เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่4 ตอนที่ 98 : ไม่ได้เล่นเทนนิส

            เมื่อได้ยินชื่อ'หยาง ซีจิ้ว'ทุกคนต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

            หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า"มังกรหยก หยกก๊าหว่า"ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากแน่นอนว่าทุกคนต่างเข้าใจความหมายเบื้องหลังคำของหยางเฉินอย่างไรก็ตามหลังจากที่หัวเราะออกไปแล้วพวกเขาก็ตระหนักได้ว่าสถานการณ์เช่นนี้ไม่ถูกต้องผู้ชายคนนี้กำลังเผชิญหน้ากับทายาทคนเดียวของตงซิ่งกรุ๊ป โจวตงเฉิงลูกชายหัวหน้าแก๊งโลกใต้ดินของฝั่งตะวันออกของเมืองจงไห่ สารเลวนี่ยังกล้าล้อเล่นมันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วหรือยังไง!?

            แต่แปลกที่โจวตงเฉิงไม่ตอบโต้ใดๆ กลับกันเขาเผยรอยยิ้ม พร้อมกล่าวว่า

            "คุณหยางชอบล้อเล่นเสียจริงแต่ผมก็ชอบผู้ชายที่มีอารมณ์ขัน" เสียงของเขานุ่มนวลอ่อนโยนและมีความอายเล็กน้อยแฝงในคำพูด

            ได้ยินดังนั้นหยางเฉินก็ขนลุกซู่ไปทั่วร่างเขาดึงออกบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาสูบ หลังจากพ่นควันออกมาหลายครั้งเขาก็ใจเย็นลง พร้อมกล่าวว่า

            "แต่ผมไม่อยากให้ผู้ชายมาชอบ"

            "คุณไม่ชอบแต่ไม่ได้หมายความว่าผมไม่สามารถชอบคุณ"

            หยางเฉินคีบบุหรี่และใช้มือข้างเดียวกันเสยผมขึ้น โดยไม่กลัวของบุหรี่เผาผมโจวตงเฉิงค่อนข้างหน้าหนากว่าที่เขาคิด

            แขกที่มาที่นี่ต่างทำกิจกรรมของตัวเองมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าไปเล่นเทนนิสในคอร์ท

            แสงแดดอันอบอุ่นกระจายไปทั่วสนามหยางเฉินยืดเอวและไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

            โจวตงเฉิงจ้องมองหยางเฉินที่กำลังสูบบุหรี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

            "ผมรู้ว่าเราอาจเข้าใจผิดอะไรบางอย่างแต่ผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณจริงๆ นะครับ ไม่ทราบว่าผมจะมีโอกาสแบบนั้นหรือเปล่า?"

            "เพื่อน?"หยางเฉินพึมพำ"วิธีการขอเป็นเพื่อนคุณคือการส่งรถมารับตัวผม?"

            โจวตงเฉิงไม่ได้ปฏิเสธเขาพยักหน้ากล่าวว่า

            "นั่นเป็นอุบัติเหตุผมไม่ได้ต้องการทำอะไรรุนแรงกับคุณเลยผมสาบานได้เลยว่าสิ่งที่ผมสั่งพวกนั้นเป็นแต่การสังเกตการณ์คุณเท่านั้น"

            "ผมไม่ชอบให้ใครมาสังเกต"หยางเฉินพูดขึ้นทันที

            โจวตงเฉิงจ้องมองอย่างเผชิญหน้าโดยไม่มีร่องรอยแห่งความกลัวเลยแม้แต่น้อย

            "คุณหยางผมกล้ารับประกันว่าเรื่องแบบนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่งผมหวังว่าคุณหยางจะยกโทษให้กับความสะเพร่าของผมด้วย"

            เมื่อถูกตอบกลับมาอย่างสุภาพเช่นนี้หยางเฉินจึงไม่อาจทำอย่างไรได้ เขาจึงเพียงแค่พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก

            "เอาล่ะลืมมันซะ ผมไม่อยากมีปัญหาอะไรอีก"

