ง ขอให้เซ็ทพนันส่วนหนึ่งก็เพราะไม่อยากให้มิ้วคบกับมัน แต่อีกส่วนก็แค่ไม่อยากให้มีคนโง่เหมือนบูม และที่สำคัญที่สุดคือบูมไม่อยากเห็นมิ้วทำตัวแบบเดิม ...อย่าทำแบบนี้อีกเลย เพราะสุดท้ายคนที่จะเสียใจที่สุดก็คือมิ้วเอง บูมเป็นห่วงมิ้วนะ”“อื้อ! บูม! ฉันน่ะ-!!”ในจังหวะที่บูมผ่อนแรงลงมิ้วก็สะบัดหลุดจากการถูกปิดปาก แต่แล้วคำพูดเธอก็ถูกหยุดด้วยริมฝีปากคู่เดิมที่เธอคุ้นเคย ใบหน้าของเธอโดนน้ำตาของบูม ผิวที่ถูกสัมผัสร้อนเหมือนโดนลวก แต่แล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอีกหน ...หากแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่การแสดง ในส่วนลึกของจิตใจมิ้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญไปเพียะ!“!!!”บูมปล่อยมิ้ว ก่อนจะง้างมือตบเข้าที่แก้มขาว สร้างความแปลกใจให้คนนอกทั้งสองที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ชิดขอบจอ มิ้วมีทีท่าสบสน มือบางจับแก้มที่แสบยิบๆ ของตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ“บูม...?”“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ฉันมีความสุขมากจริงๆ แต่ก็เจ็บมากเช่นกัน การที่เธอมาเล่นกับจิตใจของฉัน เห็นฉันเป็นของตาย หลอกใช้ฉัน ทั้งหมดนั้นมันไม่ตลกเลย ฉันจะไม่โกรธอะไรเธออีก ขอให้ตบเมื่อกี้เป็นการจบเรื่องระหว่างเรา จะว่าฉันหน้าตัวเมียก็ได้ แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่เธอทำกับฉันแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”ถึงจะดูรู้ว่าไม่ได้ตบสุดแรง แต่แรงตบนั่นก็ถือว่าไม่น้อยเลย เซ็ทกับคิวอดไม่ได้ที่จะหันไปกระซิบกระซาบกันเองเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นเหมือนละครรักที่จบได้หักมุม“บูม!! ทำไมเธอทำแบบนี้ เธออยากคืนดีกับฉันไม่ใช่เหรอ!!”“ขอยืมคำพูดไอ้ห่วยเซ็ทมาใช้ ...นั่นมันก็แค่เมื่อก่อนน่ะ เป็นแค่อดีตที่ไม่น่าจดจำ ตอนนี้ฉันไม่ใช่คนเดิมแล้ว ไม่โง่กลับไปชอบผู้หญิงแบบเธอเป็นครั้งที่สองหรอก” บูมพูดด้วยเสียงเย็นชาเซ็ทผิวปากเบาๆ อยากจะตบมือให้บูมไม่น้อยที่ลอกมาได้ทั้งดุ้นเชียว เห็นโง่งมในความรักแต่จริงๆ แล้วก็ดูเป็นคนฉลาดความจำดีไม่เลวทีเดียวล่ะ“แต่ฉันไม่ใช่พวกห่วยสักหน่อยนะ...” เซ็ทอดที่จะบ่นเบาๆ ไม่ได้“บูม!!!”“โกรธเหรอ? โกรธอะไรล่ะ โกรธที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่เธอคิด จับเซ็ทไม่ได้ กลับมาหาฉันก็ไม่ได้ แล้วเธอจะปอกลอกใครได้สินะ ใครจะมาเป็นเกราะคอยช่วยเธอได้อีก”“...บูม นี่เธอ...”“เธอรู้ดีว่าฉันเป็นคนห่ามๆ ไม่ได้เป็นคนสุภาพใจดีอะไรขนาดนั้น ตอนนี้ฉันก็แค่กลับมาเป็นฉันคนเดิมก่อนที่ฉันจะโง่ไปรักเธอ เธอรู้มั้ยว่าตอนฉันรักฉันทุ่มให้เธอหมด แต่ถ้าฉันจะเททิ้งเมื่อไหร่ กูก็จะตัดแม่งให้หมด!!”บูมตะคอกใส่มิ้วเสียงดัง สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยาม รังเกียจเดียดฉันท์ ไม่อยากเข้าใกล้“...!!!”“จำคำกูไว้ ผู้ชายไม่ได้โง่อย่างที่มึงเข้าใจ เมื่อไหร่ที่มันไม่อยากแกล้งโง่อีก มึงนั่นแหละที่จะเจ็บตัว กูจบให้มึงเท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว อีเวร!”“บูมไอ้ผู้ชายสารเลว!!!”“ก็ดีกว่าผู้หญิงเหี้ยๆ แบบมึงล่ะว่ะ มึงลองทำตัวแบบเดิมดูสิ ถ้าคนๆ นั้นไม่ใช่คนดีแบบกู คนที่เสียใจที่สุดก็คือมึงนั่นแหละ จะหาเหยื่อก็คิดซะบ้างนะว่าตัวเองไม่ได้ฉลาดอยู่คนเดียว” “บูม---!!!”“เออนั่นชื่อกู พูดคำอื่นไม่เป็นรึไง กูบอกเลยว่าผู้ชายดีๆ ที่ไหนก็ไม่อยากดูแลผู้หญิงแบบมึงหรอก เขาไม่โง่เอามึงมาเป็นแม่ของลูก เขาก็แค่อยากฟันแล้วทิ้ง หรือจริงๆ มึงไม่ได้อยากได้เงิน แต่แค่ตัวเองก็คันเลยต้องหาคนมาช่วยเกา!?”“กรี๊ดดดดดดดดด!! นายมันทุเรศที่สุด!!!”มิ้วกรีดร้อง หน้าแถบหนึ่งแดงเพราะแรงตบในขณะที่อีกแถบแดงเพราะความโกรธ เธอวิ่งออกจากคอร์ทโดยไม่หันหลังกลับมามองอีกส่วนคนที่พึ่งเผยอารมณ์เกรี้ยวกราดด่าซะมิ้วไปไม่เป็นทรุดตัวนั่งลงกับพื้น มือหนายกขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้โดยไร้เสียงสะอื้น เซ็ทนั่งลงข้างๆ แล้วตบบ่าบูมเบาๆ“ใจดีจริงๆ นะคุณนักรัก”“หนวกหู...ฉันเนี่ยนะใจดี ฉันทำตัวโหดร้ายกับเธอไปขนาดนั้นเเท้ๆ” บูมก้มหน้ากอดเข้าพูดด้วยเสียงสั่นๆ“ก็เพราะใจดีถึงได้ทำตัวโหดร้ายไม่ใช่รึไง หวังว่าการกระทำของนายจะไม่เสียเปล่า ขอให้มิ้วคิดได้อย่างที่นายตั้งใจก็แล้วกันนะ”“...ก็ได้แต่หวังว่าอย่างนั้น”ทั้งเซ็ท คิว และบูมต่างก็พร้อมใจกันเงียบ ในขณะที่เซ็ทและคิวเงยหน้ามองฟ้า บูมยังคงก้มหน้ามองต่ำ ก่อนจะพึมพำเบาๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับกำลังจะร้องไห้อีกหน จนเซ็ทต้องถอนหายใจเบาๆ“มิ้วเป็น...ความสุขเดียวในชีวิตฉัน”“จะเข้มก็เข้มให้สุดหน่อยสิวะ” ว่าพลางตบไหล่บูมแปะๆ “...กูก็เข้มแข็งอยู่”“เฮ้อ นายน่ะก็แค่หลับตาไม่ยอมขวนขวายหาความสุขอื่นต่างหาก โลกมันกว้างนะ มันมีหลายอย่างให้เราทำ และก็ยังมีคนอื่นอีกเยอะแยะที่รอให้เราไปเจอ”“ใช่ๆ ถ้านายมองรอบตัวสักหน่อยเดี๋ยวนายก็จะเจอใครอีกมาก แค่ในโรงเรียนนายก็ได้เจอคนเข้าไปตั้งหลายพันคนแล้วมั้ยล่ะ ชีวิตนายไม่ได้มีมิ้วคนเดียวสักหน่อย”คิวช่วยเสริม อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปปลอบบูมด้วย เห็นคนที่ดูท่าทางแข็งแกร่งมาทำตัวเปราะบางกับเรื่องของผู้หญิงคนเดียว คิวก็อดคิดไม่ได้ว่าพลังแห่งรักช่างแปลกจริงๆ“เอ้า เงยหน้าสิ ท้องฟ้าสว่างตั้งขนาดนี้ แม้บางครั้งจะมีเมฆไปบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเดี๋ยวแดดก็ออก แล้วเราก็ไหม้ จริงมั้ย?”เซ็ทว่าด้วยเสียงลั้ลลา ถือวิสาสะจับหน้าบูมให้เงยหน้าขึ้น บูมตั้งท่าจะแยกเขี้ยวใส่เซ็ท แต่สุดท้ายก็เผลอตัวมองท้องฟ้าที่แดดเปรี้ยงจนแสบตาไปครู่ใหญ่...ก็แค่ปัญหาครอบครัว ถ้าเทียบกับท้องฟ้าแล้วมันก็เล็กกระจิ๋วเดียว“ไอ้บ้าเอ๊ย มาทำตัวเจ้าบทเจ้ากลอน เป็นแค่ไอ้ห่วยก็ทำตัวห่วยต่อไปเถอะว่ะ” บูมหัวเราะในลำคอก่อนจะลุกขึ้นยืน เซ็ทก็หัวเราะเบาๆ กับท่าทางนั้น“แล้วต้องการให้ฉันช่วยมั้ยเนี่ย?”“มึงน่ะเอาตัวเองให้รอดก่อนเหอะ อย่างกูไม่ต้องการความช่วยเหลือจากมึงหรอก”“โหย ทำเป็นแอ็ก เมื่อกี้ยังร้องไห้งอแงเพราะโดนหญิงทิ้งอยู่เลย”“หนวกหูเว้ย! ยังไงก็เถอะ...วันนี้ขอบใจ แล้วก็ขอโทษด้วยสำหรับที่ผ่านมา แต่ยังไงกูก็ไม่คิดญาติดีกับมึงหรอกไอ้ห่วย!”บูมตะคอกด้วยใบหน้าแดงๆ จ้ำเท้าเดินออกจากคอร์ทเทนนิส ทิ้งให้สองเกลอนั่งมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะ คิวนินทาคนที่พึ่งชิ่งหนีไปอย่างมันส์ปาก“คนที่โง่มาตลอดบทจะทำตัวฉลาดก็ฉลาดขึ้นมาซะอย่างนั้น แถมยังจะทำซึนอีกแน่ะ”“เฮ้อ นี่ละนะมนุษย์”{แล้วยังจะสอดมือเรื่องของบูมมั้ย?}‘ดูจากวันนี้น่าจะไม่ต้อง ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ค่อยเข้าไปเสือกสักหน่อยก็ยังไม่สาย คอยตามเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะก็พอ’{รับทราบ}“บ่นอะไรของนาย ว่าแต่เราโดนทิ้งให้เดินกลับโรงเรียนเองสินะ”“เออ...นั่นสิ”แล้วการเดินฝ่าแดดร้อนเปรี้ยงในช่วงขากลับก็เริ่มขึ้น เกือบจะโดนบ่นเรื่องออกนอกโรงเรียน แต่พอยกชื่อบูมมาอ้างอาจารย์ที่มาเจอก็ปล่อยผ่านแต่โดยดี“งั้นจากนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องมิ้วแล้วรึเปล่า ยัยนั่นยิ่งเป็นผู้หญิงบ้าๆ อยู่ด้วย”คิวบ่นหน้ามุ่ย ด้วยความที่เป็นคนคิดมากและรู้นิสัยมิ้วดีก็อดไม่ได้ที่จะกังวล หากแต่เซ็ทนั้นไม่ใส่ใจ ถ้ามิ้วคิดจะทำอะไรขึ้นมาไว้เซ็ทค่อยลงมือสั่งสอนจริงๆ จังๆ ก็ได้“ก็ต้องรอดูกันไปล่ะนะ ถ้าต่างคนต่างอยู่ได้มันก็ดี”ทันทีที่กลับมาที่ห้อง เพื่อนร่วมห้องก็กรูกันเข้ามาหา เซ็ทปลีกตัวหนีปล่อยให้คิวรับหน้า แอบมองบรรยากาศในห้องแล้วก็ยิ้ม บูมดูท่าจะตั้งใจตัดใจจากมิ้วจริงๆ แม้แต่จะเหลือบมองแบบที่เคยก็ไม่ทำ ส่วนมิ้วก็ดูจะยังโกรธไม่ยอมคุยด้วย ท่าทางแบบนั้นคงยังคาดหวังให้บูมมาง้อตัวเองเหมือนที่ผ่านๆ มาอยู่...แต่เธอคงต้องผิดหวัง บูมเป็นคนยังไง มิ้วน่าจะรู้ดีที่สุดแท้ๆ โง่จริงๆ{เซ็ท ผมเดาว่าคุณกำลังคิดอะไรแผลงๆ}‘นิดหน่อยเอง’“...มุกิ้ว”เซ็ทเรียกอเล็กซ์ออกมาใต้โต๊ะ ใช้ตัวบังแสงที่ลอดออกมา มันค่อยคลานออกมาหาเขา เพียงแค่เซ็ทมองไปทางมิ้ว เจ้าจิ้งจกตัวดีก็เข้าใจความต้องการของเซ็ทได้ทันทีอเล็กซ์ไต่ขาโต๊ะ ไต่ขึ้นไปบนกำแพง ก่อนจะคลานไปตามเพดาน พอถึงพื้นที่เป้าหมายมันก็ปล่อยตัวลงแล้วหล่นปุลงบนหัวมิ้ว“มะ...มิ้วนั่น...นั่นมัน...”“เอ๋?”นักเรียนหญิงที่ยืนคุยกับมิ้วพร้อมใจกันถอยกรูด มือสั่นชี้ไปที่บนหัวของมิ้ว เธอเอื้อมมือขึ้นแตะลงบนผม เมื่อสัมผัสถึงความนิ่มหยุ่นเล็กเรียวก็แข็งค้าง“กะ...กรี๊ดดดดดดดดดด!!”มิ้วกรีดร้องสุดเสียงตัวสั่นน้ำตาไหลพรากๆ เจ้าจิ้งจกสีประหลาดในสายตาคนอื่นดูจะตกใจเสียงดังกล่าวถึงได้รีบคลานหนี และมันคลานเข้าไปในคอเสื้อมิ้ว“ไม่นะๆๆๆๆ ไม่ๆๆๆ เอาออกไป เอามันออกไป!!”มิ้วดีดดิ้น พยายามสะบัดเจ้าอเล็กซ์ที่เดินวนไปวนมาในเสื้อของเธอออก แต่เจ้าจิ้งจกก็มือเท้าเหนียวหนึบ เกาะแน่นไม่ยอมหล่น จนมิ้วตั้งท่าจะถอดเสื้อนักเรียนออก เจ้าอเล็กซ์ถึงได้กระโดดหนีแล้วไต่หายไปตามกำแพง“ฮืออออ ขยะแขยงที่สุดเลย”มิ้วร้องไห้เสียงดัง ผมเผ้ายุ่งเหยิง เหมือนจะดูน่าสงสารแต่เพื่อนในห้องก็แอบขำ เซ็ทเห็นบูมทำท่าเหมือนอยากเข้าไปปลอบแต่ก็ไม่ลุกไปก็อดชมไม่ได้ว่าใจแข็งดี ในขณะที่เพื่อนร่วมห้องเป็นห่วงมิ้ว เจ้าอเล็กซ์ก็ไต่เข้ากระเป๋านักเรียนเซ็ทเงียบๆ“...ทำดีมาก” เซ็ทกระซิบ“...กิ้ว~”{นิสัยเสีย}‘แล้วไง?’เมื่ออาจารย์ศิริเพ็ญเข้ามาสอนคาบต่อไป เซ็ทที่ได้รับอภิสิทธิ์คาบว่างก็ล้มตัวนอนหลับ ปล่อยให้เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงเวลาไปทำงานอย่างทุกที ...ให้คนไม่ได้นอนไปเล่นกีฬากลางแดด โหดร้ายจริงนะ{คุณมันถึก เมื่อกี้ยังแกล้งคนอยู่เลย จะมาทำท่าอ่อนแอทำด๋อยอะไร?}‘ตอนนี้ฉันเป็นคนธรรมดาแบบที่นายอยากให้เป็น และคนธรรมดาจำเป็นต้องนอนโร ไม่คุยกับนายแล้ว นอนล่ะ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องมาอยากมีบท ฉันไม่ให้’{...}โรสัญญากับตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ว่าถ้าหากตัวเองมีร่าง โรจะใช้มันกระทืบเซ็ทก่อนให้ได้ อเล็กซ์ไม่ได้รูสึกถึงความมาคุของคู่หูคู่นี้ มันหลับสบายอยู่ในกระเป๋าเซ็ทอย่างอารมณ์ดี...“...เมื่อไหร่จะติดต่อมาสักทีล่ะเนี่ย”โลล่ายังคงนั่งรอให้เซ็ทติดต่อกลับ เธออยากจะหนีไปนอนแต่ก็กลัวว่าถ้าเซ็ทติดต่อกลับมาแล้วเธอไม่รับจะทำให้เซ็ทโกรธ เธอทำงานค้างตัวเองเสร็จไปเยอะแล้วแต่เซ็ทก็ยังไม่ติดต่อมา“...ไปนอนไม่ได้สินะ เฮ้อ”
‘โลกมันกว้างใหญ่ ถ้าคนเดียวแบกปัญหาไม่ไหวก็ลองให้ท้องฟ้าช่วยแบกสิ ปัญหามันจะดูเล็กลงทันทีเลย’
--------------------------------มีคำถามค่ะ มีคอมเม้นต์บอกว่านิยายต่อตอนดูสั้นๆ นักอ่านคิดว่าตอนมันดูสั้นลงรึเปล่าคะ ถ้าดูจากที่แมวพิมพ์มันยาวกว่าเดิมนะ อย่างตอนที่แล้วก็แปดหน้ากว่าแล้วนะคะ ยาวกว่าตอนแรกๆ อีก อย่างตอนนี้อ่ะความยาวก็ประมาณเจ็ดหน้ากว่าๆ //แมวจัดหน้ากระดาษตอนพิมด้วย ระหว่างบรรทัดลดลง ขอบกระดาษแคบลง และอื่นๆ //เปรียบเทียบของเก่าด้วยการจัดหน้ากระดาษให้เป็นแบบเดียวกันแล้ว จำนวนหน้าจัดใหม่จะมีหน้าลดลงค่ะ และปัจจุบันแมวก็จัดหน้ากระดาษทั้งหมดแล้วถึงได้พิมพ์หรือเพราะเนื้อหาในตอนมันดูไม่มีอะไรรึเปล่าเลยดูสั้น อันนี้แมวถามจริงจังเลย เพราะสำคัญต่อการเขียนในตอนต่อๆ ไป แมวไม่อยากให้นักอ่านรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า หรือโดนเเมวเอาเปรียบ หรือเนื้อเรื่องมันอืดเกินไปรึเปล่า??ขออภัยที่ลงดึกไปหน่อย ช่วงนี้ค่อนข้างวุ่นๆ ฝนตกไฟดับอีกต่างหาก แรงเหมือนพายุเข้า รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ //พิเศษไม่เก็บใจเป็นการขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเปย์ให้กันมาตลอดค่ะปล. พรุ่งนี้อาจจะลงดึกกว่านี้เพราะแมวต้องไปรับพี่สาวที่สนามบินค่ะ ขออภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