จูหลินและเฉียนว่านพากันเดินทางมาถึงศาลาพักริมทางก็เห็นหานสงกำลังนั่งรอดูซานชิงนั่งสมาธิอยู่
“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”จูหลินกระซิบถาม
“ซานชิงกำลังทำพิธีสื่อจิตน่ะสินางนั่งสมาธิอยู่นานมากเลยนะ” หานสงกล่าว
“ไม่ใช่นางนั่งหลับอยู่งั้นหรือ” เฉียนว่านวิจารณ์
“นี่เ้า!” ซานชิงหลุดจากสมาธิทันที
“เป็ไงบ้างอย่าเพิ่งทะเลาะกับเฉียนว่านเลยนะ” จูหลินกล่าว
“ข้าหลุดจากภาพนิมิตก็เพราะเขานี่แหละ” ซานชิงต่อว่าเฉียนว่าน
“แล้วสรุปเห็นอะไร” หานสงรีบถาม
“ปิงยี่ถูกจับตัวไป นางถูกเฆี่ยนตีอย่างทรมานอยู่ที่คุกใต้ดินสักแห่งน่ะสิข้าเห็นเพียงแต่ภาพแต่ไม่อาจสื่อสารกับปิงยี่ได้เลย นางคงาเ็จนสลบไป” ซานชิงกล่าว
“ข้าจะฆ่ามัน ใครช่างกล้าบังอาจทำร้ายปิงยี่ของข้า” หานสงโมโห
“ข้าขอโทษ ข้ากำลังจะเห็นผู้กระทำอยู่แล้วเชียวแต่เฉียนว่านก็มาขัดจังหวะข้า” ซานชิงต่อว่าอีก
“สมาธิของเ้ายังไม่แกร่งกล้าเองต่างหาก” เฉียนว่านกล่าว
“นี่เ้า!” ซานชิงโมโห
“เอาเป็ว่าพวกเราต้องรีบหาเบาะแสของปิงยี่ก่อน หากช้าเกินไป นางอาจตายได้”หานสงเป็ห่วงนักปราบอสูร
“แล้วจะทำยังไง” เฉียนว่านกล่าว
“ไม่รู้ว่า ผู้กระทำมีความแค้นอะไรต่อนางหรือเปล่าหรือว่านางเป็เพียงเหยื่อคนหนึ่งเท่านั้น” จูหลินกล่าว
“นางเพิ่งจะมาที่นี่พร้อมกันกับข้า ไม่น่าจะมีใครแค้นนางมากขนาดนั้น”หานสงยืนยัน
“แสดงว่าก็อาจจะเป็เพียงแค่เหยื่อ ดังนั้นข้าจะเป็ตัวล่อให้ บางทีคนร้ายอาจมาจับตัวข้าแล้วพวกเ้าก็แอบติดตาม จะได้หาคุกใต้ดินได้ไวขึ้น ดีมั้ย” จูหลินเสนอ
“มันอันตรายเกินไปนะจูหลิน ให้ข้าเป็ตัวล่อให้เองดีมั้ย” ซานชิงกล่าว
“เ้าควรนั่งสมาธิต่อนะ เผื่อจะได้เห็นคนร้าย จะได้ช่วยอีกทางนึง” จูหลินกล่าว
“ก็ดีเหมือนกัน” เฉียนว่านเห็นด้วย
“งั้นรอบนี้ข้าขอไปกับเ้านะจูหลิน ข้ารู้สึกร้อนใจอยากช่วยปิงยี่” หานสงไม่อยากรออะไรอีก
“แล้วข้าล่ะ” เฉียนว่านสงสัย
“เ้าก็อยู่กับนักปราบอสูรไปสิมันเป็หน้าที่ที่เ้าต้องคอยปกป้องซานชิงอยู่แล้วนี่” หานสงกล่าว
“แต่ข้าไม่ไว้ใจเขานี่” ซานชิงไม่ยอม
“ข้าเองก็ไม่อยากอยู่กับเ้าเหมือนกันนั่นแหละ” เฉียนว่านกล่าว
“เลิกถกเถียงกันเถอะนะเ้าก็แค่อยู่เฝ้าไม่ให้มีใครมาทำอันตรายระหว่างที่ซานชิงนั่งสมาธิสิ” จูหลินกล่อม
สักพักม้าขาวก็บินลงมา
