"ข้าขื่อเซียงเหลียง ชื่อเซียนกระบี่ป้ายหมู่บ้านนั่นหมายถึงข้าเอง เดิมทีมันก็ไม่ได้ชื่อนี้หรอก เพียงแต่มีมือกระบี่มาท้าประลองกับข้าอยู่เรื่อย แต่ก็เอาชนะข้ามิได้เลยสักคน ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเลยตั้งฉายาว่าหมู่บ้านเซียนกระบี่ เพราะคนที่มาหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่นั้น ไม่มาท้าสู่กับข้า ก็มาขอเป็นศิษย์ข้า"
"แล้วอาจารย์ของท่านล่ะคะ เป็นใคร? ท่านมีลูกหลานหรือเปล่า?"เฟยฮุ่ยอยากรู้ว่าชายชราได้รับการถ่ายทอดวรยุทธจากจอมยุทธท่านใด
"ฮ่าๆ เจ้านี่อยากรู้ยันเรื่องครอบครัวของข้าเลยรึ เอาเวลาตกฟากข้าด้วยไหม?" เซียงเหลียงชอบใจเพราะส่วนใหญ่ที่มาขอพบ สนใจแต่วรยุทธของเขา หาได้มีใครสนใจในเรื่องส่วนตัว
"ข้ามิได้มีลูกหลาน เนื่องด้วยวัยหนุ่มฝึกฝนแต่วิทยายุทธ ว่าแต่เจ้าไม่สนใจเป็นศิษย์ข้าบ้างเหรอ" เซียงเหลียงถามนางบ้าง เฟยฮุ่ยส่ายศีรษะ
"ข้ามีอาจารย์อยู่แล้ว เป็นบิดาข้าเอง ท่านก็เห็นฝีมือข้าแล้วนี่ ท่านลุง"เฟยฮุ่ยมิคิดอยากได้วิชาใดเพิ่มเติม
"อืม...นั่นสินะ ที่จริงข้าเห็นเจ้าเดินหลับตาเข้ามาในหมู่บ้าน ก็รู้แล้วว่าเจ้าพลังฝีมือสูงมาก และที่เจ้าทำเช่นนั้นก็เพราะจะใช้ลมปราณตรวจสอบดูว่าจะมีใครแอบลอบทำร้ายพวกเจ้าหรือไม่นั่นเอง" เซียงเหลียงเห็นว่านางน่าจะรับมือลูกศิษย์ตนเองได้จึงใช้นางเป็นเครื่องมือ
"ท่านลุงเก่งจัง คาดเดาความคิดข้าถูกหมดเลย"เฟยฮุ่ยทึ่งในสติปัญญา
"ยังไม่หมดนะ ที่เจ้าตามข้ามาง่ายๆ ด้วยสงสัยข้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ส่วนการที่ให้พ่อหนุ่มสหายของเจ้ารีบกลับไปตามพรรคพวก ก็เพราะว่าเจ้าเห็นเขาไม่มีวรยุทธ หากมาด้วยเกรงว่าเขาจะเป็นอันตรายใช่ไหม ดูเจ้าห่วงเขามากเลยนี่" เซียงเหลียงอ่านคนออกอย่างง่ายดาย สมฉายาเซียนจริงๆ แต่การวิเคราะห์ว่านางห่วงหานเทียนเสียงนั้น เล่นเอาหน้านางแดงเรื่อขึ้นมาทีเดียว
"ท่านนี่ก็...สงสัยข้ามิต้องกล่าวสิ่งใดเพิ่มเติมแล้ว..." เฟยฮุ่ยยิ้มรับ
"อย่างไรก็ต้องขอบใจเจ้า เรื่องลูกศิษย์ข้า พวกเขาจะได้ตัดใจกันได้สักที"
"นั่นสิ ทำไมท่านต้องทำเช่นนั้นเล่า ดูท่านก็เมตตาพวกเขาอยู่นะคะ" เฟยฮุ่ยยังสงสัยเรื่องนี้อยู่
"ข้อนั้น... เพราะว่าพวกเขาฝึกวิชาของข้าต่ออีกไม่ได้แล้วนะสิ พวกเขาฝึกได้ถึงขั้นสองแล้ว แต่ถ้าฝึกต่อไปขั้นที่สามจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ข้าได้แจ้งแก่พวกเขาแล้ว ก็หาฟังข้าไม่ ต่างระแวงกัน ว่าข้าจะแอบถ่ายทอดให้ศิษย์คนใดคนหนึ่ง..." ผู้เฒ่าเซียงรู้สึกถูกชะตากับเฟยฮุ่ย จึงเล่าให้นางรับรู้ โดยมิได้มีข้อปิดบัง
"ถ้าเช่นนั้นทำไมท่านถึงฝึกได้เล่า"
"เรื่องนั้น เพราะ...เส้นชีพจรของผู้ฝึกวิชาของข้าต้องแข็งแรงกว่าคนทั่วไป อาจารย์ข้าจับข้าดื่มกินสมุนไพรสูตรพิเศษตั้งแต่เด็ก จึงมีเส้นชีพจรต่างจากคนทั่ว หรือไม่ก็ต้องเป็นคนที่มีลักษณะพิเศษเช่นเจ้านี่แหล่ะ แม่หนู" เซียงเหลียงลองจับชีพจรของเฟยฮุ่ยดู ก็ใช่ตามที่คิด
"สรุปว่าต้องเป็นคนที่มีลักษณะพิเศษ เหมาะกับการฝึก เอ..แล้วท่านไม่ปรุงสมุนไพรให้ลูกศิษย์ท่านเล่า.."
"หึหึ ตอนนั้นข้ายังเด็ก ข้าจำไม่ได้หรอกว่า อาจารย์ข้าเอาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของพืชอะไรให้ข้ากินบ้าง...บางที ข้าอาจจะเป็นที่ทดลองยาของท่านอาจารย์ก็ได้นะ ฮ่าๆ ดีที่ไม่ตายเสียก่อน" เซียงเหลียงเห็นเป็นเรื่องตลกไป แต่ในความทรงจำวัยเด็กนั้น เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับตัวยาหลากหลายชนิดของอาจารย์
"อืม...เสียดาย ที่วิชาของท่านคงไม่มีผู้สืบทอดเสียแล้ว" เฟยฮุ่ยถอนหายใจ
"เจ้ายังไม่เห็นวิชาขั้นสูงของข้าเลย ทำไมจึงบ่นเสียดาย เจ้าพูดเสียดสีข้างั้นรึ อ้อ! อีกอย่างเจ้าเอาชนะศิษย์ของข้าได้อย่างง่ายดายด้วยนี่"
"ข้าหาได้คิดเช่นนั้นนะ ท่านลุง" เฟยฮุ่ยรีบปฏิเสธ
"ข้าไม่เชื่อ ข้าได้ฉายาว่าเซียนกระบี่ เห็นคนฝีมือแล้ว ถ้าไม่ปะมือด้วย ข้าคงนอนไม่หลับ"
"ท่านต้องการเช่นนั้นจริงๆ หรือ" เฟยฮุ่ยรู้สึกว่าถึงปฏิเสธไป เซียนกระบี่ตรงหน้าคงไม่ฟัง จึงเริ่มโคจรพลังถึงขั้นที่สี่
"ดี! มันต้องอย่างนี้สิ ข้าไม่เจอแบบเจ้ามานานแล้ว ฮ่าๆๆ" เซียงเหลียงดูเปลี่ยนไปแทบจะเป็นคนละคนกับเมื่อครู่ ที่ก่อนหน้านั้นดูสุขุมเยือกเย็น
"ท่านลุง... เป็นอะไรไปคะ" เฟยฮุ่ยรู้สึกว่าจิตสังหารที่เซียนกระบี่แผ่ออกมานั้นรุนแรงเกินกว่าจะเรียกว่าการประลองฝีมือ เหมือนสู้เพื่อเอาชีวิตกันมากกว่า ใช่แล้วมันเหมือนกับเมื่อครั้งเหตุการณ์ที่สู้กับโจรในหมู่บ้าน กับตอนที่สู้กับหน่วยหมาป่าทมิฬ
(จบตอนจ้ะ)
ไม่อยากรอมี E book นะจ้ะ
http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNjc5ODgzNiI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjE4Nzk3NDt9