            "ถ้างั้น ในฐานะเพื่อนเรามาเล่นเทนนิสกันสักหน่อยมั้ยครับ!"โจวตงเฉิงถามขึ้น

            "ผมไม่เคยเล่นมันเลย"

            "ไม่เป็นไรครับแค่มิตรภาพที่เกิดขึ้นก็เพียงพอแล้ว"

            คำของโจวตงเฉิงนั้นไม่อาจปฏิเสธได้โดยง่าย

            หยางเฉินถอนหายใจเขาเดินไปหาถังหว่านพร้อมกล่าวว่า

            "บอสถังผมขอยืมไม้เทนนิสสักหน่อยได้มั้ยครับ"

            ถังหว่านจ้องมองการสนทนาของหยางเฉินและโจวตงเฉิงอยู่ตลอดเวลาถึงเธอจะไม่ได้ยินแต่ก็พอจะเดาได้ว่าทั้งสองรู้จักกันมาก่อนแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงหันไปพยักหน้าให้พนักงานนำแร็กเก็ตมาให้

            โจวตงเฉิงก็นำไม้เทนนิสออกมาเช่นกันมันเป็นสีชมพูเฉกเช่นเดียวกับสีเสื้อของเขาแต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ดึงความสนใจของคนโดยรอบมากนักเพราะรสนิยมชอบผู้ชายของโจวตงเฉิงไม่ได้เป็นความลับอะไรเลยแม้แต่น้อย

            เมื่อหยางเฉินเดินตามโจวตงเฉิงเดินไปที่คอร์ทผู้หญิงสองคนที่เล่นอยู่ก็รีบวิ่งออกไปทันที

            เห็นดังนั้นนักธุรกิจหลายคนก็เริ่มสงสัยแล้วว่าหยางเฉินเป็นใครกันแน่พวกเขาเริ่มคาดเดากันต่างๆ นานาว่าบางทีหยางเฉินอาจเป็นเศรษฐีในมณฑลอื่น

            "อืม..."หยางเฉินเดินไปที่ด้านข้างของคอร์ทพร้อมเอ่ยถามโม่เชี่ยนนีว่า"คุณโม่ เทนนิสมันเล่นยังไง?"

            โม่เชี่ยนนีได้ยินดังนั้นก็ตะลึงงันไปในทันทีเธอไม่อาจรู้ได้จริงๆ ว่าทำไมชายคนนี้ถึงถามคำถามโง่ๆ เช่นนี้แต่เธอก็ยังคงอธิบายให้เขาฟัง

            "เมื่อลูกตกกระทบพื้นที่ฝั่งนายนายก็แค่ตีมันกลับไป และเมื่อมันตกในแดนฝั่งตรงข้ามแล้วเขาตีโต้กลับมาไม่ได้ นายก็ได้แต้ม"

            "โอ้ผมเข้าใจแล้ว" หยางเฉินนึกถึงรายการกีฬาในโทรทัศน์เขาก็พอจะเข้าใจมันคร่าวๆ

            "นายไม่รู้วิธีเล่นจริงๆงั้นหรือ?" โม่เชี่ยนนีถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            หยางเฉินตอบไปตามตรงว่า

            "ผมไม่เคยเล่นมันมาก่อนแต่ตอนนี้ผมพอจะเข้าใจวิธีเล่นคร่าวๆ แล้ว"

            ภายใต้การจับตามองทุกคนพวกเขาต่างคาดหวังถึงโชว์ต่างๆ หยางเฉินพ่นบุหรี่ในปากออกแล้วถือแร็กเก็ตเดินเข้ามาในคอร์ท พลางกล่าวว่า

            "มาผมจะเล่นให้คุณสักหลายดอกก็แล้วกัน"

            ทางด้านข้างคอร์ทหลายคนต่างหัวเราะกับคำพูดหยางเฉิน แม้แต่โม่เชี่ยนนีก็ยังเขินเล็กน้อยชายคนนี้ยังคงพูดจาหยาบคายเสมอ

            แต่โจวตงเฉิงเพียงส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้พร้อมโยนลูกขึ้นข้างบนและกระโดดตีลูกด้วยท่าทางสง่างาม

            ผัวะ!

            ลูกเทนนิสลอยข้ามไปในแดนของหยางเฉินมันตกกระทบพื้นและเด้งขึ้นที่มุมของสนามอย่างพอดี!

            หยางเฉินได้เห็นลูกกระดอนขึ้นมาเขาถือบุหรี่ที่มือขวา ไม้แร็กเกตที่มือซ้ายก็พลันหวดเข้าที่ลูก

            "ปัง!!!" เสียงแร็กเกตกับลูกปะทะกันดังสนั่น!

            ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อลูกบอลบินผ่านเน็ตลอยออกไปนอกสนาม!

            ดั่งเช่นขีปนาวุธมันบินเป็นเส้นทแยงมุมผ่านรั้วเหล็ก จากนั้นจึงตกอยู่บริเวณลานจอดรถด้านนอก

            ผู้หญิงหลายคนร้องออกมานั่นเขาตีด้วยมือเดียวงั้นหรือ!?

            ทุกคนรวมถึงโจวตงเฉิงต่างตกอยู่ในสภาพมึนงงนั่นทำให้หยางเฉินตระหนักได้ว่าเขาใช้แรงมากเกินไปอันที่จริงเขาแต่ประเมินแรงของแร็กเกตกับลูกเทนนิสเท่านั้น

            หยางเฉินยิ้มเชื่องช้าเคาะเศษเถ้าบุหรี่ออกพลางกล่าวว่า

            "โทษที ลูกนั้นมันเด้งแรงไปหน่อยเดี๋ยวผมไปเก็บให้หลังจบเกมเอง"

            ทุกคนต่างมองไปที่หยางเฉินซึ่งมีกล้ามเนื้อที่ปกติธรรมดา แต่กลับสามารถตีลูกออกแรงไปขนาดนั้น

            "คุณอย่างช่างมีกำลังดั่งคชสาร"โจวตงเฉิงเห็นหยางเฉินที่มีความแข็งแรงผิดคนธรรมดาเขารีบระงับสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวว่า "ต่อกันเถอะครับ"

            คราวนี้หยางเฉินไม่ได้ใช้แรงมากเหมือนครั้งก่อนเขาเพียงคำนวณแรงที่ใช้ในการตีลูกให้ข้ามไปอีกฝั่งและไม่สนใจทิศทางหรือความเร็วของลูกเลยแม้แต่น้อยในสายตาของเขาลูกเทนนิสก็เหมือนเต่าตัวน้อยมันไม่ได้ทำให้หยางเฉินรู้สึกกดดันแต่อย่างใด

            ทุกคนต่างมองดูหยางเฉินตีลูกเทนนิสด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ลูกเทนนิสก็พุ่งไปหาโจวตงเฉิงอย่างรวดเร็ว

            ในสายตาของทุกคนหยางเฉินนั้นเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็ก

            ถึงแม้ท่าทางของหยางเฉินจะไม่สง่างาม และค่อนข้าง 'น่าเกลียดมาก'แต่แน่นอนว่าท่าทางนั้นไม่เกี่ยวกับความสามารถ

            หญิงสาวหลายต่างตาลุกวาวเมื่อมองหยางเฉินกับบุหรี่ในปาก ผมที่พัดไปตามลมและคิ้วที่ขมวดเล็กน้อยพร้อมท่าทางผ่อนคลายราวกับกำลังเดินเล่นทั้งหมดทั้งมวลนี้ได้ฝังเข้าไปในจิตใจของพวกเธอเรียบร้อยแล้ว

            ถังหว่านถอนหายใจเธอสังเกตเห็นโม่เชี่ยนนีมองหยางเฉินเช่นเดียวกับหญิงสาวคนอื่นๆ ในความคิดของเธอนั้นคนแบบหยางเฉินแน่นอนว่าต้องเป็นเพลย์บอยเพราะตั้งแต่ที่หยางเฉินพยายามจีบเธอตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรกที่ริมแม่น้ำและครั้งที่สองกับคุณครูหลี่จิงจิงเธอไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะเป็นโม่เชี่ยนนี

            หลี่จิงจิงนั้นใสซื่อบริสุทธิ์จึงไม่แปลกที่เธอจะถูกหลอกลวงโดยหยางเฉิน แต่หญิงสาวที่มีชื่อเสียงเช่นโม่เชี่ยนนีก็ตกอยู่ในหลุมพรางของเขา? นั่นทำให้ถังหว่านทึ่งกับการจัดการหญิงสาวที่มีบุคลิกต่างกันโดยสิ้นเชิงนี้

            ดูเหมือนชายคนนี้จะมีอะไรบางอย่างที่ชายคนอื่นไม่มี!

            หยางเฉินไม่ทราบถึงสายตาที่โม่เชี่ยนนีมองมาและไม่รู้ตัวว่าได้เข้าไปในบัญชีดำของถังหว่านเรียบร้อยแล้วสิ่งที่เขาเห็นมีเพียงโจวตงเฉิงที่อ่อนแรงและเหนื่อยล้ากับการรับลูกที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง

            เมื่อลูกเทนนิสพุ่งมาหาหยางเฉินเขาก็จับมันไว้จากนั้นจึงโยนบุหรี่ทิ้งไป พร้อมตะโกนกล่าวกับโจวตงเฉิงว่า

            "ยังจะเล่นต่ออีกหรือ?"

            โจวตงเฉิงคุกเข่าลงโยนไม้ทิ้งลงกับพื้น กล่าวขึ้นอย่างยากลำบากว่า

            "พอ…พอแล้วครับ..."

            "งั้นผมไปล่ะ" หยางเฉินปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุดแต่เดิมโจวตงเฉิงคือศัตรูของเฉียงเวย แต่ศัตรูผู้นี้กับส่งยิ้มอันมีเสน่ห์มาให้เขานั่นจะให้เขาทานทนได้อย่างไร!?

            โจวตงเฉิงตื่นตระหนกเล็กน้อยแต่เขาก็ยังคงอ้าปากตะโกนเรียกหยางเฉิน

            "หยาง...คุณหยางโปรดรอสักครู่ ผมอยากจะ…อยากจะชวนคุณไปรับประทานอาหารค่ำสักหน่อยได้มั้ยครับ"

            เชิญน้องสาวเอ็งเถอะ!

            เมื่อหยางเฉินจินตนาการว่ากำลังดินเนอร์กับผู้ชายคนหนึ่งใต้แสงเทียนพร้อมส่งสายเจ้าชู้มาทางเขา นั่นทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่างเขารีบจ้ำอ้าวไปคว้ามือโม่เชี่ยนนีพร้อมกล่าวว่า

            "ไปกันเถอะผมหิวแล้ว!"

            หลังจากพูดจบหยางเฉินก็ไม่ให้โอกาสโม่เชี่ยนนีได้โต้ตอบ เขาดึงมือของเธอออกไปทันที

            ทันทีที่สัมผัสมือกับหยางเฉินความรู้สึกร้อนแปลกๆก็ถูกส่งตรงจากมือเธอ ทันใดนั้นหัวใจของเธอเต้นระรัวดั่งกลองแต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนใดๆเธอเพียงหันไปอำลาพวกผู้ใหญ่ก่อนออกจากสนามเทนนิสไปกับหยางเฉิน

            หลังจากเห็นโจวตงเฉิงมีใบหน้าอันเศร้าสร้อยลูกน้องคนหนึ่งก็เอ่ยถามเสียงละห้อย

            "คุณชายหยางเฉินปฏิเสธน้ำใจของคุณให้เราส่งพี่น้องบางคนไปให้คุณชายเป็นการปลอบใจดีมั้ยครับ?"

            โจวตงเฉิงมองมายังชายคนหนึ่งด้วยสายตาผิดหวังจนทำให้ชายคนดังกล่าวเกือบฉี่ราด

            "หยางเฉินเป็นเพื่อนของฉันเขาเป็นยอดชาย แกห้ามพูดอย่างนี้ต่อหน้าฉันอีกเด็ดขาด!"

            "คะ... ครับ... คุณชาย..."

            โจวตงเฉิงมองไปยังทิศทางที่หยางเฉินจากไปด้วยสายตาลุ่มหลง

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน