หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอันแสนทรหดในโลกมิติของโรงเรียนสหเวทย์ และการประลองจัดอันดับที่พลิกผันอย่างไม่คาดคิด ณิชา เชียร์ร่า รุจี และมาริน ก็กลับมายังกระท่อมมิติที่พักของพวกเธออีกครั้ง บรรยากาศที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยการแข่งขัน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความโล่งอกและยินดีระคนเหนื่อยล้า
ภายในกระท่อมมิติที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ก็อบอุ่นด้วยไอพลังเวทย์ของมทินา ทั้งสี่คนนำสิ่งที่ได้รับมอบหมายจากภารกิจต่างๆ ในโลกมิติมามอบให้แก่อาจารย์ของพวกเธอ มทินารับของเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเริ่มหารือถึงผลการประลองจัดอันดับเมืองของโรงเรียนสหเวทย์ที่เพิ่งจบไป และแผนการในอนาคตอย่างคร่าวๆ
"พวกเจ้าทำได้ดีเกินกว่าที่ข้าคาดไว้มากนัก โดยเฉพาะเจ้า...ณิชา" มทินาเอ่ยพลางเหลือบมองไปยังณิชาที่ยืนสงบนิ่ง "การที่เจ้าสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับสองดาวได้ในเวลาอันสั้น ทั้งยังคว้าตำแหน่งผู้ชนะเลิศในการประลองมาได้ ย่อมเป็นที่จับตามองของหลายฝ่าย ทั้งจากภายในโรงเรียนเองและจากเหล่าตระกูลต่างๆ ในเมือง 896 นี้ จงระวังตัวให้ดี"
"ท่านอาจารย์กล่าวชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" ณิชาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความไม่ไว้วางใจที่เพิ่มมากขึ้น 'นางกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? คำพูดของนางดูเหมือนจะห่วงใย แต่ก็แฝงความนัยบางอย่างที่ข้าอ่านไม่ออก'
"ว่าแต่...ณิชา! เจ้าทะลุระดับสองดาวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?" รุจีร้องถามอย่างตื่นเต้นปนประหลาดใจ ดวงตาเบิกกว้าง "พวกข้ายังไม่ทันได้สังเกตเลยนะเนี่ย! มิน่าเล่าถึงได้เก่งกาจถึงเพียงนี้! สามารถเอาชนะสินีได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น!"
"ใช่ๆ!" เชียร์ร่าเสริมพลางตบไหล่ณิชาเบาๆ "ตอนนี้เจ้ากลายเป็นคนดังของโรงเรียนไปแล้วนะณิชา พวกคุณชายทั้งหลายคงได้ตามตอแยเจ้าไม่เลิกแน่ๆ ฮ่าๆๆ ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ!" นางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
มารินเพียงแค่ยิ้มบางๆ มองเพื่อนๆ ด้วยแววตาที่อบอุ่นและยินดีกับความสำเร็จของณิชา
"ก็แค่โชคช่วยนิดหน่อยเท่านั้นแหละ" ณิชาตอบแบบยิ้งแห้งๆ แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่โชคช่วย แต่เป็นผลจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงและการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดของนาง
“เอาละ…ก่อนที่พวกเจ้าจะย้ายไปโรงเรียนสหเวทย์ ที่จะเปิดขึ้นในอีก 2 อาทิตย์หน้า เตรียมตัวให้พร้อมกันด้วย อย่ามัวแต่พักผ่อนหย่อนใจนานนักละ”มทินากล่าวตักเตือน
“รับทราบเจ้าค่ะ” ทั้งสี่คนกล่าวพร้อมกัน
หลังจากหารือเรื่องสำคัญกับมทินาเสร็จสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์และวางแนวทางสำหรับอนาคตอันใกล้ มทินาก็เอ่ยขึ้น "ข้ามีธุระสำคัญบางอย่างที่ต้องออกไปจัดการข้างนอก คงจะกลับมาในช่วงค่ำ พวกเจ้าพักผ่อนให้เต็มที่ เฉลิมฉลองกับชัยชนะของพวกเจ้าเสีย แล้วค่อยเตรียมตัวสำหรับภารกิจต่อไป" นางกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากกระท่อมมิติไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมทินาจากไป บรรยากาศในกระท่อมก็พลันมีชีวิตชีวาขึ้นทันที!
"เอาล่ะ! ในเมื่อท่านอาจารย์ไม่อยู่ พวกเรามาจัดงานเลี้ยงฉลองกันดีกว่า!" เชียร์ร่าเสนอขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง ดวงตาเป็นประกาย "ข้าจะเป็นคนจัดเตรียมสถานที่เอง! รับรองว่าสวยงามอลังการแน่นอน!"
"ถ้าอย่างนั้น ข้าขอเป็นคนเตรียมอาหารก็แล้วกัน!" รุจีรีบอาสา "ข้ามีสูตรเด็ดๆ ที่อยากจะลองทำมานานแล้ว รับรองว่าอร่อยเหาะจนพวกเจ้าต้องติดใจ!"
"ส่วนข้า...ข้าจะเตรียมขนมหวานให้เองค่ะ" มารินเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "ข้าเพิ่งจะได้เรียนรู้วิธีทำขนมแบบใหม่ๆ มา อยากจะให้ทุกคนได้ลองชิม"
"แล้วข้าล่ะ?" ณิชาถามขึ้น มองเพื่อนๆ ที่กำลังตื่นเต้นกับการเตรียมงานเลี้ยง
"เจ้าก็เป็นลูกมือให้พวกเราทุกคนเลยสิณิชา!" เชียร์ร่าตอบพลางหัวเราะ "คนเก่งอย่างเจ้าทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว!"
และแล้วการเตรียมงานเลี้ยงฉลองก็เริ่มต้นขึ้นอย่างสนุกสนาน พวกเธอตัดสินใจใช้คะแนนสะสมที่ได้จากการแข่งขันและเงินรางวัลส่วนหนึ่งที่เพิ่งได้รับมา (ซึ่งทำให้พวกเธอกลายเป็นเศรษฐีนีย่อมๆ ไปแล้ว) ในการออกไปจับจ่ายซื้อวัตถุดิบและของตกแต่งเพิ่มเติมในตลาดของเมือง 896
ตลาดของเมือง 896 นั้นคึกคักและเต็มไปด้วยสีสัน แม้จะไม่หรูหราเท่าเมืองชั้นสูง แต่ก็มีสินค้าแปลกตาและวัตถุดิบหายากให้เลือกซื้อหาอยู่ไม่น้อย ณิชาเดินตามเพื่อนๆ ไปอย่างเงียบๆ คอยช่วยถือของและให้คำแนะนำบ้างเป็นครั้งคราว แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น (แม้จะยังคงสวมผ้าปิดปากไว้เช่นเดิม) และข่าวลือเรื่องความงามและความเก่งกาจของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนและเริ่มจะออกไปสู่ภายนอกบ้างแล้ว ทำให้มีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่พวกเธออยู่ตลอดเวลา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ณิชา...กลายเป็นเป้าสายตาของเหล่าคุณชายจากตระกูลขุนนางน้อยใหญ่ที่บังเอิญมาเดินตลาดในวันนั้นพอดี พวกเขาต่างพากันเข้ามาทักทายและพยายามจะเกี้ยวพาราสีนางอย่างเปิดเผย
"แม่นางณิชา...ช่างงดงามเกินคำบรรยายเสียจริง วันนี้ท่านดูสดใสเป็นพิเศษนะขอรับ" คุณชายคนหนึ่งเอ่ยชมพลางส่งยิ้มหวานหยด
"หากแม่นางไม่รังเกียจ ข้าน้อยขออาสาช่วยถือของให้ได้หรือไม่ขอรับ?" อีกคนเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
ณิชาได้แต่ปรายตามองพวกเขาด้วยแววตาที่เรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพแต่ก็แฝงความเย็นชา ทำให้เหล่าคุณชายต้องหน้าเจื่อนไปตามๆ กัน แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังคงตื้อไม่เลิก พยายามจะหาเรื่องชวนคุยและสร้างความประทับใจให้นางให้ได้
แน่นอนว่าการเป็นจุดสนใจเช่นนี้ย่อมมีทั้งผู้ที่ชื่นชมและผู้ที่อิจฉาริษยา เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นเป็นระยะจากกลุ่มสตรีที่อยู่ไม่ไกล "ดูนังเด็กนั่นสิ! ทำเป็นหยิ่งยโส! คิดว่าตัวเองสวยมากนักรึไง!" "พวกคุณชายก็ตาต่ำเสียจริง! ไปหลงใหลได้ปลื้มนังเด็กไร้หัวนอนปลายเท้านั่นได้อย่างไร!"
ณิชาได้ยินเสียงเหล่านั้นแต่ก็มิได้ใส่ใจ นางคุ้นเคยกับคำครหานินทาเช่นนี้มามากพอแล้ว มันไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของนางเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่นางสนใจในตอนนี้คือการเตรียมงานเลี้ยงฉลองกับสหายรักของนางเท่านั้น
เมื่อกลับมาถึงกระท่อมในช่วงบ่ายแก่ๆ พวกเธอก็เริ่มลงมือจัดเตรียมงานเลี้ยงกันอย่างสุดฝีมือ เชียร์ร่าเนรมิตพื้นที่ส่วนกลางของกระท่อมให้กลายเป็นห้องจัดเลี้ยงขนาดย่อมที่ตกแต่งด้วยดอกไม้และผ้าสีสันสวยงาม รุจีเข้าครัวแสดงฝีมือการทำอาหารอย่างเต็มที่ กลิ่นหอมของเครื่องเทศและวัตถุดิบชั้นเลิศลอยอบอวลไปทั่ว มารินเองก็กำลังง่วนอยู่กับการทำขนมหวานหลากหลายชนิด หน้าตาของขนมแต่ละอย่างนั้นช่างน่ารักและน่ารับประทาน ณิชาวิ่งวุ่นเป็นลูกมือให้กับทุกคนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็นย่ำ แสงอาทิตย์เริ่มอ่อนแรงลง บรรยากาศในกระท่อมเริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและเสียงหัวเราะ ในขณะที่ณิชากำลังช่วยมารินจัดขนมอยู่นั้น เชียร์ร่าที่เพิ่งจะเดินกลับมาจากด้านนอกก็กระซิบข้างหูเธอ "ณิชา...เมื่อครู่ข้าเห็นท่านอาจารย์มทินากลับมาแล้วนะ ท่านขึ้นไปชั้นบนเงียบๆ น่ะ"
ณิชาพยักหน้ารับรู้ 'กลับมาแล้วรึ? เร็วกว่าที่คิดแฮะ' นางคิดในใจ แต่ก็ยังคงช่วยเพื่อนๆ จัดเตรียมงานเลี้ยงต่อไปอย่างขะมักเขม้น ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจอะไรเป็นพิเศษ
ในที่สุด...งานเลี้ยงฉลองอันแสนวิเศษก็ถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างสวยงาม อาหารเลิศรสและขนมหวานน่ารับประทานถูกจัดวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะยาว พวกเธอนั่งลงล้อมวงกัน เริ่มต้นรับประทานอาหารและพูดคุยสัพเพเหระกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะและรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของทุกคน
ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารอยู่นั้น ณิชาก็นึกบางอย่างขึ้นได้ นางหยิบลูกแก้ววิญญาณหงส์อัคคีที่ได้รับเป็นรางวัลจากการประลองออกมา ก่อนจะยื่นให้กับรุจี
"รุจี...ข้าให้เจ้า"
รุจีเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "อะ...อะไรนะณิชา! นี่มัน...ลูกแก้ววิญญาณหงส์อัคคีเลยนะ! ของล้ำค่าขนาดนี้ ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก!" นางรีบปฏิเสธทันที
"รับไปเถอะน่า" ณิชาพยายามยัดเยียด "ถือซะว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับเต็นท์พักแรมที่เจ้าเคยให้ข้ายืมมาก็แล้วกัน"
"แต่เต็นท์นั่นมันเทียบอะไรไม่ได้เลยกับลูกแก้ววิญญาณนี้นะ!" รุจียังคงลังเล
"ข้าต้องการพลังของเจ้า รุจี" ณิชากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เจ้ามีพรสวรรค์ด้านธาตุไฟ ลูกแก้วนี้จะช่วยเสริมพลังให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นได้อีกมาก และเมื่อถึงเวลา...ข้าอาจจะต้องพึ่งพาพลังของเจ้า"
'นิชา' ที่อยู่ในห้วงจิตกล่าวชมขึ้นเบาๆ 'ยัยเด็กนี่...ก็รู้จักใช้คนเหมือนกันนี่นา แม้จะยังดูแข็งทื่อไปบ้าง แต่ก็ถือว่ามีแววในการซื้อใจคนอยู่ไม่น้อย หากเป็นข้าคงจะสั่งให้ทำตามตรงๆ เสียมากกว่า'
"แต่..." รุจียังคงอ้ำอึ้ง
"รับไปเถอะรุจี" เชียร์ร่าพูดเสริม "ณิชาเขาอุตส่าห์ให้ด้วยความตั้งใจจริงนะ อีกอย่าง...พวกเราเป็นสหายกันไม่ใช่รึ? การช่วยเหลือซึ่งกันและกันมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"
ในที่สุด รุจีก็ยอมรับลูกแก้ววิญญาณหงส์อัคคีนั้นไว้ด้วยความซาบซึ้งใจ ดวงตาของนางเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน "ขอบคุณมากนะณิชา ข้าสัญญาว่าจะใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด!"
"ดีแล้ว" ณิชายิ้มบางๆ 'การลงทุนครั้งนี้...ย่อมคุ้มค่า'
ณิชามองบนในความคิด 'ข้ายังเป็นเด็กน้อยในเรื่องศาสตร์การคุมคน มันจะไปเทียบกับอีกคนแถวนี้ได้ยังไงกันเล่า คนที่เพิ่งจะกลับมาเมื่อครู่นี้ต่างหาก คือสุดยอดนักคุมคนตัวจริง! ทุกย่างก้าวของนางเต็มไปด้วยแผนการซ้อนแผน! อย่าว่าแต่ข้าเลย แม้แต่เจ้าปีศาจในหัวข้าก็คงตามนางไม่ทันกระมัง!'
ทันทีที่ความคิดของณิชาจบลง! ราวกับมีหูทิพย์! เสียงของมทินาก็ดังขึ้นมาจากชั้นบนของกระท่อม! "ณิชา...ขึ้นมาพบข้าหน่อยสิ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า"
ณิชาสะดุ้งเล็กน้อย ขนลุกซู่ไปทั้งตัว! 'นาง...นางรู้ได้ยังไงว่าเรากำลังคิดถึงนาง! หรือว่านางจะได้ยินความคิดของเราจริงๆ!?' นางเหลือบมองไปยังชั้นบนด้วยแววตาตื่นตระหนกในจังหวะที่เพิ่งนินทาถึง ส่วน'นิชา' ที่อยู่ในห้วงจิตก็อุทานออกมาอย่างประหลาดใจไม่แพ้กัน
นางหันไปพยักหน้าให้เพื่อนๆ เป็นเชิงขอตัว พยายามเก็บซ่อนความตื่นตระหนกไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย ก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นบนด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ
เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของมทินา ณิชาก็ต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม! เพราะสิ่งที่นางเห็นนั้น...คือชายหญิงวัยกลางคนสองคนที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี! พวกเขาคือ...พ่อแม่บุญธรรมของนาง!
"ท่านพ่อ! ท่านแม่!" ณิชาอุทานออกมาอย่างตกใจระคนดีใจ ความหวาดระแวงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน นางไม่ได้พบพวกเขามานานมากแล้ว
"ณิชา...ลูกแม่!" หญิงวัยกลางคนผู้เป็นแม่บุญธรรมโผเข้ามากอดณิชาด้วยน้ำตานองหน้า "แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกินลูก!"
"ข้าก็คิดถึงท่านทั้งสองเช่นกันเจ้าคะ" ณิชาตอบพลางกอดตอบมารดาบุญธรรม แม้ในใจจะรู้สึกซับซ้อนและสับสนอยู่บ้างก็ตาม
มทินายืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น "ข้ารู้ว่าเจ้าคงจะคิดถึงพวกเขามาก ข้าจึงได้เชิญพวกเขามาพบเจ้าเป็นการส่วนตัวที่นี่ หวังว่าเจ้าคงจะชอบของขวัญชิ้นนี้นะ"
ณิชาทำหน้าปลื้มปีติยินดี น้ำตาคลอหน่วย แต่ในใจกลับเคร่งเครียดและหนักอึ้งขึ้นมาทันที 'นี่มัน...ไม่ใช่ของขวัญ...แต่มันคือการย้ำเตือน! การตอกย้ำว่ามทินากำจุดอ่อนของข้าไว้ในมือ! นางรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับข้า! รู้ว่าใครคือคนสำคัญของข้า และนางก็พร้อมที่จะใช้มันเพื่อควบคุมข้า!' ณิชาอดที่จะแขวะในใจไม่ได้
'ศาสตร์ในการคุมคนที่แท้จริง...มันเป็นเช่นนี้นี่เองสินะ! การให้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ในขณะเดียวกันก็คือการผูกมัดและควบคุมอย่างแยบยล!' ภาพรอยยิ้มอันอ่อนโยนของมทินาในยามนี้ ดูน่ากลัวยิ่งกว่าใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของนางเสียอีก!