[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    130 รู้แล้ว

    “ ป๊ะป๋ากลับมาแย้วเหยอคะ ”


    “ กลับมาแล้วครับ เป่าเป้ยรอนานไหมเอ่ย ”


    เฉินห่าวพาลูกสาวกินข้าวอาบน้ำพร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าจากนั้นก็พาเข้านอน


    “ ป๊ะป๋าหยูม่ายอยากนอนในห้องนี้แย้ว ”


    “ มีอะไรเหรอ ” เฉินห่าวเลิกคิ้วขึ้นสูง เขาไม่รู้ว่าห้องนี้มีอะไรขาดหายลูกสาวจึงไม่อยากจะนอน


    “ หยูอยากนอนในห้องวิบวิบ ”


    เฉินห่าวค่อยๆคิดว่าห้องไหนบ้างที่มีแสงวิบวิบ ภายในหลงเฉียงฟิตเนสไม่น่าจะมีห้องแบบนั้นเขาจึงรอให้ลูกสาวอธิบาย เธอจึงบอกให้คุณพ่อเก็บเตียงนอนแล้วชูมือนำทางไปเรื่อยๆจนพบว่าห้องที่ลูกสาวอยากจะนอนคือห้องที่อยู่ข้างๆ เขาจึงรู้ว่าเธอแอบออกมาเล่นอีกแล้วและน่าจะถูกห้องขยายพลังดึงความสนใจเพราะมันจะยิงกลุ่มแสงเข้าใส่ร่างเพื่อขยายท่อมานา


    “  หืม …ทำไมจึงอยากจะนอนห้องนี้ล่ะ ”


    เป่าเป้ยกลัวว่าคุณพ่อจะจับได้จึงตบหลังอันอันแปะๆบอกว่ามันอยากจะเข้าไปนอนห้องวิบวับนี่ เฉินห่าวจึงมองอันอันพบว่ามันส่งยิ้มมาให้เขาจึงถอนหายใจแล้วเปลี่ยนห้องให้ลูกสาว อุปกรณ์เลเวล 3 ภายในชั้น 3 ไม่อันตรายต่อลูกเขา ไม่ว่าจะเป็นห้องขยายพลังหรือห้องขยายแรงต้านเพราะงั้นเขาจึงต้องทำตามที่เธอบอก 


    “ เดี๋ยวนะงั้นก็หมายความว่าลูกสาวฉันกำลังจะแข็งแกร่งขึ้นน่ะสิ ”


    เฉินห่าวมองดูลูกสาวสลับกับมองห้อง เขาเป็นเจ้าของระบบฟิตเนสทำให้ได้รับผลดีจากการออกกำลังกายมากกว่าคนอื่น 10 เท่า ลูกสาวมีสายเลือดของเขาจึงได้รับผลเช่นเดียวกัน สิ่งที่เธอได้เปรียบเขาคือช่วงอายุ


    ต่อให้เขาจะเป็นเจ้าของร้านยังคงได้รับความเจ็บปวดเช่นเดิม แต่สำหรับเป่าเป้ยน้อยเธอไม่ได้รับผลกระทบจากอุปกรณ์ใดๆเลย ห้องขยายพลังและห้องขยายแรงต้านจึงเป็นห้องนอนที่เหมาะกับเธอมากที่สุด 


    “ พ่อจะเปลี่ยนห้องให้นะ ว่าแต่เป่าเป้ยจะเอาห้องไหนเหรอ ”


    “ เอาฉองห้องเลย ”


    “ สองห้องเลยเหรอ ”


    เด็กสาวพยักหน้าขึ้นลงเบาๆ เฉินห่าวจึงย้ายที่นอนเข้าไปในห้องขยายพลังแล้วจากนั้นก็นำเตียงใหม่อีกอันใส่เข้าไปในห้องขยายแรงต้าน นอกจากนั้นแล้วเขายังเทผลึกมานาไว้รอบๆเตียงเช่นเดิมเพื่อให้ร่างกายของเป่าเป้ยดูดซับพวกมันระหว่างนอน


