ระหว่างก้าวเท้าเดิน เข้าไปใจกลางของศาลาใหญ่ ที่ตั้งอยู่ใจกลางแม่น้ำ ...อี้เฉินกวาดตามองภาพรอบๆ ที่เขาคุ้นเคย รอบสระน้ำแห่งนี้เต็มไปด้วย ดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์ผลิบาน ส่งกลิ่นหอมออกมาทั่วทิศ แม้แต่ฝูงนกต่างๆ ยังมาเล่นน้ำ ยังพื้นที่แห่งนี้จนรอบทิศ มีเสียงของนกเหล่านี้ ร้องออกมาประปราย วิวทิวทัศน์แห่งนี้ราวกับหลุดมาจาก ภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น หากนักกวีมาเห็นคงจะถูกใจพวกเขาไม่น้อย แม้แต่ตัวของอี้เฉินยังรู้สึกผ่อนคลาย เมื่อได้เชยชมมัน
แต่ในทันใดกลุ่มของพวกเขา ที่กำลังจะก้าวเดิน จวนจะถึง ศาลาใหญ่กลางแม่น้ำ ในไม่กี่สิบก้าว อี้เฉินก็สัมผัสได้ถึง ใครบางคนพุ่งมายังพื้นที่แห่งนี้ ด้วยความรวดเร็ว แถมคนผู้นี้ยังอยู่ระดับเดียวกับตัวเขาอีกด้วย เขาไม่รอช้า กวาดมือที่เต็มไปด้วยปราณพลัง ไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ส่ง จางเหมยกับ เหล่าผู้อาวุโสสำนักมังกร ถอยห่างจากตัวเขาในทันที
พวกเขาเองก็ตกใจ เมื่อเห็น เด็กหนุ่มผมขาวอยู่ๆ ก็ผลักตัวของพวกเขา มาอยู่ด้านหน้า ศาลาด้วยความรวดเร็ว เตรียมที่จะว่ากล่าวเด็กหนุ่ม ช่างไม่มีมารยาท แต่พวกเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็น ชายวัยกลางคนที่พวกเขาคุ้นเคยพุ่งเข้ามาโจมตีเด็กหนุ่มผมขาวอย่างฉับพลัน
ในเสี้ยววินาที ที่อี้เฉินยืนอยู่ท่ามกลางสะพานไม้ ชายวัยกลางคน คนหนึ่งก็ง้างกำปั้น ต่อยเข้ามาใส่อี้เฉินอย่างแรง หากตัวเขาอยู่ขั้นพลัง วีรชนคงได้บาดเจ็บเป็นแน่ ไม่คิดเจ้าสำนักมังกร จะทักทายตัวเขาเช่นนี้ อี้เฉินที่ยกมือปัดป้อง ตัวเขาถึงกับลอยกระเด็นร่วงสะพานไม้ มายืนอยู่กลางแม่น้ำในทันที
จางเหมย เมื่อนางเห็นพี่ใหญ่ของนาง ถูกโจมตี ตัวนางถึงกับกำหมัดจนแน่น คำรามออกมาด้วยความไร้เดียงสา "นี่พวกเจ้าคิดจะทำอะไร ไหนแค่พูดคุยกับท่านพี่ของข้าไม่ใช่หรือ เหตุใดต้องลงไม้ลงมือด้วย"
เหล่าผู้อาวุโสชราทั้ง5ที่อยู่ใกล้ๆ จางเหมยได้ยิน พวกเขาถึงกับหน้าเขียวคล้ำ ยังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันอยู่ ไม่คิดเจ้าสำนัก หวังซง จะออกจากการปิดขั้นพลัง มาเพื่อเด็กหนุ่มผมขาวเพียงคนเดียว หญิงชราตวาดไปที่ จางเหมยในทันที "เจ้าหุบปากเสีย หากยังเปิดปากเอ่ยพูดคำใดออกมาอีก ข้าจะตีเจ้าให้ก้นลายเลย"
จางเหมย เมื่อนางได้ยินหญิงชราที่เป็นถึง รองเจ้าสำนักมังกรเอ่ยข่มขู่ออกมา นางถึงกับทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ ก่อนนางจะเฝ้ามองภาพเบื้องหน้าเหมือนคนอื่นๆ ด้วยความตกใจ เหมือนว่า เจ้าสำนักมังกรจะรู้จักอี้เฉินเป็นการส่วนตัว มันจึงทำให้พวกเขาเริ่มประหลาดใจ แต่เมื่อพวกผู้อาวุโสชรา ได้ยินชื่อของอี้เฉิน พวกเขาก็เริ่มจดจำภาพเด็กหนุ่มผมขาวในวันวานได้
