บทที่ 40ข้าก็ไม่อยากลงมือนะ
จากเหตุการณ์วุ่ยวายในตลาดน้อยเมื่อครู่นี้ดึงดูดสายตางามคู่หนึ่งที่กำลังนั่งกินอาหารรสเลิศ บนชั้นสองของภัตตาคารเทียนอี้สถานที่ดื่มกินที่หรูหราที่สุดของตลาดน้อยแห่งนี้
เจ้าของดวงตาคู่งามนี้รู้สึกสนใจในตัวของชายหนุ่มที่กล้าช่วยเหลือเด็กที่ไม่รู้จักกันคนหนึ่งแล้วยังมีเงินมากมายอีกด้วยทั้งที่ตัวเขาเองก็เป็นแค่นักยุทธ์ขั้นเก้า
“ชุ่ยเอ๋อไปสืบเรื่องของผู้ชายคนที่ช่วยเหลือเด็กคนนั้นให้ข้าที”สาวรับใช้คนสนิทรับคำแล้วเดินหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวที่ให้คนรับใช้ออกไปสืบข่าวของจ้าวเฟยหลงก็คือคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิงอิงชิงหรู นั่นเอง ด้วยชื่อเสียงของนางนับได้ว่าเป็นสาวงามแห่งอาณาจักรต้าตงได้เช่นกันด้วยฐานะของตระกูล ด้วยรูปร่างที่สามารถตรึงจิตใจของชายทุกคนที่พบเห็น ย่อมทำให้เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มไปทั้งอาณาจักรแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครสามารถพิชิตใจของนางได้
แต่ตอนนี้นางมอบความสนใจของนางให้ชายหนุ่มแปลกหน้าไปแล้วหากใครรู้คงต้องร้องครวญด้วยความเจ็บปวดหัวใจ
ขณะเดียวกันที่มุมถนนชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลายืนกอดอกดูเหตุการณ์ที่จ้าวเฟยหลงช่วยเหลือเด็กน้อยอย่างเงียบๆเขาคนนี้มีชื่อว่า จื่อโม่ คุณชายใหญ่ตระกูลจื่อหลังจากที่มองดูกลุ่มของเจ้าเฟยหลงเดินจากไป
เขาเพียงพึมพำกับตนเองเบา “น่าสนใจดีจริงๆ”แล้วก็หายวับไปจากจุดที่เคยยืนอยู่เหมือนกับไม่เคยมีคนอยู่ตรงนั้นมาก่อน
จ้าวเฟยหลงเดินตามไช่ฉีมาที่ด้านหลังของเนินสิ่งที่เขาพบคือร่างเพรียวบางนอนหายใจหอบ ใบหน้างามแดงก่ำแต่ก็ไม่อาจปกปิดความสวยงามของนางได้หน้าอกขนาดใหญ่เคลื่อนไหวขึ้นลงยามที่นางหายใจทำให้จิตใจของชายหนุ่มสั่นสะท้านตามทุกครั้งไป เอวคอดบาง สะโพกพายได้รูปขาเรียวยาวน่าหลงไหล
“พวกท่านมองอะไรนักหนา!! หากพี่สาวข้าตื่นขึ้นมาพบเข้าพวกท่านได้ถูกควักลูกตาแน่ๆ” ไช่ฉีเตือนด้วยความไม่พอใจ
ทำชายหนุ่มทั้งสองได้สติกลับมาอีกครั้งถึงแม้ว่าหยุนฟู่พบว่าเขาไม่ต้องการสติเท่าใดนัก
“ขออภัยน้องชายพวกข้าจะตั้งใจช่วยพี่สาวเจ้าอย่างเต็มที่”
จ้าวเฟยหลงกล่าวแล้วจึงเดินไปที่ร่างของหญิงสาว ทำการสำรวจหาบริเวณที่ถูกพิษ
“ทะ..ท่านจะทำอะไรพี่สาวของข้า”เสียงตะโกนของไช่ฉีดังขึ้นด้วยความโกรธ
“นี่ไช่ฉี!!! หากข้าจะรักษาพี่ของเจ้าก็จำเป็นต้องหาบริเวณที่ถูกพิษให้เจอก่อนเจ้าว่าจริงไหม”
จ้าวเฟยหลงอธิบายให้ไช่ฉีได้เข้าใจ เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าสถานะของเขาติดลบไปแล้วในใจของเด็กน้อย
“อืม...”เสียงเขินอายของไช่ฉีดังขึ้นเบาๆ เพราะละอายที่เข้าใจจ้าวเฟยหลงผิด
“พี่สาวข้ามีบาดแผลที่ต้นแขนขวาน่ะ”เมื่อได้รับการบอกกล่าวจ้าวเฟยหลงก็หาแผลที่ว่านั้นเจอในทันทีเมื่อมองเห็นบาดแผลแล้วเขาก็เบาใจขึ้น
“ไม่ใช่พิษร้ายแรงอะไรหรอกนี่เป็นพิษที่ทำให้หมดเรี่ยวแรงไม่ได้สติเท่านั้นบางทีก็มีไข้เหมือนพี่สาวของเจ้า”
“ท่านสามารถช่วยพี่สาวของข้าได้หรือไม่ข้าจะหาวิธีตอบแทนท่านทุกอย่างที่ท่านต้องการ” เด็กน้อยไช่ฉี ร้อนรนต้องการรักษาพี่สาว
“อย่าห่วงไปเลยข้าจะช่วยอย่างสุดความสามารถ ส่วนเรื่องตอบแทนนั้นไม่ต้องก็ได้ข้ากลัวต้องโดนหางเลขหากเจ้าไปขโมยของมาตอบแทนบุญคุณข้า” จ้าวเฟยหลงกล่าวขึ้นทำเอาเด็กน้อยไช่ฉีต้องอายม้วน
“หยุนฟู่ เจ้าช่วยก่อไฟต้มน้ำทีข้าจะทำความสะอาดแผล”
หยุนฟู่รีบหากิ่งไม้แห้งมาก่อกองไฟไม่ห่างจากพวกเขานัก
“แม่นาง!! ล่วงเกินแล้ว”
จ้าวเฟยหลงฉีกแขนเสื้อที่ขาดออก แขนเรียวขาวไร้ส่วนเกินของนางก็เผยออกมาให้เห็นท่ามกลางสายตาเป็นกังวลของไช่ฉี จากนั้นเขาใช้น้ำอุ่นมาล้างบาดแผลเสร็จแล้งจึงป้อนยาถอนพิษให้นางเมื่อทำการรักษาเรียบร้อยแล้วจ้าวเฟยหลงเรียกกระโจมของเขาออกมาแล้วอุ้มนางเข้าไปพักในกระโจมหากปล่อยให้ถูกแดดถูกลมอยู่ข้างนอกอาจต้องใช้เวลาในการรักษามากขึ้น
“ไช่ฉีเจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าพี่สาวของเจ้า ถูกพิษได้อย่างไร” จ้าวเฟยหลงสังสัย
“เป็นเพราะพวกชั่วนั่น!!” ไช่ฉีพูดถึงคนที่ทำร้ายพี่สาวเขาด้วยอารมณ์ร้อนแรง
“พวกมันคนคือสุนัขรับใช้ของคนตระกูลเหยาแห่งเหิงโจวเดิมทีพี่สาวของข้าเดินทางมาสมัครเป็นศิษย์สำนักตงหยาง พอพวกมันเห็นพี่สาวของข้าสวยงามพยายามเข้ามาพูดคุยด้วย สุดท้ายหัวหน้าของมันก็เข้ามาฉุดพี่สาวของข้า เลยเกิดการต่อสู้กันขึ้น”
“แต่ว่า”สีหน้าของไช่ฉีสลดลงเมื่อเล่าถึงตอนนี้
