บทที่ 47 ดาบและกระบี่
ในเวลาเดียวกับที่หลินตงและคงหมิง สนทนากันอยู่นั้นเอง ชายในชุดคลุมดำทั้งสองที่ถูกซัดลอยไปเมื่อครู่ ตอนนี้ได้กลับมาปรากฏตัวเบื้องหน้าชายหนุ่มและคงหมิงแล้ว
“ความแข็งแกร่งของพวกเจ้ามากพอที่จะรู้นามของพวกข้า”
“ข้า อู๋เจา และนั่นศิษย์น้องและก็เป็นน้องชายของข้า อู๋จ้าน พวกข้าคือศิษย์แกนหลักของสำนักเทพกระบี่มาร เอ่ยนามของเจ้ามาจอมยุทธ์ของมหาทวีปฟ้านิรันดร์”
เมื่อเห็นการแสดงออกและคำพูดที่จริงจังของชายในชุดคลุมเบื้องหน้า ชายหนุ่มจึงเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน
“ข้าหลินตงและนี่คือสหายข้าคงหมิง ส่วนสถานะของข้าตอนนี้คงจะเป็นอดีตเจ้าสำนักเล็กๆที่ล้มเหลวล่ะมั้ง”
เอ่ยจบชายหนุ่มได้ยกดาบในมือของตนขึ้นมาไว้เบื้องหน้าและปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของดาบประจำตระกูลเล่มนี้ออกมา
ก่อนที่ดาบประจำตระกูลเล่มนี้จะเข้ารับทัณฑ์สวรรค์ แม้ใบดาบจะอยู่ในฝักแต่ก็ไม่อาจปิดบังกลิ่นไอสังหารได้
ทว่าเวลานี้หลังจากที่รับทัณฑ์สวรรค์มาเพียงครั้งเดียว หากชายหนุ่มไม่ปลดปล่อยพลังของดาบด้วยตนเองก็ไม่มีใครจะสามารถรับรู้ถึงความน่ากลัวของดาบเล่มนี้ได้เลย
เมื่อพลังที่แท้จริงของดาบในมือชายหนุ่มถูกปลดปล่อย แรงกดดันที่ดาบนี้สร้างขึ้นได้ทำให้ อู๋เจาและอู๋จ้านสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที
“ฮ่าๆ น้องข้า ข้าคิดว่าพวกเราสองคนน่าจะโชคร้ายที่สุดในหมู่พวกเราทั้งหมดแล้วล่ะนะ ไอเจ้านี่มันอันตรายสุดๆ ไปเลยแหละ”
“ข้าสัมผัสได้ว่าพลังของเจ้าหลินตงนั่นมันยังไม่คงที่ดีนะ เจ้านั่นคงจะพึ่งตัดผ่านมาเป็นแน่หากปล่อยให้เจ้านั่นปรับสมดุลพลังในระดับนี้ได้ เวลานั้นเราทั้งสองคงไม่ใช่คู่มือของเจ้านั่นอีกต่อไปแน่”
“ส่วนไอเจ้าสุนัขคงหมิงนั่นก็ไม่ต่างกัน เราต้องรีบจบการต่อสู้ครั้งนี้ให้เร็วที่สุด ข้าจะรับมือเจ้าหลินตงส่วนเจ้ารับมือเจ้าสุนัขคงหมิงเช่นเดิม แต่ครั้งนี้พวกเราจะต้องใช้พลังที่แท้จริงทั้งหมด”
เมื่ออู๋เจาเอ่ยจบ กระบี่ในมือของทั้งสองได้ปรากฏรอยสลักรูปกระบี่ขึ้นมาที่กลางกระบี่ พร้อมกับแรงกดดันจากกระบี่ที่เพิ่มขึ้นมาอย่างท่วมท้น
“ปลดปล่อยกระบี่มาร”
เมื่อทั้งสองปลดปล่อยพลังที่แท้จริงแล้วจึงพุ่งทะยานเข้าใส่เป้าหมายของแต่ละคนอีกครั้ง พร้อมฟาดฟันกระบี่ใส่คู่ต่อสู้ในทันที
ในด้านของชายหนุ่มที่เห็นอู๋เจาพุ่งเข้ามาพร้อมกับฟาดฟันกระบี่ในมือเข้าหาตน ชายหนุ่มที่อยากจะทดสอบการเปลี่ยนแปลงของดาบประจำตระกูลหลังอาบทัณฑ์สวรรค์ จึงฟาดฟันดาบกลับไปโดยไม่ใช้วิชามรรคใดเลย
เมื่อดาบและกระบี่เข้าปะทะกัน คลื่นแรงปะทะได้ทำให้จอมยุทธ์ในรัศมีที่แข็งแกร่งไม่พอลอยกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง
เมื่อการปะทะกันหยุดลง ทั้งคู่ได้ถอยห่างออกจากกันพร้อมแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาทั้งคู่อย่างเห็นได้ชัด
“นี่พลังของดาบประจำตระกูลเพิ่มขึ้นขนาดนี้เชียวรึ แต่กระบี่ของเจ้านั่นก็คงไม่ธรรมดาเช่นกันถึงข้าจะไม่รู้ว่า ดาบประจำตระกูลจะเป็นอาวุธระดับใดกันแน่แต่จากการที่ข้าใช้มันข้ามทัณฑ์สวรรค์”
“มันจะต้องเป็นอาวุธระดับสวรรค์เป็นอย่างน้อย และการที่เจ้านั่นสามารถใช้กระบี่ปะทะกับดาบเล่มนี้ได้ เบื้องหลังของกระบี่เล่มนั้นก็ต้องไม่ธรรมดาเช่นกัน”
ในเวลาเดียวกันกับตอนที่ชายหนุ่มตกตะลึงอยู่นั่นเอง อู๋เจาที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับชายหนุ่มก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน
“ดาบนั่นมันอันใดกัน เหตุใดจึงสามารถต้านทานกระบี่ของข้าได้แม้ว่าข้าจะปลุกพลังของอักขระกระบี่มารที่เป็นถึงอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ในตัวกระบี่แล้วก็ตาม”
“แม้จะเป็นแค่เศษเสี้ยวของอาวุธศักดิ์สิทธิ์หากต้องปะทะกับอาวุธระดับสวรรค์ทั่วๆไป ผลลัพธ์ไม่มีทางที่จะออกมาเสมอกันเช่นนี้เป็นแน่”
อู๋เจาเอ่ยออกมาพร้อมกับสีหน้าจริงจังมากกว่าเดิม
ในด้านของอู๋จ้านที่ปะทะกับคงหมิง กระบี่ที่ฟาดฟันลงมาได้ถูกกรงเล็บของคงหมิงตั้งรับไว้ได้
“ร่างกายของเจ้า แข็งแกร่งเสียจริงนะงั้นลองชิมวิชามรรคประจำสำนักข้าหน่อยเป็นอย่างไร”
“วิชามรรคเทพกระบี่มาร”
“เขตแดนดาบมาร”
ในตอนนี้เองอู๋เจาก็ได้สำแดงวิชามรรคนี้ออกมาเช่นเดียวกัน
เมื่อทั้งสองใช้วิชามรรคเขตแดนพร้อมๆกัน จึงทำให้พื้นที่โดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยเขตแดนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทว่ารอบๆ ตัวของคงหมิงและชายหนุ่มนั้นกลับไม่ถูกเขตแดนปกคลุมไปด้วย ในตอนนั้นเองอาณาเขตรอบๆตัวคงหมิงได้ค่อยๆกลืนกินเขตแดนโดยรอบอย่างรวดเร็วจนอาณาเขตนั้นถูกแบ่งเป็นสองส่วน
อาณาเขตของสองพี่น้องนั้นให้ความรู้สึกกดดันและชั่วร้ายปะปนกันไปในขณะที่เขตแดนของคงหมิงนั้นให้ความรู้สึกเสมือนปากของอสุรกายที่หากผู้ใดย่างกายเข้ามาจะถูกกลืนกินอย่างไร้ทางต่อต้าน
ในด้านของชายหนุ่มนั้น ผู้ที่ไม่มีทั้งวิชาประจำสำนัก ไม่มีมรดกทางสายเลือดและวิชามรรคของตนก็ยังไม่สมบูรณ์จึงไม่มีทางที่จะใช้วิชามรรค รูปแบบเขตแดนได้เลย เพราะการจะใช้เขตแดนของวิชามรรคใดวิชามรรคนั้นจะต้องสมบูรณ์และฝึกฝนจนถึงขั้นสุดท้ายได้แล้วเท่านั้น
ส่วนเขตแดนของคงหมิงนั้นจากการคาดเดาของชายหนุ่ม นี่จะต้องเป็นเขตแดนทางสายเลือดอย่างแน่นอน
ในตอนนี้เองเมื่ออู๋เจาและอู๋จ้าน เห็นเขตแดนของคงหมิงอย่างชัดเจน ความตกตะลึงได้ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของคนทั้งสองอย่างปิดไม่มิด
“นะ…นี่มันไม่ใช่เขตแดนมรรคของเผ่าสุนัขกลืนสวรรค์งั้นรึ”
“เหตุใดหนึ่งในเผ่าราชาของสัตว์เทพจึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“ไม่ว่าจะเป็นดาบของเจ้านั่น หรือจะเป็นสมาชิกของเผ่าสุนัขกลืนสวรรค์ เหตุใดสิ่งเหล่านี้ถึงมาปรากฏในมหาทวีปปิดตายเช่นนี้กัน”
สิ้นเสียงของอู๋เจา ปราณมารอันเข้มข้นได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือพร้อมกับหลอมรวมไปที่กระบี่อย่างรวดเร็ว
จากผู้เขียน: ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามมานะครับ หากไรต์ผิดพลาดตรงไหนสามารถคอมเม้นต์ติชมได้เลยนะครับ????
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio ฟรีทุกตอน