"หืม? น้องติงไม่รู้จักระดับของสัตว์อสูร?" หวงเหวินกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง..
"อืม..ข้าเคยเห็นอสูรแค่ไม่กี่ครั้งเองถ้าไม่นับรวมกับตอนที่มาถึงป่าหมื่นอสูรแห่งนี้.." สวี่หยุนกล่าวตอบออกมาอย่างตรงไปตรงมา..นอกจากตอนที่เขาไปเจออ้ายสุ่ยและอสูรที่มีความเร็วจนตาเปล่ามองไม่ทันในป่าลึกลับสวี่หยุนก็ไม่เคยเข้าไปในป่าลึกลับนั้นอีกเลย..หวงเหวินและหวงซือเหยียนตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา
"อะ..อ่า..สัตว์อสูรแบ่งออกระดับหนึ่งถึงสี่และมีระดับย่อยอีกสามขั้นคือ ตํ่า กลางและสูง..สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นตํ่ามีความแข่งแกร่งเทียบเท่า ขั้น 3 ของรวบรวมลมปราณ ขั้นกลางมีความแข่งแกร่งพอๆกับขั้น 6 ของรวบรวมลมปราณและขั้นสูงมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าขั้น 9 ของรวบรวมลมปราณ!!" หวงเหวินกล่าวออกมาอย่าช้าๆ..
"อืม..แล้วสัตว์อสูรระดับสองล่ะ?" สวี่หยุนกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย
"สัตว์อสูรระดับสองมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าก่อเมล็ดลมปราณ!! หากน้องติงพบเจอมันล่ะก็นับว่าเป็โชคร้ายอย่างยิ่ง..โอกาสที่จะหนีรอดนับว่าน้อยมาก.." หวงเหวินกล่าวอธิบายออกมาให้สวี่หยุนฟัง..
"มันแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือ? แล้วป่าหมื่นอสูรนี้มีสัตว์อสูรระดับใดบ้างหรือ?" สวี่หยุนกล่าวถามออกมาด้วยความตกตะลึง..สวี่หยุนเดินไปทั่วป่าหมื่นอสูรตลอด 2-3 ชั่วยามที่ผ่านมานับมาโชคดีจริงๆที่ไม่พบเจอสัตว์อสูรระดับสองเลย...
"อืม..ส่วนมากเป็อสูรระดับหนึ่งขั้นตํ่า..ขั้นกลางและสูงค่อนข้างหายากส่วนสัตว์อสูรระดับสอง..มีคนเลยพบเจอมันอยู่เหมือนกันแต่เมื่อสำนักกระบี่ล่องนภามาตรวจสอบก็ไม่เคยพบเจอเลย.." หวงเหวินกล่าวอธิบายออกมาด้วยท่าทางครุ่นคิดเล็กน้อย
"โอ้..ขอบคุณท่านพี่หวงเหวินมากที่อธิบายให้ข้าฟัง..แล้วสองคนนี้พวกท่านจะทำยังไงกับพวกมัน?" สวี่หยุนกล่าวขอบคุณออกมาก่อนจะชี้นิ้วไปทางหวงอี้จือและคนดูเหมือนโจรอีกคน...
"ขะ..ข้าว่าไม่ต้องฆ่าพวกมันหรอก..พวกมันคงเข็ดหลาบแล้ว..เมื่อข้ากลับไปถึงสำนักข้าจะเล่าเื่ทั้งหมดให้ผู้าุโของสำนักเอง.." หวงเหวินกล่าวออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ..สวี่หยุนเห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะความใจอ่อนของหวงเหวิน..หากตีงูไม่ตายบางทีงูตัวนั้นอาจย้อนกลับมาแว้งกัดตัวของเขาเองก็เป็ได้..แต่สวี่หยุนก็พยักหน้าทำตามคำพูดหวงเหวิน..หากไม่ให้โดนด้วยตัวเองถึงพูดไปเท่าไหร่ก็ไร้ความหมาย..
สวี่หยุนนำหวงอี้จือและอีกคนไปวางไว้บนต้นไม้ก่อนจะหยิบกระบี่ของทั้งสองมา..้าจะเป็โจรไปปล้นคนอื่นก็ต้องระวังการโดนปล้นซะเอง..
สวี่หยุน หวงเหวินและหวงซือเหยียนเริ่มเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่อยู่ในแผนที่ของหวงเหวิน..ระหว่างทางหวงซือเหยียนมักถามสวี่หยุนเกี่ยวกับสมุนไพรทุกอย่างที่พบเจอเสมอ..สวี่หยุนทำได้แค่ตอบคำถามของหวงซือเหยียนทุกคำถามก่อนจะเก็บสมุนไพรที่พบเจอทั้งหมดไปด้วย...ต่อมาสวี่หยุนและทั้งสองพบเจอสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นตํ่าบ้างเล็กน้อยแต่ก็แทบจะทำอะไรพวกเขาทั้งสามไม่ได้เลย..เมื่อทั้งสามพบเจอสัตว์อสูรระดับกลางก็จะหลบเลี่ยงทันที..
"นี่ๆ เ้าชื่อติงสวี่หยุนใช่ไหม? ทำไมเ้าถึงเรียกข้าว่าพี่หญิงล่ะ? ข้าน่าจะอายุพอๆกับเ้านะ" หวงซือเหยียนกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย..
"อืม..ถึงแม้อายุจะพอๆกันแต่หากนับประสบการณ์ต่างๆ..บางทีพี่หญิงซือเหยียนอาจจะเหนือกว่าข้าไปมากนัก.." สวี่หยุนกล่าวตอบออกมาอย่างตรงไปตรงมา..หากไม่นับความทรงจำที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวตนของเขาที่ยังเหลืออยู่..สวี่หยุนก็เหมือนมีอายุเพียงหนึ่งปีกว่าๆเท่านั้น...
หวงซือเหยียนและหวงเหวินไม่เข้าใจความหมายของคำพูดแต่ทั้งสองก็ไม่ได้กล่าวถามอะไรเพิ่มและเดินทางต่อไป...ทั้งสามพบสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นตํ่าสามตัวข้างหน้า..เมื่อพูดคุยกันสักพักทั้งสามก็เลือกที่จะไม่หลีกเลี่ยงสัตว์อสูรทั้งสามตัวเพราะอาจจะเสียเวลาเดินทาง...
ขณะที่กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นตํ่าอยู่..สวี่หยุนเหลือบไปมองหวงเหวินและหวงซือเหยียนก็พบว่าพวกเขากำลังชำแหละซากศพของสัตว์อสูรเพื่อควานหาอะไรสักอย่างอยู่...
"ท่านพี่หวงเหวิน พี่หญิงหวงซือเหยียน..พวกท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ?" สวี่หยุนกล่าวถามทั้งสองที่หยิบเอาก้อนผลึกเล็กๆออกมาจากศพสัตว์อสูร...และใส่เข้าไปในผลึกลมปราณธาตุระดับตํ่า..
"หือ? น้องติงไม่รู้จักแกนอสูร?" หวงเหวินกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง
"แกนอสูร?" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าสงสัย..
"เฮ้อ..เอาเถอะ..สัตว์อสูรทุกตัวมักมีแกนอสูรอยู่หนึ่งชิ้นเสมอ..แกนของอสูรก็เหมือนกับพลังชีวิตของมันทั้งหมด..หากแกนอสูรถูกดึงออกไป สัตว์อสูรจะอ่อนแอลงอย่างช้าๆจนในที่สุดมันก็จะตายไป..แกนอสูรสามารถนำไปใช้ทำสิ่งต่างๆได้มายมาย เช่น หลอมโอสถ หลอมอาวุธหรือแม้แต่ใช้เป็เชื้อเพลิงของสิ่งต่างๆได้..ถึงแม้แกนอสูรระดับตํ่าจะมีราคาไม่มากแต่ก็น่าเสียดายถ้าไม่เก็บมันไว้จริงหรือไม่?" หวงเหวินถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะกล่าวอธิบายออกมาให้สวี่หยุนฟัง..
