ตอนที่55
ตุลาการทมิฬหวนคืน
เปรี้ยง !!!
ความเดือดดาลแตกระเบิดสุดระงับร่างแรกที่รับผลของการกระทำ คือยอดฝีมือพื้นฐานลมปราณขั้นที่สี่ซึ่งหมายจู่โจมทำร้าย มารดาของหยางอี้
ความแค้นและเดือดดาลสุดระงับพลันปลุกจิตแห่งมาร อันดุดันและเด็ดขาด ของหยางอี้เมื่อชาติภพก่อน ให้หวนคืนกลับมาอีกครั้งตำแหน่ง...ตุลาการ อันเป็นผู้คุมกฏสูงสุดของเกาะประตูนรกล้วนแสดงออกถึงความสามารถ และพรสวรรค์ที่มิเป็นรองผู้ใด คำเรียกขาน...ทมิฬที่ต่อท้าย มิใช่แค่ ฮัวอี้(หยางอี้) ชื่นชอบสวมใส่เสื้อผ้าสีดำตลอดเวลาแต่เพราะความโหดเหี้ยมเด็ดขาดของเจ้าตัว ซึ่งแน่นอนว่า...สีดำหากเปื้อนโลหิตแล้วย่อมไม่เปรอะเปื้อนเด่นชัด เฉกเช่นสีอื่น
“ใครกล้าแตะต้องแม่ของข้าแม้แต่นิดเดียว!!! ข้า...หยางอี้รับรองว่าพวกแกจะได้พบกับความเจ็บปวดที่ไม่มีวันจินตนาการถึง” หยางอี้ยิ่งโกรธ ยิ่งเกลียดชัง ลมปราณเกาะประตูนรกในร่างยิ่งเบ่งพองหากสถานที่แห่งนี้คือสถานที่อุดมสมบูรณ์ด้วยปราณธรรมชาติเช่นเดียวกับมิติเบื้องล่างของนาวาเหนือกาล คาดว่าไม่ถึงหนึ่งวันหยางอี้คงทะลวงฝ่าไปถึงขอบขั้นลมปราณแรกธรรมชาติขั้นสามเป็นแน่
หยางอี้ !!!
หยางอวี่ถงหยี่ตามองเด็กหนุ่มหน้าขาว หล่อเหลาตรงหน้า อย่างไม่เชื่อสายตา
“เจ้าคือ...”แต่ไม่ทันที่มันจะได้เอ่ยคำที่สองถัดมาเส้นเสียงก็พลันถูกกระชากดึงออกจากลำคอในพริบตา
หยางอี้สุดเดือดดาลไม่อาจระงับโทสะที่ลุกโหม ยิ่งพริบตาที่เห็นหยางเฉิงบอบช้ำ ถูกทัณฑ์ทรมานจนสารรูปเละเทะราวกับมิใช่มนุษย์มีชีวิต ย่างก้าวเงาอสูรก็ทะลวงผ่านผู้คนราวภูตผี พริบตาประชิดถึงข้างกายหยางอวี่ถงลงมือไม่คิดออกยั้ง ใช้ออกด้วยกระบวนทารุณ...ทัณฑ์กระชากเส้น ในทันที
หยางอวี่ถงแม้เจ็บปวดแต่จุดเส้นประสาทที่ถูกดึงทำลาย ล้วนทำให้มันมิอาจส่งเสียงจังหวะนั้เจ็บปวดสุดระงับ แต่มิเข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้นเพียงรู้ว่าคนร้ายอยู่ด้านหลัง คิดหมุนกายตอบโต้ ฟาดหมัดกลับคืนแต่ความคิดเพิ่งเกิด สองเท้าพลันกลายเป็นเบาหวิว เพราะมันถูกกระแทกลอยพ้นพื้น
หยางอี้เมื่อเคลื่อนใกล้เห็นแขนขวาบิดาขาดวิ่นเด่นชัด คิดทวงถามเอาคืนใช้ฝ่ามือไวกระแทกร่างของหยางอวี่ถงให้ลอยขึ้น แต่ไม่ทันที่จะลอยสูงจนสุดกลับใช้กระบวนท่าสังหารทารุณอีกครา...ทัณฑ์ทำลายร่าง คว้าจับข้อมือของหยางอวี่ถงซึ่งกำลังลอยเด่นอยู่ตรงหน้า หยางอี้พลันใช้มือบีบดั่งคีบเหล็กกระชากจับท่อนแขนขวาของหยางอวี่ถง จนร่างนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มลมปราณเกาะประตูนรกไม่เหมือนลมปราณทั่วไป มัน...ทั้งร้อนระอุและกัดกร่อนถือเป็นลมปราณมารร้ายที่ลึกลับที่สุดบนปฐพี พริบตาลมปราณถูกถ่ายทอดเข้าสู่เส้นชีพจนแขนขวาของหยางอวี่ถงจนเบ่งพองหยางอี้ถลึงมอง จ้องเขม็งไปยังใบหน้าหวาดกลัวของหยางอวี่ถง เมื่อนั้นจึงลงมือกระชากดึงสุดแรงกลายเป็นท่อนแขนขาดหลุดออก โลหิตภายในที่เดือดพล่าน กลายเป็นแตกระเบิดละอองแดงฉานฟุ้งกระจาย อาบร่างขาวของหยางอี้ จนครึ่งซีกกลายเป็นแดงฉาน
หยางอวี่ถงมราเพิ่งจะเสียแขนร่วงตกกระแทกพื้น เจ็บปวดแสนสาหัส แต่มิอาจส่งเสียง สายตาที่เงยหงาย พอดีสบสานเข้ากับใบหน้าที่อาบเคลือบไปด้วยโลหิตแดงครึ่งซีกของหยางอี้กลายเป็นแตกตื่นขวัญหาย ราวกับตน กำลังพบเจอมัจจุราชมาตามคร่าชีวิตเหล่าสมุนบริวารตระกูลหยางรอบข้าง เห็นเด็กน้อยลงมือโหดเหี้ยมชัดตาผู้อ่อนแอกลายเป็นขวัญหนีดีฝ่อ แตกกระเจิงหลบหนีไม่คิดชีวิตส่วนนักบู๊ฝึกตนจิตใจห้าวหาญ แต่รู้ฝีมือตนเองมีเท่าใด แม้แต่หยางอวี่ถงผู้เป็นนายซึ่งระดับฝึกตนบรรลุถึงลมปราณแรกธรรมชาติขอบขั้นที่สอง ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของเด็กปีศาจผู้นี้มีหรือที่พวกมันจะโง่เง่า วิ่งเข้าหาเอาชีวิตไปทิ้งอย่างเลอะเลือน
ก่อนหน้าหยางอวี่สวนกำลังซดน้ำแกงอยู่ในเรือนใหญ่ พอดีเห็นบ่าวไพร่แตกตื่น เอ่ยวาจามิรู้ความจึงเร่งรุดมาดู แต่เมื่อมาถึง เห็นผู้เป็นบิดาตนเอง นอนจมกองโลหิต ร่างกายบิดเร่าด้วยความเจ็บปวดนอนอยู่แทบเท้าเด็กน้อยปริศนา สองพ่อลูกนิสัยมิแตกต่าง ยามเดือดดาลยังคิดขลาดเขลา ตวาดสั่งผู้คนให้กรุ้มรุมสังหารแต่นักบู๊หวาดกลัวอยู่ก่อน มิมีผู้ใดคิดกระทำตาม สุดท้ายตนเองใจกล้าขาสั่นจะเดินหน้าลำพังก็มิกล้า สุดท้ายเป็นหยางอี้ที่จดจำสารเลวตัวน้อยออก จึงเป็นฝ่ายเปิดฉากลงมือ
“ลูกสุนัขก็ต้องอยู่กับพ่อสุนัข” พริบตาที่เอ่ยคำ ร่างของหยางอี้กลายเป็นจางหายก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ด้านข้างของหยางอวี่สวนตบฟาดสั่งสอนจนใบน้าครึ่งซีกปรากฏโลหิตหลั่งชโลมแดง ฟันขวาในปากร่วงกราวลงพื้นแต่เมื่อบอกว่าสองพ่อลูกควรอยู่ด้วยกัน จึงไม่คิดผิดคำใช้กรงเล็บจิกสะกดเข้าไปที่หลังท้ายทอย จนข้อนิ้วจมลง โลหิตซึมซิบเดินลากร่างของหยางอวี่สวน ตรงไปหาบิดาของมันอย่างช้า ๆ โดยไม่สนนักบู๊ตระกูลหยางที่ยืนคุมเชิงขาสั่นอยู่รอบ ๆ แม้แต่นิดเดียว
เมื่อได้ระบายความแค้นออกไปบางส่วน เพลิงไฟในอกเริ่มผ่อนคลาย เมื่อนั้นหยางอี้ค่อยได้สติเยือกเย็นกลับคืนบางส่วนตวาดสั่งนักรบตระกูลหลิว ที่กำลังดูแลล้อมรอบหลิวซีอิ๋งให้ช่วยกันปลดพันธนาการของหลิวเหวินหง และหลิวอาน ส่วนตนเอง ก็ช่วยเหลือบิดาลงมาพร้อมป้อนโอสถห้ามโลหิตและโอสถบำรุงปราณรักษาชั้นต้นซึ่งติดตัวมาตั้งแต่ลอบทำภารกิจค้นหาสิ่งของ เมื่อไม่กี่วันก่อน เมื่อร่างของหยางเฉิงถูกปลดลงมาดูแลด้วยดีจึงค่อยลงมือสับเปลี่ยนร่างของหยางอวี่ถง ขึ้นไปตรึงเอาไว้บนเสาเหล็กแทนที่ส่วนหยางอวี่สวน ถูกเตะอัดเข้าไปที่ท้องอีกหนึ่งครา จนตัวงอกระอักโลหิตก่อนที่หยางอี้จะก้มลงไป กระซิบเบาที่ข้างหูของมัน
“ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่โจมตีใบหน้าของเจ้าหรอก...เดี๋ยวบิดาของเจ้าจะจับได้” ถ้อยคำธรรมดาที่ทำให้หยางอวี่สวน ต้องฝืนเจ็บหันกลับมาจ้องมองใบหน้าของปีศาจน้อยผู้นี้ ให้ชัดตายิ่งขึ้น
“ปะปะ...ปะเป็นเจ้า...”
“ใช่แล้วข้าเอง”หยางอี้ตอบคำ ก่อนจะกระทืบซ้ำลงไปที่ท้องของหยางอวี่สวนอีกครา จนมันกระอักโลหิตผสมกับน้ำแกงซึ่งเพิ่งซดเข้าไปออกมาจนหมดสิ้น แต่หยางอวี่สวนหวั่นเกรงจะถูกสังหารจึงแกล้งหลับใหลหมดสติ หลับตานอนงอตัวคุดคู้ แน่นิ่งไปทั้งอย่างนั้น
หลิวเหวินหงเห็นหลานชายฝีมือสูงล้ำ แม้แต่แรกนึกยินดี แต่ยิ่งดูยิ่งคล้ายคนเสียสติ ลงมือโหดร้ายราวปีศาจแต่เมื่อคิดทบทวน มองดูรอบข้าง ทั้งหลิวอานและหลิวซีอิ๋งล้วนได้รับการช่วยเหลือจากหยางอี้ เมื่อนั้นค่อยหลับตาลงครู่หนึ่งยัดโอสถฟื้นฟูเข้าปาก เมื่อลืมตาขึ้นอีกครา ลมปราณในร่างค่อยฟื้นฟูได้ราวหนึ่งส่วนแม้ยังบาดเจ็บไม่อาจต่อสู้ แต่เพียงสั่งการมิได้ยากเย็นตวาดก้องให้นักรบตระกูลหลิวทั้งหมดที่เหลืออยู่ ลงมือปลดอาวุธของฝั่งตรงข้ามหลังจากนั้นให้มารวมตัวกันที่รอบลานลงทัณฑ์ หลังจากนั้นค่อยกระตุ้นเตือนหยางอี้ที่อยู่ไม่ห่าง “หยางอี้พวกมันมีผู้อาวุโสสำนักแม่น้ำใหญ่หนุนหลัง”
หยางอี้เห็นผู้เป็นตาเรียกความฮึกเหิมกลับคืนในใจค่อยผ่อนคลาย แต่เวลานี้มิอาจฝืนยิ้มแย้มตอบรับ ใบหน้าเย็นชา เอ่ยทวนคำที่รู้สึกว่าคุ้นหู“สำนักแม่น้ำใหญ่”
หลิวเหวินหงเห็นหลายชายยังงุนงงไม่คลาย จึงเอ่ยอธิบายต่อเนื่อง “มันเป็นผู้ฝึกตนลมปราณเชื่อมฟ้าดินขั้นต้น”
“เชื่อมฟ้าดิน”คำเชื่อมฟ้าดิน กลายเป็นเรียกสติของเด็กน้อยให้แจ่มใสขึ้นอีกหลายส่วนด้วยรู้ว่าอันตรายคืบใกล้ ความคิดเมื่อเย็นลง สมองค่อยกลายเป็นปราดเปลื่องว่องไว“เช่นนั้น ท่านตาคงต้องเร่งพาผู้คนหลบหนีแล้วละขอรับ”
“ข้า...”หลิวเหวินหงเอ่ยสงสัย“แล้วตัวเจ้าละ”
หยางอี้หลับตาสูดหายใจแรง รับเอากลิ่นอายโลหิตที่ยังคงคละคลุ้งเข้าไป ความคุ้นชินเมื่อชีวิตก่อนค่อยย้อนทวนกลับคืน ความตายยิ่งกระชั้นใกล้ พลังฝีมือยิ่งถูกขัดเกลาไวแถมตนเองมั่นใจในย่างก้าวเงาอสูร หากมิมีห่วงพะวง ลำพังตนเองคนเดียวยังมีโอกาสหนีรอดได้เกินสามส่วน “หากไม่มีผู้ใดระวังหลัง ต่อให้ข้าร่วมหลบหนีสุดท้าย พวกเราก็คงต้องกอดคอตายร่วมกันไปทั้งหมด”
“แต่...”