    “ ป๊ะป๋าไม่ได้นอนด้วยนะเพราะป๊ะป๋านอนในห้องนี้ไม่ได้ ”


    “ เป่าเป้ยโตแล้ว เป่าเป้ยนอนคนเดียวล่ายแต่ป๊ะป๋าต้องเล่านิทานให้ฟังก่อน ”


    เฉินห่าวส่งยิ้มให้ลูกสาวด้วยความเอ็นดูจากนั้นก็เริ่มเล่านิทานให้ลูกสาวฟัง ในระหว่างที่เขากำลังเล่านิทานก็พบว่ามีแสงมากมายมหาศาลยิงเข้าใส่ร่างของเป่าเป้ยน้อย เธอกลับยิ้มราวกับว่ากลุ่มแสงเหล่านี้คือลมเย็นๆที่กำลังพัดผ่าน หลังจากเห็นว่าลูกสาวหลับไปแล้วเฉินห่าวจึงห่มผ้าให้ก่อนจะเปลี่ยนชุดของตนเองให้กลายเป็นสีดำกลมกลืนไปกับเงามืด เขามีเรื่องที่ต้องคุยกันกับกลุ่มคนที่จับตามองดูร้าน


    หลังจากปีนหน้าต่างออกมาข้างนอกเขาก็เริ่มเดินไปตามเงามืดซ่อนตัวจากสายตาผู้คน แม้แต่กลุ่มของอ้ายเสินที่นั่งปิ้งย่างอยู่หน้าร้านเพื่อเฝ้าเวรรอรับลูกค้ายังไม่เจียดเข้าไปใกล้ๆ


    “ พวกมันเป็นอะไรกับตึกฝั่งตรงข้ามมากหรือเปล่าเนี่ย ใครมาหาฉันต่างก็ใช้ที่นี่กันทั้งนั้น ”


    เท้าทั้งสองเหยียบลงไปบนผนังตึกชั้นหนึ่งก่อนที่เขาจะค่อยๆก้าวเท้าขึ้นไปเงียบๆไม่ทำให้เกิดเสียง พลังของเสือดำหายไปแล้วทำให้เขาต้องระวังการลงน้ำหนักไปที่เท้าด้วยตนเองจนกระทั่งมาถึงดาดฟ้าตึกเฉินห่าวจึงยกมือขวาขึ้นมาเล็กน้อยแล้วหุบนิ้วทั้ง 5 เข้าด้วยกันจนทำให้เกิดจิตแห่งดาบขนาดเท่ากับฝ่ามือยืดยาวออกไป


    คนที่ลอบมองยังไม่รู้ว่ามีคนเข้าใกล้มันยังคงมองดูการเคลื่อนไหวที่ตึกหลงเฉียงฟิตเนสเช่นเดิม แต่แล้วมันกลับรู้สึกเย็นเหยียบบริเวณคอจึงค่อยๆก้มลงไปมองก่อนจะแสดงสีหน้าแตกตื่นเมื่อพบว่ามีดาบพลังงานสอดมาจากด้านหลังวางพาดผ่านลูกกระเดือกของมันไป


    “ ใครส่งแกมาเหรอ ”


    เหงื่อเย็นๆเริ่มไหลออกมาจากแผ่นหลัง กลางหน้าผากเผยให้เห็นความกังวลไม่คิดว่าตนเองจะถูกจับได้ มันเป็นถึงเลเวล 130 ฮันเตอร์เลเวลสูงสุดของเขตนี้มีเลเวล 128 และ 129 เท่านั้น


    “ อย่าดีกว่า ดาบของฉันเร็วกว่าที่แกคิดอีกนะ ”


    เฉินห่าวขยับดาบเข้าไปใกล้คอมากยิ่งขึ้นจนทำให้เห็นเส้นสีแดงพาดผ่านคอจากความคมของจิตแห่งดาบที่เฉือนเข้าไปบางๆ


    “ ตอบมาเพราะถ้าหากแกไม่ตอบฉันจะทำให้แกหายไป ”


    “ ฝันไปเถอะ! ”


