ระหว่างกลับมานั่งพักกินข้าวเที่ยง พวกผมก็อดพูดคุยกันไม่ได้ว่า พี่ชายของพวกเราทั้ง 2 คนตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ เพราะมันก็นานแล้วพวกเขาก็น่าจะถึงเกาะรังมังกรที่ว่า ด้วยความเบื่อหน่ายพวกเราจึงพากันแอบอู้นั่งเล่นเกมย่อยอาหารก่อนจะกลับไปฝึกการใช้เครื่องดนตรีกับเหล่าฝูงเห็ดอีกครั้ง
ย้อนกลับไปก่อนหน้าไม่นานนัก…
“พี่เอิร์ธ ผมว่ามันไม่เงียบไปหน่อยเหรอ” อ๊อสเอ่ยถามผู้ร่วมผจญภัยบนเกาะรังมังกรทันทีที่พวกเขาขึ้นเกาะมาได้ไม่นาน
“พี่ก็ไม่แน่ใจ แต่ปกติน่าจะมีเสียงนกหรือแมลงอะไรบ้าง แต่นี่เงียบเหมือนว่าทั้งเกาะไม่มีสิ่งมีชีวิต” เอิร์ธตอบ
“หรือเพราะพลังของมังกร สัตว์พวกนั้นจึงหายไปหมด?”
“มันจะเป็นแบบนั้นได้ไง นกยังพอเข้าใจ แต่พวกแมลงมันไม่น่าจะหนีหายไปด้วยนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นระบบนิเวศบนเกาะคงได้วอดวายไปนานแล้ว”
“จริงด้วยพี่ ดอกไม้ ผลไม้ ก็ยังเกิดให้เห็น แต่ว่าตั้งแต่พวกเราเดินเข้ามาเหมือนพวกมันเพิ่งหายไป”
“จริง พวกเราควรระวังตัวไว้ก่อนละกัน พี่ก็ไม่แน่ใจว่ามังกรบนเกาะนี้มันมีกี่ตัวหรือกี่สายพันธุ์”
“เอาจริงสิพี่ ไม่ใช่ว่าพวกพี่เป็นมหาเทพสร้างคีตาขึ้นมาหรือไง” อ๊อสหันไปถามด้วยความสงสัย
“อ๊อสโลกทั้งใบนะ ไม่ใช่ว่าโหลเลี้ยงปลา นอกจากพี่แล้วก็มีอีกหลายคน มีซันมีเอกอีก พวกปลีกย่อยก็ให้เทพทั้ง 7 ของคีตานั่นละจัดการ มังกรพวกนี้ก็ไม่แน่ใจว่าใครเอามาไว้บนเกาะ แล้วก็นะ ถึงพวกพี่สร้างพวกมันก็ไม่ได้กำหนดหรือบังคับอะไรพวกมัน พวกเราปล่อยให้พวกมันมีชีวิตเป็นไปตามธรรมชาติ มันอาจจะย้ายมาอยู่ที่นี่เองก็ได้ เหมือนที่ไม่ได้กำหนดให้มนุษย์ต้องทำนั่นทำนี่ มีแต่ชี้แนะหรือแนะนำว่าอะไรควรไม่ควร แต่ก็อยู่ที่พวกเขาจะเลือกหรือไม่” เอิร์ธตอบไปตามตรง
“ว่าแต่ผมขอถามได้ไหม ว่าพวกพี่คิดอะไรถึงสร้างโลกใบนี้ขึ้นมา”
“นายอยากรู้จริง ๆ เหรอ ถ้ารู้แล้วนายอาจจะเสียใจที่ได้รู้ความจริงก็ได้นะ”
“ไม่หลอกพี่ ผมเชื่อว่าผมจะไม่เสียใจ สิ่งเดียวที่ผมจะเสียใจคือ ผมไม่เก่งพอที่จะทำให้ครอบครัวกลับมารวมกันอย่างมีความสุข” อ๊อสหันไปตอบเอิร์ธด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เอาเหอะ เห็นแก่ความเชื่อมั่นของนาย โลกใบนี่นะ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อออโต้ โดยเฉพาะ”
“จริงดิพี่!! ไม่เท่ากับว่าที่พวกผมได้เกิดมาเพราะ ออโต้เลยเหรอ…”
"อย่างที่นายรู้ ออโต้มีร่างที่แท้จริงอยู่ ร่างกายนั้นกำลังจะตาย พวกเราพยายามใช้เวทมนต์รักษาแล้ว จนร่างกายหายเป็นปกติ แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น เพราะร่างกายของเขากับจิตและวิญญาณ ไม่ตอบสนองกันและกันอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งเดียวที่จะช่วยได้คือพลังจากแก่นมานา การที่จะได้แก่นมานาในร่างกายแท้จริงนั้นพวกเรารู้ว่าต้องมายังโลกที่มีกระแสมานามากพอจนสามารถสร้างแก่นมานาขึ้นมาได้ แต่โลกที่ถูกสร้างไว้ก่อนทั้งหลาย มันไม่เหมาะที่จะให้ออโต้เข้าไป เพราะโลกเหล่านั้นมีตัวแปรอื่นที่พวกเรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับออโต้หากถูกส่งไป ตัวเลือกแรกที่สามารถส่งออโต้ไปได้คือ โลกที่ชื่อว่าวารินนาวัต แต่ว่าที่นั้นถูกหยุดเวลาไว้เพราะเหตุผลบางอย่างจึงต้องตัดออกไป ส่วนโลกใบอื่น ๆ ก็เป็นโลกที่ไม่มีเวทมนต์ หรือโลกที่การผสมผสานกับพลังงานหลายรูปแบบ มันจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่ออโต้ควรไปอยู่ พวกเราจึงตัดสินใจสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาเพื่อออโต้ได้เข้ามา จนเป็นคีตาอย่างทุกวันนี้"
“มันฟังดูเกินกว่าที่ผมจะเข้าใจได้ไปเยอะเลย แต่ว่าผมรู้สึกขอบคุณพวกพี่และออโต้มากจริง ๆ นะ ถ้าไม่มีพวกพี่ ผมไม่รู้ว่าจะเป็นตัวอะไรอยู่ที่ไหนหรือจะไม่มีตัวตน แต่ผมอยากรู้ว่าโลกเหล่านั้นเป็นแบบคีตาไหม มีกี่โลกครับ” อ๊อสอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถาม
“เอาจริงพี่ก็ไม่แน่ใจนะ แต่ก็เห็นข้อมูลผ่านตามาบ้าง โลก 2 ใบแรกนั้นเป็นโลกที่มีแต่ป่าและสัตว์ ไม่มีมนุษย์ โลกใบที่ 3 มีมนุษย์และเป็นโลกที่มีเวทมนต์ชื่อวารินนาวัต โลกใบที่ 4 เป็นโลกที่มีพลังปราณชื่อโลกจอมยุทธ โลกใบที่ 5 โลกนี้มีความหลายหลากของสิ่งมีชีวิตมาก ทั้งมนุษย์ เผ่าสัตว์ป่า เผ่าเอล์ฟ เป็นโลกที่มีพลังหลากหลายทั้งเวทมนต์ ปราณและวิญญาณ ชื่อวันเดอเรีย โลกใบที่ 6 นี่เป็นโลกที่ไม่มีพลังอะไรพิเศษมีเพียงป่าไม้สัตว์ป่าทั่วไปและมนุษย์ รู้สึกว่าเป็นโลกที่พวกซันจะสร้างเลียนแบบจากโลกที่พวกพี่อยู่ แถมยังเริ่มต้นจากยุคที่ไร้ซึ่งอารยธรรมชื่อโลกสอง ส่วนคีตาเป็นโลกใบที่ 7 ล่ะ” พี่เอิร์ธบอกถึงความจริงของจักรวาลนี่ให้ฟัง
“มีมากขนาดนี้เลยหรือ ถ้าไม่นับ 2 โลกแรก หมายความว่ามีโลกที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ถึง 5 โลกเลยหรอ จะมีวันที่พวกเราจะได้พบกับพวกเขาไหมครับ”
“เรื่องนี้พี่เคยได้ยินเจ้าเด็กบ้าเกมสองคนนั้นพูดมานะว่า มีระบบเชื่อมโลกเข้าด้วยกันอยู่ แต่จะเป็นรูปแบบคล้ายเกมออนไลน์ ถ้าจำไม่ผิดมี โลกจอมยุทธกับ โลกวันเดอเรีย โลกวารินนาวัต และโลกคีตา ตอนนี้มีแค่ 4 โลกนี้ที่จะเดินทางไปมาหากันได้ผ่านระบบผู้ช่วยของโลกทั้ง 4 ที่วางไว้ แต่เงื่อนไขอะไรนั้นพี่ยังบอกไม่ได้ ฮ่า ๆ”
“ไม่ใช่ว่าพวกเราเป็นพี่น้องกันแล้วเหรอ บอกไม่ได้จริงดิ อีกเรืองเกมนั่นผมเข้าใจ แต่เกมออนไลน์มันคืออะไร”
“ไม่ใช่ไม่บอก ไม่บอกเพราะไม่รู้ต่างหาก ฮ่า ๆ ส่วนเกมออนไลน์ก็เป็นเกมนั่นละ แต่ว่าเป็นการเล่นหลายคนพร้อม ๆ กันที่มาจากหลายที่ ถ้าจะพูดไม่ให้นายงงคงแบบว่า จากหลาย ๆ โลกลงไปอยู่ในโลกเดียวกัน แล้วทำกิจกรรมรวมกันล่ะ” เอิร์ธเขาเองก็เพิ่งโดนดึงตัวมาช่วยสร้างโลกคีตาเมื่อไม่นานนี้ อะไรหลายอย่างจึงไม่มีข้อมูลมาบอกเล่า
“เรื่องของพวกเทพเจ้านี่เป็นอะไรที่เข้าใจยากจริง แต่ตอนนี้ผมเชื่อเพียงอย่างเดียวคือ ผมต้องเป็นพี่ชายที่ดีกว่านี้ให้กับออโต้รวมถึงโอ๊สอีกคนด้วย ฮ่า ๆ”
“เอาเหอะตามสบาย แต่อยากขออะไรอย่างละกัน อ๊อสถ้ายังเล่นอะไรพิเรนทร์อย่างที่มักชอบทำกับออโต้ มันจะทำให้ออโต้เบี่ยงเบนเอานะ เพราะออโต้ในเวลานี้สภาพจิตใจไม่มั่นคงจากการบาดเจ็บและความผันผวนของกระแสมานา พี่ไม่อยากให้น้องชายพี่คนนี้กลับไปแล้วกลายเป็นยอดชาย”
“จริงดิพี่ ผมจะเบาแกล้งน้องมันละกันครับ” อ๊อสรับปาก แต่ในระหว่างนั้นเอง ก็มีร่างหนึ่งกระโดดลงมาจากยอดไม้ขวางทางพวกเขา
“หยุด… ออกไปจากเกาะแห่งนี้สะ” ชายปริศนาพูดขึ้นมา ดูจากรูปร่างแล้วเหมือนจะอายุ 20 กว่าปีเท่านั้น
"ขอโทษที่บุกรุก แต่เราต้องการหาของบางอย่างที่ถูกนำมาเก็บซ่อนไว้เมื่อ 10 ปีก่อน" เอิร์ธเป็นคนที่พูดขึ้นมา
“พี่ทำไมเราต้องบอกเขาด้วยละ ไม่ใช่ว่าของที่พ่อแม่ผมนำมาซ่อนจะเป็นความลับหรอกหรือ” อ๊อสกระซิบถาม
“อ๊อสคนนี้ไม่ใช่มนุษย์ เขาเป็นมังกร น่าจะช่วยเราได้มาก” พี่เอิร์ธตอบ
“โอ้ ไม่ธรรมดา สามารถมองตัวตนที่แท้จริงของข้าได้ แต่ของอะไรที่พวกเจ้าตามหามันไม่ได้อยู่บนเกาะแห่งนี้หรอกนะ แล้วอย่าหวังว่าข้าจะช่วยพวกเจ้า ออกไปสะถ้าไม่อยากตาย” มังกรหนุ่มในร่างมนุษย์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“นายแน่ใจเหรอ 10 ปีก่อนมีชายหญิง 2 ผัวเมียขึ้นมาบนเกาะแห่งนี้ เพราะต้องการซ่อนของบางอย่าง นายรู้ด้วยเหรอว่าพวกเขาไม่ได้ซ่อนอะไรไว้ ทำไมนายถึงกล้ายืนยัน เห็นกับตาหรือไง” เอิร์ธพูดด้วยน้ำเสียงแข็งเพราะไม่ชอบการวางท่าที่ของมังกรหนุ่ม ที่ไม่รับฟังเหตุผลอะไรเลย มาถึงก็ไล่ท่าเดียว แถมข่มขู่กันซึ่งหน้า
