Rebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล

    ตอนที่ 55 เริ่มต้นฤดูกาลอย่างสวยงาม

            "โอ้!!! เอาอีกแล้วครับ เจ้าหนูวิลเลียมส์คนเดิมทำประตูที่สองของเขาแล้วครับ!! เจ้าหนูมหัศจรรย์คนนี้สุดยอดมากที่ทำประตูได้ตั้งสองประตูในครึ่งแรก! การเล่นฟุตบอลของเขามันช่างเนียนตาอีกทั้งการทำประตูของเขามันช่างเฉัยบคม!! ตอนนี้ผมรู้เหตุผลที่เขาได้เล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลแล้วครับ!!"

            ดิ๊ก ดอว์สัน ผู้บรรยายเกมส์บรรยายเอ่ยชมเจษอย่างออกรสออกชาติก่อนที่จะหมดเวลาครึ่งแรก เขาได้ลงสมัครเป็นแฟนตัวยงของเจษแล้วตอนนี้

            เหล่าผู้ชมเองก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้นไม่หายเช่นกัน พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์อย่างที่พวกเขาคาดไม่ถึง

            ..อย่างกับว่าการแข่งขันนัดนี้เป็นเวทีในการเดบิวต์ของเขา..

            อย่างเช่นคนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ในมุมมืดของสนาม ซึ่งสามารถมองเห็นแค่ใบหน้าของเขาอย่างเลือนลางเท่านั้น..

            ชายคนนั้นใช้นิ้วเรียวขยับแว่นของเขาให้เข้าที่ พลางพึมพำเบาๆ

            "เด็กคนนี้มีของ.."

            ..

            ณ แผ่นป้ายสกอร์บอร์ด (พักครึ่งเวลาแรก)

            -เบรนท์ฟอร์ด : 2

            ~ วิลเลียมส์ : 05,45+2 น.

            -ลูตัน ทาวน์ : 0

            ..

            ระหว่างที่พักครึ่งเวลาแรก ภายในห้องแต่งตัวของทีมลูตัน ทาวน์ บรรยากาศค่อนข้างวังเวงเล็กน้อย ราวกับอยู่ในป่าช้าในประเทศไทย..

            ในเวลาต่อมาหัวหน้าเฮดโค้ชของทีมกำลังพ่นคำพูดอย่างดุเดือดตรงหน้ากระดานแทคติก..

            "..พวกเอ็งทำอะไรกันอยู่!!..ตื่นสิวะ!! เฮ้ย!!! นั่นมันเด็กวัยสิบเจ็ดขวบเองนะ!! พวกเอ็งกลัวมันรึไง!!"

            ".." (ลงมาแข่งเองสิโว้ยจะได้รู้!)

            "ครึ่งหลัง..ถ้าไอ้เด็กคนนี้มันได้บอลก็เก็บมันซะ!! ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมไปเลย!! เข้าใจไหม!!" ร่างบางพูดอย่างเย็นชา

            "ครับ!!"

            "..ดี ทุกคนตั้งใจฟัง! ครึ่งหลังเราจะบุก.."

            ..

            ขณะเดียวกันภายในแห่งแต่งตัวอันแสนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักเตะเบรนท์ฟอร์ด บรรยากาศภายในห้องเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ต่างจากห้องแต่งตัวของทีมลูตันอย่างมาก..

            "ไอ้หนู! ลูกยิงลูกแรกเอ็งทำได้ไงฟ๊ะ!!"

            "โอ้!! ครึ่งหลังนี้ทีมของเราก็สบายแล้วโว้ย!! วันนี้ชนะใสๆ"

            "ต้องขอบคุณเจ้าหนูวิลเลียมส์ที่ช่วยให้ทีมเราออกนำตั้งสองประตู.."

            เหล่านักเตะตัวจริงตัวสำรองของทีมเบรนท์ฟอร์ดแสดงอาการอย่างกับว่าเกมส์นี้พวกเขาชนะไปแล้ว

            ในระหว่างที่ลูกทีมเบรนท์ฟอร์ดกำลังดีใจอย่างฮึกเหิมอยู่นั้นเฮดโค้ชเจ้าของใบหน้าโหดชาวสก็อตแลนด์ โรแกน ดิกเดอร์สัน ก็พูดขึ้นขัดจังหวะของทุกคน..

            "เกมส์มันยังไม่จบโว้ย!! อย่าพึ่งดีใจกันนัก! เวลาการแข่งขันเหลืออีกตั้ง 45 นาที!!"