ไม่มีแต่ !!!
หยางอี้ที่สนทนากับผู้เป็นตาด้วยความสุภาพเสมอมาแต่ยามนี้กลับมิอาจอ่อนข้อ ตวาดคำเสียงแข็ง ด้วยรู้ดีว่าเวลาทุกลมหายใจเข้าออกล้วนมีชีวิตของบิดาและมารดา รวมถึงผู้คนตระกูลหลิวเป็นเดิมพัน
หลิวเหวินหงไม่คิดตำหนิหลานชายแต่กลับยินดีรับคำ เอ่ยปาก...ตกลง หนักแน่นก่อนที่ตนจะอุ้มร่างของหลิวซีอิ๋ง และให้นักบู๊ติดตามสองคนใช้ไม้กระดานที่หาได้ ช่วยกันแบกร่างของหยางเฉิงติดตามไปอย่างระมัดระวัง ส่วนหลิวอานเวลานี้ได้สติกลับคืน จึงสามารถเดินเหินโดยมิต้องอาศัยผู้อื่นช่วยเหลือ
แต่เรื่องราวเนิบช้ายาวนานกว่าความคิดหลบหนีจะได้กระทำ ด้านหน้าประตู พลันเกิดเสียงคำรามก้องจ้าวมู่ปรากฏตัวจากท้องฟ้าไกลลิบตา ทะยานเหยียบย่างอากาศธาตุจากเบื้องสูงด้วยความไวประหนึ่งวิหคเหิน ตรงมายังลานลงทัณฑ์ด้วยความโกรธเกรี้ยว
หยางอี้เวลานี้ระดับฝึกตนสูงล้ำขึ้นหลายขอบขั้นแถมวิทยายุทธ์เกาะประตูนรกยังร้ายกาจจนน่าเหลือเชื่อ ทำให้ไม่คิดเกรงกลัวผู้ฝึกตนในระดับลมปราณแรกธรรมชาติทุกขอบขั้นแต่หากเทียบกับผู้ฝึกตนเชื่อมฟ้าดิน ซึ่งเป็นอีกระดับชั้นที่สูงส่งกว่ามาก ตนเองยังไม่มั่นใจว่าจะต้านทานไหวส่วนหนทางเอาชนะแทบจะเป็นศูนย์
หลบหนีไปด้านหลัง!!!
หยางอี้ไม่ลังเลตวาดคำด้านหลังสั่งการ แต่ตนเองกลับทะยานขึ้นหน้า คิดรับมือจ้าวมู่เพียงลำพัง
หลิวเหวินหงรับรู้สถานการณ์คับขันไม่คิดเอ่ยคำ เพียงกระทำตาม เร่งนำกลุ่มคนตระกูลหลิวที่เหลือเพียงสิบกว่าคนหลบหนีไปตามทิศทางที่หยางอี้บอกกล่าว
เจ้าพวกบัดซบอย่าได้คิดหนี !!!
จ้าวมู่เห็นฝั่งตรงข้ามเร่งหลบไปทางด้านหลัง คิดเร่งฝีเท้าโจนทะยานขัดขวาง แต่พริบตาที่เปลี่ยนทิศกลางคันกลับปรากฏเงาร่างไม่คุ้นตา โผล่เด่นขึ้นขวางทางตรงหน้า
คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า!!!
หยางอี้ตวาดคำไวพร้อมปล่อยหมัดขวาสุดรั้ง กระแทกสวนออกไปสุดแรง