วันต่อมา ผมไปที่ป่าทิศตะวันออกพร้อมกับลินเซ่เพราะเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง ก็เลยใช้【เกท】มาถึงได้ง่าย ๆ ภายในป่ามีสถานที่เปิดโล่งอยู่ทำให้เหมาะที่จะใช้ฝึกฝนเวทมนตร์แน่นอนว่าใช้เวทธาตุไฟไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะเกิดไฟไหม้น่ะนะ
เมื่อเดินหน้าเข้าไปในป่าจนทะลุมายังที่โล่งได้ลินเซ่ก็หยิบคัมภีร์เมื่อวานออกมาทันที พอสวมแว่นแปลภาษาแล้วอ่านซ้ำ ๆหลายรอบเสร็จ เธอก็ยกคทาสีเงินขึ้นมาแล้วเริ่มรวบรวมพลังเวท
“【วารีเอ๋ยจงมา ฟองแห่งคลื่นกระแทก บับเบิ้ลบอมบ์】”
รอบ ๆ คทาสีเงินที่ลินเซ่ยกขึ้นมา ปรากฏก้อนน้ำเล็ก ๆ มารวมตัวกันแต่ก็แตกกระจายร่วงลงบนพื้นดินทันที คงจะพลาด ล่ะมั้ง
เธอยกคทาขึ้นมาอีกรอบ แล้วรวบรวมพลังเวท
“【วารีเอ๋ยจงมา ฟองแห่งคลื่นกระแทก บับเบิ้ลบอมบ์】”
บอลน้ำถูกสร้างขึ้นมารอบ ๆ คทาอีกครั้ง แล้วก็แตกกระจายร่วงไปเหมือนเดิมพลาดอีกแล้วสินะ
เอาเถอะ ระดับเวทมนตร์โบราณนี่นาคงไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของมันได้ง่ายขนาดนั้นหรอกมั้ง
ลินเซ่อ่านคัมภีร์อีกครั้งหนึ่ง แล้วยกคทาขึ้นมาอีก และก็พลาดอีกจนได้
หลังจากนั้นเธอก็ลองใช้งานอีกหลายครั้ง แต่ก้อนน้ำก็หลุดจากคทาแล้วแตกเป็นหยดเล็ก ๆ ร่วงลงพื้นทุกครั้งไป พลาดต่อเนื่องเลยแฮะ
เนื่องจากลองไปเกินสิบครั้งแล้ว ลินเซ่จึงออกอาการโซเซแล้วก็เข่าทรุดล้มลงจนได้ ผมจึงลนลานรีบวิ่งไปอุ้มเธอเอาไว้
“ลินเซ่!? เป็นไงบ้าง!?”
“......ไม่ เป็นไรค่ะ......แค่พลังเวท หมดเท่านั้นเอง ค่ะ......ถ้าได้พักซักครู่......เดี๋ยวก็หายค่ะ......”
ลินเซ่ทำตาเหม่อลอยตอบกลับมาอย่างไร้เรี่ยวแรงนี่คือสภาพที่พลังเวทหมดสินะ ง่ะ จะอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปก็คงไม่ดีแฮะ
“......อ๊ะ? คะคุณ โทยะ......!?”
ผมอุ้มลินเซ่ที่กำลังสติเลื่อนลอยในท่าอุ้มเจ้าหญิง แล้วเปิด【เกท】ไม่รู้ว่าลินเซ่ที่อยู่ในอ้อมแขนเจ็บตรงไหนรึเปล่าถึงได้ตัวแข็งทื่อแถมยังหน้าแดงแจ๋อีก แต่ก็ช่วยทนซักเดี๋ยวละกันนะ
หลังออกมาที่สวนด้านหลังของ “จันทราสีเงิน” ผมก็เข้าไปข้างในโรงแรม เดินขึ้นบันไดแล้วเปิดประตูห้องของลินเซ่ จากนั้นก็ค่อย ๆวางลินเซ่ให้นอนลงบนเตียงที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง หน้ายังแดงอยู่เลย
จะเป็นไรไหมเนี่ยผมเอื้อมมือไปทาบหน้าผากเพื่อวัดไข้
“......งะ งื้อ......!”