“ข้าว่าให้ม้าขาวคอยเฝ้าซานชิงดีกว่าข้าจะไปช่วยเ้าติดตามจูหลิน เผื่อคนร้ายมีหลายคน จะได้ช่วยกันต่อสู้” เฉียนว่านเสนอ
“ก็ดีเหมือนกัน ข้าเห็นด้วย” ซานชิงสนับสนุนความคิดของเฉียนว่าน
“ตอนอยู่บนท้องฟ้าเ้าเห็นอะไรมั้ย” จูหลินหันไปถามม้าขาว
ม้าขาวส่ายหน้า “ข้าบินไปทั่วแล้วจริงๆและบินไปดูหมู่บ้านอื่นด้วย ข้าก็ไม่เห็นนางเลย”
“เพราะปิงยี่อยู่ใต้ดินน่ะสิ ยังไงก็ไม่เห็นนางหรอก” หานสงกล่าว
“เอาเป็ว่าพวกเราดำเนินการตามแผนการเถิด” จูหลินไม่อยากรอช้า
******************************************************
ณ กลางป่า จูหลินแต่งตัวอย่างงดงามราวกับคุณหนู เดินไปตามป่า ส่วนสองหนุ่มก็แอบซุ่มอยู่บนต้นไม้ใหญ่
จูหลินเดินไปเดินมาจนเหนื่อยและนางก็เริ่มเหมื่อย ก็เลยนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ ส่วนชายหนุ่มก็หาวฟอด
“จะได้ผลแน่หรอ”หานสงกังวล
“ใจเย็นๆ รอดูไปก่อนเถิด” เฉียนว่านกล่าว
สักพักสองหนุ่มก็มองเห็นชายชุดดำสองคนปรากฏตัวต่อหน้าจูหลิน
ในใจจูหลินรู้สึกดีใจมากที่เหยื่อมาติดกับแต่ต้องแสดงสีหน้าหวาดกลัวเพื่อให้สมจริง “พวกเ้าเป็ใคร ้าอะไร”
แต่ชายชุดดำไม่ตอบอะไร เขาเป่าผงยาสลบใส่จูหลินทันทีทำให้นางสลบอย่างช่วยไม่ได้
ชายคนหนึ่งอุ้มตัวหญิงสาวอีกคนคอยวิ่งนำทางไปที่ไหนสักที
อสูรสองหนุ่มไม่รอช้าใช้วิทยายุทธ์ติดตามไปติดๆ
และแล้วก็เห็นว่าพวกเขามุ่งตรงไปที่บ้านเศรษฐีหลังหนึ่งพอชายชุดดำไปถึงหลังบ้าน ท่านเศรษฐีก็นำทางให้พาตัวหญิงสาวไปที่ห้องพักทันทีพร้อมกับมอบอัฐให้กับจอมยุทธ์ชุดดำทั้งสอง
“ขอบใจมาก นี่คือรางวัล”เศรษฐีมอบถุงอัฐให้
“ขอรับ พวกเราขอตัว” ชายชุดดำกล่าวลา
อสูรสองหนุ่มพากันแปลกใจเพราะชายชุดดำไม่ได้พาตัวจูหลินไปที่คุกใต้ดินดังที่คาดหมายไว้แต่พวกเขาก็เจาะรูตรงผนังเพื่อแอบมองว่าท่านเศรษฐีจะทำอะไรจูหลินกันแน่
จูหลินได้สตินางจึงลุกขึ้นจากเตียง และมองไปรอบๆก็เห็นภายในห้องจัดไว้อย่างหรูหราและคิดว่าน่าจะเป็บ้านของเศรษฐี
“ฟื้นแล้วงั้นหรือแม่นางจูหลิน” ท่านเศรษฐีกล่าวยิ้มๆ
“นี่ท่าน! ท่านคือเศรษฐีที่แจกทานเมื่อกลางวันนี่”จูหลินจำได้
“ใช่! และเ้ารู้มั้ยว่าข้าถูกใจเ้ามากแค่ไหนข้าจะให้เ้าแต่งงานกับข้าและอยู่ที่นี่ในฐานะอนุภรรยาของข้า” ท่านเศรษฐีกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“ไม่! ข้าไม่ได้ชอบท่าน ข้าจะกลับแล้ว” จูหลินรีบลุกขึ้นจากเตียง
“เ้าเข้ามาได้ แต่ออกไปไม่ได้” ท่านเศรษฐีไม่ยอม
“ท่านจะจับข้าขังคุกใต้ดิน และทรมานข้าใช่มั้ย” จูหลินมองตาคาดคั้น
“ใครจะไปทำอะไรเมียรักแบบนั้นเล่า” ท่านเศรษฐีกล่าวยิ้มๆ
จูหลินเม้มปาก และคิดในใจว่า “ชายผู้นี้ไม่น่าใช่คนร้ายจับกุมตัวปิงยี่” เลยตัดสินใจเข้าต่อสู้กับท่านเศรษฐี แต่ทว่า
“ทำไมข้าถึงไม่มีแรงแบบนี้”จูหลินเพิ่งรู้ตัวว่าไร้วรยุทธ์
ท่านเศรษฐีจึงโอบกอดจูหลินได้อย่างง่ายดาย “ผงพิษนั่นไม่เพียงทำให้เ้าสลบ ยังทำให้เ้าไร้วรยุทธ์ด้วย”
“นี่เ้า!” จูหลินใ
“แต่งงานกับข้าแต่โดยดีเถิดนะ เห็นมั้ยว่าข้ายกย่องและให้เกียรติเ้ามากแค่ไหน”ท่านเศรษฐีจูบพรมไปที่ต้นคอของหญิงงามอย่างไม่เกรงใจ
“ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย”จูหลินรู้สึกขยะแขยง จะผลักชายชีกอออก แต่ก็ไร้เรี่ยวแรง
เฉียนว่านรีบกระโจนเข้าไปทางหน้าต่างและใช้ดาบจ่อไปที่คอของท่านเศรษฐีทันทีในขณะที่หานสงก็รีบอุ้มตัวหญิงสาวให้ไปนอนที่เตียงก่อน
“พวกเ้าเป็ใคร้าอะไร ข้า…ข้ามีอัฐ ปล่อยข้าก่อนข้าจะรีบนำอัฐมาให้เดี๋ยวนี้” ท่านเศรษฐีมีท่าทีหวาดกลัว
“ข้าจะลงโทษชายชีกออย่างเ้าเป็ถึงเศรษฐีกลับไปฉุดหญิงชาวบ้านอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง” เฉียนว่านกล่าว
“ข้า ข้ากลัวแล้ว ไว้ชีวิตข้าด้วย” ท่านเศรษฐีอ้อนวอนร้องขอชีวิต
“เฉียนว่าน เ้ารีบถามหายาแก้พิษก่อนเถิด” หานสงสำรวจอาการของจูหลินเห็นว่านางได้รับพิษ
“ยาถอนพิษอยู่ที่ไหน ไม่อยากตาย รีบส่งมาเดี๋ยวนี้” เฉียนว่านใช้ดาบจ่อไปที่คอท่านเศรษฐีและข่มขู่
“เดี๋ยวนะ มันอยู่ที่ห้องของข้า ปล่อยข้าก่อน ข้าจะไปนำมาให้” ท่านเศรษฐีพยายามเจรจา
“อย่ามาเล่นตุกติก ข้าคิดว่ามันต้องอยู่ในตัวเ้า ไหนดูซิ” เฉียนว่านรีบค้นตัวท่านเศรษฐีทันที
“นี่ไง มียาถึงสองขวด แล้วขวดไหนคือยาแก้พิษ” เฉียนว่านถาม
“ขวดนี้ท่าน” ท่านเศรษฐีชี้
“อย่าไว้ใจเขา เ้าให้เขาลองยาให้ดูเลย” หานสงเสนอความคิด
“ไม่ ไม่! ข้าไม่กิน” ท่านเศรษฐีมีพิรุธไม่ยอมกินยา
“ถ้าเป็ยาแก้พิษจริงๆ เ้ากลัวทำไม” เฉียนว่านกล่าว
“ก็ข้าไม่ได้โดนพิษนี่” ท่านเศรษฐีแก้ตัว
“รีบพูดความจริง ไม่งั้นข้าจะให้เพื่อนข้าไปจับกุมตัวชายชุดดำแล้วเอายาพิษมาให้เ้ากิน ดีมั้ย” เฉียนว่านกล่าว
