ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    เล่มที่2 ตอนที่44 การใช้ชีวิตในแต่ละวัน ภาค1 (3)

              วันต่อมา ผมไปที่ป่าทิศตะวันออกพร้อมกับลินเซ่เพราะเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง ก็เลยใช้【เกท】มาถึงได้ง่าย ๆ ภายในป่ามีสถานที่เปิดโล่งอยู่ทำให้เหมาะที่จะใช้ฝึกฝนเวทมนตร์แน่นอนว่าใช้เวทธาตุไฟไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะเกิดไฟไหม้น่ะนะ

              เมื่อเดินหน้าเข้าไปในป่าจนทะลุมายังที่โล่งได้ลินเซ่ก็หยิบคัมภีร์เมื่อวานออกมาทันที พอสวมแว่นแปลภาษาแล้วอ่านซ้ำ ๆหลายรอบเสร็จ เธอก็ยกคทาสีเงินขึ้นมาแล้วเริ่มรวบรวมพลังเวท

             “【วารีเอ๋ยจงมา ฟองแห่งคลื่นกระแทก บับเบิ้ลบอมบ์】”

              รอบ ๆ คทาสีเงินที่ลินเซ่ยกขึ้นมา ปรากฏก้อนน้ำเล็ก ๆ มารวมตัวกันแต่ก็แตกกระจายร่วงลงบนพื้นดินทันที คงจะพลาด ล่ะมั้ง

              เธอยกคทาขึ้นมาอีกรอบ แล้วรวบรวมพลังเวท

             “【วารีเอ๋ยจงมา ฟองแห่งคลื่นกระแทก บับเบิ้ลบอมบ์】”

              บอลน้ำถูกสร้างขึ้นมารอบ ๆ คทาอีกครั้ง แล้วก็แตกกระจายร่วงไปเหมือนเดิมพลาดอีกแล้วสินะ

              เอาเถอะ ระดับเวทมนตร์โบราณนี่นาคงไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของมันได้ง่ายขนาดนั้นหรอกมั้ง

              ลินเซ่อ่านคัมภีร์อีกครั้งหนึ่ง แล้วยกคทาขึ้นมาอีก และก็พลาดอีกจนได้

              หลังจากนั้นเธอก็ลองใช้งานอีกหลายครั้ง แต่ก้อนน้ำก็หลุดจากคทาแล้วแตกเป็นหยดเล็ก ๆ ร่วงลงพื้นทุกครั้งไป พลาดต่อเนื่องเลยแฮะ

              เนื่องจากลองไปเกินสิบครั้งแล้ว ลินเซ่จึงออกอาการโซเซแล้วก็เข่าทรุดล้มลงจนได้ ผมจึงลนลานรีบวิ่งไปอุ้มเธอเอาไว้

             “ลินเซ่!? เป็นไงบ้าง!?”

             “......ไม่ เป็นไรค่ะ......แค่พลังเวท หมดเท่านั้นเอง ค่ะ......ถ้าได้พักซักครู่......เดี๋ยวก็หายค่ะ......”

              ลินเซ่ทำตาเหม่อลอยตอบกลับมาอย่างไร้เรี่ยวแรงนี่คือสภาพที่พลังเวทหมดสินะ ง่ะ จะอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปก็คงไม่ดีแฮะ

             “......อ๊ะ? คะคุณ โทยะ......!?”

              ผมอุ้มลินเซ่ที่กำลังสติเลื่อนลอยในท่าอุ้มเจ้าหญิง แล้วเปิด【เกท】ไม่รู้ว่าลินเซ่ที่อยู่ในอ้อมแขนเจ็บตรงไหนรึเปล่าถึงได้ตัวแข็งทื่อแถมยังหน้าแดงแจ๋อีก แต่ก็ช่วยทนซักเดี๋ยวละกันนะ

              หลังออกมาที่สวนด้านหลังของ “จันทราสีเงิน” ผมก็เข้าไปข้างในโรงแรม เดินขึ้นบันไดแล้วเปิดประตูห้องของลินเซ่ จากนั้นก็ค่อย ๆวางลินเซ่ให้นอนลงบนเตียงที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง หน้ายังแดงอยู่เลย

              จะเป็นไรไหมเนี่ยผมเอื้อมมือไปทาบหน้าผากเพื่อวัดไข้

             “......งะ งื้อ......!”

