เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 65

    ผมแหงนหน้าขึ้น หลับตาซึมซับสายน้ำอุ่นที่ไหลรินลงมาจากฝักบัว ความเหนื่อยล้าที่กดทับมาตลอดทั้งวันค่อย ๆ ถูกชะล้างออกไปทีละน้อย จนรู้สึกเบาสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


    แม้ในใจจะอยากเอนตัวลงแช่น้ำในอ่าง แต่ตอนนี้เมษากำลังครอบครองมันอยู่ เธอนอนเอนกายอยู่ท่ามกลางน้ำอุ่นที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ ใบหน้าผ่อนคลายราวกับได้ปลดปล่อยทุกความเหนื่อยล้าออกไป ภาพนั้นทำให้ผมเผลอมองนานเกินไป จนเผลอใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวในบางครั้ง


    ผมกับเมษาสบตากันเป็นระยะ แต่ต่างฝ่ายก็เงียบจนบรรยากาศในห้องน้ำดูนิ่งเกินไป จนผมอดไม่ได้ที่จะทำลายความเงียบนั้นด้วยรอยยิ้มเจือความนัย


    “เมษา...ขัดหลังให้พี่หน่อยสิ” ผมพูดพลางก้าวเข้าไปใกล้อ่าง ก่อนจะนั่งลงตรงขอบมันอย่างสบาย ๆ


    เมษาเหลือบตามองมา ทำแก้มพองเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงอ้อนปนบ่น “อือ...ปวดแขนอยู่” 


    “เมษามาอาบน้ำห้องพี่ แถมยังใช้อ่างอาบน้ำของพี่อีก สบายเกินไปแล้วนะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงติดหยอกอารมณ์ดี


    เมษาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มเจือขี้เล่น “ถ้าอย่างนั้น...พี่ก็ลงมานั่งกับหนูสิ นั่งตรงนั้นหนูเอื้อมไม่ถึงหรอก”


    ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วก้าวลงไปในอ่างตามคำเชื้อเชิญทันที เมื่อผมนั่งลงหันหลังให้เธอแล้ว น้ำอุ่นก็เอ่อขึ้นจนล้นออกจากขอบอ่าง 


    “อ้าว...น้ำล้นเลย” เมษาหัวเราะคิกออกมา เสียงใส ๆ ของเธอดังประสานกับเสียงน้ำที่ไหลล้นออกจากขอบอ่าง


    จังหวะนั้นเอง ขาของเธอที่ขัดสมาธิอยู่ก็ค่อย ๆ คลายออก ก่อนจะเลื่อนกางช้า ๆ แล้วสองแขนเรียวก็กอบกุมร่างผมจากด้านหลัง โอบแน่นราวกับไม่อยากให้ผมหนีไปไหน


    สัมผัสอุ่นจากวงแขนและลมหายใจของเธอที่กระทบแผ่นหลัง ทำให้หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้


    ทรวงอกนุ่มนวลของเธอเบียดชิด กับแผ่นหลังผมอย่างแนบแน่น ไม่นานนักแก่นกายของผมก็แข็งตัวขึ้นมาอีกครั้ง ขาของเมษาที่กอดรัดสะโพกผมอยู่ สัมผัสได้ถึงความแข็งขืน นั้น


    "อุ๊ย! น้องชายพี่ตื่นแล้ว จะทำยังไงดีน้า" เธอถามด้วยน้ำเสียง ยั่วยวน


    เมษา ลดมือลงไปหาแก่นกายของผม แล้วลูบไล้มันอย่างมีความสุข


    "หนูไม่ขัดหลัง ได้ไหมคะ... วันนี้หนูเหนื่อยมาก" เธอเอ่ยเสียงแผ่วอย่างผ่อนคลาย พร้อมทั้ง ใช้มือเล็ก ๆ บีบนวดแก่นกายของผมอย่างอ่อนโยน

    “ได้สิ...ที่จริงพี่ไม่ได้อยากให้ขัดหลังหรอก แต่อยากให้ทำแบบนี้มากกว่า” ผมน้ำเสียงมีความสุข


    เมษานั่งกอดผมจากด้านหลังอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน จนกระทั่งเราสองคนอาบน้ำเสร็จ โดยตลอดเวลานั้นไม่ได้มีอะไรเกินเลยเกิดขึ้นกว่าการแนบชิน อาจเพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน ทำให้ทำผมและเมษาเลือกที่จะผ่อนคลายมากว่า