สวี่หยุนได้ยินดังนั้นก็เข้าใจขึ้นมาทันทีก่อนจะหยิบเอาผลึกลมปราณธาตุและนำซากศพสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นตํ่าประมาณ 30 ตัวออกมา...หวงเหวินและหวงซือเหยียนตกตะลึงอีกครั้งทันทีก่อนจะกล่าวถามออกมา..
"นะ..น้องติง...เ้าเป็คนสังหารสัตว์อสูรพวกนี้ทั้งหมดด้วยตัวเอง?" หวงเหวินกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง..สวี่หยุนเป็แค่ขั้น 2 ของรวบรวมปราณแต่สามารถสังหารได้จำนวนมากขนาดนี้!!
"หืม? อ่อ..ใช่แล้วล่ะ..ระหว่างทางที่เดินมาจนเจอท่านพี่หวงเหวินประมาณ 2-3 ชั่วยามข้าก็สังหารพวกมันทั้งหมดที่พบเจอระหว่างทางน่ะ.." สวี่หยุนกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมาแต่ทำให้ทั้งหวงซือเหยียนและหวงเหวินตำตะลึงอีกครั้งทันที..สังหารอสูรระดับหนึ่งขั้นตํ่า 30 ตัวด้วยเวลา 2-3 ชั่วยามยังไม่ใช่เื่แปลกสำหรับหวงเหวินเพราะตัวเขาอยู่ในขั้น 6 ของรวบรวมลมปราณ..แต่สวี่หยุนอยู่เพียงขั้น 2 ของรวบรวมลมปราณเท่านั้น!!
สวี่หยุนเริ่มชำแหละหาแกนอสูรโดยไม่สังเกตเห็นความตกตะลึงของทั้งหวงเหวินและหวงซือเยียน..สักครู่ต่อมาสวี่หยุนก็ได้แกนอสูรของสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นตํ่ามาถึงสามสิบกว่าชิ้น...สวี่หยุนเก็บทั้งหมดลงไปในผลึกลมปราณธาตุก่อนจะเดินทางต่อ..
ทั้งสามคนเดินทางมาประมาณ 5-6 ชั่วยาม..ทั้งสามหยุดพักทุกๆ 3 ชั่วยามก่อนจะเริ่มเดินทางต่อ..ในที่สุดสวี่หยุนก็มองเห็นถํ้าๆหนึ่ง..
"หากข้อมูลในนี้ไม่ผิดพลาด..ในถํ้านั้นสมควรมีหญ้าลมปราณม่วงอยู่แต่ก็มีอสรพิษกลืนเมฆาสองตัวเฝ้าอยู่เหมือนกัน" หวงเหวินหยิบกระดาษออกมาดูก่อนจะกล่าวออกมา
สวี่หยุนผงกหัวเล็กน้อยแต่ในจิตใจของเขากำลังสงสัยบางอย่างอยู่..
'หญ้าลมปราณม่วงคืออะไร? ทำไมข้าไม่รู้จักมัน? ตามที่พี่หวงเหวินกล่าวออกมาว่าเติบโตทุกหนึ่งปีและมีอสรพิษกลืนเฝ้าอยู่สองตัว..ทำไมมันช่างคล้ายกับหญ้าลมปราณบูรพายิ่งนัก? ถึงแม้หญ้าลมปราณบูรพาจะใช้สำหรับขจัดพิษได้..แต่ประโยชน์หลักของมันคือหญ้าลมปราณบูรพาสามารถดูดซับลมปราณในสถานที่ที่มันเติบโตได้ถึงหนึ่งปีเต็มก่อนที่มันจะหยุดการเติบโต..' สวี่หยุนได้แต่คิดสงสัยอยู่ในใจก่อนจะสลัดความคิดทิ้งไปด้วยเสียงของหวงเหวินที่ดังขึ้นมา..
"แผนการที่ข้าคิดไว้คือพวกเราจะทำการล่ออสรพิษกลืนเมฆาออกฆ่าการก่อนหนึ่งตัวก่อนจะไปฆ่าอีกตัว..พวกเ้าคิดว่าอย่างไร?" หวงเหวินกล่าวออกมาพร้อมหันหน้ามองมาทางสวี่หยุนและหวงซือเหยียน..
"แล้วศิษย์พี่เหวินจะล่ออสรพิษกลืนเมฆาออกมาเพียงแค่ตัวเดียวได้อย่างไรหรือ?" หวงซือเหยียนกล่าวถามด้วยความสงสัย..
"ข้ามีแป้งที่มีกลิ่นของอสรพิษกลืนเมฆาอยู่..หากข้อมูลไม่ผิดพลาดในถํ้านั่นจะต้องมีอสรพิษกลืนเมฆาสองตัวคือตัวผู้หนึ่งและตัวเมียหนึ่ง..ข้าจะใช้แป้งนี้หลอกล่ออสรพิษกลืนเมฆาตัวผู้ออกมาและสังหารมันก่อนไปสังหารตัวเมียที่อยู่ในถํ้า...พวกเ้าเห็นด้วยหรือไม่?" หวงเหวินกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ..
"อืม..ข้าและติงสวี่หยุนจะช่วยเหลือศิษย์พี่จากระยะไกลเอง.." หวงซือเหยียนกล่าวเห็นด้วยออกมา..สวี่หยุนไม่ได้กล่าวตอบอะไรเพียงแค่ผงกหัวเล็กน้อยเท่านั้น..หวงเหวินทำการหยิบกระดาษห่ออะไรสักอย่างออกมาก่อนจะแกะมันออกและเริ่มโปรยไปในอากาศ..สักพักต่อมาทั้งสามก็เริ่มมองเห็นอสรพิษใหญ่เลื้อยออกมาจากถํ้าอย่างรวดเร็ว..สวี่หยุนและทั้งสองก็เริ่มวิ่งไปด้านหลังทันที..หลังจากไปไกลจากถํ้าประมาณ 4 หลี่(1 หลี่ = 500 เมตร) ก็หยุดลง..เมื่อทั้งสามเห็นอสรพิษกลืนเมฆาเลื้อยเข้ามา หวงเหวินก็หยิบกระบี่ออกมาและพุ่งเข้าใส่อสรพิษกลืนเมฆาทันที..สวี่หยุนและหวงซือเหยียนแยกออกคนล่ะทางไปล้อมอสรพิษกลืนเมฆาที่กำลังต่อสู้กับหวงเหวินอยู่...
เมื่อหวงซือเหยียนเห็นช่องว่างก็จะใช้วรยุธโจมตีเข้าไปทันที..สวี่หยุนใช้เพียงกระบี่ที่ได้มาจากหวงอี้จือเพราะสามารถเคลื่อนที่ได้คล่องตัวกว่าเมื่อเขาจับกระบี่..ทั้งสามต่อสู้กันไปสักพักจนอสรพิษกลืนเมฆาเริ่มมีาแเต็มตัว..ในที่สุดมันก็คิดจะหลบหนีแต่หวงเหวินที่มีาแตามตัวอยู่บ้างก็รีบเคลื่อนที่มาดักทางมันไว้ทันที..ถึงแม้อสรพิษกลืนเมฆาจะมีระดับหนึ่งขั้นกลางที่เทียบเท่ากับระดับ 6 ของรวบรวมลมปราณเหมือนกับหวงเหวิน..แต่การที่สวี่หยุนและหวงซือเหยียนคอยโจมตีมันทุกครั้งที่มีโอกาสทำให้ะลังการต่อสู้ไม่ได้เท่าเทียมกันอีกต่อไป...อสรพิษกลืนเมฆาที่โดนต้อนจนมุมก็เริ่มมีาแมากขึ้นเรื่อยๆในที่สุดมันก็ะโแผดร้องเสียงดังมากออกมา...
หวงเหวินหน้าซีดขาว..ตามข้อมูลที่เขาได้มาอสรพิษกลืนเมฆาเป็สัตว์ที่หยิ่งในศักดิ์ศรีมาก..แม้ตัวมันจะตายไปมันก็จะไม่ขอความช่วยเหลือจากอสรพิษกลืนเมฆาตัวอื่น...นับว่าเป็โชคร้ายอย่างยิ่งของทั้งสามที่พบเจอกับอสรพิษกลืนเมฆาที่ไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย..ถึงแม้พวกเขาทั้งสามจะลุมฆ่ามันก็ตามทีเถอะ...
หวงเหวินรีบพยายามสังหารอสรพิษกลืนเมฆาให้เร็วยิ่งขึ้น..แต่โชคร้ายทั้งเขาและอสรพิษกลืนเมฆาต่างมีการฝึกตนใกล้เคียงกันทำให้กว่าจะฆ่ากันได้ก็ใช้เวลานานพอตัว...
สวี่หยุนและหวงซือเหยียนเหมือนเข้าใจได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เลวร้ายเป็อย่างยิ่งด้วยสีหน้าของหวงเหวินทำให้ทั้งสองต่างก็รีดพลังลมปราณในการโจมตีมากขึ้น..แต่ทั้งสองก็ยังมีความระมัดระวังในตัวของอสรพิษกลืนเมฆาเป็อย่างมาก..ถึงแม้มันจะาเ็หนักมากแล้วก็ตามทีแต่อย่างไรมันก็ยังเป็สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นกลางที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับขั้น 6 ของรวบรวมลมปราณ!! หากมัน้าสังหารหวงซือเหยียนที่มีการฝึกตนอยู่ที่ขั้น 3 ของรวบรวมลมปราณหรือสวี่หยุนที่อยู่ขั้น 2 ของรวบรวมลมปราณก็นับได้ว่าง่ายดายอย่างยิ่ง!!
เวลาผ่านไปความกดดันเริ่มถาโถมเข้าใส่ทั้งสามคนเป็อย่างมาก..ทั้งสามเริ่มโจมตีอย่างบ้าคลั่งราวกับใกล้เหยียบเข้าประตูนรกเต็มทีโดยที่สวี่หยุนยังคงใช้เพียงกระบี่ของหวงอี้จือเพราะ้าความคล่องตัวในการหลบการโจมตีของอสรพิษกลืนเมฆา..ไม่ว่าจะเป็หยดนํ้าของมีดไม้หรือดรรชนีวารีไร้เงาต่างก็เป็การควบแน่นลมปราณทำให้ต้องใช้เวลาบ้าง..แต่เมื่อต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นกลางทำให้สวี่หยุนไม่มีเวลาพอที่จะควบแน่นลมปราณ...ถึงแม้ในวรยุธดรรชนีควบแน่นลมปราณทั้งหลายดรรชนีไร้เงาต่างก็นับได้ว่าควบแน่นได้รวดเร็วที่สุดอยู่แล้ว..เมื่อรวมกับธาตุวารีของสวี่หยุนจนมันกลายเป็ดรรชนีวารีไร้เงาทำให้มันยิ่งแข็งแกร่งและรวดเร็วยิ่งขึ้นแถมยังควบคุมได้ตาม้าหากฝึกไปถึงขั้นสูง..แต่นั่นก็ยังไม่รวดเร็วพอที่จะใช้ในสถานการณ์เช่นนี้...
เวลาผ่านไปอีกสักพักทั้งสามก็เริ่มได้ยินเสียงแผดร้องอีกเสียงดังขึ้นมาจากทิศทางของถํ้าที่เป็ทีอยู่ของหญ้าลมปราณม่วง...ทั้งสามต่างหน้าซีดขาวราวกับประตูนรกอยู่ใกล้เพียงก้าวขาเท่านั้น...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------