“ข้า ข้ายอมบอกแล้ว อีกขวดถึงเป็ยาแก้พิษของจริง ข้าไม่โกหกแน่นอนอย่าให้ข้าลองยาเลยนะ ข้าแก่แล้ว” ท่านเศรษฐีกลัวตาย
เฉียนว่านยื่นยาอีกขวดส่งให้กับหานสงเพื่อให้เขาป้อนให้กับจูหลิน
โชคดีที่ท่านเศรษฐีไม่ได้โกหกจูหลินกลับมามีกำลังวังชาเช่นเดิม นางเดินเข้าไปหาท่านเศรษฐีพร้อมกับตบหน้าชายวัยกลางคนอย่างแรง
“โอ๊ย! อย่าทำร้ายข้าเลยแม่นาง” ท่านเศรษฐีจับไปที่แก้มซ้าย
“เ้าช่างบังอาจนัก คิดว่าเป็เศรษฐีแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือจะมาเที่ยวฉุดหญิงสาวแบบนี้ คงต้องจับส่งทางการซะแล้ว” จูหลินกล่าว
“ข้ามีลูก มีฮูหยินที่ต้องดูแล ปล่อยข้าไปเถิดนะท่านจอมยุทธ์ทั้งสาม” ท่านเศรษฐีอ้อนวอน
“ทีอย่างนี้นึกรักครอบครัวขึ้นมาเชียวนะ” จูหลินกล่าว
“ข้าว่ารีบจัดการมัน แล้วรีบกลับไปหาซานชิงเถิด พวกเราเสียเวลามามากแล้ว”หานสงเป็ห่วงปิงยี่
“ทำให้เขาสลบ แล้วรีบไปกัน” จูหลินกล่าว
“ได้ ข้าจัดการเอง” อสูรหมีขาวอ้าปากจากนั้นก็มีผึ้งออกมาจากปากของเขา ผึ้งตัวนั้นแทงเหล็กในที่คอของท่านเศรษฐีแล้วเขาก็สลบทันที
เฉียนว่านและหานสงจึงรีบพาตัวท่านเศรษฐีไปนอนดีๆแล้วทั้งสามก็รีบเดินทางกลับไปที่ศาลาพักริมทางทันที
******************************************************
ณ ศาลาพักริมทาง ซานชิงและม้าขาวกำลังจะออกไปไหนสักที่
“นั่นเ้าจะไปไหนน่ะซานชิง”จูหลินสงสัย
“พอดีเลย ข้าพอจะเห็นว่าช่องทางใต้ดินนั้นมันอยู่ที่สุสานหลังวัดนี้เอง”ซานชิงกล่าว
“จริงหรือ งั้นรีบไปกันเถอะ” หานสงรู้สึกมีความหวัง
ทั้งห้ารีบพากันไปที่สุสาน ทำให้พบป้ายฝังศพจำนวนมากตั้งอยู่บนเนื้อที่ที่กว้างใหญ่ไพศาล
“กว้างใหญ่ขนาดนี้จะไปหาช่องทางลับได้ที่ไหน” จูหลินใ
“เ้าพอจะได้กลิ่นมั้ย เฉียนว่าน” ซานชิงกล่าว
“กลิ่นศพในหลุมได้กลบกลิ่นของปิงยี่น่ะสิ” เฉียนว่านพยายามสูดกลิ่น
“ให้ข้าจัดการเอง” อสูรหมีขาวหรือหานสงอ้าปากจากนั้นก็เห็นผึ้งเป็ฝูงบินออกมาจากปากของเขา
“พวกเ้ารีบหาช่องทางใต้ดินเร็วเข้า”หานสงสั่งการ
และแล้วฝูงผึ้งก็บินกระจายไปทั่วทั้งสุสาน ผ่านไปไม่นานผึ้งตัวหนึ่งก็มารายงานอสูรหมีขาว
“พวกเรารีบตามผึ้งตัวนี้ไปเร็วเข้า”หานสงกล่าว
“ดีจัง พวกเราไม่ต้องออกแรงเลย” จูหลินกล่าว
“อิจฉาปิงยี่จัง มีอสูรผู้พิทักษ์เก่งกาจปานนี้” ซานชิงรู้สึกอิจฉาเพื่อนร่วมสำนัก
