ข่าวลือเหล่านั้นทำให้บางคนเชื่อกันว่าถ้ามนุษย์กบตนใดได้กินแฟรี่อยู่เรื่อยๆ จนถึงจำนวนที่มากพอ จะช่วยปรับสมดุลมวลพลังในร่างกายทำให้มนุษย์กบตนนั้นมีเวทมนตร์ขึ้นมาในที่สุด
ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำให้องค์ราชาคนใหม่ต้องการขยายอำนาจของเผ่าพันธุ์มนุษย์กบให้แผ่กว้างออกไปจากเดิม จึงมีคำสั่งให้เริ่มรุกรานเผ่าแฟรี่เพื่อนำเหล่าแฟรี่ตัวน้อยทั้งหลายมาสังเวยเป็นยาเสริมพลังเวทมนตร์ให้กับองค์ราชาเผ่ามนุษย์กบในปัจจุบัน
นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งสงครามล้างเผ่าพันธุ์แฟรี่ เป้าหมายแรกก็คือเผ่าแฟรี่ที่เหล่ามนุษย์กบทั้งหลายคอยให้การปกป้องซึ่งอยู่ในดันเจี้ยนเดียวกันแห่งนี้มาโดยตลอด
“ข้าเคยคิดเข้าข้างองค์ราชาว่าท่านคงอยากจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของเผ่าเรา...ท่านคง...อยากจะให้เผ่าของเรา...เปลี่ยนจากผู้ปกป้อง...เป็นผู้ปกครองผืนป่าและหนองน้ำแทน”
นายพลธาร์ชูร์พูดด้วยความรู้สึกผิด เพราะถึงอย่างไรความคิดนั้นก็เป็นสิ่งที่เลวร้ายอยู่ดี
“ทุกอย่างค่อยๆ เลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ ป่าอันอุดมสมบูรณ์ค่อยๆ เปลี่ยนสภาพไป ผืนดินและหนองน้ำแห้งแล้ง ต้นไม้เหี่ยวแห้งล้มตาย องค์ราชา...เริ่มจะไม่เป็นตัวของตัวเอง…และในบางครั้ง...”
นายพลกล่าวต่อไปด้วยความเศร้า แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อจะพูดอะไรบางอย่าง...?
ลีออนสังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ แต่ก็ไม่ทักท้วงแต่อย่างใด ปล่อยให้นายพลกบแดงตัดสินใจเองว่าจะเล่าเรื่องไหนให้พวกเขาฟัง เพื่อเป็นการให้เกียรติและไม่กดดันท่านนายพลจนมากเกินไป
“บางครั้ง...ข้าเคยแอบเห็น...เหมือนองค์ราชาท่าน...พูดคนเดียว...”
นายพลธาร์ชูร์ไม่แน่ใจซะทีเดียวกับสิ่งที่เขาเคยเห็น แต่นั่นคงไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไปแน่นอน สำหรับคนที่นายพลเห็นกันมาตั้งแต่ยังเล็กอย่างองค์ราชา
“อืมมม...บางทีเรื่องนี้อาจจะมีเงื่อนงำบางอย่างที่ซับซ้อนมากกว่านั้น...แล้วแผนการที่จะปลดปล่อยเหล่าแฟรี่ล่ะครับ?”
ลีออนเชื่อว่าท่านนายพลไม่ได้คิดไปเอง แต่เขาก็ไม่อยากเซ้าซี้เรื่องนี้มากนัก เพราะดูเหมือนว่าท่านนายพลจะไม่อยากพูดอะไรทำนองนี้ เขาจึงถามถึงประเด็นหลักด้วยความสุภาพด้วยความเคารพและให้เกียรติในตัวนายพลธาร์ชูร์
“ข้าคิดว่าเรื่องนี้คงไม่ง่ายนัก...แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป...เหล่าทหารส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เห็นด้วยในการรุกรานลบล้างเผ่าพันธุ์แฟรี่เช่นกัน...เพียงแต่ว่า...”
นายพลธาร์ชูร์ทำสีหน้าเคร่งเครียดราวกับว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
“การช่วยเหลือไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุสินะครับ...??”
ลีออนพูดเสริมเมื่อเห็นนายพลหยุดพูดไปกลางคัน เพราะเขาเองก็คิดเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว
นายพลพยักหน้าตอบรับเบาๆ เขารู้ดีว่าการช่วยเหลือเผ่าแฟรี่ในครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะสำเร็จ แต่ความต้องการแสวงหาอำนาจขององค์ราชาก็ยังไม่หมด จะมีคำสั่งให้ออกล่าเหล่าแฟรี่ต่อไปเรื่อยๆ นอกจากนั้นอาจจะเป็นการทำให้คนอื่นในเผ่ามนุษย์กบต้องได้ความเดือดร้อนตามกันไปอีกด้วย หนทางเดียวที่จะแก้ไขเรื่องนี้ให้จบลงได้ ก็มีแต่ต้องแก้ที่ตัวขององค์ราชาเท่านั้น...
“ท่านช่วยหาทางพาเหล่าแฟรี่ทุกคนไปยังที่ปลอดภัยก็พอครับ ส่วนเรื่องขององค์ราชา...ปล่อยให้คนนอกอย่างพวกเราจัดการกันเองน่าจะดีกว่าครับ...บางทีองค์ราชาอาจเห็นแก่สัมพันธภาพระหว่างเผ่าพันธุ์และอาจะยอมรับฟังความคิดเห็นของพวกเราก็ได้ครับ”
“ก็คงต้องลองดู...ยังไงก็ตาม...หาทางช่วยให้องค์ราชา...ให้ตื่นขึ้นจากความคิดบ้าๆ นี่สักที...ข้าไม่อยากเห็นท่านต้องมีชีวิตอยู่ในสภาพที่ไร้เกียรติและศักดิ์ศรีแบบนี้อีกต่อไปแล้ว...”
นายพลธาร์ชูร์พูดออกมาด้วยความรู้สึกที่แสนหดหู่เศร้าใจ เขาคงเทิดทูนองค์ราชาและเอ็นดูราวกับเป็นลูกหลานแท้ๆ ของตัวเอง
“ผมสัญญาครับ...ผมจะ...”
ลีออนยังพูดไม่ทันจบก็มีการเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้น
ฟรึ่บบบบ...!!!
เสียงพุ่มไม้ไหวราวกับมีคนรีบพุ่งผ่านทะลุหลบหนีออกไป
“แย่ละ...นั่นคงเป็นหน่วยสอดแนมขององค์ราชา...แผนการคงใช้ไม่ได้แล้ว...ต้องรีบไปช่วยทุกคนออกมาให้เร็วที่สุด...”
“พี่น้องทุกคน!!!...รวมพล...!!!”
“กอบกู้เกียรติและศักดิ์ศรีของพวกเราคืนมา...ช่วยปลดปล่อยเหล่าแฟรี่ทั้งหมดให้ได้…!!!”
เสียงเฮตอบรับของเหล่าทหารกบดังสนั่น ทหารกบทุกนายหยิบอาวุธและรีบมารวมตัวกันก่อนที่นายพลธาร์ชูร์พร้อมกองทหารจะมุ่งหน้าไปตามเส้นทางหลัก
“ไลลา...ผมมีเรื่องสำคัญต้องรบกวน...ช่วยพาเจ้าหญิงไปยังปราสาทผู้ฝึกตนเพื่อความปลอดภัยก่อน แล้วตามคนมาช่วยพวกเราทีนะ...ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปกลายเป็นเรื่องของสงครามจริงๆ แล้ว”
ลีออนฝากฝังความหวังในการปกป้องเจ้าหญิงให้ไลลาอย่างเร่งด่วน ตอนนี้ทุกอย่างไม่เรียบง่ายอย่างที่คิดไว้แล้ว
“แต่ว่า...”
ไลลาเองก็เป็นห่วงเพื่อนๆ ทุกคน
“ผมขอร้อง...ยังไงเราก็ต้องการกำลังเสริม...ฝากด้วยนะครับ”
ลีออนเน้นย้ำให้ไลลาเห็นว่าสิ่งที่ฝากไลลานั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากต่อทุกชีวิตและเรื่องนี้ก็อาจลุกลามจนเป็นชนวนสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์อีกด้วย
“เข้าใจแล้ว...ทุกคนดูแลตัวเองกันด้วยนะ”
ไลลาตอบรับภารกิจสำคัญจากลีออนก่อนจะรีบพาเจ้าหญิงแฟรี่ตัวน้อยออกไปจากดันเจี้ยนทันที
“ให้ข้า...ไปช่วยปกป้องไลลาอีกแรง...”
พลั่กกกก...!!!
คลั้บซ์ยังพูดไม่ทันจบก็โดนเอสต้าตบกระโหลกเข้าให้
“โว้ยยยยย...ข้าแค่ลองถามดูเฉยๆ...เผื่อข้างนอกมันไม่ปลอดภัย...แค่นี่ก็ต้อง...”
คลั้บซ์หัวเสียทำหน้าบูดบึ้งทันทีเมื่อโดนเอสต้าเล่นงานอีกแล้ว แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อลีออนตัดบทเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“รีบตามไปกันเถอะ ต้องช่วยทุกคนให้ได้มากที่สุด”
ลีออนบอกเสร็จก็วิ่งนำคลั้บซ์และเอสต้าตามกลุ่มของนายพลไปทันที
ทางเข้าที่แท้จริงมีม่านบังตาทำให้มองเห็นเป็นแค่ต้นไม้ธรรมดาที่อยู่หลบออกไปบนเนินหิน มองด้วยตาจะไม่รู้ได้เลยว่าตรงนี้สามารถเข้าออกได้ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วมันเหมือนเข้าไปสู่อีกมิตินึงซะมากกว่า เพราะภายนอกและภายในดูไม่มีอะไรที่เชื่อมต่อถึงกันได้เลย
สถานที่แห่งนี้เดิมน่าจะเป็นถิ่นที่อยู่ของเผ่าแฟรี่เมื่อดูจากต้นไม้พืชพรรณและทะเลสาบเล็กๆ ที่แห่งนี้คงจะเคยสวยงามและน่าหลงไหลสำหรับผู้ที่ได้มาพบเห็น แต่ตอนนี้ต้นไม้ดูรกร้างทะเลสาบดูขุ่นมัว ธรรมชาติรอบๆ ที่ควรจะสวยงามกลับมีสภาพเหมือนป่าชื้นที่แห้งแล้ง แม้มีต้นไม้มากมายแต่กลับเหี่ยวเฉารอวันตาย
ว้ากกกกกกกกกก!!!
คลั้บซ์ร้องตะโกนตกใจเสียงหลงทันทีที่เข้าไปด้านใน...!!??