“พี่สาวข้าเป็นจอมยุทธ์ขั้นหนึ่งแต่ก็ไม่อาจสู้กับจำนวนที่มากกว่าของจอมยุทธ์เช่นกันนางพาข้าหลบหนีมาทางนี้แต่ก็เพราะต้องดูแลข้านางจึงถูกอาวุธลับของคนพวกนั้นเข้าแต่โชคดีที่พวกมันไม่ตามมาอีกคงเพราะเกรงจะมาทับที่ทางของอิทธิพลอื่นเข้าข้าจึงได้โอกาสพานางมาซ่อนตัวที่นี่ เรื่องจากนั้นพวกท่านก็ได้รู้แล้ว”
จ้าวเฟยหลงรู้สึกสงสารสองพี่น้องนี้จับใจการอยู่ในสถานะการณ์ไร้ทางสู้ จ้าวเฟยหลงก็เคยประสบมาเช่นกัน ทำให้เขาเข้าใจสองพี่น้องตระกูลไช่เป็นอย่างดี
“ไช่ฉีต่อไปเจ้าก็พักผ่อนในกระโจมนี้เถอะน่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องอื่นพี่จะดูแลให้เองไม่ต้องห่วง”
จ้าวเฟยหลงมองมาที่ไช่ฉีอย่างเมตตา
“ขอบคุณพี่เฟยหลงมาก”
ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีขึ้นมาก จากที่จ้าวเฟยหลงช่วยเหลือไช่ฉีที่ตลาดจนมาถึงการช่วยเหลือพี่สาวของไช่ฉีความสัมพันธ์จึงพัฒนาดีขึ้นตามลำดับ
“ไอ้ขยะนักยุทธ์ขั้นเก้าออกมารับความตาย ซะดีๆ”
หลูไท่ตะโกนเสียงดัง เขารีบเดินทางมาเพราะกลัวว่าจะคลาดกันกับจ้าวเฟยหลงทันทีที่กระโจมถูกตั้งลูกน้องของเขาก็รีบมารายงาน หลูไท่จึงไม่ยอมพลาดโอกกาสนี้ที่จะได้ชำระแค้นเจ้าเฟยหลง
“ตอนที่อยู่ในตลาดน้อยถือว่าไอ้ขยะนั่นโชคดีมีคนปกป้องแต่เมื่อมันกล้าออกมาหาที่ตายเช่นนั้นตนย่อมต้องส่งเสริม” หลูไท่คิดในใจ
“เฟยหลง ทำยังไงกันดีหลูไท่มันมาจัดการพวกเราแล้ว” หยุนฟู่ ตกใจ
“ไม่ใช่พวกเรา!!!....แต่เป็นข้าคนเดียว”
จ้าวเฟยหลงลุกขึ้นเขาเตรียมตัวออกไปจัดการกับแมลงที่น่ารำคาญพวกนี้สักหน่อย
“ไม่ได้! เราเป็นสหายกันอยู่ด้วยกันถ้าตายก็ตายด้วยกัน” หยุนฟู่ไม่ยินยอมให้จ้าวเฟยหลงไปสู้คนเดียว
“หยุนฟู่เจ้าเป็นคุณชายของตระกูลฟู่ หากเจ้ามีเรื่องกับคนของตระกูลเซี่ยมันคุ้มกันแล้วหรือหากตระเซี่ยเอาเรื่องขึ้นมาตระกูลฟู่จะรับความพิโรธไหวไหมเจ้าต้องคำนึงถึงจุดนี้ด้วย”
กระนั้นหยุนฟู่ก็ยังไม่ยากให้จ้าวเฟยหลงรับผิดชอบคนเดียวถึงจะมีผลกระทบอย่างไรก็ยืนยันจะไปด้วย
“อย่าห่วงเลยอีกไม่นานข้าก็กลับมาแล้ว” พูดจบแล้วจ้าวเฟยหลงก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ
“หากเจ้าต้องการร่วมรบกับข้าก็จงปกป้องสองคนนี้ให้ดีเพราะหากข้าพ่ายแพ้จะเป็นตัวเจ้านั่นแหละที่ต้องคุ้มครองพวกเขา” จากนั้นก็เดินเปิดประตูกระโจมออกไปทิ้งให้สามคนอยู่ในกระโจม