             “ไม่มีไข้เนอะ รอแป๊ปนะ จะไปเรียกเอลเซ่ให้เดี๋ยวนี้แหละ”

              ผมไปเรียกเอลเซ่ที่อยู่ห้องข้าง ๆ เพื่อให้มาช่วยปลดอุปกรณ์ของลินเซ่เพราะยังไงผมก็ปลดออกให้ไม่ได้อยู่แล้วล่ะนะ

              ยังไงก็ตาม ผมฝากที่เหลือให้เอลเซ่จัดการ แล้วก็ออกมาจากห้องของลินเซ่ฝึกจนพลังเวทหมดแบบนี้ จะเรียกว่าเอาจริงเอาจังหรือพยายามเต็มที่ดีล่ะเนี่ยคุณชาร์ลล็อตเองก็ดี พวกที่ได้ชื่อว่าจอมเวทเนี่ยส่วนใหญ่คงเป็นคนที่มีนิสัยเถรตรงล่ะมั้ง ถึงจะมุ่งมั่นอยู่อย่างเดียวก็เถอะ

              วันต่อมา ลินเซ่หายดีเรียบร้อยแล้ว อาการพลังเวทหมดนั้น ดูเหมือนถ้าได้พักผ่อนอยู่นิ่งๆ ประมาณวันเดียวก็ฟื้นฟูได้แล้ว

             “......เมื่อวานนี้ ปะ ไปรบกวนเอาไว้ ต้องขอโทษด้วยนะคะ!”

              ลินเซ่เอาแต่ขอโทษเรื่องเมื่อวานแต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เห็นมีอะไรให้ต้องขอโทษขอโพยเลยนี่นา?

              วันนี้ก็ไปที่ป่าทิศตะวันออกเหมือนเดิมแล้วก็ฝึกฝนเวทมนตร์เหมือนเมื่อวาน

              ลินเซ่พลาดแล้วก็ลองใหม่ พลาดแล้วก็ลองใหม่ส่วนผมถึงจะเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ ตลอดแต่ตอนที่ลินเซ่พลาดไปครบเก้าครั้งผมก็ห้ามไม่ให้เธอฝึกต่อ เพราะถ้ามากไปกว่านี้เดี๋ยวจะล้มพับไปเหมือนเมื่อวานอีก

             “พักซักหน่อยเถอะ ลินเซ่”

             “......ค่ะ”

              ผมส่งกระติกน้ำใส่น้ำชาเย็นชืดที่เอาติดมาด้วยให้ลินเซ่

             “ท่าทางจะจับเคล็ดอะไรได้บ้างไหม?”

             “......ไม่ค่ะ ไม่ได้เลย การใช้เวทมนตร์จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์นั้นทั้งขนาดและแนวโน้มการทำงาน เวทมนตร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนี่มันยากจริง ๆ ค่ะ......”

              งี้นี่เอง เพราะไม่เคยเห็นว่าเป็นเวทมนตร์แบบไหนก็เลยจินตนาการได้ไม่ชัดเจนสินะ

              หลังจากนั้น ถึงจะพักมาประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วแต่พลังเวทก็ไม่ได้ฟื้นฟูมามากนัก พอพลาดไปอีกสองครั้งลินเซ่ก็เริ่มโงนเงนแล้วก็เลยหยุดการฝึกวันนี้แค่ตรงนั้น

              วันถัดมาและถัดมาอีกลินเซ่ได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องฝึกจนพลังเวทจวนเจียนจะหมดอยู่ทุกวัน พอฝึกได้ชั่วโมงหนึ่งพลังเวทของลินเซ่ก็จะหมด หลังจากนั้นก็ต้องพักยาว บอกตรง ๆ ผมคิดว่ามันไม่ค่อยจะได้ผลนักหรอกนะ

             “ยังไงก็เถอะ ลินเซ่นี่พยายามดีจังเลยนะทั้งที่พลาดไปตั้งไม่รู้กี่ครั้งก็ยังไม่ยอมตัดใจอีก”

             “......เพราะฉัน ไม่เก่งน่ะค่ะ ก็เลยต้องทำเรื่องเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบทำไปจนในที่สุดก็จดจำเวทมนตร์ได้ ถึงจะสามารถใช้ได้ ฉันทำแบบนั้นมาตลอดเพราะงั้นถึงยอมแพ้ไม่ได้ค่ะ”

             ลินเซ่ที่พูดเช่นนั้นหัวเราะออกมา เด็กคนนี้เข้มแข็งจังเลยนะผมเข้าใจลึกซึ้งแล้วว่าการทำซ้ำ ๆ คือพลังและการไม่ยอมแพ้ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใด

             แต่ว่านะ เรื่องที่มันไม่ค่อยได้ผลก็เป็นความจริงอยู่ดีต่อให้ฝึกฝนเพิ่มอีกซักกี่รอบก็...... อืม......ลองปรึกษาคุณชาร์ลล็อตดูดีกว่าดูเหมือนจะเป็นจอมเวทอันดับหนึ่งของอาณาจักรนี้ด้วยสิ

             หลังจากที่เลิกฝึกก่อนพลังเวทจะหมด แล้วกลับไปโรงแรมกับลินเซ่ ผมก็ใช้【เกท】กระโดดไปหาคุณชาร์ลล็อตที่ปราสาทพร้อมกับยูมิน่าเพราะถ้าไปเดินในปราสาทโดยไม่มียูมิน่าคงลำบากน่าดู......ก็เป็นคนน่าสงสัยโดยสมบูรณ์เลยนี่นา......

             ถึงคุณชาร์ลล็อตจะอยู่หอวิจัยภายในปราสาทแต่ไม่รู้ทำไมขอบตาล่างถึงได้คล้ำขนาดนั้น ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้นอนมั้งยังไงก็ตามเธอได้ช่วยรับฟังผมที่ไปขอคำปรึกษา แล้วสอนวิธีการแก้ไขปัญหาให้ด้วยถึงผมต้องสัญญาว่าจะมาช่วยเหลืองานวิจัยวันหลังด้วยก็เถอะ......

             วันต่อมาผมไปที่ป่าทิศตะวันออกพร้อมกับลินเซ่อีกครั้ง วันนี้เองก็ฝึกซ้ำ ๆ เหมือนเดิมแล้วก็พลาดต่อเนื่องอีก เมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถใช้พลังเวทได้มากกว่านี้อีกแล้วลินเซ่จึงหยุดการฝึกของตนเอง จากตรงนี้ก็ถึงตาผมออกโรงแล้ว

             “ลินเซ่ มาทางนี้สิ”

             “? ......อะไรเหรอคะ?”

             ผมจับมือทั้งสองข้างของลินเซ่ที่เดินมาตรงหน้า

             “วะ ว้าย!? ทะทำอะไรคะ!?”

             “ใจเย็น ๆ ก่อน รีแลกซ์ไว้สิ”

             “ระ รีแหลก!?”

             “อ่า......ช่วยผ่อนคลายทีนะ”

             ผมปลอบลินเซ่ที่กำลังประหม่า พลางรวบรวมพลังเวทแล้วใช้งานเวทไร้ธาตุที่มีผลลัพธ์อย่างหนึ่งซึ่งคุณชาร์ลล็อตเป็นคนสอนให้จากนั้นก็มีแสงลาง ๆ ส่องสว่างที่มือทั้งสองข้างของผม

             “【ทรานสเฟอร์】”

            “เอ๊ะ!?”

             แสงลาง ๆ นั้นเคลื่อนจากมือของผมไปยังลินเซ่ส่วนลินเซ่ที่ได้รับสิ่งนั้นไปก็ส่งเสียงด้วยความตกใจ ดูเหมือนจะสำเร็จนะ

             “พลังเวท......ฟื้นฟูแล้วค่ะ อะไรกัน......พริบตาเดียวเอง?”

             เวทไร้ธาตุ【ทรานสเฟอร์】เวทมนตร์ที่สามารถถ่ายโอนพลังเวทของตนให้ผู้อื่นได้เวทไร้ธาตุบทนี้ดูเหมือนจะมีคนที่ใช้ได้อยู่หลายคนอาจารย์ที่สอนเวทมนตร์ให้คุณชาร์ลล็อตเองดูเหมือนจะใช้เวทนี้ได้เหมือนกัน

             ใช้เวทมนตร์จนล้มพับ หลังจากนั้นก็ฟื้นฟูพลังเวทแล้วก็ใช้เวทมนตร์จนล้มพับไปอีก ท่าทางเธอจะเคยฝึกเวทมนตร์มาแบบนั้นเป็นยักษ์รึไงนะ อาจารย์คนนั้นน่ะ

             แต่ว่า ผมเองก็ทำเรื่องที่เหมือนกันกับลินเซ่นี่นาทำเรื่องแบบเดียวกับอาจารย์ของคุณชาร์ลล็อต ถึงผมจะไม่ได้บังคับก็เถอะ

             ถึงจะรู้สึกตัวเป็นครั้งแรกเอาตอนนี้แต่ปริมาณพลังเวทที่โอนถ่ายให้ลินเซ่ฟื้นฟูจนเต็มเปี่ยมเนี่ยมันยังน้อยกว่าปริมาณพลังเวทที่ใช้ในการคงตัวตนของโคฮาคุไว้ซะอีกสรุปคือยังอยู่ในขอบเขตการฟื้นฟูตามธรรมชาติของผมนั่นเองดูเหมือนพลังเวทของลินเซ่จะไม่ใช่น้อย ๆ ด้วยสิ ตกลงมันมีเยอะขนาดไหนล่ะเนี่ยพลังเวทของผมน่ะ......

             ยังไงก็ตามเท่านี้ลินเซ่ก็สามารถฝึกฝนเวทมนตร์ได้โดยไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องพลังเวทหมดแล้ว

             “【วารีเอ๋ยจงมา ฟองแห่งคลื่นกระแทก บับเบิ้ลบอมบ์】”

             

    คล้ายกับเรื่องไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni) ที่คุณอ่าน