            ""...""

            เหล่าลูกทีมเงียบกริบในเวลาต่อมา เมื่อได้ยินเสียงโหดของเจ้านาย ถึงพวกเขาจะอายุมากแล้ว แต่ในตำแหน่งหน้าที่การงานของพวกเขานั้นไม่สามารถสู้คนที่กำลังพูดได้ ถ้าพูดออกมาแม้ครึ่งคำเดี๋ยวจะโดนดองยาว

            เมื่อเห็นเหล่าลูกทีมเงียบ โรแกนก็พึงพอใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดแผนการในครึ่งหลัง

            "ครึ่งแรกพวกเอ็งทำได้ดีมาก! แต่ว่าก็มีจุดผิดพลาดอยู่เยอะ โดยเฉพาะสองกองหน้าตัวเก่งของพวกมันที่ทำให้ทีมเราเกือบเสียประตู ซึ่งนั่นเป็นจุดที่เราต้องแก้ไขโดยเร็ว  ได้ยินไหม?แฮมเมอร์ บราวน์!!"เจ้าของใบหน้าโหดปรายสายตาไปกำชับในตำแหน่งที่รับผิดชอบ

            "ครับ!!"x2สองลูกเจี๊ยบเฒ่าก็ตอบรับคำอย่างยินดี

            ในเวลาต่อมาชายวัย50ปีก็พูดขึ้นอีกครั้ง..

            "..พื้นที่อื่นฉันคงไม่ต้องพูดถึง เพราะพวกนายทำได้ดี! อย่างไรก็ตามในครึ่งเวลาหลังพวกนายห้ามประมาทเด็ดขาด ลูกฟุตบอลกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้!..

            ..เอาล่ะ! ฉันจะพูดถึงแผนการเล่นในครึ่งเวลาหลัง จากนี้ไปพวกเราจะเล่นเกมรับ แล้วรอโอกาสสวนกลับเร็ว พวกเรามีตัวพลิกบอลและจ่ายบอลที่แม่นยำอย่างวิลเลียมส์อยู่แล้ว..ดังนั้นพอตั้งรับแล้วสกัดบอลได้ เป้าหมายส่งบอลของพวกนายก็คือวิลเลียมส์!..

            ..พวกนายต้องจ่ายบอลให้วิลเลียมส์เป็นอันดับแรก เข้าใจไหม!!"

            "ครับ!!"

            "ดี!! เอาล่ะเหลือเวลาอีกสองนาที พวกนายเตรียมพร้อมลงไปเล่นครึ่งหลังได้แล้ว!!"

            "โอ้!!"

            ..

            ในครึ่งหลัง ถึงหัวหน้าโค้ชของทีมลูตันจะปลุกขวัญกำลังใจเหล่าลูกทีมอย่างไร ก็ไม่สามารถช่วยทีมได้

            ทันทีที่เริ่มครึ่งหลังแค่สามนาที วิลเลียมส์หรือพี่เจษของเขาก็ดับฝันพวกเขาอีกครั้ง..

            ในจังหวะนั้น นักเตะทีมเบรนท์ฟอร์ดตั้งรับเหมือนที่วางแผนกันมา พอสกัดบอลได้ พวกเขาก็จ่ายบอลไปให้เจษทันที 

            ลูกพี่เจษของเราพอได้บอล เขาก็โดนเข้าสกัดอย่างรุนแรงจากริกเตอร์

            ทว่าเจษนั้นรู้ทันเพราะเขาเห็นริกเตอร์วิ่งมาก่อนแล้ว เขาพลางแตะบอลแล้วกระโดดหลบได้อย่างชำนาญ

            อย่างไรก็ตามนั่นแค่ด่านแรกที่เจษต้องเผชิญเท่านั้น

            ทันทีที่เจษพลิกตัวแล้วเลี้ยงบอลขึ้นไปยังแดนหน้า เขาก็โดนตัดเกมส์อย่างหนักหน่วงโดยวิงแบ็คฝั่งขวา 

            ดีที่เขาพอสังเกตเห็นจึงสามารถส่งบอลไปให้แม็คโดนัลด์ที่วิ่งเลี้ยงไลน์อยู่บนแดนหน้าได้ทัน ก่อนที่จะยกขาหลบพร้อมกับทิ้งตัว..

            ปลายสตั๊ดของวิงแบ็คฝั่งขวาคนนั้นได้จิ้มที่ปุ่มสตั๊ดของเจษจนเกิดเสียงดัง..

