หงส์กลางใจอสุรา

    ตอนที่ 33 ตราหยก


             

            อู๋เสี่ยวหรันไม่สนใจพวกนางอีก นางหันไปออกคำสั่งให้ค้นหาและนำเอาสมบัติทั้งหมดออกมากองรวมกันไว้ของพวกนี้นางจะให้นำกลับไปที่เมืองที่ผ่านมาก่อนหน้าเพื่อฝากไว้กับหอเทียนเซี่ยเพราะเมืองถัดไปไม่มีสาขาที่นั่นเพื่อความปลอดภัยและลดความยุ่งยากการส่งไปให้หอเทียนเซี่ยดูแลจะดีที่สุด 

            อีกส่วนหนึ่งนางต้องการจะมอบให้กับหญิงสาวและเชลยที่นี่นำไปเป็นทุนรอนสำหรับตั้งตัว หรือไม่ก็เพื่อเดินทางกลับบ้านเกิด ตามแต่ใจพวกนาง

            นางยืนมองการทำงานขององครักษ์ทหารและเชลยที่ออกมาช่วยงานอยู่ไม่นานหลี่จวิ้นก็เดินมาหานาง 

            “คุณชาย”

            เสียงของหลี่จวิ้นแหบแห้ง แต่เขาก็ดูอาการดีขึ้นมากกว่าตอนที่ออกมาจากห้องขัง

            “ตรงนั้นเป็นคอกม้าและลาสมบัติพวกนี้เยอะมากแบ่งให้เชลยบางส่วนส่วนที่เหลือข้าต้องการให้ขนย้ายออกไปทั้งหมด ให้ลู่หมิงหลันเป็นผู้ดูแลส่วนนี่เป็นยาที่จะช่วยลดความปวดได้ชะงัดนัก”

            หลังจากอู๋เสี่ยวหรันบอกความต้องการให้เขาฟังแล้วและยื่นขวดยาให้กับเขา เป็นยาที่เหลียนฮวาเตรียมไว้ให้เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บ

            หลี่จวิ้นรับขวดยานั้นไปและคุกเข่าลงหนึ่งข้างลงตรงหน้านางท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองมา แต่ก็ละสายตากลับไปทำงานในมือของตนอย่างรวดเร็ว

            “ขอบคุณที่มาช่วยขอรับ”

            “ข้ารับคำขอบคุณจากเจ้าแต่ข้ายังต้องคิดบัญชีที่เจ้าทิ้งข้าไว้ที่หมู่บ้านภายหลังลุกขึ้นเถิดขืนคุกเข่านานกว่านี้เจ้าจะเสียการปกครองได้”

            “ขอบคุณขอรับ”

            หลี่จวิ้นก้มหัวรับคำนางแล้วลุกขึ้นไปจัดการเรื่องสมบัติตามที่นางต้องการ 

             

            หลังจากที่เขาเดินออกไปหญิงสาวที่ได้รับการบอกกล่าวว่าจะได้รับสมบัติแล้วให้ไปใช้ชีวิตอย่างอิสระก็มารวมตัวกันมาคุกเข่าลงตรงหน้าของอู๋เสี่ยวหรันแล้วเริ่มร้องไห้บางคนก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาแต่ก็มีอยู่หนึ่งคนที่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตานางตรง ๆ 

            “ขอบคุณคุณชายที่ให้การช่วยเหลือพวกเราเจ้าค่ะเอ่อ...พวกเราบางคนรวมถึงข้าเองมีเรื่องที่อยากขอร้องท่าน”

            พูดจบนางก็หลุบตาลงอู๋เสี่ยวหรันเห็นดังนั้นจึงถามออกไป

            “บอกความต้องการของพวกเจ้ามาเถิดหากข้าช่วยได้ก็พร้อมจะช่วยเต็มที่”

            น้ำเสียงของนางอ่อนลงอย่างชัดเจนด้วยความสงสารชะตาชีวิตของพวกนางจริง ๆ

            “พวกเราล้วนเป็นหญิงที่มีมลทินไม่สามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวเดิมได้อีกแล้วเจ้าค่ะ พวกเราเพียง …เพียงขอสถานที่ที่จะให้พวกเราไปให้ไกลจากที่นี่ และเริ่มต้นชีวิตใหม่เจ้าค่ะสมบัติทั้งหลายพวกเราไม่ต้องการ”

            หญิงสาวที่เป็นผู้พูดนี้ดูแล้วน่าจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะดีดูจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ กิริยามารยาทตามแบบฉบับของชนชั้นกลางที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวและไม่ต้องเสแสร้งทำ

            “ข้ารับปากว่าจะหาที่อยู่ใหม่ให้กับพวกเจ้าแต่หากใครต้องการเงินเพื่อออกไปตั้งตัวก็บอกได้ ข้าไม่บังคับใด ๆ ทั้งสิ้นเอาล่ะใครที่ยังพอมีแรงก็ไปช่วยคนของข้าขนย้ายของ หากยังมีเพื่อนที่ป่วยอยู่อีกก็ช่วยกันพามาอยู่ที่เรือนนี้ก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าตอนลงเขาจะมีหมอหญิงมาช่วยดูอาการให้”

            อู๋เสี่ยวหรันชี้ไปที่เรือนของหัวหน้าโจร

            “เจ้าค่ะ”

            หญิงสาวทยอยมาขอบคุณและแยกย้ายกันไป

            เมื่อรุ่งเช้ามาเยือนแสงแดดสาดส่องผ่านหมู่แมกไม้ลงมา เสมือนเป็นสัญญาณการเริ่มต้นใหม่ และการเดินทางอีกครั้งระหว่างที่กำลังหาของกินง่าย ๆ เรียบร้อยแล้ว ลู่หมิงหลันก็ขึ้นมาสมทบกับพวกนางโดยมีซุนหนี่และเหลียนฮวาตามมาดูอาการคนบาดเจ็บด้วย ทิ้งให้ลู่เจินกับหลันฮวารออยู่ที่ตีนเขากับทหารบาดเจ็บ

            หลังจากช่วยกันขนย้ายสมบัติลงในรถม้าทั้งหมดแล้วก็เดินทางลงจากหุบเขา โดยไม่ลืมที่จะจุดไฟเผาผลาญทั้งซากศพและรังโจรให้มอดไหม้ไปพร้อมกับการปิดตำนานจอมโจรแห่งหุบเขาหลงซานลง

            เมื่อมีคนเพิ่มและคนที่มาเพิ่มมายังเป็นคนบาดเจ็บและหญิงสาวที่อ่อนแอทำให้การเดินทางล่าช้าออกไปอีก จากเดิมที่จะใช้เวลาเพียงครึ่งวันเพื่อออกจากหุบเขาตอนนี้ต้องใช้หนึ่งวันเต็ม ๆ จึงจะมาถึงกำแพงเมือง 

            เมื่อมีหลี่จวิ้นมาด้วยการเดินทางเข้าเมืองจึงง่ายดายขึ้นมากเพราะเขาเคยผ่านมาหลายครั้งและใช้ตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์ตำหนักอ๋องเพื่อความสะดวกรวดเร็ว 

            เมืองท่าแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่มากนักแต่มีทุกอย่างครบครัน เพราะเป็นทางผ่านระหว่างหุบเขาและที่ตั้งของค่ายทหารพ่อค้าที่ทำอาชีพค้าขายระหว่างแคว้นก็จะเลือกที่นี่เป็นจุดพักระหว่างทาง

            “สามสิบเจ้าล่วงหน้าไปหาเช่าเรือนเอาที่ขนาดใหญ่หน่อยและเช่าเป็นเวลาสามเดือน หากไม่มีให้เช่าก็ซื้อไว้เลือกพื้นที่ที่ใกล้กับทางออกอีกด้าน ส่วนเหลียนฮวากับหลันฮวาไปร้านขายเสื้อผ้าหาผ้าสำเร็จรูปมาให้ทุกคนได้ผลัดเปลี่ยน” อู๋เสี่ยวหรันหันไปสั่งการสองคนสนิท

            ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามสามสิบก็สามารถหาที่พักให้กับทุกคนได้แต่เพราะเรือนไม่ใหญ่มากเขาจึงได้ซื้อไว้สองหลังติด ๆ กันเรือนหนึ่งให้เชลยที่ช่วยมาเข้าพัก อีกเรือนเป็นที่พักส่วนตัวของพวกนางเอง

            หลังจากได้อาบน้ำชำระร่างกายเปลี่ยนมาสวมชุดใหม่และกินอาหารที่สั่งมาจากภัตตาคารในเมืองเรียบร้อยแล้วอู๋เสี่ยวหรันก็ต้องการที่จะเข้านอนทันทีเพราะนางใช้พลังงานไปมากเหลือเกินในช่วงสองวันนี้ 

            ซุนหนี่ที่สังเกตเห็นว่านางดูเซื่องซึมจึงได้ตามนางไปที่ห้องพักเพื่อตรวจร่างกายให้

            “อาหนี่หากเจ้าเหนื่อยก็ไปพักผ่อนเถิดไม่ต้องตามมาดูแลข้า”

            “เรียกข้าว่าเจินเจินก็ได้เจ้าค่ะเป็นชื่อเล่นของข้าเอง ข้ายังไหวเจ้าค่ะจับชีพจรให้ท่านเสร็จข้าก็จะไปนอนเช่นกัน”

            “เจินเจินงั้นหรือ อืม ๆ ชื่อนี้ก็ดูเหมาะกับเจ้าดี”

            อู๋เสี่ยวหรันเดินตรงไปนั่งบนโต๊ะน้ำชาในห้องนอนแล้ววางแขนให้ซุนหนี่ได้จับชีพจร

            “ข้าว่าแล้วเชียวถึงแม้ว่าจะกินยาถอนพิษป้องกันแล้วแต่ท่านก็ยังได้รับผลกระทบอยู่ดี เพราะท่านสูดควันพิษมากเกินไปทำให้หายใจติดขัดข้าจะจัดยาให้ท่านดื่มสักสองเทียบ เพื่อขจัดความอ่อนล้า ท่านรอข้าสักครู่นะเจ้าคะ”

            แล้วซุนหนี่ก็ออกไปจัดการต้มยาทันทีไม่นานนางก็กลับมาพร้อมกับถ้วยยาร้อน ๆ 

            “ท่านต้องดื่มให้หมดนะเจ้าคะมันจะทำให้ท่านหลับสบาย”

            “ขอบใจมากเจินเจินเมื่อใดที่ไปถึงหัวเมืองต่อไปข้าจะเลี้ยงอาหารอร่อย ๆ ให้เจ้ากินจนพอใจ” อู๋เสี่ยวหรันพูดยิ้ม ๆ

            “ท่านพูดแล้วนะเจ้าคะข้าขอตัวไปจัดยาให้พวกองครักษ์ของท่านก่อน ขอตัวล่ะเจ้าค่ะ”

            อู๋เสี่ยวหรันพยักหน้าให้นางจากนั้นก็ยกถ้วยยาค่อย ๆ ดื่มลงไป และหยิบตะเกียงมาวางข้าง ๆ เตียงและปีนขึ้นไปแต่นางยังไม่หลับในทันที อู๋เสี่ยวหรันดึงเอาแท่งไม้ที่ไม่ได้ดูจะมีอะไรพิเศษออกมา 

            แท่งไม้มีขนาดเท่าฝ่ามือของนางมันเป็นแท่งไม้ที่ดูธรรมดาเป็นอย่างมากหากมันอยู่บนถนนก็อาจจะไม่มีใครสนใจจะเก็บมันขึ้นมาดูด้วยซ้ำ

            แต่เมื่ออยู่ในมือของอู๋เสี่ยวหรันนางจำมันได้ทันทีเพราะมันเป็นไม้เลือดมังกรที่เมื่อใดได้รับแสงจันทร์มันจะโปร่งใสจนเห็นหยกอีกแท่งที่บรรจุอยู่ด้านใน

            ถึงแม้ว่าหากมีคนที่บังเอิญเห็นมันยามที่ต้องแสงจันทร์แต่ไม่รู้วิธีเอาออกมา หรือหากพวกเขาใช้การทุบทำลายหรืองัดแงะไม้ด้านนอกก็จะทำให้หยกที่อยู่ด้านในถูกทำลาย จนเสียมูลค่าไปทั้งหมด 

            แต่เมื่อมันมาอยู่ในมือของคนที่รู้ก็จะเป็นอีกเรื่อง 

            “กึก!”

            เสียงไม้ลั่นเบา ๆ จากการที่อู๋เสี่ยวหรันกดตรงกลไกได้อย่างถูกต้อง  เมื่อเลื่อนไม้ออกไปก็เผยให้เห็นหยกด้านในที่เป็นสีขาวปนเขียว และมีลวดลายสลักเป็นสีแดงสลับคำว่า ‘ตี้อีเทียนเสี่ย’ คำนี้มีความหมายว่า ‘ที่หนึ่งในใต้หล้า’  ส่วนอีกด้านสลักเป็นรูปกิเลน

            “หึ ๆ ไม่ว่าเจ้าสิ่งนี้จะมาอยู่ในรังโจรได้อย่างไรแต่ข้าต้องขอขอบคุณผู้ที่นำมันมาและสวรรค์ที่ส่งมาถึงมือข้า”

            นางพึมพำกับหยกในมือเบา ๆ จากนั้นก็เก็บมันลงในกล่องไม้เลือดมังกรเช่นเดิมเมื่อจิตใจผ่อนคลายมีเรื่องน่ายินดี ความง่วงก็เริ่มถาโถมเข้ามาจนอู๋เสี่ยวหรันทนไม่ไหวจำ ต้องปล่อยให้ตนเองเข้าสู่นิทรา

                เช้าวันรุ่งขึ้นนางตื่นขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่เบาหวิวอาการหายใจติดขัดปวดเนื้อปวดตัวล้วนหายไปทั้งหมด ยาที่ซุนหนี่นำมาให้นางดื่มนั้นราวกับเป็นน้ำทิพย์บำรุงร่างกายจริง ๆ

            เหลียนฮวาเป็นผู้ที่เข้ามาปรนนิบัติยามเช้าอู๋เสี่ยวหรันสอบถามถึงลู่หมิงหลันที่นำสมบัติของโจรไปฝากไว้ที่หอเทียนเซี่ย ปรากฏว่าเขายังไม่กลับมานางจึงต้องยกเลิกการเดินทางวันนี้เพื่อรอให้ลู่หมิงหลันและองครักษ์กลับมาสมทบกับนางก่อน 

             

            “ลู่หมิงหลันเขาไม่ได้เอาสมบัติหนีไปแล้วใช่ไหมเจ้าคะ”

            เหลียนฮวาถามด้วยความสงสัย

            “โอ๊ย! พระชายาตีหัวบ่าวทำไมเจ้าคะ”

             

            “สมควรแล้วถึงเจ้าจะไม่เชื่อใจเขา แต่ต้องเชื่อใจข้าสิข้ามองคนไม่ผิดหรอกอีกอย่างลู่เจินกับอี้เอ๋อร์ก็อยู่ที่นี่ เจ้าว่าเขาจะทิ้งพวกนางได้ลงคอเลยหรือ”

            อู๋เสี่ยวหรันยื่นมือออกไปจะเคาะลงหัวนางอีกที

            “เชื่อแล้ว ๆ ท่านอย่าตีบ่าวอีกเลยนะเจ้าคะเดี๋ยวบ่าวจะโง่ไปกว่านี้อีกเท่านี้อาจารย์ฉางก็เอาข้าไปเทียบกับเจินเจินจนข้าแทบไม่มีที่ยืนแล้ว”  เหลียนฮวายกมือขึ้นกุมหัววิ่งออกไปให้ห่างจากอู๋เสี่ยวหรัน

