พอผ่านไปครู่หนึ่ง ผมถึงได้ตั้งสติได้ว่าไม่ควร จึงรีบจับมือฟางวิ่งหลบไปหามุมสงบๆ เพื่อยืนคุยกัน อารมณ์เวลานี้ของผมคือโหยหาและคิดถึงมาก (ถ้าไม่ติดสายตาคนอื่นที่อยู่เต็มไปหมด ผมอยากจะจูบฟางมากๆ) เรายืนคุยกันได้พักเดียว เพื่อนๆ พวกเราก็เรียกให้ไปขึ้นรถแล้ว ถึงเวลาที่ต้องกลับแล้ว เราก็บอกลากันและกอดกันอีกครั้ง… แล้วแยกขึ้นรถของแต่ละโรงเรียนเพื่อเดินทางกลับ
ระหว่างทาง ผมคิดทบทวนตนเองว่าผมคงจะชอบฟางเข้าแล้วจริงๆ ความรู้สึกมันพรั้งพรูมาก... ผมคงต้องเลือกฟางคบเป็แฟนจริงๆ แล้วหล่ะ แต่ยิ่งคิดต่อกลับยิ่งปวดใจ… เพราะมีอีกหนึ่งเื่สำคัญที่ผมยังไม่ได้บอกฟางเลย ว่าจริงๆ แล้วผมอยากจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ที่ไปสัมภาษณ์ที่โคราชนั้นเพียงเพื่อไปเป็เพื่อนฟางเท่านั้น…
แล้วถ้าบอกไปเธอจะเสียใจรึเปล่า หรือสุดท้ายแล้วผมควรจะทำอย่างไรดี จะไปเรียนต่อกรุงเทพตามที่ตั้งใจไว้ (ซึ่งเป็มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเป็อันดับต้นๆ ของประเทศเลย) หรือจะเรียนต่อที่โคราชเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอยู่กับฟางต่อไป… ผมตัดสินใจลำบากทีเดียว...
หลังกลับมาจากฝึกภาคสนามก็เข้าสู่่สุดท้ายของชีวิตนักเรียน ม.ปลาย ใน่กลางเดือนกุมภาพันธ์ มีการจัดกิจกรรมอำลาให้พวกเรา บรรยากาศของกิจกรรมก็เป็ไปด้วยความชื่นมื่นปนน้ำตากันไป นอกจากพิธีการแล้ว สิ่งที่เป็ไฮไลท์อีกอย่างคือการบอกความในใจกัน จะมีการเขียนเสื้อ ติดสติ๊กเกอร์ หรือให้ดอกไม้ หรือมอบจดหมายให้กัน
พวกผมเหล่าคนดังในโรงเรียน ก็จะมีรุ่นน้องมาติดสติ๊กเกอร์หรือให้ดอกไม้มากเป็พิเศษ เสื้อพวกเราเต็มไปด้วยสีของปากกา และสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ (รู้สึกดีชะมัดเลยตอนนั้น ที่สร้างชื่อเสียงมาไม่เสียเปล่า) และผมยังได้จดหมายประมาณ 3-4 ฉบับจากน้องๆ อีกด้วย (หลังเปิดอ่านดูก็เป็การปลื้มรุ่นพี่ทั่วๆ ไป ไม่ได้มีอะไรพิเศษ)
หลังเสร็จกิจกรรมข้างล่างก็เกือบถึงเวลาเลิกเรียน พวกเราก็เตรียมจะกลับขึ้นห้องเรียนที่ชั้น 4 แต่พอผมขึ้นไปถึงชั้น 3 ซึ่งเป็ชั้นของ ม.5 กลับเห็นน้องมิ้นยืนรออยู่ แล้วบอกผมว่า
“หนูยังไม่ได้เขียนเสื้อให้พี่เลย ขอเขียนหน่อย”
ผมก็โอเคเลย เพราะเธอเป็คนที่ผมเคยแอบชอบมาตั้งนานแล้ว ผมก็มีความรู้สึกดีๆ กับเธออยู่แล้ว ให้เธอเขียนแล้วเก็บเธอไว้ในความทรงจำแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน (จะได้ไม่ต้องเสียพี่เสียน้อง) เลยถามไปว่าจะเขียนตรงไหนดี เธอบอก
"ข้างหลังแล้วกัน เห็นยังมีที่ว่างอยู่"
ผมก็หันหลังให้ ผมจำได้ว่าเธอเขียนหลังคอเสื้อของผม (ชอบความรู้สึกตอนนั้นมาก) จากนั้นผมก็ถามเธอไปว่า
“มิ้นเขียนว่าไงเรอะ”
เธอก็ตอบว่า “ก็ขอให้พี่โชคดีไง ขอให้พี่ประสบความสำเร็จ รักพี่ชายคนนี้เสมอ...”
ผมฟังแล้วก็ยิ้ม ‘เราเป็ได้แค่พี่ชายจริงๆ สินะ…’ ถึงจะรู้สึกเศร้าไปบ้างแต่ก็สบายใจ ไม่งั้นเดี๋ยวคงลำบากใจแย่ เพราะผมตั้งใจจะคบฟางจริงจังแล้ว จากนั้นผมก็ขอตัวขึ้นห้องเรียนไป...
กลับถึงบ้าน หลังอาบน้ำและกินข้าวเสร็จ เตรียมกำลังจะเปิดคอมในห้องนอน เลยหยิบเสื้อนักเรียนของวันนี้มานั่งดู ลายเต็มไปหมดเลย นั่งไล่อ่านแต่ละข้อความก็มีน้ำตาซึมทีเดียว จนเหลือบไปเห็นข้อความที่มิ้นเพิ่งเขียนให้ตอนก่อนจะกลับ ผมจำตำแหน่งได้ดี ซึ่งน้องเขียนว่า
“หนูชอบพี่นะ หนูหวังว่าจะได้ดูทางช้างเผือกและฝนดาวตกพร้อมกับพี่ซักครั้งนะ”
ผมอ่านแล้วอึ้งเลย คืออะไร ยังไง ทำไมเป็แบบนี้ เมื่อก่อนเราเข้าใจผิดมาตลอดเลยเหรอ ความคิดกระเจิง ฟุ้งซ่านมาก ร้อนๆ หนาวๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี เื่ทางช้างเผือกมันเป็เื่ที่ผมเคยบอกเธอไปเมื่อครั้งแปะดาวท้องฟ้าจำลอง ซึ่งเป็การหาเหตุผลชวนคุยเื่อื่นเพื่อไม่ให้เราใกล้ชิดกันเกินไป ไม่คิดว่าเธอยังจะจำได้และเก็บไว้ในใจ
ผมตั้งสติอยู่พักใหญ่ อยากจะถามให้ชัดเจน แต่ทำใจโทรถามไม่ได้ ไม่กล้าพอ จึงได้แต่ส่งข้อความไปถามว่า...
“ที่เขียนให้พี่มันคืออะไร มิ้นเขียนเล่นหรือคิดจริงครับ..”
ผมนั่งรอข้อความตอบกลับอย่างว้าวุ่นใจ คิดไปต่างๆ นาๆ กังวลใจไปหมด ถ้าเธอล้อเล่นหล่ะ หรือถ้าเธอคิดจริงหล่ะ (ตอนนั้น คำว่า ถ้า.. เต็มหัวไปหมด) แล้วไม่นาน เธอก็พิมพ์ตอบกลับมาว่า
“คิดจริงค่ะ หนูแอบปลื้มพี่มาตั้งนานแล้ว”
ทุกอย่างในหัวที่วิ่งไปมาเมื่อครู่ กลับโล่ง ขาวโพลน ดีใจก็ดีใจ ผมชอบน้องเขามาตั้งนานแล้ว มันปลื้มปริ่มมาก แต่ก็กลับกังวลใจด้วย เพราะผมมีฟางอยู่แล้ว... ผมคิดหนักเลยจะคุยกับน้องมิ้นยังไงดี น้องคงเห็นว่าผมไม่มีแฟนหรือคนคุยในโรงเรียนเลย (เพราะผมคบแต่ละคนก็ทางไกลทั้งนั้น) เลยคิดไปว่าผมไม่มีคนคุย
ยิ่ง่นี้ผมกับน้องมิ้นก็สนิทกันเป็พิเศษจนถูกคนอื่นในโรงเรียนแซวกันออกบ่อย และผมก็จะจบแล้วด้วย สถานการณ์ในมุมของน้องมันคงสุกงอมแล้ว คงถึงเวลาที่จะต้องบอกผมแล้ว...
ผมเลยตัดสินใจโทรไปหาน้องเลยว่าอะไรยังไงกันแน่ เพื่อความชัดเจน... ตู๊ดด..... (สัญญาณรอสายดังไปพร้อมกับการพยายามตั้งสติของผม)
“ฮัลโล.. ค่ะ..” ปลายสายรับ...
“มิ้น… พี่ดีใจนะ ดีใจมากๆ ด้วย ที่มิ้นรู้สึกดีๆ กับพี่ เพราะจริงๆ แล้วพี่ก็แอบชอบมิ้นมาั้แ่ตอนเราไปสารคามด้วยกันแล้ว...” (ตอนไปแข่งวิชาการระดับภาค) ผมรีบบอกความในใจน้องกลับไป...
“จริงเหรอค่ะ... พี่เคยแอบชอบหนูเหรอ..แล้วก็ชอบหนูมาั้แ่ตอนหนูอยู่ ม.3 เลยเหรอ นานแล้วนะ ทำไมพี่ไม่เคยบอกหนูเลย” มิ้นถามกลับมาด้วยเสียที่ดูจะตื่นเต้นปนแปลกใจ...
“จริงครับ.. พี่ชอบมิ้นั้แ่เราคุยกันครั้งแรกแล้ว ยังจำได้ไหม หลังมิ้นแข่งเสร็จไง.. จากนั้นก็แอบชอบมาตลอด คอยดู คอยช่วย คอยชื้นชมมิ้นอยู่ตลอด มิ้นไม่รู้สึกบ้างเลยเหรอ” ผมก็ตอบกลับไปพร้อมหวนคิดถึงความหลังด้วยรอยยิ้ม...
