: เื่บังเอิญ
@ดึกสงัดคอนโด เวลา09.30 น.ของวันเสาร์
ก๊อก ก๊อก ก๊อก มีพัสดุมาส่งคร้าบ…
ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ส่งพัสดุโว๊ยคร้าบบ…
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! พัสดุ๊ววววววว
…
“อือ..ค่าาาา”
ฉันตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอันเฉื่อยชาตามประสาคนพึ่งตื่นความงัวเงียง่วงซึมอัดแน่นตีขึ้นมาเป็อาการปวดหนึบอยู่ข้างขมับทันทีที่ฉันดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงนั้นคงเป็เพราะร่างกายที่พึ่งจะได้พักผ่อนเพียงแค่ชั่วโมงกว่าเท่านั้น สองขาก้าวขาค่อยๆ ก้าวเดินไปตามสัญชาติญาณและความเคยชินเมื่อเท้าแตะถึงพื้นกระเบื้องเย็น
แก๊ก
“พัสดุครับ ทั้งหมดแปดร้อยเก้าสิบบาท”
เสียงของเด็กผู้ชายวัยใกล้เคียงกันดังขึ้นทันทีเมื่อฉันดันประตูให้เปิดออก
“ฮ้าว~..แป๊บนะคะ”ฉันหาวอัดหน้าพนักงานขนส่งไปทีก่อนจะเดินโงนเงนกลับเข้าห้องเพื่อหยิบเงินสดออกมาจ่ายค่าพัสดุจำนวนเกือบพัน
“เซ็นรับของตรงนี้ด้วยนะครับ”
ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะรับเอามือถือจากอีกฝ่ายที่ยื่นมาให้ จรดปลายนิ้วเรียวลงบนหน้าจอสมาทโฟนแล้วขีดเขี่ยชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองลงไปแบบไม่ปราณีตนัก
“นี่ค่ะ”
ฉันส่งมือถือคืนให้ชายตรงหน้า ในขณะที่เขาเองก็ยื่นกล่องพัสดุทรงสี่เหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาให้ฉันเช่นเดียวกัน
พึ่งสั่งเมื่อคืน มาเร็วจังวะ…ฉันคิดในใจพลางมองกล่องพัสดุในมือก่อนจะโยนมันทิ้งเอาไว้บนโซฟาแล้วจึงเดินกลับเข้าไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มภายในห้องนอนอีกครั้ง ด้วยความง่วงที่มีอยู่อย่างมหาศาลทำให้ผล็อยหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน
16.00 น.
“อึก อึก อึก ฮ่าา~”
ปั่ก ขวดน้ำเปล่าที่มีน้ำหลงเหลืออยู่เพียงครึ่งถูกกระแทกลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาฉันยกขาขึ้นนั่งท่าขัดสมาธิพร้อมกับหยิบหมอนใบเล็กที่วางกองอยู่ข้าง ๆ มาวางบนตักก่อ14นจะหยิบรีโมทเพื่อกดเปิดทีวีจอแบนตรงหน้าด้วยเทคโนโลยีและความทันสมัยที่ลื่นไหลไปตามยุคทำให้ภาพเคลื่อนไหวปรากฎชัดขึ้นบนจอสี่เหลี่ยมเสียงทีวีดังแทรกความเงียบงันภายในห้องขึ้นมาทันที
“ไหนดูซิ” ฉันเอื้อมมือไปคว้าเอากล่องพัสดุที่โยนทิ้งไว้เมื่อเช้าขึ้นมาแกะ
เสียงแควกควากดังจากกล่องที่เริ่มถูกดึงทึ้งเพราะ้าจะเอาของที่อยู่ข้างในออกมา
“แกะยากจังวะ”
เมื่อการใช้แรงไม่เป็ผลฉันจึงตัดสินใจหันไปพึ่งคมมีดปลายคัตเตอร์ถูกกดลงแล้วกรีดยาวตามแนวเทปที่แปะติดอยู่บนกล่องไม่นานปากกล่องก็ถูกฉันเปิดอ้าออกจนได้แต่เมื่อมองเห็นกล่องอีกใบที่ซ้อนอยู่ด้านในก็ทำเอาคิ้วของฉันขมวดเข้าหากันแน่นเพราะหน้ากล่องนั้นมันมีข้อความตัวเบอเร่อว่า JIMกระป๋อง
“จิมกระป๋องเวอร์ชั่นเหมือนพิเศษแถมเจลหล่อลื่นกลิ่นสตอร์เบอรี่ให้ด้วยนะจ้ะอิอิ…เห้อะไรวะเนี้ย!!”
ฉันสบถคำหยาบเมื่ออ่านข้อความบนกล่องสีชมพูนั้นเสร็จ
“ห้อง405.. ห้องเรามัน406นี่…”
สายตาฉันไปสะดุดเข้ากับที่อยู่ผู้รับซึ่งแปะอยู่หน้ากล่องในตอนที่พลิกมันไปมาเพื่อดูข้อมูลผู้ส่ง
“แม่มเอ้ยผิดห้อง!!”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ฉันยกมือขึ้นเคาะยังประตูห้อง405ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องกันนี่เองสายตากำลังกวาดมองสภาพประตูบานสีแดงตรงหน้าที่ดูจะโดดเด่นและแปลกประหลาดกว่าห้องอื่นๆ สติ๊กเกอร์จูบ สติ๊กเกอร์รูปก้นแม้กระทั้งสติ๊กเกอร์จิ้งจกเอากันก็ยังมีไหนจะข้อความภาษาอังกฤษแสนล่อแหลมที่แปะอยู่เต็มไปหมดนั้นอีก
“ไอ้เ้าของห้องนี่มันต้องเป็พวกบ้ากามแน่ ๆ โรคจิตชะมัด เสียเงินไปตั้งแปดร้อยเก้าสิบบาทถ้าเจอหน้าแล้วไม่ยอมจ่ายนะเจอดีแน่”
ฉันพูดลอย ๆ กับตัวเองก่อนจะยกมือเคาะประตูตรงหน้าอีกครั้ง แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววว่าจะมีใครเปิดออกมา
“มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?”
เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นไม่ไกลจากทางด้านขวา คำพูดที่ดังจากปากนั้นบ่งบอกว่าเ้าตัวคือเ้าของห้องห้องนี้อย่างแน่นอนฉันพ่นลมหายใจออกมาละคนหงุดหงิดใจก่อนจะหันควับไปทางต้นเสียงนั้นทันที
“จะอะไรซะอีกล่ะ ก็ไอ้ของ ๆ นะ…”
โคตรหล่อเลยนี่หว่า…คำด่าที่คิดว่าจะพ่นมันออกมาถูกความหล่อของคนตรงหน้ากลืนหายเข้ากลีบเมฆไปเรียบร้อยตัวสูงหุ่นดีไม่ล้ำไม่ผอมจนเกินไปผิวขาว ใบหน้าเรียวเล็ก จมูกโด่งเป็สันริมฝีปากหนาและใหญ่ คิ้วเข้ม ดวงตาคมแถมทรงผมยังเข้ากับรูปหน้าได้อย่างเหมาะเจาะ โอ้ยรู้สึกเหมือนจะโดนตก(><)
“โถ่เอ้ย.. เห็นข้าง ๆ นึกว่าจะสวยกว่านี้”
เสียงพึมพำจากปากหนาดังพอจะดึงสติของฉันกลับมาอีกครั้ง
“ห๊ะ ว่าไงนะ?”
“ป่าว มายืนเคาะห้องฉันมีธุระอะไร”
น้ำเสียงของเขาดูเหมือนจะเปลี่ยนไปพร้อมกับท่าทีผิดหวังที่แสดงออกชัดเต็มดวงหน้า
“จะอะไรซะอีกล่ะ ก็ของ ๆ นายมันดันส่งผิดมาที่ห้องฉันน่ะสิ”
ฉันตอบพร้อมกับยื่นกล่องพัสดุในมือให้อีกฝ่าย
“อ๋อ~”
เขายิ้มออกมาทันทีเหมือนรู้ว่าของข้างในคืออะไรแล้วจึงรับมันไปถือเอาไว้
ยิ้มแล้วโคตรหล่อเลยแม่เ้าโว๊ยยย รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลานั้นทำเอาฉันใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดทะลุออกมานอกอกนี่สินะที่เขาพูดกันว่าความหล่อมันสามารถฆ่าคนได้ (เขาคนนั้นก็คือเพื่อนของฉันเอง)
“เธอแอบแกะของของฉันดูด้วยเหรอ?”
“โทษทีคือ... ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ฉันนึกว่าเป็ของของตัวเองน่ะ”
ฉันรีบแก้ตัวพัลวันเพราะไม่อยากถูกอีกฝ่ายมองว่าไร้มารยาท
“ไม่เป็ไร ฉันไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อย”
“งั้นเหรอ อืมโอเค”
ทำไมเขาจะต้องยิ้มแล้วมองมาด้วยสายตากรุ่มกริ่มแบบนั้นด้วยฉันรู้สึกได้เลยว่าใบหน้าของตัวเองมันกำลังร้อนผ่าวขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบสุก
“รับของได้ แสดงว่าเธอจ่ายตังไปแล้วอ่ะดิ”
“อ๋อใช่ จ่ายไปแล้วแปดร้อยเก้าสิบบาทอ่ะ”
เขาพยักหน้ารับก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบเอามือถือไอเพนรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมามือหนากดปลดล็อกหน้าจอจนมันมีแสงสว่างวาบขึ้นแล้วจึงยื่นมันมาตรงหน้าฉัน
“ขอเบอร์หน่อยดิ”
“หะ..ห้ะ??”
“ฉันไม่มีเงินสดติดตัว ขอเบอร์ไว้เดี๋ยวโทรไปถามเลขบัญชีไง”
“อ่าา ห้องฉันอยู่ตรงข้ามนี่เอง ถ้านายสะดวกโอนแล้วมาที่ห้องฉันก็ได้”
“ชวนเข้าห้องเหรอ^^?”
ตอนนี้ไม่ได้มีแค่มือถือแล้วที่ยื่นมาใกล้ แต่ใบหน้าหล่อ ๆ นั้นก็ยื่นเข้ามาหาฉันด้วยเหมือนกันหน้าโคตรใสเลยวุ้ยคนอะไรวะไม่มีรูขุมขน
“ช่ายย… เอ้ย! ไม่ใช่ ฉันหมายถึง”
“ฉันไม่ค่อยได้อยู่ห้องน่ะ อีกอย่างฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนที่ฉันอยู่เธอจะอยู่ไหมให้เบอร์กับฉันเถอะน่านะ นะ นะ”
พรึ่บ ฉันหยิบเอาไอเพนมาจากมืออีกคนพร้อมกับกดเบอร์โทรของตัวเองลงในเครื่องแล้วเมมชื่อเอาไว้ให้เขาเสร็จสรรพด้วยความเร็วแสงก็เล่นออดอ้อนกันเบอร์นี้ใครมันจะไปทนไหวน่ารักเป็บ้าเป็บอเลยเว้ย
“อะ นี่เบอร์ฉัน ถ้านายยังไม่มีตังก็ไม่ต้องคืนก็ได้นะแปดร้อยเก้าสิบบาทมัน..เล็กน้อยอ่ะ”
“ใจดีจัง ผักหวาน.. ชื่อก็น่ารักเราขอเรียกว่าผักนะ^^”
(*////*) โอ๊ยแม่มหยุดหล่อเรี่ยราดสักทีจะได้ไหม ใจฉันมันจะทนรับดาเมจไม่ไหวอยู่แล้วโว๊ยลากเข้าห้องเลยดีไหม ลากเข้าห้องเลยดีไหมเนี้ยยย