    หลังจากอาบเสร็จ เมษาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก่อนจะเอ่ยลาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แล้วเดินออกจากห้องไป ส่วนผมเองก็แต่งตัวสบาย ๆ เช่นกัน ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ๆ ปล่อยให้ร่างกายผ่อนคลายไปตามอารมณ์อ่อนล้า


    อันที่จริง หากผมอยากหายจากความเหนื่อยล้าในตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแค่จ่ายเงินห้าแสนบาทเพื่อกดใช้สกิล ฟื้นฟูร่างกาย ทุกความเมื่อยล้าและอาการอ่อนเพลียก็จะหายไปในพริบตา แต่เงินห้าแสนนั้นไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยเลย ผมจึงเลือกที่จะพักผ่อนด้วยวิธีธรรมดา ๆ อย่างการนอนหลับเอาแรงแทน


    ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาถึงหนึ่งทุ่มครึ่งแล้ว ผมลุกจากเตียง เดินออกจากห้องตัวเองไปยังโถงกว้างที่เงียบสนิท ความมืดปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ มีเพียงแสงสลัวจากภายนอกลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ไฟในห้องยังคงปิดสนิท นั้นหมายความว่าน้อง ๆ คงยังไม่ตื่นกัน


    ผมเดินไปหยุดหน้าห้องของสาว ๆ แล้วเคาะเบา ๆ


    ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ...


    เสียงสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ ไม่นานประตูก็เปิดออก ปันปันยืนอยู่ตรงหน้าในชุดสบาย ๆ สีเรียบง่าย ผมเธอยังยุ่งเล็กน้อยจากการนอน ไหล่ตกลงบ่งบอกถึงความอ่อนล้าที่ไม่หายไปเสียที


    “พี่คะ พวกหนูคุยกันแล้วว่าจะไม่ไปเดินเล่นแล้วค่ะ... แต่ซักสองสามทุ่มว่าจะออกไปร้านอาหารเหมือนเดิม” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ยังแฝงความเหนื่อยอ่อน


    “โอเค” ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะเหลือบตามองเข้าไปในห้อง เห็นเมษากับเกลนอนกองกันอยู่บนเตียง ดูเหมือนยังไม่คิดจะลุกไปไหนในตอนนี้

    ปันปันยิ้มบาง ๆ อย่างเกรงใจ ก่อนจะดึงประตูปิดช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบในโถงกว้างอีกครั้ง


    ผมเดินไปที่ห้องถัดไป ก่อนจะเคาะประตู ก๊อก ๆ ไม่นานนัก ธามก็เปิดประตูออกมา ผมเห็นข้างในพวกเขากำลังแต่งตัวเหมือนเตรียมจะออกไปข้างนอก


    ธามทักด้วยรอยยิ้ม “อ้าว พี่ตื่นแล้วเหรอครับ พวกผมว่าจะออกไปเดินเล่นซักหน่อย”


    เฟยที่กำลังใส่เสื้ออยู่หันมาสมทบ “พี่ไปด้วยกันไหมครับ?”


    ผมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไปสั้น ๆ “เอาสิ...”


    ไม่นานนัก พวกเราก็พากันลงไปที่ชั้นล่าง บรรยากาศยามค่ำคืนยังคงคึกคักไม่ต่างจากตอนกลางวัน เต็มไปด้วยแสงไฟและเสียงผู้คน นักท่องเที่ยวเดินขวักไขว่กันไปมาอย่างไม่ขาดสาย


    แต่ทันใดนั้น ผมก็เหลือบไปเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็น คุณแอนนา ผมสีแดงสด ผิวขาวนวลดูสะดุดตา และมีจุดกระจาง ๆ กระจายอยู่ทั่วใบหน้า แม้เวลาจะผ่านไป แต่ผมยังจำใบหน้าของเธอได้ดี


    ผมหันไปบอกน้อง ๆ ทันทีด้วยรอยยิ้มเจือความขอโทษ “พี่คงไม่ไปด้วยไม่ได้แล้วแหละ ขอโทษทีนะ”


    น้อง ๆ มองหน้าผมด้วยสายตางุนงง แต่ก็พยักหน้ารับอย่างไม่เข้าใจนัก ส่วนผมเองก็อดยิ้มออกมาไม่ได้กับความสับสนเล็ก ๆ ของพวกเขา