“ไม่มีไข้เนอะ รอแป๊ปนะ จะไปเรียกเอลเซ่ให้เดี๋ยวนี้แหละ”
ผมไปเรียกเอลเซ่ที่อยู่ห้องข้าง ๆ เพื่อให้มาช่วยปลดอุปกรณ์ของลินเซ่เพราะยังไงผมก็ปลดออกให้ไม่ได้อยู่แล้วล่ะนะ
ยังไงก็ตาม ผมฝากที่เหลือให้เอลเซ่จัดการ แล้วก็ออกมาจากห้องของลินเซ่ฝึกจนพลังเวทหมดแบบนี้ จะเรียกว่าเอาจริงเอาจังหรือพยายามเต็มที่ดีล่ะเนี่ยคุณชาร์ลล็อตเองก็ดี พวกที่ได้ชื่อว่าจอมเวทเนี่ยส่วนใหญ่คงเป็นคนที่มีนิสัยเถรตรงล่ะมั้ง ถึงจะมุ่งมั่นอยู่อย่างเดียวก็เถอะ
วันต่อมา ลินเซ่หายดีเรียบร้อยแล้ว อาการพลังเวทหมดนั้น ดูเหมือนถ้าได้พักผ่อนอยู่นิ่งๆ ประมาณวันเดียวก็ฟื้นฟูได้แล้ว
“......เมื่อวานนี้ ปะ ไปรบกวนเอาไว้ ต้องขอโทษด้วยนะคะ!”
ลินเซ่เอาแต่ขอโทษเรื่องเมื่อวานแต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เห็นมีอะไรให้ต้องขอโทษขอโพยเลยนี่นา?
วันนี้ก็ไปที่ป่าทิศตะวันออกเหมือนเดิมแล้วก็ฝึกฝนเวทมนตร์เหมือนเมื่อวาน
ลินเซ่พลาดแล้วก็ลองใหม่ พลาดแล้วก็ลองใหม่ส่วนผมถึงจะเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ ตลอดแต่ตอนที่ลินเซ่พลาดไปครบเก้าครั้งผมก็ห้ามไม่ให้เธอฝึกต่อ เพราะถ้ามากไปกว่านี้เดี๋ยวจะล้มพับไปเหมือนเมื่อวานอีก
“พักซักหน่อยเถอะ ลินเซ่”
“......ค่ะ”
ผมส่งกระติกน้ำใส่น้ำชาเย็นชืดที่เอาติดมาด้วยให้ลินเซ่
“ท่าทางจะจับเคล็ดอะไรได้บ้างไหม?”
“......ไม่ค่ะ ไม่ได้เลย การใช้เวทมนตร์จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์นั้นทั้งขนาดและแนวโน้มการทำงาน เวทมนตร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนี่มันยากจริง ๆ ค่ะ......”
งี้นี่เอง เพราะไม่เคยเห็นว่าเป็นเวทมนตร์แบบไหนก็เลยจินตนาการได้ไม่ชัดเจนสินะ
หลังจากนั้น ถึงจะพักมาประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วแต่พลังเวทก็ไม่ได้ฟื้นฟูมามากนัก พอพลาดไปอีกสองครั้งลินเซ่ก็เริ่มโงนเงนแล้วก็เลยหยุดการฝึกวันนี้แค่ตรงนั้น
วันถัดมาและถัดมาอีกลินเซ่ได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องฝึกจนพลังเวทจวนเจียนจะหมดอยู่ทุกวัน พอฝึกได้ชั่วโมงหนึ่งพลังเวทของลินเซ่ก็จะหมด หลังจากนั้นก็ต้องพักยาว บอกตรง ๆ ผมคิดว่ามันไม่ค่อยจะได้ผลนักหรอกนะ
“ยังไงก็เถอะ ลินเซ่นี่พยายามดีจังเลยนะทั้งที่พลาดไปตั้งไม่รู้กี่ครั้งก็ยังไม่ยอมตัดใจอีก”
“......เพราะฉัน ไม่เก่งน่ะค่ะ ก็เลยต้องทำเรื่องเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบทำไปจนในที่สุดก็จดจำเวทมนตร์ได้ ถึงจะสามารถใช้ได้ ฉันทำแบบนั้นมาตลอดเพราะงั้นถึงยอมแพ้ไม่ได้ค่ะ”
ลินเซ่ที่พูดเช่นนั้นหัวเราะออกมา เด็กคนนี้เข้มแข็งจังเลยนะผมเข้าใจลึกซึ้งแล้วว่าการทำซ้ำ ๆ คือพลังและการไม่ยอมแพ้ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใด
แต่ว่านะ เรื่องที่มันไม่ค่อยได้ผลก็เป็นความจริงอยู่ดีต่อให้ฝึกฝนเพิ่มอีกซักกี่รอบก็...... อืม......ลองปรึกษาคุณชาร์ลล็อตดูดีกว่าดูเหมือนจะเป็นจอมเวทอันดับหนึ่งของอาณาจักรนี้ด้วยสิ
หลังจากที่เลิกฝึกก่อนพลังเวทจะหมด แล้วกลับไปโรงแรมกับลินเซ่ ผมก็ใช้【เกท】กระโดดไปหาคุณชาร์ลล็อตที่ปราสาทพร้อมกับยูมิน่าเพราะถ้าไปเดินในปราสาทโดยไม่มียูมิน่าคงลำบากน่าดู......ก็เป็นคนน่าสงสัยโดยสมบูรณ์เลยนี่นา......
ถึงคุณชาร์ลล็อตจะอยู่หอวิจัยภายในปราสาทแต่ไม่รู้ทำไมขอบตาล่างถึงได้คล้ำขนาดนั้น ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้นอนมั้งยังไงก็ตามเธอได้ช่วยรับฟังผมที่ไปขอคำปรึกษา แล้วสอนวิธีการแก้ไขปัญหาให้ด้วยถึงผมต้องสัญญาว่าจะมาช่วยเหลืองานวิจัยวันหลังด้วยก็เถอะ......
วันต่อมาผมไปที่ป่าทิศตะวันออกพร้อมกับลินเซ่อีกครั้ง วันนี้เองก็ฝึกซ้ำ ๆ เหมือนเดิมแล้วก็พลาดต่อเนื่องอีก เมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถใช้พลังเวทได้มากกว่านี้อีกแล้วลินเซ่จึงหยุดการฝึกของตนเอง จากตรงนี้ก็ถึงตาผมออกโรงแล้ว
“ลินเซ่ มาทางนี้สิ”
“? ......อะไรเหรอคะ?”
ผมจับมือทั้งสองข้างของลินเซ่ที่เดินมาตรงหน้า
“วะ ว้าย!? ทะทำอะไรคะ!?”
“ใจเย็น ๆ ก่อน รีแลกซ์ไว้สิ”
“ระ รีแหลก!?”
“อ่า......ช่วยผ่อนคลายทีนะ”
ผมปลอบลินเซ่ที่กำลังประหม่า พลางรวบรวมพลังเวทแล้วใช้งานเวทไร้ธาตุที่มีผลลัพธ์อย่างหนึ่งซึ่งคุณชาร์ลล็อตเป็นคนสอนให้จากนั้นก็มีแสงลาง ๆ ส่องสว่างที่มือทั้งสองข้างของผม
“【ทรานสเฟอร์】”
“เอ๊ะ!?”
แสงลาง ๆ นั้นเคลื่อนจากมือของผมไปยังลินเซ่ส่วนลินเซ่ที่ได้รับสิ่งนั้นไปก็ส่งเสียงด้วยความตกใจ ดูเหมือนจะสำเร็จนะ
“พลังเวท......ฟื้นฟูแล้วค่ะ อะไรกัน......พริบตาเดียวเอง?”
เวทไร้ธาตุ【ทรานสเฟอร์】เวทมนตร์ที่สามารถถ่ายโอนพลังเวทของตนให้ผู้อื่นได้เวทไร้ธาตุบทนี้ดูเหมือนจะมีคนที่ใช้ได้อยู่หลายคนอาจารย์ที่สอนเวทมนตร์ให้คุณชาร์ลล็อตเองดูเหมือนจะใช้เวทนี้ได้เหมือนกัน
ใช้เวทมนตร์จนล้มพับ หลังจากนั้นก็ฟื้นฟูพลังเวทแล้วก็ใช้เวทมนตร์จนล้มพับไปอีก ท่าทางเธอจะเคยฝึกเวทมนตร์มาแบบนั้นเป็นยักษ์รึไงนะ อาจารย์คนนั้นน่ะ
แต่ว่า ผมเองก็ทำเรื่องที่เหมือนกันกับลินเซ่นี่นาทำเรื่องแบบเดียวกับอาจารย์ของคุณชาร์ลล็อต ถึงผมจะไม่ได้บังคับก็เถอะ
ถึงจะรู้สึกตัวเป็นครั้งแรกเอาตอนนี้แต่ปริมาณพลังเวทที่โอนถ่ายให้ลินเซ่ฟื้นฟูจนเต็มเปี่ยมเนี่ยมันยังน้อยกว่าปริมาณพลังเวทที่ใช้ในการคงตัวตนของโคฮาคุไว้ซะอีกสรุปคือยังอยู่ในขอบเขตการฟื้นฟูตามธรรมชาติของผมนั่นเองดูเหมือนพลังเวทของลินเซ่จะไม่ใช่น้อย ๆ ด้วยสิ ตกลงมันมีเยอะขนาดไหนล่ะเนี่ยพลังเวทของผมน่ะ......
ยังไงก็ตามเท่านี้ลินเซ่ก็สามารถฝึกฝนเวทมนตร์ได้โดยไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องพลังเวทหมดแล้ว
“【วารีเอ๋ยจงมา ฟองแห่งคลื่นกระแทก บับเบิ้ลบอมบ์】”