ตอนที่45 พี่น้อง
ระหว่างทางกลับบ้านนั้นฟู่ต้าหย่งก็ได้พูดคุยเรื่องต่าง ๆ กับน้องชายของเขา และมุ่งหน้าบ้านโดยตรงส่วนฟู่ต้าอันนั้นได้แยกตัวไปส่งหลี่โม่ลี่กลับบ้าน
เดิมทีฟู่ต้าหย่งเองก็อยากไปที่บ้านตระกูลหลี่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานเช่นกันแต่เมื่อเขาคิดดูอีกครั้งแล้ว หากไปวันนี้มันจะดูเหมือนเป็นการไปทวงบุญคุณเสียมากกว่า
ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจว่าจะยังไม่ไปตอนนี้และได้บอกกับฟู่ต้าอันว่าเย็นนี้ให้มาทานข้าวด้วยกันที่บ้านของเขา
หลังจากตกลงกันเสร็จฟู่ต้าหย่งก็ได้พาฟู่เยี่ยนและฟู่ต้าจวงเดินกลับบ้านโดยใช้ทางลัดซึ่งมันช่วยลดระยะทางระหว่างสองหมู่บ้านลงไปได้เยอะเลยโดยจะใช้เวลาเดินเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
“พี่ใหญ่ฉันว่าเราควรจะไปที่บ้านตระกูลหลี่เสียตั้งแต่ตอนนี้เลยไม่ดีกว่าหรือหากเราคุยเรื่องการแต่งงานของเจ้าสามในตอนนี้ มันจะต้องเป็นอะไรที่ราบรื่นมาก ๆอย่างแน่นอน” ฟู่ต้าจวงพูดพร้อมกับเดินไปด้วย
“ไม่ได้หรอกหากเราทำแบบนี้พวกเขาอาจจะคิดว่าเราไปบังคับลูกสาวของเขาให้แต่งงานกับเจ้าสามก็ได้อย่ากังวลไปเลย ถึงอย่างไรต้าอันก็เป็นคนที่ไปส่งเสี่ยวหลี่กลับบ้านอยู่แล้วจากนั้นเสี่ยวหลี่ก็จะพูดเรื่องนี้กับพ่อและแม่ของเธอเองฉันคิดว่าการแต่งงานของต้าอันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน อดใจรออีกสักหน่อยเถอะ”ฟู่ต้าหย่งที่เดินจูงจักรยานอยู่ก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่มีความสุข
ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็ได้เดินเข้าไปใกล้ ๆ พ่อของเธอก่อนจะมองไปที่เขาพร้อมกับขยิบตาเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณให้พ่อของเธอรีบเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เพราะพวกเขาใกล้จะถึงบ้านแล้ว !
“ต้าจวงฉันมีเรื่องหนึ่งที่จะบอกกับนายแต่นายต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ดีหากพวกเรากลับไปถึงที่บ้านแล้ว”ฟู่ต้าหย่งตัดสินใจที่จะบอกน้องชายคนรองของเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในก่อนหน้านี้
“พี่ใหญ่มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ พี่บอกฉันมาตามตรงเถอะ”ฟู่ต้าจวงรีบเอ่ยถามขึ้นมาทันที
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าหย่งจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทุกอย่างเกี่ยวกับฟู่ต้านีให้น้องชายของเขาฟัง
และก็เป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้หลังจากที่ฟังฟู่ต้าหย่งพูดจนจบแล้ว ฟู่ต้าจวงก็กำหมัดแน่นขึ้นมาทันที !พร้อมกับเส้นเลือดบนหน้าผากของเขาที่ขยายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“เก่อหงจวินคนสารเลว ฉันจะไปฆ่าเขาเดี๋ยวนี้แหละ ! ” หลังจากที่พูดจบฟู่ต้าจวงก็หันหลังกลับและกำลังจะวิ่งกลับไปที่หมู่บ้านเสี่ยวโจวอีกครั้ง
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่ต้าหย่งจึงได้ปล่อยมือจากจักรยาน และคว้าตัวน้องชายของเขาเอาไว้ทันทีก่อนจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้น้องชายของเขาใจเย็นลงก่อน แต่หลังจากที่พยายามอยู่นานเขาก็ไม่สามารถรั้งน้องชายเอาไว้ได้ และกำลังจะถูกเหวี่ยงล้มลงไปที่พื้น
เมื่อเห็นว่าพ่อของเธอไม่สามารถห้ามอารองได้แล้วฟู่เยี่ยนจึงได้รีบเดินเข้าไปทันที เธอหาโอกาสจังหวะที่เหมาะสมก่อนจะใช้เข็มจิ้มที่เส้นเอ็นบริเวณข้อศอกของอารอง
หลังจากนั้นแขนของฟู่ต้าจวงก็ได้หมดเรี่ยวแรงลงไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็ได้ก้มลงไปมองที่มือของตัวเองก่อนจะแอบคิดอยู่ภายในใจว่าวิธีฝังเข็มที่บรรพบุรุษของเธอได้บันทึกเอาไว้นั้นใช้ได้ผลดีมากจริงๆ ! แม้แต่อารองที่ผ่านศึกสงครามมาแล้วหลายครั้งก็ยังยากที่จะต้านทานอำนาจของมัน !
ทันใดนั้นเองความโกรธของฟู่ต้าจวงก็ได้หายไปทันที ก่อนจะมองไปที่ฟู่เยี่ยนด้วยความสงสัยนี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน !
“อารองอารองอย่าใช้อารมณ์แก้ไขปัญหาเลยค่ะอารองรู้ตัวหรือเปล่าว่าเมื่อกี้นี้อารองเกือบจะผลักพี่ชายของตัวเองลงไปกับพื้นแล้วพ่อของหนูไม่ได้แข็งแรงพอที่จะขวางอารองเอาไว้ได้หรอกนะคะ”ฟู่เยี่ยนพูดพร้อมกลอกตามองไปที่เขา
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่ต้าจวงจึงได้ใจเย็นลงมาเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงรู้สึกโกรธและเสียใจอยู่เขาจึงใช้หมัดชกไปยังต้นไม้ที่อยู่ข้างทางอย่างรุนแรงจนมือของเขาได้รับบาดเจ็บและมีเลือดไหลออกมาในทันทีจากนั้นเขาก็ทรุดตัวนั่งลงไปกับพื้นพร้อมกับกุมไปที่ศีรษะของตัวเองโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
“ในตอนนี้อาหญิงรู้สึกดีขึ้นมากแล้วค่ะอารองอย่าคิดมากไปเลย อีกอย่าง หากเรากลับไปถึงบ้านแล้วอารองช่วยอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกด้วยนะคะ ! เพราะหนูไม่อยากให้อาหญิงต้องร้องไห้อีกแล้วและลี่ลี่กับเฟินเฟินก็จะไม่มีความสุขอีกด้วย” เมื่อฟู่เยี่ยนเห็นท่าทางของอารองเธอก็เข้าใจความรู้สึกของเขาได้เป็นอย่างดี เพราะเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกันเลยซึ่งขณะที่พูดนั้น เธอก็ได้นำน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาล้างมือให้กับเขา
“หนูมองเห็นภาพของเก่อหงจวินนอนตายอยู่ข้างถนนส่วนแม่ของเขาก็จะถูกทรมานจนตายด้วยเช่นกัน อารอง หากอารองฆ่าพวกเขาในตอนนี้มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะคะแต่มันจะเป็นผลดีกับพวกเขามากกว่าที่จะได้หลุดพ้นจากความทรมานที่พวกเขาต้องได้รับในอนาคต! ”
ขณะที่พูดนั้นจู่ ๆ ฟู่เยี่ยนก็กดลงไปบนบาดแผลของฟู่ต้าจวงอย่างกะทันหันจึงทำให้เขาร้องคร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ใช่แล้วล่ะเสี่ยวฮั่วพูดถูก ต้าจวง หากนายทำร้ายร่างกายพวกเขามันก็จะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของนายไปด้วย นายคิดว่าฉันไม่โกรธหรือไงฉันเองก็โกรธมากเหมือนกัน แต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ หากฉันทนไม่ไหวและพลั้งมือไปต้าอันที่ยังเด็กและแข็งแรงมากขนาดนั้น จะต้องเข้ามาช่วยฉันทำร้ายพวกเขาอย่างแน่นอนซึ่งมันเป็นอะไรที่ไม่คุ้มเลย”
