เมื่อเฉาหย่งได้ยินคำพูดของชิงเฟิงเขาก็อดไม่ได้ที่จะดีเล็กน้อย"ขอบคุณขอรับท่านเฟิงชิงที่เชื่อใจในตัวข้า ข้าขอรับประกันว่าในแหวนมิตินั้นมีหินปราณครบ9ล้านก้อน ถ้าไม่ครบท่านสามารถเอาชีวิตของข้าได้เลย"
"อืม"ชิงเฟิงหน้าอย่างเข้าใจ ต่อให้มันจะครบหรือไม่ครบเขาก็ไม่ใส่มากเท่าไหร่นัก หินปราณระดับต่ำ9ก้อนมันไม่ได้มีค่ามากมายสำหรับตัวเขา เขากลับคิดว่าแหวนมิติสำคัญกับเขามากกว่า ในระหว่านนั้นเขาก็ได้ใส่สิ่งของต่างๆลงเข้าไปในแหวนมิติ
"เอ่อ..ไม่ทราบว่าท่านเฟิงชิงมีสิ่งของใดที่ต้องการอีกหรือไม่ขอรับ ถ้ายังมีสิ่งของใดที่ท่านยังต้องการอีกได้โปรดกล่าวกับข้าได้เลย ข้าจะม อบมันให้กับท่านอย่างไม่คิดราคาเลย ตอบแทนที่ท่านได้ช่วยเสี่ยวหรงเอาไว้"เฉาหย่งกล่าวออกมาำร้อมกับมองไปที่ชิงเฟิง
ที่เขากล่าวเช่นนี้ออกมานั้นส่วนหนึ่งเขาต้องการที่จะตอบแทนชิงเฟิงที่ได้ช่วยเหลือเหม่ยหรงเอาไว้ และอีกส่วนหนึ่งเขาต้องการที่จะสานสัมพันธ์กับชิงเฟิง
คนที่คิดว่าน่าจะมีระดับนภาคนนี้เป็นการดีที่เขาจะสานสัมพันธ์ฉันท์มิตรด้วย ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้สูญเสียอะไร
"ไม่เป็นไรข้าไม่มีสิ่งที่ต้องการแล้ว "ชิงเฟิงกล่าวออกมา แน่นอนว่าเขารู้จุดประสงค์ของเฉาหย่งที่ได้กล่าวเช่นนั้นออกมา เฉาหย่งคงจะคิดว่าเขาแข็งแกร่งดังนั้นเขาเลยคิดที่สร้างความสัมพันธ์ด้วย
ชิงเฟิงเข้าใจในเจตนารมณ์นี้ดี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกไป นี่เป็นเรื่องธรรมดาที่มักจะเกิดขึ้นในโลกแห่งการบ่มเพาะ
"ข้าขอตัวก่อน"ชิงเฟิงกล่าวออกมาหลังจากนั้นเขาก็ได้หันตัวเตรียมที่จะออกจากห้องไป เขาคิดว่าตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปที่สำนักมังกรทะยานเเล้ว
เขาอยากที่จะรีบกลับไปจากนั้นก็ทรมานคนที่เคยทำร้ายเขาไว้
"ด..เดี๋ยวก่อนขอรับท่านเฟิงชิง"ในระหว่างที่ชิงเฟิงกำลังจะออกจากห้องนั้นเสียงเฉาหย่งก็ได้ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขา ชิงเฟิงหันกลับมามองพร้อมกับกล่าวถามออกมา
"มีอะไรอีกอย่างงั้นหรอ?"
"เอ่อ..คือว่าในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้ทางคฤหาสน์สมบัติจะจัดงานประมูลขึ้นมา ไม่ทราบว่าท่านเฟิงชิงต้องการที่จะเข้าร่วมหรือไม่ขอรับ แน่นอนว่าถ้าเกิดมีสิ่งใดในงานประมูลที่ท่านต้องการท่านสามารถบอกกับข้าได้ ข้าจะยกมันให้กับท่าน"เฉาหย่งยังไม่คิดที่จะยอมแพ้ที่จะสานสัมพันธ์กับชิงเฟืง เขาคิดว่าการที่จะสามารถพบเจอกับคนที่มีระดับนภานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเขาควรที่จะรีบเก็บเกี่ยวโอกาสนี้
"งานประมูล?"ชิงเฟิงกล่าวซ้ำออกมาจากนั้นเขาก็กลาาวต่อ"น่าสนใจดีนิ แต่ว่าน่าเสียดายที่วันนี้ข้าจะออกจากเมืองแสงจันทร์นี้ไปแล้ว"ชิงเฟิงกล่าวออกมาพร้อมด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่ายเบาและเสียดายปะปนเบาๆ
"อะไรน่ะ! ท่านเฟิงชิงจะออกจากเมืองในวันแล้วงั้นหรอ!? ทำไมท่านไม่อยู่ต่ออีกสักพักละขอรับ"
"ใช่ๆ ข้ายังไม่ได้ตอบแทนนายท่านเลย ทำไมท่านถึงรีบอยากจากไปกันละเจ้าค่ะ"
ทั้งเฉาหย่งเเละเหม่ยหรต่างก็ตกใจทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของชิงเฟิง จากนั้นทั้งสองคนก็พยายามที่จะรั้งตัวของชิงเฟิงไว้ให้อยู่ต่อ
ชิงเฟิงส่ายหัวและกล่าวออกมา"ข้ายังมีธุระที่ต้องจัดการ แต่ในเมื่องานประมูลจะจัดขึ้นในอีก1สัปดาห์ข้างหน้า ถ้าอย่างนั้นเมื่อข้าจัดการธุระเสร็จข้าจะมาเข้าร่วมแน่นอน"ชิงเฟิงอยากที่จะแก้แค้นคนที่ได้ทำร้ายเขาให้เสร็จก่อนเพราะถ้าเกิดปล่อยไปนานๆคนพวกนั้นก็จะมีชีวิตนานยิ่งขึ้นไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้เขาไม่ค่อยพอใจนัก เขาปล่อยพวกมันใช้ชีวิตนานไปแล้ว
"ถ้าเช่นนั้นข้าขอให้ท่านเฟิงชิงจัดการธุระให้เสร็จโดยเร็ว และสามารถมาเข้าร่วมงานประมูลได้ทัน"
"ข้าเองก็ขอให้นายท่านจัดการธุระให้เสร็จลุล่วงโดยเร็ว"
เฉาหย่งและเหม่ยหรงกล่าวอวยพรให้ชิงเฟิงจัดการธุระของตัวเองให้เสร็จโดยเร็ว
"อืม ข้าเองก็คิดว่ามันคงจะใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่"ชิงเฟิงกล่าวออกมาหลังจากนั้นเขาก็กล่าวต่อ"ในเมื่อจะจัดงานประมูลแล้วถ้าอย่างนั้นเอาสิ่งนี้ไปประมูลด้วยก็แล้วกัน"
จู่ๆสิ่งๆหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นมาในมือของชิงเฟิง หลังจากนั้นเขาก็ได้โยนมันไปให้กับเฉาหย่ง
ฟุบ!
"นี่.."
เฉาหย่งรับสิ่งๆนั้นมาและสงสัยเล็กน้อยว่าชิงเฟิงส่งอะไรมาให้กับเขา จากนั้นเขาก็มองสำรวจสิ่งของภายในมือตัวเองเล็กน้อย
"น..นี่มัน!!!"เมื่อมองสิ่งของที่อยู่ในมือเฉาหย่งก็ได้เผยความตกตะลึงออกมาก่อนที่จะอุทาน
"ก..แกนสัตว์อสูรระดับนภา!!!!"
จู่ๆทั้งเนื้อตัวของเฉาหย่งก็ได้สั่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน ในตอนนี้ใบหน้าของเขาปรากฏความไม่อยากจะเชื่อขึ้นมา
ทางด้านเหม่ยหรงเองเมื่อเธอได้คำอุทานของเฉาหย่งเธอก็ตกตะลึงขึ้นมาเช่นกัน จากนั้นเธอก็ได้จ้องมองแกนสัตว์อสูรที่อยู่ในมือของเฉาหย่ง
"ท..ท่านเฟิงชิง น.นี่คือแกนสัตว์อสูรระดับนภาใช่หรือไม่ขอรับ!?"เฉาหย่งพยายามตั้งสติของตัวเองและถามชิงเฟิงออกมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างสั่น
ปฏิกิริยาของเฉาหย่งนั้นชิงเฟิงได้คาดคิดเอาไว้แล้ว ในตอนที่เฉาหย่งเห็นแกนสัตว์ระดับปฐพีก็ตกตะลึงแล้ว และตอนนี้เมื่อเห็นแกนสัตว์อสูรระดับนภาจะไม่ตกตะลึงกว่าหรอ?
"ใช่ มันคือแกนสัตว์อสูรระดับนภา ฝากเจ้าประมูลมันด้วยล่ะ"
เมื่อได้ยินคำยืนยันของชิงเฟิงทั้งสองคนก็ได้ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์!
ในเวลานี้เฉาหย่งมั่นใจเเล้วว่าชิงเฟิงจะต้องเป็นตัวตนที่อยู่ในระดับนภาขึ้นไปแน่นอน! ในตอนแรกเขาไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นักแต่ตอนนี้เขามั่นใจในความคิดของตัวเองเเล้ว
ชิงเฟิงมองทั้งสองคนที่กำลังตกตะลึงอยู่พร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ อย่างไม่ให้ทั้งสองรู้ตัว
เมื่อทั้งสองรู้สึกตัวชิงเฟิงก็ได้หายตัวไปจากห้องเรียบร้อยแล้ว