    เสียงกระแทกเอ่ยออกมาจากชายที่กำลังนอนหมอบ ก่อนที่มันจะพยายามจะพลิกร่างเพื่อโต้กลับ เฉินห่าวกลับเร็วกว่าเขาจึงดึงดาบเข้าหาตัวทำให้ส่วนคอของอีกฝ่ายที่อยู่ระหว่างดาบและตัวของเขาถูกตัดในทันที


    ช่วงเวลาเสี้ยววินาทีที่ศีรษะกำลังจะร่วงตกลงพื้นเขารีบใช้วรยุทธ์อ่านความทรงจำเพื่อดูว่าใครส่งมันมา การที่อีกฝ่ายพยายามขัดขืนคงเตรียมใจเอาไว้แล้วว่ามันจะต้องตาย 


    เฉินห่าวกล้าลงมือตัดคอของมันไม่กลัวว่าจะเป็นคนที่เข้ามาใช้งานร้านหรือเป็นคนของขุมอำนาจที่ใช้งานร้านเขาก็เพราะว่าถ้าอีกฝ่ายรู้จักเขาดี มันจะไม่พยายามขัดขืนแล้วหนีไป


    “ นี่พวกมันรู้แล้วงั้นเหรอ คงเพราะตอนนั้น ”


    เฉินห่าวเดาะลิ้นเล็กน้อยเขานึกว่าตนเองออกมาจากซากโบราณสถานทางทิศใต้เขต X ได้โดยไม่มีใครรู้จักตัวตน แต่ดูเหมือนว่าตอนที่เขานำหีบออกมาป้องกันการโจมตีของผู้อาวุโสจนหน้ากากไรเดอร์ถูกทำลายจะทำให้ตระกูลหานคาดการณ์ไปถึงชายสวมหน้ากากไม้เพราะเป็นคนเดียวที่ครอบครองหีบพวกนี้ ต่อให้ชายสวมหน้ากากไม้จะโยนหีบทิ้งสองข้างทางแล้วก็ตาม จำนวนหีบยังไม่ครบ 12 การที่เขานำหีบออกมาจากแหวนเก็บของจึงเป็นเบาะแสทำให้ตระกูลหานคาดการณ์จนคิดว่าเขาเป็นคนเดียวกันกับชายสวมหน้ากากไม้


    “ เอาเถอะ คนก็ฆ่าไปแล้ว รู้แล้วจะได้อะไรตราบใดที่พวกแกยังไม่รู้ว่าฉันไปถึงเมืองลั่วหยางฉันก็พอใจแล้ว ”


    เฉินห่าวบอกให้เฟยหลงมากินศพมือสังหารการฆ่ามันทำให้ตระกูลหานยืนยันได้ว่าเขาและชายสวมหน้ากากไม้เป็นคนเดียวกัน


    ถึงอย่างนั้นเขาคิดว่าตระกูลหานคงไม่กล้าบุ่มบ่ามบุกมาปล้นชิงอาวุธชิ้นนั้นแน่นอน ต่อให้มันจะเป็นอาวุธที่สามารถสังหารเลเวล 200 ได้ก็ตาม อาวุธชิ้นนี้ไม่ใช่อาวุธทรงพลังที่สุดบนโลก ยังมีอาวุธเลเวล 300 และสูงกว่าอยู่เต็มไปหมด การจับตามองของตระกูลหานคงเพราะอยากรู้ว่าใครได้ไปเพียงเท่านั้น


    แต่ถ้าหากพวกมันยังต้องการแย่งชิงเพื่อนำไปใช้กับรุ่นเยาวน์เขาพร้อมจะเล่นกับตระกูลหานเช่นกัน


    “ ได้ยินฉันไหม ”


    หัวหน้าองค์กรนทีมืดรับสายมันรู้สึกหวาดกลัวทุกครั้งที่เถ้าแก่ติดต่อมา


    “ ครับเถ้าแก่ ”


    “ ล่ากันอยู่ใช่ไหม ”


    “ ออกมาจากพื้นที่ล่ากันแล้วครับเถ้าแก่ ”


    “ ดีเลย ช่วยหาข่าวให้หน่อย ช่วงนี้อาจจะมีมือสังหารส่งมาที่เขต X เพื่อจัดการฉันเพราะได้ไอเทมบางอย่างมา ช่วยส่งคนมาดักรอพวกมันหน่อย ถ้าเป็นไปได้ก็กำจัดทิ้งไปซะ ด้วยเลเวลของพวกแกในตอนนี้ไม่น่าจะยากอะไรแล้ว ”


    “ ครับเถ้าแก่ อยากจะให้เราทำอะไรเพิ่มเติมอีกไหม ”


    “ คิดว่าขู่มือสังหารไม่ให้รับงานที่เขต X ได้หรือเปล่า ”


    “ นทีสดับแสงและทะลายแสงจันทร์หายไปที่เขต X เรื่องนี้สร้างความสงสัยให้องค์กรมือสังหารไม่น้อยครับ แต่ถ้าหากมีมือสังหารโผล่มาอีกแล้วหายไป การรับงานน่าจะถูกพิจารณามากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีมือสังหารไปนะครับ ยังมีพวกไร้สังกัดชอบรับงานเสี่ยงอยู่ ”


    “ อืม สังหารให้หมดฉันไม่อยากคุยกับมือสังหารแล้ว ไม่สิ ฉันเปลี่ยนใจแล้วเอาแบบนี้ก็แล้วกัน จับตัวมันไว้อย่าทำให้พิการล่ะ ฉันจะเพิ่มกองกำลังให้กับพวกแกจะได้ทำงานได้ง่ายขึ้น พวกแกจะได้มีเวลาล่ามากยิ่งขึ้นด้วย ”


    “ ขอบคุณที่ใส่ใจพวกเราครับเถ้าแก่ ”


    “ ไว้แค่นี้แหละ ”


    เฉินห่าววางสายโทรศัพท์แล้วหันมองไปยังทิศทางที่ขุมอำนาจใหญ่ภายในเขต X อาศัยอยู่  หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงคิดว่าขุมอำนาจเหล่านี้น่ากลัวแต่มาวันนี้มุมมองของเขาต่างออกไป การจะกวาดล้างให้หายในคืนเดียวเขาสามารถทำได้ด้วยเลเวล 110 ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ แต่การกวาดล้างจะทำให้เขาที่พยายามสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นเสียหายได้  เขาจึงทำเพียงมองดูด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเท่านั้นไม่คิดจะยื่นเท้าเข้าไปหาตราบใดที่อีกฝ่ายไม่คิดจะหาเรื่องเขา


    แต่ดูเหมือนว่าทางฝั่งตระกูลเกาจะมีความเข้มข้นของไอพลังลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับก่อนหน้าความเข้มข้นของไอพลังลดลงมามากถึง 2 ใน 3 ส่วน ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของฮันเตอร์ในพื้นที่เขต X จะเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้ความกดดันของตระกูลนี้ลดต่ำลงจากระยะห่างที่หดแคบลงมา


    ทว่ามันกลับมีอีกหนึ่งอย่างที่กำลังทำให้ตระกูลเกาลดความน่ากลัวลงคือการต่อสู้ระหว่างพวกเขาและอวี้หลงที่ดูเหมือนจะยังไม่สามารถหาจุดจบได้ จากที่อ้ายเสินเล่าให้ฟังในทุกๆวันจะมีข่าวการล่าอวี้ลงพูดคุยกันในหมู่สมาชิกที่เข้าใช้งานร้าน บางวันมีข่าวตระกูลเกาถูกมือสังหารไล่ล่าสลับกันไปมา ดูท่าการต่อสู้นี้จะจบลงได้ก็ต่อเมื่อตระกูลเกาย้ายหนี หรือไม่พวกเขาก็ถูกสังหารตายทั้งหมด


    เขาไม่แปลกใจเลยที่อวี้ลงจะกัดไม่ปล่อย หากเป็นเขาที่ถูกสังหารลูกเมียคงไม่คิดจะไว้ชีวิตคนที่เกี่ยวข้อง


    “ อ้าว นึกว่ากลับแล้วนี่ยังอยู่เหรอ ”


