ไม่นานก็กลับสู่สภาพร่างกายปกติ แต่เนื้อตัวที่ชโลมน้ำผึ้งไว้นั้นยังทำให้รู้สึกเหนียวตัวจึงเข้าไปอาบน้ำก่อนที่จะเข้าไปที่ห้องของเรนิตาที่ป่วยอยู่
ภายในห้องที่เรนิตาป่วยและยังไม่ได้สตินั้นตอนนี้ก็มีผู้ที่อยู่ด้วย คือ ท่านผู้เฒ่าจำศีล อมราและไรอาร์ส่วนมินเออที่มาคอยดูแลเรนิตานั้นกลับไปบ้านหลังจากอมรากลับมา ส่วนคนอื่นๆนั้นแยกย้ายกันไปสักพัก และการ์ดของเรนิตาก็คอยดูแลเฝ้าระวังอยู่โดยรอบ
เทวินที่เข้ามาในห้องเห็นเรนิตาที่ยังหมดสติอยู่ ในหัวใจเต็มไปด้วยความรักความห่วงใยถ้าหากเธอเป็นอะไรไป เขาคงจะทำจิตใจตัวเอง
ได้อย่างยากลำบาก เขารักเธอมาก
ทั้งคู่ได้ตอนนี้อยู่ข้างกายเรนิตาช่วยกันจับมือเธอคนละข้าง โดยอมราได้ช่วยส่งพลังงานจากร่างทิพย์ให้
ส่วนไรอาร์กำลังถ่ายแร่ธาตุเหล็กเย็นกายสิทธิ์เข้าสู่ร่างกายของเธอแร่ธาตุพิเศษได้ถูกควบคุมให้กระจายไปตามจุดชีพจรทั่วร่างกายของเรนิตา
ไรอาร์ได้ช่วยทำให้แร่กายสิทธิ์นั้นประคองจุดชีพจรต่างๆรวมทั้ง อุณหภูมิของร่างกายและการเต้นของหัวใจ
แต่ก็ยังต้องใช้เวลาเพื่อรักษาร่างกายให้กลับมาเป็นปกติ
ท่านผู้เฒ่าได้เดินมาเพื่อที่จะพูดคุยกับเทวินซึ่งเขาเองก็ไม่คิดจะรบกวนสมาธิของทั้งไรอาร์และอมราที่ตอนนี้ต่างช่วยกันอยู่
ทั้งสองจึงเดินออกมาพูดคุยที่ห้องรับแขกของบ้านพัก
แต่ก็คงจะต้องใช้เวลา ซึ่งข้ายังบอกเจ้าไม่ได้ว่านานเท่าไหร” เทวิน : “รบกวนท่านผู้เฒ่ามากแล้ว ท่านพักผ่อนก่อนก็ได้ครับ ที่บ้านพักรับรองนี้ยังมีห้องที่ใช้พักผ่อนได้ครับ”
ท่านผู้เฒ่า : “อืม...ก็คิดว่าจะพักสักหน่อย แต่ระหว่างที่ทั้งสองกำลังช่วยกันอยู่นั้นเจ้าก็ยังคงมีเรื่องที่ต้องให้ทำอยู่นะ”
“ผมยังต้องทำเรื่องอะไรหรือครับ?”เขาเอ่ยถามออกไป เพื่อจะได้ปฏิบัติตามทันที หากสามารถทำได้เพื่อช่วยเรนิตา
“เจ้าฟังให้ดีนะประการแรก ร่างของผู้ป่วยแม้กลับมาเป้นปกติได้แต่จิตวิญญาณนั้นไม่ได้อยู่ที่ร่างกายเจ้ายังต้องไปตามหาจิตวิญญาณที่ออกจากร่างกายนั้น” เทวินมีสีหน้าที่วิตกกังวลขึ้นมาอีกครั้งเขานึกขึ้นได้ว่าอมราเคยบอกไปก่อนหน้าว่าร่างกายละเอียดของเรนิตานั้นได้ออกจากร่างไป
‘ถ้าอย่างนั้น เราคงจะต้องออกไปตามหากายละเอียดของเธอ’
ท่านผู้เฒ่ามองที่เทวินอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนที่จะกล่าว
“ยังมีอีกประการในระหว่างที่ทดสอบสิ่งที่สามารถเข้ากันได้กับเลือดที่วิวัฒนาการไปแล้วของเจ้าแม้ไม่พบตัวยาหรือพิษที่ใช้รักษาพิษร้อนนั้น แต่ก็พบบางอย่าง…”ท่านผู้เฒ่าหยุดชั่วครู่หนึ่งโดยใช้ความคิด แล้วได้กล่าวต่อ “เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เจ้าประสานร่างกายกับเลือดของเจ้าได้ดียิ่งขึ้นคือ อาจจะช่วยให้เจ้าหลอมรวมร่างกายจริงกับร่างกายแสงของตัวเองได้ ต่อไปเจ้าจะสามารถเดินทางโดยไม่ต้องถอดร่างแสง”
เทวิน : “เดินทางโดยไม่ต้องถอดกายแสงหรือครับ?”
ท่านผู้เฒ่ายิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจท่านเป็นคนค้นพบโดยบังเอิญขณะทดสอบสิ่งต่างๆ กับเลือดของเขา
สิ่งนั้นมันทำให้เลือดสีม่วงเข้มนั้นหายไปราวเป็นอากาศธาตุและกลับมาปรากฏอีกครั้งทำให้ท่านผู้เฒ่าแน่ใจว่าร่างกายของเขาเองก็เช่นกัน ท่านผู้เฒ่าคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากๆ สำหรับการค้นพบของตัวเองในครั้งนี้จึงได้บอกกับเขาไป“ใช่สิ่งที่ทดสอบนั้นแม้จะหาได้ยาก แต่ก็พอจะหาได้ มันอาจจะจำเป็นต่อเจ้าเพียงแต่เจ้าต้องใช้ให้ถูกทางนะ อย่านำไปใช้ในทางที่ผิด”
เทวินสงสัยจึงเอ่ยถามต่อท่าน: “สิ่งที่ว่านั้น คืออะไรหรือครับ”
“เจ้ามาดูสิ่งนี้”ท่านผู้เฒ่าหาที่เหมาะๆ วางแก้วที่ใส่ไว้ด้วยเลือดของเทวินที่ให้ไว้ปริมาณหนึ่ง แล้วนำขวดแก้วปิดผนึกฝาไว้อย่างดี
ออกมาจากย่ามที่สะพายอยู่ท่านได้เปิดขวดแล้วเทผงสีม่วงชนิดหนึ่งในขวดลงไปที่เลือดสีม่วงเข้มของเขา”
“อ๊ะ!...” เทวินที่ได้เห็นก็รู้สึกทึ่ง เลือดสีม่วงเข้มของเขาในปริมาณไม่ถึงครึ่งแก้วขนาดเล็กนั้นเมื่อได้รับผงสีม่วงที่เทจากขวดลงไป
เพียงไม่นานก็หายไปกลายเป็นอากาศธาตุ และสักพักก็กลับมาปรากฏอีกครั้งราวกับว่ามันหายตัวได้
จะมีสีขาวแล้วผสมกับพิษงู 9 ชนิดในสัดส่วนที่พอเหมาะ มันจะกลายเป็นผงสีม่วง” “แร่หินมรกตที่บริสุทธิ์มากผสมกับพิษงู?”เขาคิดไปถึงหินมรกตที่กักเขาไว้ที่อุโมงค์ถ้ำที่ไปพบกับไรอาร์
ท่านผู้เฒ่ามองดูเห็นสังเกตุว่าเขาเคยเห็นจึงกล่าวออกไป
“ใช่แต่จะต้องเป็นหินมรกตที่บริสุทธิ์มากๆ ด้วย เจ้าเคยพบหินชนิดนี้หรือ?”
“ใช่ครับตอนเข้าไปในถ้ำหลังม่านน้ำตกนั้น พบมีหินแบบนี้อยู่ก้อนหนึ่ง มีคุณสมบัติที่พิเศษ ทำให้ร่างแสงของผมติดอยู่ในนั้น”เขาตอบท่านผู้เฒ่าไปตามความจริง “อืม...ถ้าเป็นแบนี้นี่คงจะเป็นวาสนาของเจ้าแล้ว หากทำเป็นผงพิษมรกตนาคสวาทแล้ว เมื่อใช้สิ่งนี้หลอมรวมกับเลือดสีม่วงเข้มของเจ้าที่มีวิวัฒนาการต่างจากมนุษย์โดยทั่วไป จะสามารถทำให้เจ้ากำหนดหายตัวได้ แต่การทำแบบนั้นเจ้าต้องมีสมาธิถึงความว่างและมีจิตใจที่ดีงาม เปี่ยมด้วยเมตตา จึงสามารถกำหนดจิตแบบนั้น”
เทวินนึกถึงตอนที่ติดอยู่ในหินมรกตในถ้ำดีที่ได้ธัญญาเธอแนะนำเขาให้เข้าสู่สมาธิให้ถึงขั้นว่างเปล่า จึงสามารถออกมาได้