ผู้อาวุโสชางซง ที่เคยไปดูการประลองของอี้เฉิน กับเจ้าปาเปา กับเจ้าหารสิ้น อยู่หลายครั้ง เขาจึงจดจำภาพของเด็กหนุ่มผมขาวได้เป็นอย่างดี ถึงพวกเขาจะไม่ลงรอยกันไปบ้างในช่วงแรก แต่ก็ไม่ได้มีความบาดหมางอะไรกัน "เจ้ายังไม่ตายจริงๆ งั้นหรือ ข้าเหมือนจะจำเขาได้แล้ว เขาเองก็เป็นลูกศิษย์ของสำนักมังกร มาก่อน"
ผู้อาวุโสชรา อีกคนก็เอ่ยพูดขึ้นมา "ข้าเองก็จำเขาได้แล้ว ข้าได้ไปดูการประลองของเขาเมื่อ7ปี ก่อนมาเหมือนกัน ไม่คิดเด็กหนุ่มจะยังดวงแข็ง รอดจนมาถึงทุกวันนี้ได้ แถมพลังในการต่อสู้เองก็ยังไม่ธรรมดา ยากที่จะหาจอมยุทธรุ่นเยาว์ภายในดินแดนแห่งนี้ต่อกรได้"
ทางด้านอี้เฉินที่พูดคุยกับเจ้าสำนักมังกร หวังซง อยู่หลายประโยค เขาเตรียมที่จะไต่ถาม ว่าหลินเฟย ตัวนางอยู่ที่ใด แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ไต่ถาม หมัดของเจ้าสำนัก ที่สำแดงหมัดมังกรก็พุ่งเข้าใส่หน้าอกของเขาอย่างฉับพลัน อี้เฉินที่เห็นท่าไม่ดี เขายกแขนที่เต็มไปด้วยปราณพลังขึ้นมาปัดป้องในทันใด
เสียง"ตู้ม"ดังก้อง แม่น้ำใหญ่ถึงกับแตกกระจายแหวกเป็นหลุมน้ำลึก ละอองน้ำที่ถูกบีบอัดลอยคละคลุ้งไปทั่วทิศ
อี้เฉินยกยิ้ม ก่อนคำนับไปที่เจ้าสำนักมังกร "ท่านเอาจริงหรือ ที่คิดจะทดสอบพลังของข้า ต่อหน้าเหล่าลูกศิษย์ ของท่านเช่นนี้"
เจ้าสำนักมังกร หวังซง ส่ายหัว "เจ้าอย่าได้ถ่อมตัวไป อี้เฉิน ข้าเองก็อายุไม่น้อยแล้ว มาทำให้ข้าสนุกหน่อยจะเป็นไรไป ข้าเองก็อยากรู้ ว่าเจ้าได้อะไรจากต่างดินแดนมาบ้าง"
อี้เฉินที่ได้ยินคำพูดของ เจ้าสำนักมังกร หวังซง เขาไม่รอช้าอีกต่อไป กระทืบเท้าลงไปภายในแม่น้ำอย่างแรง จนแม่น้ำแตกกระจายขึ้นมาเป็นสาย ก่อนอี้เฉินจะสะบัดมือที่เต็มไปด้วยปราณพลัง ฟาดใส่น้ำที่อยู่เบื้องหน้าอย่างแรง น้ำด้านหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็น หอกน้ำแหลม พุ่งเข้าใส่ เจ้าสำนักมังกร หวังซง ในทันที
เจ้าสำนักมังกร หวังซง หมุนหมัดมังกรตั้งท่า ก่อนง้างกำปั้นต่อยออกมา เบื้องหน้าอย่างแรง มังกรสีทองตัวใหญ่ กวาดเอาหอกน้ำที่อี้เฉินสร้างจนสลายหายไปในพริบตา ก่อนทั้งคู่จะหายออกไปอย่างฉับพลัน ต่อยหมัดเข้าใส่กันอีกหลายสิบกระบวนท่าในพริบตา รอบๆ สั่นไหวน้อยๆ แม่น้ำหลายๆ แห่ง เต็มไปด้วยหลุมยุบใหญ่
เหล่าผู้คนที่อยู่รอบๆ ศาลากลางแม่น้ำถึงกับตาเบิกกว้างอ้าปากค้าง เมื่อพวกเขามองดูการต่อสู้ ไม่คิด เจ้าสำนักมังกร จะไม่สามารถล้มเด็กหนุ่มด้วยฝ่ามือเดียวได้ แต่ผู้อาวุโสหลายๆ คนที่เห็นภาพการต่อสู้ พวกเขากลับรู้สึกหวั่นใจ หากเด็กหนุ่มผู้นี้เติบโตภายภาคหน้า เขาอาจจะเป็นผู้พลิกชะตาฟ้าลิขิต ก็เป็นได้
ทั้งคู่ที่ปะทะกันหลายสิบ กระบวนท่าก็ไม่มีท่าทีว่าใครจะเสียเปรียบใคร อี้เฉินเขาถึงกับส่ายหัว ไม่คิดเจ้าสำนักมังกร หวังซง ยังจะคิดต่อสู้อยู่อีก เขาที่เห็น ชายวัยกลางคนตั้งท่าพร้อมโจมตี มันก็ทำให้เขาถอนหายใจยาวออกมา ทันทีที่เขาเห็นชายชรากำลังจะงอตัว เตรียมที่จะพุ่งเข้ามา
แต่ในเสี้ยววินาที อี้เฉินก็เลือบไปเห็น หญิงสาวที่อยู่ภายในศาลาเผยตัวออกมา ใบหน้าของนางช่าง งดงามราวกับหลุดมาจากภาพวาด อาภรณ์สีฟ้าปริวไสวไปตามแรงลม ทั้งใบหน้าที่ดูขาวเนียนละเอียด คิ้วโค้งเป็นคันศร ปากสีแดงอวบอิ่มได้รูป ดั่งเซียนหญิงบริสุทธิ์เดินย่างกาย ตรงมาที่ตัวเขา แต่แววตาของนางเต็มไปด้วยคราบน้ำตาของความดีใจ อี้เฉินจดจำใบหน้าของนางได้ไม่มีลืมเลือน นางก็คือหลินเฟย คนที่เคยช่วยชีวิตตัวเขาเอาไว้ เมื่อในยามอดีต
นางไม่แม้จะสนใจการต่อสู้ของพวกเขาสองคนเสียด้วยซ้ำ พุ่งเข้ามาใจกลางของการต่อสู้อย่างไม่ลังเล ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มยินดี
อี้เฉินที่เห็นการโจมตีของ เจ้าสำนักมังกร หวังซง ง้างกรงเล็บสร้างสัญลักษณ์มังกร พุ่งเข้ามา อี้เฉินไม่รอช้า สำแดงวิชา หมื่นโลกเพื่อป้องกันตัวหลินเฟย ที่พุ่งเข้ามาหาเขาในทันที ปราณพลังของอี้เฉินถูกสูบกลืนออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนมันจะสร้างโลกใบเล็กขึ้นมา ล้อมพันกายาของอี้เฉินกับ หลินเฟย เข้าไว้ด้วยกันเพื่อป้องกันการโจมตีที่พุ่งเข้ามา
เสียง"ตู้ม"ดังก้อง โลกที่อี้เฉินสร้างถึงกับแตกร้าว
อี้เฉิน เตรียมที่จะเอ่ยกล่าวเตือนตัวหลินเฟย ไม่คิดหลินเฟยจะเข้ามาท่ามกลางการต่อสู้เช่นนี้ ตัวนางเหมือนจะอยู่แค่ขั้นพลัง วีรชน ระดับต้นเท่านั้น หากโดนการโจมตีนั้นเข้าไป ตัวนางได้ตายแน่ แต่เมื่ออี้เฉินเห็นใบหน้าของนางมีน้ำตาไหลรินออกมา จากหางตามันก็ทำให้เขาถึงกับกลืนน้ำลายไปคำใหญ่ ไม่กล้าเอ่ยพูดคำใดออกมาแม้แต่น้อย
หลินเฟย มองใบหน้าเด็กหนุ่มที่แสนคิดถึง อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หวังว่าเขาคนนั้นจะมารับตัวนางไป ...แต่นี่ก็ผ่านไปถึง7ปี ไม่คิดวันนี้ วันที่นางรอคอยจะมาถึง นางที่เข้าไปใกล้ตัวของอี้เฉินได้ ตัวนางไม่รอช้าอีกต่อไป เข้าไปกอดตัวอี้เฉินไว้แน่น จนอี้เฉินได้กลิ่นหอมจากกายาของนางเด่นชัด แม้แต่ส่วนเว้าส่วนโค้งของนาง ยังแนบชิดสนิทกายาของอี้เฉิน จนตัวอี้เฉินรู้สึกถึงอะไรนุ่มๆ ได้
เจ้าสำนักมังกร หวังซง เขาที่เห็นอี้เฉินไม่มีท่าทีคิดสู้อีกต่อไป เขาถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเสียดาย ไม่คิดหลินเฟยจะเข้ามาขัดขวางเสียได้
หญิงชรา กวนซี นางถึงกับหน้ามืดทะมึน เมื่อเห็น ลูกศิษย์ของนาง เข้าไปสวมกอดชายหนุ่ม อยู่ท่ามกลางสายตาผู้คนโดยรอบ หลายๆ คนเองก็ต่างพากันไต่ถาม พวกเขาเองก็อยากรู้ ศิษย์พี่หลินเฟยของพวกเขา รู้จักเด็กหนุ่มผมขาวนั้น เป็นการส่วนตัวงั้นหรือ
เด็กหนุ่มเอ่ยพูดขึ้นมาด้วย ความไม่ยอมแพ้ "พวกเจ้าดูหน้าไอ้เด็กหนุ่มผมขาวนั้นสิ ข้าว่ามันต้องไม่ใช่ คนดีอย่างแน่นอน"
เด็กหนุ่มอีกคนเอ่ยเสริมในทันที "ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ดูใบหน้าของมันสิ ช่างเหมือนหนุ่มน้อยเจ้าสำราญ ที่คอยหาหญิงงามมายืนอยู่ข้างกาย เสียจริง"