            ปุ๊ก!!

            "โอ้ยยยย!!"

            ในเวลาต่อมาเจษก็ได้ดีดดิ้นเหมือนกุ้งฝอย ทว่าผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวน์เนื่องจากเป็นบอลที่ได้เปรียบ

            การจ่ายบอลของเจษนั้นเป็นการจ่ายบอลทะลุช่อง เขาแทงทีเดียวแม็คโดนัลด์ก็หลุดเดี่ยวทันที และแม็คโดนัลด์ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เขาแตะบอลหลบผู้รักษาประตูก่อนจะทำประตูไปได้อย่างงดงาม

            ทว่าแม็คโดนัลด์ที่ทำประตูได้ เขาไม่ได้วิ่งมาดีใจกับเจษที่นอนเจ็บอยู่หรอกนะ ทั้งๆที่เขาเป็นคนแอสซิตส์ให้ ช่างเป็นคนใจจืดใจดำเสียจริง

            เมื่อเจษเห็นว่าฟุตบอลเข้าประตูไปแล้วเขาก็ลุกขึ้นไปดีใจกับเพื่อนๆ อย่างกับว่าไม่มีอาการเจ็บเลยแม้แต่น้อยเมื่อสักครู่นี้

            แหมะ การแสดงของเขาควรได้รับรางวัลออสการ์แล้วล่ะ

            ..

            ทว่าทันใดนั้นก็เกิดสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดขึ้น

            ซึ่งเป็นเจษที่เล่นดีมาตลอดโดนเปลี่ยนตัวออกในเวลาต่อมา

            ทว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้อารมณ์เสียแต่อย่างใด พลางยกมือทั้งสองขึ้นเหนือหัวตบมือให้แฟนๆที่เข้ามารับชม ก่อนจะเดินออกสนามไปอย่างช้าๆ

            เจษก็เข้าใจความคิดของโค้ชพอคร่าวๆที่เปลี่ยนเขาออก เพราะต้องถนอมร่างกายของเขาที่หลังๆมานี้โดนเข้าหนักตลอด หรือไม่ก็พักให้เขาพร้อมในการแข่งขันนัดหน้า ซึ่งจะจัดการแข่งขันอีกสามวันหลังจากนี้..

            จะด้วยเหตุผลอะไรนั้น เจษก็ยอมรับอย่างยินดี เพราะภารกิจในวันนี้เขาสำเร็จแล้ว

            อย่างไรก็ตามเจษก็เคารพความตัดสินของโค้ชสุดหัวใจอยู่แล้ว ถ้าอยากลงเล่นต่อคุณก็ต้องทำแบบนี้..

            ในระหว่างเปลี่ยนตัว เจษก็พูดให้กำลังใจคนที่เขากำลังเปลี่ยน..

            "ลุงบีน ผมฝากด้วยล่ะ"

            "ฉันยังหนุ่มเฟ้ย! อายุฉันแค่ 35ปีเอง! แต่ว่าไว้ใจฉันได้เลย"

            "..."

            'ฉันสิบเจ็ดปีเองลุง'

            ..

            หลังจากที่ทีมไม่มีเจษ ทีมเบรนท์ฟอร์ดก็ไม่สามารถทำประตูได้ รูปเกมส์ก็ติดๆขัดๆน่าอึดอัดอย่างมาก

             เหล่านักเตะรวมถึงเหล่าสต๊าฟโค้ชได้รู้ซึ้งเมื่อทีมไม่มีเจษขึ้นมาในทันที โดยเฉพาะเหล่านักเตะ พวกเขาคิดถึงเจษเหลือเกินในระหว่างการแข่งขัน

            อย่างไรก็ตามเหล่านักเตะเบรนท์ฟอร์ดก็รักษาสกอร์นี้ไว้ได้จนจบเกมส์ เป็นผลให้เกมส์แรกของฤดูกาล ทีมเบรนท์ฟอร์ด เอาชนะทีม ลูตัน ทาวน์ ไปได้ด้วยสกอร์ 3-0 

            ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า ลูกพี่เจษของเราได้รับแมนออฟอดอะแมทช์ ด้วยผลงาน สองประตูกับอีกหนึ่งแอสซิตส์

            ด้วยการทำงานหนักของทุกคน เหล่าทีมงานสโมสรเบรนท์ฟอร์ดได้มีนัดเปิดฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา..

             

             

             

             

                                          I’m number 4

    คล้ายกับเรื่องRebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล ที่คุณอ่าน