“เพราะถึงอย่างไรต้าอันก็ยังไม่ได้แต่งงานจะให้เขามีเรื่องเสีย ๆ หาย ๆ ไม่ได้ นายเองก็มีเจี๋ยฟ่างคงพอจะเข้าใจดีไม่ใช่หรือ อีกอย่างตอนนี้ต้านีเองก็มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นมากแล้วฉะนั้นนายต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้นะและอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกหากเรากลับไปถึงบ้าน หากนายหวังดีกับน้องสาวจริง ๆ ล่ะก็นายควรจะเชื่อในสิ่งที่หลานสาวของนายพูด”
“เราจะให้ลี่ลี่กับเฟินเฟินรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาดเพื่ออนาคตของพวกเธอ และต้านีเองก็จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วยนายอย่าใจร้อนไปเลยนะ”
ฟู่ต้าหย่งรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อยก่อนจะตบไปที่ไหล่ของฟู่ต้าจวงเบา ๆ พร้อมกับประคองเขาให้ลุกขึ้นจากนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็ได้เดินกลับบ้านไปพร้อมกัน
เมื่อเดินมาถึงประตูรั้วหน้าบ้านฟู่ต้าจวงก็ชะงักฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน
“พี่ใหญ่พ่อได้พูดอะไรเกี่ยวกับการหย่าของน้องเล็กหรือเปล่า ? ”
“คุณปู่บอกให้อาหญิงกลับไปปรับความเข้าใจกับเก่อหงจวินและให้อภัยเขาค่ะทั้งยังบอกให้อาหญิงอดทนแม้ว่าจะถูกแม่สามีของเธอทุบตีบ้างก็ตามให้คิดเสียว่าทำเพื่ออนาคตของตัวอาหญิงเองค่ะ” ฟู่เยี่ยนรีบพูดเรื่องนี้ออกไปทันทีเธอไม่อยากจะเห็นพ่อของเธอต้องลำบากใจ เพราะเธอรู้นิสัยของเขาดีเขาเป็นลูกชายที่ไม่เคยตำหนิในความผิดของพ่อเลย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าจวงก็เงียบไปทันที ก่อนจะผลักประตูรั้วบ้านและเดินเข้าไปข้างใน
ในตอนนี้ใต้ต้นไม้ลานหน้าบ้าน ฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวกำลังเล่นอยู่กับลี่ลี่ เฟินเฟินและเจี๋ยฟ่างอยู่ เมื่อเจี๋ยฟ่างเห็นผู้เป็นพ่อกำลังเดินเข้ามาเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที
“พ่อครับดูนี่สิ พี่ชายทำนกหวีดให้กับผมด้วยล่ะ แถมตอนเที่ยง ป้าสะใภ้ใหญ่ก็ได้ทำเนื้อให้ผมกินอีกด้วยมันอร่อยที่สุดเลยล่ะครับ ใช่สิ ผมยังเหลือเอาไว้ให้พ่อหลายชิ้นเลยนะ ! ” ฟู่เจี๋ยฟ่างรีบเล่าเรื่องน่าสนใจที่เกิดขึ้นกับเขาในวันนี้ให้ผู้เป็นพ่อฟังทันที
ฟู่ต้าจวงที่ได้ยินเช่นนั้นจึงใช้มือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บลูบไปศีรษะของลูกชายของตัวเองอย่างอ่อนโยน
“แล้วลูกขอบคุณพี่ชายกับป้าสะใภ้ใหญ่ของลูกหรือยัง? ตอนนี้แม่ของลูกอยู่ที่ไหนกันล่ะ ? ”
“ตอนนี้แม่อาหญิง และป้าสะใภ้ใหญ่กำลังช่วยกันทำเหล้าหมักอยู่ครับป้าสะใภ้ใหญ่ยังบอกอีกว่าจะทำเหล้าที่ทำจากข้าวและไข่ตุ๋นให้กับพวกเรากินอีกด้วย !”