“นี่เ้าว่าข้าอ่อนหัดงั้นหรือ ซานชิง” เฉียนว่านกล่าว
“ข้าเปล่าพูดเสียหน่อย” ซานชิงทำท่าไม่รู้ไม่ชี้
“ข้าขอร้องล่ะ อย่าทะเลาะกันอีกเลย” จูหลินพยายามยั้ง
และแล้วทั้งคู่ก็เงียบ และพากันตามอสูรหมีขาวที่วิ่งนำหน้าไปที่ช่องทางลับ
“ถึงแล้ว ประตูนี้มีกลไกข้าจะลองเปิดดู” อสูรหมีขาวบิดเครื่องหมายธรรมจักรทำให้ประตูเปิดออก พบบันไดหินลงไปด้านล่าง
เนื่องจากช่องทางมันแคบสำหรับม้าม้าขาวจึงย่อตัวให้มีขนาดเล็กลงเท่าค้างคาว แล้วติดตามทั้งสี่ไป
โชคดีที่มีแท่งเรืองแสงตามทางในช่องทางใต้ดินจึงไม่ต้องใช้ตะเกียงหรือคบเพลิง
“ไม่น่าเชื่อว่าหลังวัดจะมีช่องทางแบบนี้”จูหลินกล่าว
“เงียบๆก่อนนะ เหมือนจะได้ยินอะไร” เฉียนว่านพยายามใช้หูฟัง
สักพักทุกคนก็ได้ยินเสียงโอดโอยจากการถูกเฆี่ยนตีเมื่อเดินใกล้ถึงที่หมาย
“ใกล้ถึงแล้ว” หานสงกล่าว
และแล้วทุกคนก็มองเห็นปิงยี่และเณรจำนวนมากถูกมัดแขนมัดขาติดกับเสาไม้และเห็นพระลูกวัดหลายคนพากันเฆี่ยนตีเหยื่ออย่างไม่ยั้ง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะพวกท่านเป็พระ ควรมีความเมตตาสิ เหตุใดถึงทำร้าย ทรมานผู้คนแบบนี้ล่ะ” จูหลินะโ
“อาตมาเป็ผู้คุมกฎ พวกเขาทำผิดกฎ ก็ต้องได้รับโทษทัณฑ์สิ” ผู้คุมกฎกล่าว
“พวกเณรซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของท่าน พวกเรายังไม่ว่าแต่นี่ท่านจับผู้หญิงมาทรมาน มันหมายความว่ายังไง” ซานชิงกล่าว
“ผู้หญิงคนนี้มาพักที่วัด แล้วออกมากลางค่ำกลางคืนและเดินไปทั่ววัดหวังจะมาอ่อยนักบวชและทำลายศาสนาล่ะสิ” ผู้คุมกฎกล่าว
“ไม่จริง! ข้าแค่แอบหนีหานสงเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าจะหลงทางแบบนี้แล้วพวกท่านก็จับข้ามาทรมาน” ปิงยี่กล่าวอย่างหมดแรง
“ข้ากับจูหลินก็มาพักที่วัดเช่นกัน ทำไมไม่จับพวกเรา” ซานชิงสงสัย
“ข้าเห็นเ้านั่งสมาธิอย่างสงบเสงี่ยมเป็อย่างดี ข้าจึงละเว้นพวกเ้า”ผู้คุมกฎกล่าว
“ถึงปิงยี่และเณรเหล่านี้จะละเมิดกฎเกณฑ์ของท่านมากแค่ไหนท่านก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายผู้คนจนสะบักสะบอมแบบนี้” จูหลินกล่าว
“ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาละเมิดกฎของวัดเด็ดขาด” ผู้คุมกฎกล่าว
“พวกเรารีบช่วยเหลือเณรและปิงยี่กันเถอะ” จูหลินเห็นสภาพเหยื่อนั้นอ่อนล้าเต็มที
“พวกเราจัดการมัน” ผู้คุมกฎสั่งพระลูกวัด
พระลูกวัดถือกระบองเตรียมเข้าต่อสู้
ทั้งห้ารีบรับมืออย่างไม่อ่อนข้อและแล้วฝ่ายฆราวาสก็เป็ฝ่ายได้เปรียบ ส่วนฝ่ายบรรพชิตพากันหมอบราบคาบ
“พวกเรารีบไปช่วยกันแก้มัดเหยื่อกันก่อนเถิด”หานสงกล่าว
ผ่านไปไม่นาน ผู้คุมกฎก็ประกาศว่า “อาตมาชื่นชมในฝีมือของพวกเ้างั้นอาตมาจะทำให้พวกเ้ากลายเป็พรรคพวกของอาตมา”
“หมายความว่ายังไง” ซานชิงสงสัย
สักพักผู้คุมกฎวัดก็อ้าปาก และมีหนอนขนาดเท่าฝ่ามือกระโจนออกมาหลายตัว
“แย่แล้ว ผู้คุมกฎเป็อสูรปรสิต” จูหลินใ
“มีตัวหนอนออกมาจากพระลูกวัดด้วย ระวังตัวนะทุกคน” หานสงกล่าว
จูหลินประคองปิงยี่ให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัยโดยมีม้าขาวคอยป้องกันพวกนางและเณรที่ได้รับาเ็ ยามเมื่อหนอนกระโจนเข้ามาม้าขาวก็พ่นไฟใส่ไม่ยั้ง
อสูรหมีขาวหรือหานสงก็อ้าปากคายผึ้งออกมาเป็ฝูงอีกเพื่อให้ผึ้งช่วยกำจัดตัวหนอนที่มีอยู่เกลื่อนกลาดเต็มพื้นถ้ำใต้ดิน
ซานชิงและเฉียนว่านเข้าปะทะกับผู้คุมกฎที่ถูกอสูรปรสิตครอบงำ
แต่พละกำลังผู้คุมกฎนั้นแข็งแกร่งมากทำให้ทั้งซานชิงและเฉียนว่านได้รับาเ็จนเฉียนว่านต้องแปลงกายเป็มนุษย์หมาป่าเข้าโจมตี ฝีมืออสูรทั้งสองถึงสูสีกัน
ซานชิงหยุดยืนเพื่อตั้งสมาธิหาจุดอ่อนของอสูรปรสิตเมื่อเห็นแล้วก็ะโบอกเฉียนว่านว่า “จุดอ่อนมันอยู่ที่หน้าผาก”
เฉียนว่านหยิบดาบหมายจะแทงแต่มีพระลูกวัดที่ยังไม่ตายคอยกันไว้ให้
“555 ไม่มีใครกำจัดอาตมาได้หรอกทุกคนต้องทำตามกฎระเบียบ ศาสนาถึงยืนยง”
“หยุดเถิดกงฉี หยุดกระทำความชั่วได้แล้ว” ท่านเ้าอาวาสกล่าวเสียงดังเพื่อยั้งลูกศิษย์
“ท่านเ้าอาวาส ข้า ข้าเปล่าทำชั่ว ข้าแค่รักษากฎระเบียบภายในวัดเท่านั้น” ผู้คุมกฎกล่าว
“เ้ามาบวชเพื่ออะไร การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดใช่หรือไม่” เ้าอาวาสพยายามเตือนสติ
“ใช่! ก่อนหลุดพ้น ข้าก็ต้องรักษาศาสนาให้ยืนยง”ผู้คุมกฎกล่าว
“กฎระเบียบเป็เพียงข้อกำหนดที่มนุษย์ตั้งขึ้นเพื่อทำให้พวกเราอยู่ร่วมกันอย่างเป็ระเบียบไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน แต่ตอนนี้การยึดกฎระเบียบของเ้ามันก่อให้เกิดอะไร พระลูกวัดและเณรต่างล้มตายและาเ็มากแค่ไหนความเป็พระในตัวเ้าได้หายไปแล้วหรืออย่างไร” ท่านเ้าอาวาสกล่าว
“ข้า ข้า ข้ายังเป็พระ ข้ายังเป็พระ” ผู้คุมกฎกล่าว
“งั้นพิสูจน์ให้เห็นสิ ว่าเ้ายังเป็พระ” ท่านเ้าอาวาสกล่าว
ผู้คุมกฎมีน้ำตาคลอ เมื่อมองไปรอบๆที่เห็นศพพระลูกวัดและเห็นเณรนอนาเ็เขาพยายามควบคุมตัวเองและพยายามอยู่นิ่งๆเพื่อให้อสูรหมาป่าจัดการ
สักพักก็มีเสียงเล็กๆในตัวผู้คุมกฎกล่าวว่า“เ้าต้องเชื่อฟังข้าสิจัดการอสูรหมาป่าเดี๋ยวนี้ หยุดนิ่งทำไม”
ผู้คุมกฎพยายามตั้งสติและกล่าวว่า “ช่วยปลดปล่อยอาตมาทีเถิดอาตมาพร้อมแล้ว”
เสียงเล็กๆของปรสิตในตัวผู้คุมกฎกล่าวว่า “ไม่นะ! เ้าต้องอยู่ในอาณัติของข้าสิ ข้าต้องควบคุมเ้าให้ได้ในเมื่อข้าคุมเ้าไม่ได้ ข้ารีบย้ายร่างดีกว่า”
ผู้คุมกฎรีบใช้มือปิดปากของตัวเองเพื่อป้องกันไม่ใช้อสูรปรสิตย้ายร่าง
เฉียนว่านรู้สึกสงสารและนับถือผู้คุมกฎเป็อย่างมากแต่เขาจำเป็ต้องปลดปล่อยบรรพชิตผู้นี้เขาจึงเสียบดาบไปที่หน้าผากของผู้คุมกฎทันที
“ม่าย! เ้านักบวชบ้า กล้าขัดคำสั่งของข้า กล้ากักขังข้า ข้าไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่”อสูรปรสิตกล่าว
และแล้วทั้งผู้คุมกฎและตัวหนอนในตัวก็สลายกลายเป็อากาศธาตุทันที
สักพักซากหนอนที่เกลื่อนพื้นก็สลายหายไปตามเ้านายไป
“อาตมาขอโทษแทนลูกศิษย์ด้วย”ท่านเ้าอาวาสกล่าว
“ท่านผู้คุมกฎถูกครอบงำ อสูรปรสิตต่างหากที่เป็ฝ่ายผิดเ้าค่ะ” จูหลินกล่าว
“ต้องโทษกิเลสในใจของผู้คุมกฎด้วย หากเขาปล่อยวางได้มากกว่านี้เขาคงไม่ถูกครอบงำเช่นนี้” ท่านเ้าอาวาสกล่าว
“ขอบคุณท่านเ้าอาวาส ที่มาช่วยพวกเราเ้าค่ะ” ซานชิงกล่าว
“พวกเ้ารีบไปรักษาตัวที่อารามเถิด อาตมาจะให้พระลูกวัดไปตามหมอมาให้”ท่านเ้าอาวาสเป็ห่วงอาการของทุกคน
“รบกวนท่านแล้วเ้าค่ะ” จูหลินกล่าว
และแล้วทุกคนก็ค่อยๆทยอยขึ้นไป้า และพากันไปรักษาตัวที่ห้องพักในอารามวัด
******************************************************
ปิงยี่มีอาการไข้เนื่องจากาแอักเสบไปทั่วร่างกาย
ท่านหมอก็ช่วยรักษาาแให้โดยมีหานสงคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง
จูหลินเป็คนทายาให้กับซานชิงส่วนเฉียนว่านนั้นก็นั่งสมาธิใช้อิทธิฤทธิ์รักษาาแของตัวเอง
หลังจากหมอกลับไปแล้วปิงยี่ก็เพ้อไม่หยุด “ปล่อยข้าไปเถิด อย่าทำร้ายข้า ข้ากลัวแล้ว”
หานสงจับมือนางมาแนบแก้มของเขาและกล่าวว่า “เ้าปลอดภัยแล้วนะปิงยี่ต่อไปข้าจะไม่ยอมให้เ้าตกอยู่ในอันตรายอีก ข้าสัญญา”