“หนูดีใจ.. ดีใจมากๆ เลย จะร้องแล้วเนี่ยะ...” เธอตอบกลับมาด้วยเสียงเครือ...
ได้ยินเธอเป็แบบนี้ ทำเอาผมยิ่งสุขและปิติมาก... แล้วเลยถามไปว่า
“แล้วมิ้นรู้สึกชอบพี่ ตอนไหนเหรอ...”
“ั้แ่หนูอยู่ ม.4 แล้ว...” เธอพยายามทำเสียงแข็งตอบกลับมา
“อ้าว ก็ตั้งนานแล้วหนิ ทำไมพี่ไม่รู้เื่เลย ั้แ่ตอนไหนเนี่ยะ...” ผมก็ถามกลับด้วยความแปลกใจปนดีใจด้วย
“ก่อนที่พวกเราจะไปแข่งที่จังหวัดไง หนูประทับใจและปลื้มพี่มากเลยนะ พี่ทั้งช่วยติว ช่วยสอนให้หนู พี่ใส่ใจหนูมาก... ทั้งที่พี่ก็ยุ่งกับการแข่งของตัวเองอยู่ด้วยแท้ๆ” เธอตอบมาด้วยเสียงที่เหมือนจะอายๆ อยู่
“เพราะพี่ชอบมิ้นไง พี่เลยต้องใส่ใจมิ้นเป็พิเศษไง...” ผมก็รีบบอกเหตุผลหยอดไปอีกอย่างลืมตัว...
“แล้วยิ่งตอนแข่งปีที่แล้ว ตอนที่หนูชนะ (ชนะเลิศจังหวัด) พี่ดีกับหนูมากๆ เลย ยิ่งตอนพี่จับมือหนูตอนจับเมาส์ หนูดีใจมาก ตื่นเต้นจนหน้าแดงเลย พี่ไม่สังเกตเหรอ..” เธออธิบายต่อ
“พี่ก็อยากจะบอกว่า ตอนนั้นพี่ก็ดีใจมาก ที่ได้แอบจับมือมิ้น...” ผมรีบตอบสิ่งที่คิดไป เพราะตอนนั้นผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
“ตอนแรกพี่คิดว่า มิ้นจะเริ่มชอบพี่ ตอนพี่ลูบหัวตรงบันไดซะอีก... (ตอนเอาใบประกาศระดับภาคมาให้ดู) พลาดๆ 555” ผมก็พูดพรางหัวเราะกลบเกลื่อนไป
“ตอนนั้นหนูก็รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ อายพี่จนหน้าแดงวิ่งหนีไปไง แล้วยิ่งตอนที่อยู่ท้องฟ้าจำลองด้วยกันคืนนั้น ตอนที่เราใกล้กัน หนูมีความสุขมากๆ จนคิดจะบอกชอบพี่ั้แ่คืนนั้นแล้ว...” เธอตอบกลับมาพร้อมความในใจ...
“แล้วทำไมไม่บอกพี่หล่ะ ตอนนั้น...” ผมแอบแหย่ถามไป
“หนูเป็ผู้หญิงนะ... แล้วก็พี่เหมือนจะพยายามหนีหนูด้วย ตอนนั้น หนูพยายามเข้าใกล้พี่ พี่ก็หาเื่แยกออก เลยคิดว่าพี่ไม่ชอบหนูไง จะให้หนูกล้าบอกพี่ไปเหรอ” เธอตอบด้วยเสียงเหมือนจะน้อยใจนิดๆ
ผมก็ได้แต่หัวเราะแล้วอธิบายเธอไปว่าที่ผมทำแบบนั้นไปเพราะอะไร เธอได้ฟังแล้วก็ดีใจ... เราคุยกันมาซักพักใหญ่ๆ แล้ว สิ่งที่อยากรู้ก็ได้รู้หมดแล้ว ชัดเจนแล้ว ก่อนวางสายจึงได้แต่บอกว่า
“พี่ขอบคุณมากๆ นะ คืนนี้ฝันดี พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนครับ...”
หลังจากวางสายไป ผมก็ไม่เป็อันทำอะไรแล้ว คอมที่เพิ่งกดสวิตช์เปิดไว้ ผมก็กดชัตดาวน์เลย ขึ้นเตียงนอนเอาแขนก่ายหน้าผาก คิดและสับสนกับตัวเอง วันนี้ผมหวั่นไหวในใจเป็อย่างมาก น้องมิ้นที่ผมแอบชอบมาโดยตลอด ไม่คิดว่าจะชอบผมเหมือนกัน มันรู้สึกดีมากๆ แต่มันเหมือนจะสายไปแล้วหรือเปล่า เพราะตอนนี้ผมมีฟางอยู่แล้ว และก็รู้สึกดีกับฟางมากๆ ตกลงใจจะคบกับฟางจริงจังแล้วด้วย ทำไมมันลำบากใจแบบนี้...
‘เอายังไงดีหล่ะทีนี้ ไม่อยากเลือกใครเลย ไม่อยากเสียใครไปเลย จะทำยังไงดี…’ ผมยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว…
……….>> โลกสองใบ…