“เสี่ยวฮั่วเธอกลับมาแล้ว วันนี้พี่ได้ปักถุงผ้าให้กับเจี๋ยฟ่างแล้วล่ะเอาไว้เธอวาดยันต์แคล้วคลาดใส่ในถุงผ้าให้กับเขาด้วยนะ” ในตอนนี้แม้แต่ลี่ลี่และเฟิ่นเฟินเองต่างก็มียันต์แคล้วคลาดพกติดตัวกันหมดแล้วเหลือเพียงแค่เจี๋ยฟ่างเท่านั้นที่ไม่มี เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เหมี่ยวเลยเย็บถุงผ้าขึ้นมาให้กับเขา
และเธอยังได้ปักรูปชานจาลูกเล็กๆ เอาไว้อีกด้วย ซึ่งเจี๋ยฟ่างรู้สึกชอบมันเป็นอย่างมาก
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจี๋ยฟ่างจึงหันกลับไปมองเสี่ยวฮั่วด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เพราะกลัวว่าเธอจะปฏิเสธ
“เอาล่ะๆ เดี๋ยวฉันจะวาดยันต์ให้นายสัก 2-3แผ่นก็แล้วกัน เพราะอารองและป้าสะใภ้รองก็ต้องมีมันเหมือนกันอีกอย่างฉันจะวาดมันเผื่ออาสะใภ้สามในอนาคตของนายด้วย”ฟู่เยี่ยนแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปบีบแก้มของน้องชายลูกพี่ลูกน้องของเธอเบาๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของฟู่เหมี่ยวก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที “เธอไปรู้อะไรมาอย่างนั้นหรือรีบพูดมาเร็วเข้าสิ ! ”
ฟู่เซินที่ได้ยินน้องสาวทั้งสองคนกำลังซุบซิบกันเกี่ยวกับเรื่องความรักของอาสามเขาจึงได้เข้ามาร่วมวงด้วยทันที
ส่วนฟู่ต้าหย่งและฟู่ต้าจวงก็ได้เดินตรงเข้าไปในครัวเพื่อหาของว่างรองท้องเนื่องจากพวกเขาไม่ได้ทานข้าวเลยจึงเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว
ในตอนนี้หวังซู่เหมยและคนอื่นกำลังอยู่ที่สวนหลังบ้าน จึงไม่รู้ว่าพวกเขากลับมาแล้วพวกเธอกำลังยุ่งอยู่กับการทำเหล้าผลไม้กันอยู่
“อ่ากลับมากันแล้วอย่างนั้นหรือ ! แล้วเจอผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า ? ” หวังซู่เหมยเอ่ยถามขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“เจอแล้วล่ะค่ะตอนนี้อาสามกำลังไปส่งเธอกลับบ้าน และตอนเย็นเขาจะกลับมากินข้าวที่บ้านของเรา โอ้ป้าสะใภ้รอง สวัสดีค่ะ ! ” หลังจากที่ฟู่เยี่ยนคุยกับทุกคนเสร็จ เธอก็ได้เล่นกับทุกคนและเดินมาที่สวนหลังบ้าน
“เสี่ยวฮั่วไม่เจอกันนาน หนูโตขึ้นมากจนฉันจำแทบไม่ได้เลยนะ ครั้งล่าสุดที่เราเจอกันหนูยังตัวเล็กพอ ๆ กับเจี๋ยฟ่างอยู่เลย”ฉือหมิ่นมองไปที่ฟู่เยี่ยนพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนโยนคงจะดีมากหากเธอมีลูกสาวเพิ่มอีกสักคน !
“ไม่ใช่แค่ตัวโตขึ้นอย่างเดียวเท่านั้นนะแต่ความสามารถของเสี่ยวฮั่วยังน่าทึ่งมาก ๆ อีกด้วย หากไม่ได้เสี่ยวฮั่วช่วยเอาไว้ป่านนี้ฉันคงได้ไปพบยมบาลแล้วล่ะ” หลังจากที่พูดจบ ฟู่ต้านีก็หันไปมองไปทางอื่นซึ่งประสบการณ์ที่เธอเจอนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก
“อย่าชมเธอให้เยอะนักเลยถึงอย่างไรเธอก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้นแหละ”แม้ว่าหวังซู่เหมยจะพูดแบบนั้นออกไปแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอนั้นรู้สึกภูมิใจกับลูกสาวมากแค่ไหน
ทันใดนั้นเองฟู่ต้าจวงก็ได้เดินออกมาจากบ้าน เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าไปเล็กน้อยเมื่อก่อนตอนที่น้องสาวของเขาอยู่ที่บ้าน เธอได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีแต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะต้องมาเจอกับคนสารเลวแบบนี้ !
“พี่ต้าจวงดูเหมือนว่าพี่จะดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าตอนที่เราสี่คนพี่น้องอยู่ด้วยกันเยอะเลยนะคะพี่ไม่ได้เป็นพี่ชายจอมซื่อบื้อเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว ! ” ฟู่ต้านีมองไปยังพี่ชายของเธอก่อนจะพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
“น้องเล็กเธอพูดถึงอะไรของเธอกัน ! ฉันอายุเกิน 30 ปีแล้วนะ”ฟู่ต้าจวงรู้สึกเขินเล็กน้อยที่ได้ยินน้องสาวพูดถึงข้อบกพร่องในอดีตของเขา
“ต่อให้ตอนนี้เธอจะมีอายุ70 แต่ฉันก็ยังคงมีอายุมากกว่าเธออยู่ดีนั่นแหละ”
“พี่สาวพี่คงยังไม่รู้สินะ แม้ว่าภายนอกเขาอาจจะดูเป็นผู้ใหญ่แต่ที่จริงแล้วตอนที่เขาอยู่บ้าน เขามีนิสัยเหมือนกับเด็กไม่มีผิดเลย”ฉือหมิ่นมองไปที่สามีของตัวเองก่อนจะเปิดโปงพฤติกรรมที่แท้จริงของเขาให้กับทุกคนได้รู้
“ฮ่าฮ่าฮ่าลุงสองมีนิสัยเหมือนกับเด็ก ! ” ลี่ลี่ที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ หัวเราะขึ้นมาทันที
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะนี้ฟู่ต้าจวงจึงลูบไปที่ศีรษะของลี่ลี่ “ลี่ลี่อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ตัวเล็กแบบนี้หรอกนะ ! ”
“แต่ผมคิดว่าอารองน่าจะมีอายุพอๆ กับลี่ลี่เลยนะครับ ฮ่าฮ่าฮ่า” ฟู่เซินเป็นคนที่ชอบพูดกวนประสาทคนอื่นอยู่แล้ว
“เสี่ยวมู่เด็กคนนี้นี่ นายอยากถูกฉันตีมากขนาดนั้นเลยหรืออย่างไรกัน ! ” ทันทีที่พูดจบฟู่ต้าจวงก็รีบวิ่งไล่จับฟู่เซินทันทีและเขาก็ได้จัดการกับหลานชายตัวแสบได้ในที่สุด
เหอะคิดว่านายยังเด็กแล้วฉันจะไม่กล้าตีอย่างนั้นหรือเด็กอวดดีอย่างนายสมควรที่จะถูกตีแล้วล่ะ !
ในตอนนี้ฟู่ต้าจวงรู้สึกว่าเขานั้นเป็นคนที่ชอบธรรมไม่น้อยเลยทีเดียว !