    เฉินห่าวเลิกคิ้วขึ้นสูงหลังจากเห็นว่าใครเดินเข้าไปในร้านเมื่อครู่ เสื้อผ้าสวมใส่ขาดรุ่งริ่งราวกับขอทาน เขาจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเข้าไปทักทายเจ้าหน้าที่หยาง


    “ เจ้าหน้าที่หยาง คุณกลับมาที่เขต X อีกเหรอ ”


    “ กลับมาบ้าอะไร ฉันพึ่งออกมาจากพื้นที่ล่ารอบๆเขต X  ”


    “ อ้าว! ไปทำอะไรมา คนเขาออกมากันเกือบจะหมด บางคนกลับมานอนเต็มอิ่มแล้วก็กลับเข้าไปใหม่ก็มีนะ ”


    “ ก็เรื่องความสามารถของไอเทมในซากโบราณสถานนั่นแหละ ฉันยังไม่รู้พลังที่แท้จริงของมันก็เลยต้องแกะภาพจากซากโบราณสถานที่พังถล่ม แต่บังเอิญฉันซวยไปหน่อย ซากโบราณสถานทั้ง 2 หมายเลขดันถล่มทับกันฉันจึงทำงานยากขึ้น ”


    “ แล้วคุณรู้หรือยังว่าอาวุธชิ้นนั้นทำอะไรได้บ้าง ”


    “ พลังของมันเหมือนกับปืนลำแสงนี่แหละ ยิ่งพุ่งออกไปไกลขนาดลำแสงก็ยิ่งใหญ่ขึ้น จากที่ฉันคำนวณแสงที่ปลายทางน่าจะมีรัศมีกว้างถึง  1,000  เมตรดีนะที่มันยิงได้ไกลแค่  1,000  เมตรไม่งั้นการจะลบเมืองไม่ใช่เรื่องยากเลย ”


    เฉินห่าวทำตาโตราวกับว่าเขารู้ความลับที่น่าเหลือเชื่อมาก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามเจ้าหน้าที่หยางต่อไป


    “ แล้วใครได้หีบสมบัติทั้ง 12 ไปเหรอพี่ ”


    “ อันที่จริงหีบไม่ได้มีแค่ 12 หรอก มันมีหีบที่ 13 ด้วย ซึ่งหีบที่ 13 เป็นหีบเก็บพลังงานที่ใช้เปิดการทำงานของอาวุธในหีบทั้ง 12 ชิ้น ส่วนคนที่ได้มันไปน่ะเหรอ ตระกูลเจียงกับตระกูลหานนั่นแหละ น่าจะอย่างละครึ่งๆ ”


    “ แล้วนี่พี่มาทำอะไรที่ร้านเหรอ ”


    “ แวะมากินน้ำแล้วก็บอกข้อมูลตามที่ตกลงกันเอาไว้ ”


    “ อ๋อ ผมเกือบลืมไปเลยว่าเราตกลงอะไรกันไว้ ว่าแต่พี่เถอะ จะกลับหน่วยเมื่อไหร่ ”


    “ มีอะไร ”


    “ ผมมีบางอย่างจะบอกพี่น่ะ ตอนนี้อุปกรณ์เลเวล 3 มาแล้วนะ ผมจะให้พี่เป็นคนแรกเลย ”


    เฉินห่าวมองเจ้าหน้าที่หยางอีกฝ่ายเบิกตากว้างราวกับได้ยินเรื่องที่น่าตกใจ เขาเป็นฝ่ายที่พอใจเช่นเดียวกัน แม้เจ้าหน้าที่หยางจะยังเลเวลไม่ถึง 100 ก็ตามอีกฝ่ายกลับมีความสามารถในการหาข่าวและหาข้อมูลที่สูงพอตัว เฉินห่าวจึงคิดจะมอบประโยชน์ที่สุดแสนจะพิเศษนี้ให้ การที่พวกเขาช่วยกันหลายครั้งคงจะทำให้ความสัมพันธ์ในอนาคตแน่นแฟ้นกว่านี้  เขาได้ข่าวอีกฝ่าได้ความแข็งแกร่ง วินวินกันทั้งสองฝ่าย