หลังจากเปิดประตูออกมาจ้าวเฟยหลงก็พบคนห้าคนยืนล้อมประตูกระโจมราวกับเป็นกำแพงป้องกันไม่ให้สิ่งใดเล็ดลอดออกไปจากตรงนี้ได้
“นึกว่าใครที่แท้ก็หัวหน้าหลูคนขาไม่ดีที่ยืนตากลมทั้งคืนนี่เอง พบกันอีกแล้วๆ”จ้าวเฟยหลงส่งเสียงทักทายอย่างแช่มชื่น แต่ฝ่ายหลูไท่หาได้รู้สึกเช่นนั้นไปด้วย
“ไอ้ขยะ เมื่อคืนนี้เจ้าใช้ค่ายกลจัดการคนของข้าหนำซ้ำยังหนีรอดเงื้อมมือของข้าตอนที่อยู่ในตลาดน้อยแต่ตอนนี้ตรงนี้ ขยะอย่างเจ้าไม่มีหนทางให้หนีอีกแล้ว จงหักแขนหักขาตัวเองโขกหัวเรียกข้าว่าบิดาแล้วจะให้เจ้าตายอย่างสบาย”
หลูไท่วางอำนาจท่าทางหยิ่งผยองไร้ผู้เทียมทาน เขาต้องการกู้หน้าคืนหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ทำให้เขาขายหน้าจนไม่อาจสู้หน้าใครได้หากได้กำจัดจ้าวเฟยหลงไปศักดิ์ศรีของเขาก็จะกลับคืนมาเป็นแน่
“อืม...ข้ายังไม่อยากหักแขนหักขาของตัวเองเอาเป็นฟังเงื่อนไขของข้าบ้างดีกว่า ข้าจะให้เวลาเจ้าสามลมหายใจแล้วไปจากที่นี่พวกเจ้าทุกคนจะมีชีวิตนานขึ้นอีกหน่อย เจ้าว่าไง”
จ้าวเฟยหลงจ้องเขม็งไปที่หลูไท่สายตานั้นส่งผลต่อจิตใจของหลูไท่โดยตรงโดยที่หลูไท่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเหตุใดชายหนุ่มคนนี้ถึงมีสายตาที่น่าเกรงขามยิ่งนักแต่อย่างไรความต้องการล้างแค้นมันสั่งสมเอาไว้จนแทบทะลุออกมาจากใจของเขาแล้วแค่สายตาไม่อาจหยุดยั้งเขาได้
“ฮ่าๆๆๆจะตายอยู่แล้วยังกล้าปากดีอีก”
“ไอ้คนนี้คงบ้าไปแล้วจริงๆ”เสียงหัวเราะดังลั่นของกลุ่มหลูไท่ แสดงความดูถูกจ้าวเฟยหลง ไม่มีใครในพวกเขาที่คิดว่าจะไม่สามารถจัดการนักยุทธ์ขั้นเก้าเช่นชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้าได้
“ใครก็ตามที่หักแขนหักขาของมันได้ก่อนข้าจะให้รางวัลอย่างงาม”สิ้นเสียงสั่งการของหลูไท่ลูกน้อง
ทั้งสี่คนต่างแย่งกันพุ่งเข้าหาจ้าวเฟยหลง อย่างกับหมาล่าเนื้อที่พบเห็นกวางน้อยน่าขย้ำอยู่ตรงหน้าด้วยความหิวกระหายเกินหักห้ามใจ
“ข้าไม่อยากลงมือหรอกนะ แต่ในเมื่อพวกเจ้าเรียกร้องซะขนาดนี้ข้าเองก็ไม่อยากขัดใจ”
จ้าวเฟยหลงไม่หลบหนีเพียงแต่มองทั้งสี่คนเข้ามาอย่างนิ่งสงบ
แต่พอลูกน้องทั้งสี่คนของหลูไท่เข้ามาใกล้พร้อมกับวิชาหมัดระดับปราณขั้นต้นอันรุนแรงของระดับจอมยุทธ์หลูไท่ที่ยืนรอชมผลงานทางด้านหลัง ก็ยิ้มอย่างสบายใจอีกไม่นานเขาจะได้ฆ่าคนที่ทำให้เขาอับอายกู้ชื่อเสียงของตนเองกลับมา
จ้าวเฟยหลงเห็นพลังหมัดของทั้งสี่คนเข้ามาใกล้จนได้ระยะพอเหมาะจึงกระทืบเท้าอย่างรุนแรงหนึ่งครั้งกิ่งไม้ที่อยู่บนพื้นดินกระดอนขึ้นมาตามแรงของการกระทืบเท้าลอยมาอยู่ตรงหน้าของเขาจากนั้นจ้าวเฟยหลงคว้ากิ่งไม่นั้นแล้วใช้ท่าร่างก้าวย่างดาวตก พุ่งเข้าหาทั้งสี่คนใช้กิ่งไม้แทนดาบ ฟาดใส่ที่แขนและขาของลูกน้องหลูไท่
เสียงร้องโอดโอยดังระงมขึ้นมาทันทีแต่เดิมตอนนั้นควรจะเป็นจ้าวเฟยหลงที่ลงไปนอนหมอบกับพื้นร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดแขนขาหักใช้การไม่ได้
แต่ภาพตอนนี้ช่างแตกต่างจากสิ่งที่ควรจะเป็นยิ่งนักหลูไท่ถึงกับตัวแข็งร่างกายสั่นเทาไม่อาจขยับไปไหนอาการขี้ขลาดกลับมาอีกแล้ว
“ปะ...เป็นไปได้อย่างไรมันหลุดรอดจากการโจมตีที่โอบล้อมได้อย่างไรกัน แล้วที่สำคัญเหตุใดมันใช้แค่กิ่งไม้ก็สามารถจัดการจอมยุทธ์ขั้นหนึ่งถึงสี่คนในครั้งเดียวได้”
หลูไท่คิดยังไงก็คิดไม่ออกนักยุทธ์ขั้นเก้าธรรมดาคนหนึ่งเหตุใดเอาชนะจอมยุทธ์ขั้นหนึ่งถึงสี่คนในคราวเดียวโดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
จ้าวเฟยหลงยืนมอง หลูไท่ อย่างเย็นชา“ถึงตาเจ้าแล้ว” เสียงเย็นเยียบลอยมาเข้าหูหลูไท่ถึงกับทำให้เขาเข่าอ่อนขาสั่นเดินไม่ได้ทรุดตัวลงกับพื้น
“คะ...คุณชาย ไม่สินายท่านได้โปรดยกโทษให้ข้าน้อยผู้โง่เขลาด้วยข้าสัญญาว่าต่อไปจะไม่สร้างปัญหาให้ท่านอีกเลยแม้แต่น้อย”
หลูไท่ที่เคยองอาจหยิ่งผยองเวลาไม่ถึงครึ่งเค่อกลายเป็นคนไร้ศักดิ์ศรีอ้อนวอนเพื่อให้มีโอกาสรอดชีวิต
“ไม่จำเป็นต้องขอร้อง”
จ้าวเฟยหลงกล่าว มือซัดกิ่งไม้ออกไปด้วยความเร็วสูง เสียงหวีดหวิวแหวกอากาศราวสายฟ้าจากสวรรค์กิ่งไม้ปักเข้าไประหว่างคิ้วแล้วทะลุศีรษะของหลูไท่เลือดแดงฉานไหลบ่าออกมาราวน้ำป่าจากภูเขาใหญ่ สายตายังคงไม่ยอมรับว่าเขาตายแล้วจริงๆ
“โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว”
“ไม่แม้จะต่อรอง”
“ไร้สิ้นทางให้ถอยลง”
การตายของหลูไท่กระทบจิตใจของลูกน้องทั้งสี่คนมากแม้จะเจ็ดปวดเพียงใดปากของพวกเขายังร้องอ้อนวอนขอชีวิตจากเจ้าเฟยหลงด้วยความกลัวตายสุดหัวใจ
“พวกเจ้าก็อย่าให้หลูไท่ต้องรอนานเลย”
จ้าวเฟยหลงกระทืบเท้าอีกครั้งกิ่งไม้ลอยขึ้นมาตรงหน้า มือสองข้างจับกิ่งไม้แล้วซัดไปที่ลูกน้องทั้งสี่คนของหลูไท่กิ่งไม้เจาะทะลุศีรษะตายแบบที่ยังไม่ได้เตรียมใจแม้แต่น้อย
เมื่อหลังจากสังหารทั้งห้าคนจ้าวเฟยหลงไม่ลืมเก็บสินสงครามของเขาทิ้งศพไว้ที่ด้านนอกเพื่อบอกให้คนที่ต้องการหาเรื่องใส่ตัวคิดให้รอบคอบมากขึ้น
“เฟยหลง! เจ้ามาแล้วบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”แม้จะยังสงสัยว่าเหตุใดเหตุการณ์จึงเงียบสงบเร็วนักแต่หยุนฟู่ก็เป็นห่วงสหายมากกว่า
“ใช่แล้วพี่เฟยหลง!! ท่านบาดเจ็บหรือมากหรือไม่” ไช่ฉี เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ข้าไม่เป็นอะไร พวกเจ้าดูซิ”จ้าวเฟยหลงกางแขนแล้วหมุนตัวให้ทั้งสองคนดู
จากความเป็นห่วงของหยุนฟู่และไช่ฉีทำให้จ้าวเฟยหลงรู้สึกดีมากแม้จะพบเจอกันได้ไม่นาน แต่ก็ยังคงห่วงใยเขาเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันจ้าวเฟยหลงจึงอยากปกป้องพวกเขาไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ
ภัตตาคารเทียนอี้ ชั้นสอง
“เรียนคุณหนู ชายหนุ่มคนนั้นชื่อจ้าวเฟยหลงเป็นนักยุทธ์ขั้นเก้าส่วนชายที่มาด้วยกันชื่อหยุนฟู่เป็นนักยุทธ์ขั้นเก้าเช่นกันข้อมูลส่วนตัวที่ข้าสืบได้มีเพียงเท่านี้ ส่วนใหญ่จากที่สอบถามไม่มีใครรู้จักเขาทำให้ข้อมูลน้อยยิ่งนัก เจ้าค่ะ”
หญิงรับใช้นามชุ่ยเอ๋อ รายงานด้วยเสียงกระซิบ
“อ้อ...ลึกลับจริงๆนะ จ้าวเฟยหลง”อิงชิงหรูพึมพำ
“แต่ว่ายังมีอีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ”ชุ่ยเอ๋อเอ่ย
“เรื่องอะไร”อิงชิงหรูถามอย่างสนใจ
“หลังจากออกไปจากตลาดน้อยพวกเขาไปรักษาหญิงสาวคนหนึ่งน่าจะเป็นพี่สาวของเด็กคนนั้น”
ชุ่ยเอ๋อรายงานเสียงแจ่มใส
“ก็ไม่แปลกเด็กน้อยนั้นขโมยยาเพื่อรักษาพี่ของเขา”อิงชิงหรูหมดความสนใจข่าวนี้ทันที
“แต่ที่แปลกก็คือจ้าวเฟยหลงสามารถรักษานางได้จริงๆ” ชุ่ยเอ๋อ เผยส่วนสำคัญของเรื่องราวออกมา
“ชุ่ยเอ๋อ!! รีบเล่ามาให้หมด” อิงชิงหรูเริ่มไม่พอใจสาวใช้ที่ยึกยักเล่นตัว
“ข้าเล่าแล้วๆ จ้าวเฟยหลงคนนี้สามารถรักษาการถูกพิษของพี่สาวของเด็กน้อยได้เพียงแค่มองบาดแผลที่สำคัญเมื่อรักษาบาดแผลเสร็จแล้วมีคนมาตามจัดการจ้าวเฟยหลงคุณหนูท่านรู้ไหมว่าคนพวกนั้นเป็นใคร”
“น่าจะเป็นพวกที่มาหาเรื่องในตลาดน้อยหรือไม่”อิงชิงหรูถามกลับ
“ถูกต้องเจ้าค่ะ อีกอย่างพวกนั้นเป็นจอมยุทธ์ขั้นหนึ่งทุกคนเลย”ชุ่ยเอ๋อกล่าวอย่างตื่นเต้น