            ว่ากันว่าเมืองท่าแห่งนี้จะมีพ่อค้าและขบวนคุ้มกันสินค้ามาแวะพักตลอดทั้งปี แม้กระทั่งฤดูหนาวก็ยังมีคนเดินทางอยู่ตลอดถึงจะไม่มากเท่ากับฤดูกาลอื่น ๆ ก็ตาม

            ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้หลังจากพักร่างกายรักษาร่างกายจนรู้สึกดีมากแล้วอู๋เสี่ยวหรันจึงออกไปนั่งอยู่ที่โรงน้ำชา เพื่อฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผู้คนนำมาพูดคุยกันว่ากันว่าข่าวจากโรงน้ำชานี่แหละที่จะมีมูลความจริงมากที่สุด

            โดยผู้ที่ติดตามนางออกไปก็มีเหลียนฮวาและซุนหนี่แต่ซุนหนี่ได้ขอแยกตัวออกไปเพื่อเดินสำรวจเมืองและนางยังต้องการจะไปดูสมุนไพรแปลกๆ ใหม่ ๆ ของเมืองท่าแห่งนี้ด้วยอู๋เสี่ยวหรันจึงให้เงินนางไปเกือบร้อยตำลึงเพื่อให้นางได้ใช้จ่าย

            “ท่านใจดีกับเจินเจินมากเกินไปแล้วนะเจ้าคะบ่าวกลัวว่านางจะเสียคนเพราะท่านจริง ๆ”

             เหลียนฮวาบ่นอุบอิบ ความจริงแล้วเหลียนฮวาเองนางก็อยากจะไปเดินสำรวจสมุนไพรเพื่อนำมาทำยาพิษที่นางชื่นชอบด้วยเช่นกันอาการเช่นนี้มีหรือที่อู๋เสี่ยวหรันจะดูไม่ออก

            “เจ้าอยากไปดูสมุนไพรเหมือนกับนางก็บอกมาตรงๆ ไปเถิดหาซื้อให้มากหน่อย เผื่อว่าพวกเราต้องใช้อีกครั้งในการเดินทาง”

            “แต่ว่าไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนท่านเลยนะเจ้าคะ”

            “ไม่เป็นไรข้าจะอยู่ที่โรงน้ำชาแห่งนี้แหละพวกเจ้าไปเดินให้ทั่วแล้วค่อยกลับมาหาข้าที่นี่”

            พูดจบอู๋เสี่ยวหรันก็ดันตัวของเหลียนฮวาให้เดินออกไปส่วนตัวนางเองก็เดินเข้าไปในโรงน้ำชาหา ที่นั่งเหมาะ ๆ และเริ่มจับตาดูเงี่ยหูฟังรอบๆ ตัว

            เรื่องที่นางได้ฟังก็ดูจะเป็นเรื่องฝนฟ้าอากาศทั่วๆ ไป เรื่องที่น่าสนใจเป็นพิเศษคงจะเป็นเรื่องของเซี่ยวอ๋องที่เป็นอ๋องต่างแซ่เขาถูกแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพรักษาดินแดนฝั่งตะวันตกซึ่งก็คือชายแดนที่อยู่ติดกับฮุ่ยหลง แคว้นที่นางอยู่นี่เอง 

            และก็มีเรื่องเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองการแต่งตั้งฮองเฮาองค์ใหม่ของต้าเลี่ยด้วยแต่ก็เป็นเพียงการพูดถึงเท่านั้นไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมากมายนักส่วนเรื่องที่เฉิงอ๋องได้รับบาดเจ็บกลับไม่มีใครพูดถึงเลยแสดงว่าพวกเขาปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับได้เป็นอย่างดี 

             

    คล้ายกับเรื่องหงส์กลางใจอสุรา ที่คุณอ่าน

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189