“เจ้าพวกมนุษย์ อย่ามาปากดีกับข้าผู้เป็นนายแห่งเกาะแห่งนี้ มันจะมีใครกล้าเข้ามาบนเกาะ ตลอดหลายสิบปีนี้ที่ข้าเป็นผู้ปกครอง หากมีคนมาจริงพวกมันคงได้ตกตายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้บนเกาะแห่งนี้ไปแล้ว หากพวกเจ้าอยากตาย ข้าผู้นี้จะสงเคราะห์ให้” มังกรหนุ่มยังไม่ยอมแพ้ที่จะข่มขู่ผู้บุกรุก
“นายนี่พูดเก่งจริง อย่าดีแต่ปากละกัน ผนึก!” สิ้นคำพูดของพี่เอิร์ธ มังกรหนุ่มยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เอิร์ธก็หันไปบอกกับอ๊อสว่า
“จัดการเลยอ๊อส เอาแค่ให้จำได้ว่าอย่าปากตีกับพวกเรา เพราะต้องให้เขานำทางบนเกาะแห่งนี้” อ๊อสก็จัดการเรียกดาบประจำตัวออกมาก่อนจะหันข้างดาบทุบอีกฝ่ายอย่างไม่ปรานี
“พวกแกทำอะไรกับข้า เห้ย ขยับไม่ได้ เห้ย โอ๊ย ไอ้พวกมนุษย์ โอ๊ย ไอ้พวกบ้า โอ๊ย โอ๊ย ข้าคือมังกรนิลเลยนะ โอ๊ย อ๊าก แอ๊ก….”
เพียงไม่กี่ทีมังกรหนุ่มก็สลบไป ที่เป็นเช่นนี้เพราะ การผนึกของเอิร์ธคือการถอดค่าสถานะต่าง ๆ ของเป้าหมาย มันคือเอกสิทธิ์ของมหาเทพของโลกใบนี้ ต้องขอบคุณที่ซันส่งมอบเอกสิทธิ์คืนให้เอิร์ธ โดยผู้ที่โดนผนึกจะถูกตรึงไว้ไม่ให้หนี ดังนั้นต่อให้เป็นมังกรที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นของโลกใบนี้ ก็กลายเป็นเพียงกระต่ายน้อยธรรมดา แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังไม่จบ เอิร์ธจัดการฮีลให้มังกรหนุ่มจนกลับมาปกติ
“พวกเจ้าทำอะไรข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะ…” ยังไม่ทันพูดจบอ๊อสก็ทุบตีมังกรหนุ่มผู้นี้อีกครั้ง
“โอ๊ย ๆ ข้าจะไม่ยอม โอ๊ย อ๊าก แอ๊ก…” แล้วก็สลบไปอีกครั้ง และเป็นอีกครั้งที่ถูกฮีล ทันทีที่มังกรหนุ่มลืมตา อ๊อสที่กำลังจะทุบด้วยดาบอีกครั้ง
“หยุด พอแล้ว ข้ายอมแพ้”
มังกรหนุ่มเสียงอ่อนยอมแพ้ให้กับชายทั้ง 2 เพราะตั้งแต่เกิดมา นี่คือครั้งแรกที่เขารู้สึกเจ็บปวดอ่อนแออย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน หากยังยอมให้ถูกทุบตีเช่นนี้ต่อไป เกียรติของมังกรนิลที่ได้ชื่อว่าเป็นสายพันธุ์มังกรที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดามังกรทั้งหมด ความเชื่อมั่นที่มีของเขานั้นคงได้แตกสลายยากที่จะกู้คืน
“พูดกันรู้เรื่องแบบนี้แต่แรกก็ไม่เจ็บตัวแล้วครับ” เอิร์ธพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ข้าต้องยอมรับจริง ๆ ว่าพวกเจ้าไม่ธรรมดา ข้าไม่รู้หรอกนะว่าพวกเจ้าต้องการอะไร ข้าไม่รู้ว่ามีใครเอาอะไรมาซ่อนจริงหรือไม่ แต่ 10 ปีก่อนมีเรือมาเทียบชายฝั่งจริง เป็น ชาย 2 คน หญิง 1 คน แต่คนพวกนั้นเหมือนจะไม่ได้ขึ้นมา เพราะพวกเขาหันหัวเรือกลับทันที แต่ได้โปรดปล่อยข้าเถอะ ข้าไม่สามารถขยับตัวได้” มังกรยอมบอกทุกอย่างในสิ่งที่เขารู้
“แปลก จากที่ฟานซิสบอกข้ามา พวกเขาลงจากเรือทันทีและไล่เขากลับ โดยไม่ให้อยู่รอ” อ๊อสบอก
“มีความเป็นไปได้ว่า พวกเขาจะใช้อะไรบางอย่างทำให้ มังกรบนเกาะไม่รับรู้ถึงพวกเขาตอนขึ้นมาบนเกาะ นี่คุณมังกรเจ้าเกาะผมคงต้องรบกวนคุณหน่อย ช่วยเป็นผู้นำทางพวกเราสำรวจเกาะนี้ทีครับ” เอิร์ธหันไปคุยกับผู้ที่บอกว่าตนคือผู้ปกครองของเกาะรังมังกรแห่งนี้
“คือว่า จริง ๆ แล้วข้าไม่ได้เป็นผู้ปกครองเกาะแห่งนี้หรอกนะ ข้าเป็นเพียงลูกชายของเจ้าเกาะแห่งนี้เท่านั้น…” มังกรหนุ่มแอบรู้สึกอายกับการโกหกคำโต แต่ยังไม่ทันไร ก็ปรากฏมังกรสีนิลขนาดใหญ่บินมาทางพวกเขาด้วยความเร็วจนเกิดกระแสลมรุนแรง ก่อนมาหยุดกระพือปีกบินลอยเหนือด้านหน้าพวกเขาทั้ง 3 คน
“พวกแกเป็นใคร บังอาจรังแกลูกรักของขะ…..” มังกรตัวใหม่ยังไม่ทันพูดจบประโยค ก็เหมือนถูกบางอย่างฉุดให้ตกมาจากฟ้าแล้วมอบอยู่บนพื้นดิน
“มาถึงก็จะหาเรื่องกันอีก ลงมาคุยกันดี ๆ ก่อนไหมคุณมังกร” พี่เอิร์ธพูดอย่างเบื่อหน่ายกับมังกรทั้ง 2 ตัว
“พ่อ ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม” มังกรหนุ่มรีบร้องถามทั้งที่ขยับไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้นทำไมข้าขยับไม่ได้” มังกรตัวพ่อพูดออกมา
“นี่พวกคุณ พวกเราไม่ได้อยากมาหาเรื่องอะไรกับมังกรบนเกาะนี้นะครับ พวกเราแค่มาตามหาของที่ถูกซ่อนไว้บนเกาะแห่งนี้เมื่อ 10 ปีก่อน ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะขอความช่วยเหลือของพวกคุณบนเกาะแห่งนี้”
“ทำไมข้าจะต้…” ยังไม่ทันพูดจบมังกรตัวพ่อปากก็ถูกปิดสนิทไม่สามารถพูดออกมาได้
“อ๊อสถอยไปหน่อย” พร้อมกันนั้นเอิร์ธได้สร้างม่านพลังบางอย่างปกคลุมตัวอ๊อสไว้
“ถ้าจะถามว่า ทำไมต้องช่วยพวกเรานะหรือ…”
ทันทีที่เอิร์ธพูดจบร่างของเขาก็ขยายใหญ่โตขึ้นเกินกว่า 10 เมตร พร้อมกับเครื่องแต่งการที่เปลี่ยนไป กลายเป็นเสื้อคลุมขาวเหมือนผ้าที่ถูกนำมาผูกมัดไว้เป็นเครื่องแต่งกาย แต่เนื้อผ้านั้นประดับด้วยไหมสีทองและอัญมณีสวยงาม ใบหน้าที่ว่าหล่อเหลาอยู่แล้วกลับดูสูงส่งงดงามกว่าเดิมหลายสิบหลายร้อยเท่า จนผู้พบเห็นต้องหลั่งน้ำตาเมื่อเห็นใบหน้านี้ รัศมีเทพส่องสว่างยิ่งกว่าแสงดวงตะวัน แต่กลับไม่บาดตาผู้ที่พบเห็น บรรยากาศโดยรอบสดชื่นเหมือนเช้าในวันที่โปรดโปร่งพร้อมกลิ่มหอมของมวลดอกไม้ นอกจากนั้นยังเหมือนได้ยินเสียงบรรเลงของทำนองแห่งสรวงสวรรค์ดังขึ้นกล่อมเกลาจิตใจผู้คน มงกุฎที่สวมอยู่บนหัวของมหาเทพองค์นี้ก่อขึ้นจากเถาไม้ทีี่มีอัญมณีคล้ายมรกตและไพลินประดับอยู่ มันสวยงามจนยากที่จะบรรยาย ภาพเบื่องหน้านี้บอกได้ว่างดงามและสูงส่งเพียงใด
“เจ้าจะยอมช่วยเหลือเราหรือไม่…” เพียงคำพูดที่เปล่งออกมาราวกับว่าโลกทั้งใบสามารถดับสูญได้และสามารถคงอยู่ต่อไปได้ ด้วยเจ้าของเสียงนี้ มันเป็นเสียงของผู้ที่มีอำนาจที่ยากจะบอกได้ว่าสูงส่งเพียงได้
“ท่านคือผู้ใด” มังกรเจ้าเกาะตัวสั่น ถามกลับด้วยความนอบน้อมที่สุดที่เขาจะทำได้
“ข้าคือหนึ่งในผู้สร้างโลกแห่งนี้ มหาเทพแห่งพิภพและโลกา นามว่า เทอรารุซ(Terraruz) ทีนี้พวกเจ้าจะยอมรับฟังคำของข้าแล้วหรือยัง…” เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเกาะจนฝูงมังกรและสัตว์น้อยใหญ่ที่หลบซ่อนอยู่ ต้องสั่นกลัวด้วยแรงกดดันที่ยากจะต้านทาน
“ทรงโปรดประธารวจนะแห่งท่าน แก่ผู้ต่ำต่อยด้วยเทอญ” มังกรเจ้าเกาะพยายามหาคำพูดมาใช้เพื่อหวังให้ ผู้ที่อยู่ตรงหน้าไม่เอาความที่ตนได้ถือดีออกไป
“เช่นนั้นพวกเจ้ามังกรบนเกาะแห่งนี้จงออกตามหาสิ่งที่ถูกเก็บซ่อนจากมนุษย์เมื่อ 10 ปีก่อน และจงนำมันมามอบให้แก่ข้า…” จากนั้นร่างมหาเทพของเอิร์ธก็สลายกลับเป็นร่างชายหนุ่มเดินดินธรรมดาตามเดิม
“ผมจะรออยู่ตรงร่มไม้นั้น หวังว่าพวกคุณจะตั้งใจออกตามหาล่ะ” จากนั้นเอิร์ธก็พาอ๊อสไปเดินไปนั่งตั้งโต๊ะพักกินมื้อเที่ยงโดยไม่สนใจว่ามังกรบนเกาะจะมาทำอะไรพวกเขา
“พี่เอิร์ธเมื่อกี่คือร่างจริงพี่เหรอ”
“ไม่ใช่มันแค่ภาพมายาที่พี่สร้างขึ้นมาเท่านั้น ร่างจริงของมหาเทพเอามาใช้ก็ได้วุ่นวายกันพอดี เกาะนี้หรือพวกมังกรคงได้ตายยกฝูง ดีไม่ดีเกิดคลื่นยักษ์ไปถึงเมืองท่าที่พวกน้อง ๆ อยู่พอดี” เอิร์ธเฉลยความจริง
“ฟังดูน่ากลัว แต่เมื่อกี่พี่กางม่านป้องกันพลังให้ผมแล้วสินะ มันยังรู้สึกถึงแรงกดดันได้อยู่เลย เหมือนผมกลายเป็นมดเป็นปลวก”
“จริง ๆ ก็ไม่คิดว่าจะได้ทำอะไรแบบนี้หรอกนะ แต่พอเห็นว่าพวกมังกรดูจะคุยด้วยยาก แถมเกาะนี้ก็ใหญ่มาก ใช้ตัวช่วยคงดีกว่าหากันเอง นี่ติดว่าถูกห้ามใช้พลังของมหาเทพเกินความจำเป็น ไม่งั้นคงมีอะไรให้ทำอีกเยอะ”
“ผมนี่ยอมใจพี่จริง ๆ แต่เพิ่งรู้ว่ามังกรพวกนั้นกลายเป็นคนได้ด้วย”
“อ่อเรื่องนี้อธิบายให้ฟังได้ จริง ๆ คีตาใช้การจัดระดับเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรตามแบบวารินนาวัต แต่ที่คีตาไม่ได้ระบุไว้ให้รู้นะ พวกที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นคนได้จะต้องอยู่ระดับตำนานขึ้นไปถึงจะสามารถเปลี่ยนร่างได้ แบ่งได้ 5 ระดับ พื้นฐาน พิเศษ ราชา ตำนานและเทพ ไม่งงใช่ไหม”
“หมายความว่าพวกนั้นจะกลายเป็นเทพได้ด้วยเหรอ”
“ปกติคงได้แค่ตำนานขั้นปลาย แต่ถ้าได้รับการยอมรับจากพวกมหาเทพหรือเทพทั้ง 7 สัตว์อสูรตัวนั้นถึงจะสามารถกลายเป็นเทพได้ มันเป็นอะไรที่ยากเกินที่จะทำได้ด้วยตัวเอง” เอิร์ธบอกถึงความจริงที่หลายคนยังไม่รู้
“หรือว่ามังกรพวกนั้นมีระดับตำนาน!” อ๊อสพูดขึ้นมาเมื่อนึกถึงความจริงของพวกมังกร
“จริง ๆ พวกมันแรกเกิดจะอยู่ระดับราชา เมื่อโตเต็มวัยและดูดซับมานาได้เพียงพอ ถึงจะเลื่อนระดับพัฒนาร่างตัวเองได้ ที่จริงมังกรเจ้าเกาะตัวนั้นก็เปลี่ยนเป็นคนได้แล้ว แต่ตัวลูกที่เปลี่ยนร่างมาเจอพวกเราคนนั้น พี่ว่าเขาต้องได้พบเจอวาสนาอะไรมาบ้างถึงสามารถเลื่อนชั้นทั้งที่อายุยังน้อย”
“ถ้าผมมีมังกรสักตัวเป็นสัตว์เลี้ยงก็ดีสิ คงเท่มากแน่ ๆ เมื่อขี่พวกมันบิน” อ๊อสพูดขึ้นมาอย่างนึกขำ
“ฮ่า ๆ อ๊อสนายอยู่คลาส 5 แล้วไม่ใช่เหรอ นายสามารถทำคู่สัญญากับพวกนั้นได้แล้วนะ” เอิร์ธบอกถึงความเป็นไปได้
“มันสามารถทำได้จริงหรือพี่ มันเหมือนที่ทำกับเครื่องดนตรีเหรอครับ ผมไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีใครทำคู่สัญญากับพวกสัตว์อสูร เห็นแต่จับพวกมันมาเลี้ยง แถมยังไม่เคยห็นใครจับมังกรมาเลี้ยงได้สักคน”
“ดูท่านายจะจริงจังมากเลยนะ การทำคู่สัญญากับสัตว์อสูรก็คล้ายกับที่ทำกับเครื่องดนตรี แต่ว่ามีความแตกต่างกันเล็กน้อย แถมการมีสัตว์อสูรเป็นคู่สัญญามันแตกต่างจากการมีพวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างมาก ถ้าอยากรู้นายลองไปพูดคุยกับมังกรหนุ่มคนนั้นดูนะ พี่แนะนำว่าลองชวนเขาออกผจญภัยไปกับนายดู มันอาจจะได้ผลก็ได้นะ” ด้วยคำพูดของพี่เอิร์ธทำให้อัศวินหนุ่มคนหนึ่งวาดฝันการกลายเป็นอัศวินมังกรคนแรกของโลกเกิดขึ้นมา…