    “งั้นเอาไว้เจอกันอีกทีตอนกินข้าวนะ” ผมบอกก่อนจะเดินจากพวกเขา 


    ผมเดินมุ่งหน้าไปที่ร้านอาหารเดิมของโรงแรม ที่ที่เราเจอกันเป็นครั้งแรก ตอนนี้เธอ กำลังนั่งอยู่เพียงลำพัง ที่โต๊ะโดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หนึ่งแก้วพร้อมกับอาหารว่าง เล็กน้อย สังเกตได้ว่าเธอนั่งอยู่คนเดียวจริง ๆ


    ขณะที่ผมเดินเข้าไป ผมก็มองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอสวมแว่นตาเลนส์สีเหลือง ใส่เสื้อครอปแบบเปิดไหล่ที่โชว์หน้าท้อง แมตช์กับกางเกงยีนส์ขาสั้น ซึ่งเผยให้เห็น เรียวขาที่กำลังไขว่ห้าง


    ผมเดินไปยืนอยู่ข้างโต๊ะของเธอ แล้วกล่าวทักทายเป็นภาษาอังกฤษพร้อมรอยยิ้ม "สวัสดีครับ คุณแอนนา"


    เธอเงยหน้าขึ้นมาดู ใช้เวลาคิดเล็กน้อยก่อนจะจำได้แล้วตอบว่า "อ้าว... คุณวายุ เราเจอกันอีกแล้วนะคะ"


    ผมหัวเราะนิดหน่อย แล้วเอ่ยปากขออนุญาต "ผมขอนั่งด้วยได้ไหมครับ ดูเหมือนว่าโต๊ะอื่นจะเต็มหมดแล้ว


    "เชิญค่ะ แน่นอนอยู่แล้ว" เธอตอบพร้อมส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ทันทีที่ผมนั่งลง เธอก็พูดต่อว่า "คุณโกหกฉัน ไม่เก่งเลยนะ" เธอกวาดสายตาไปรอบตัว ที่มีโต๊ะว่างอยู่ สองสามตัว


    ผมหัวเราะออกมา แล้วตอบกลับว่า "อ้าว จริงเหรอครับ ผมมองไม่เห็นเลย" ผมหยุดพูดครู่หนึ่งแล้วจึงถามต่อ "คุณนั่งคนเดียวเหรอครับ" ผมเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงปกติ


    เธอยกแก้วขึ้นมาจิบเล็กน้อย ก่อนจะให้คำตอบ "โทมัส เขามีนัดคุยงานต่อที่อื่น ฉันเบื่อที่จะไปด้วยก็เลย เลือกที่จะรออยู่ที่นี่"


    ผมยิ้มทันทีที่เธอพูดจบ แล้วนึกในใจสั่งระบบ "ระบบ เปิดใช้สกิล ไว้วางใจระดับ 2"


    ตื๊ด...


    [คำสั่งล้มเหลว สกิลอยู่ในช่วงคูลดาวน์ จะใช้งานได้อีกครั้งใน 2 ชั่วโมง 30 นาที]


    "ให้ตายสิ ลืมไปเลย...ว่าใช้กับปันปันไปแล้ว... แล้วแกไม่มีสกิลอื่น ให้ฉันใช้แก้ขัดหน่อยเหรอ เอาที่ไม่ออกอาการจนเกินไปเหมือนสกิลหัวใจสิงห์" ผม บ่นกับระบบในใจ


    [จากวิเคราะห์ความต้องการของคุณในขณะนี้ คุณต้องการมีเซ็กส์กับคุณแอนนา]


    [ระบบมอบสกิลใหม่ให้คุณ]


    [คุณได้รับสกิล: ปั่นป่วน]


    [เอฟเฟกต์ ผู้ที่ถูกใช้สกิลจะเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นในระดับหนึ่ง]


    “เฮ้ย...นี่มันสกิลที่แกให้ฉันใช้ ตอนที่ฉันย้อนอดีดนี่น่า...เธอคงไม่ออกอาการเหมือนเอมี่หรอกนะ” ผมถามกลับ


    [สกิลปั่นป่วนที่ระบบเพิ่งมอบให้ไป อยู่เพียงระดับ 1 เท่านั้น แต่สกิลปั่นป่วนที่คุณเคยใช้ในตอนนั้นอยู่ ระดับสูงสุด]


    “อ้อ...โอเคงั้นก็...ใช้เลย” 


    [รับทราบ สกิลปั่นป่วน ทำงาน]


    [เวลาในการใช้งาน 60 นาที / คูลดาวน์ 24 ชั่วโมง]

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน