สตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า

    บทที่ 46 น้อยใจ

    เช้าวันถัดมา บรรยากาศในจวนยังคงเงียบสงบ แต่สำหรับหยางลี่เจิน เธอกลับรู้สึกว้าวุ่นใจยิ่งกว่าปกติ หลังจากที่

    เหวินเจาเหยียนพูดจาตรงไปตรงมาเมื่อคืน หัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็นจังหวะ ระหว่างที่เธอกำลังนั่งอยู่ในห้องเพื่อคิดอะไรเพียงลำพัง เสียงเคาะประตูดังขึ้น


    “คุณหนูเจ้าคะ นายท่านเรียกให้คุณหนูไปพบที่ห้องรับรองค่ะ” หยางลี่เจินขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฉัน? เขาเรียกฉันไปทำไม?”


    บ่าวสาวที่มาแจ้งยิ้มเล็กน้อย “ดูเหมือนว่ามีแขกพิเศษมาเยี่ยมนายท่านค่ะ” คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินรู้สึกไม่สบายใจ เธอเดาได้ทันทีว่า “แขกพิเศษ” คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเหวินหลิงหลัน เมื่อหยางลี่เจินเดินเข้าไปในห้องรับรอง เธอเห็นเหวินเจาเหยียนนั่งอยู่ตรงกลาง ข้างๆ เขาคือเหวินหลิงหลันที่นั่งอย่างสง่างาม หญิงสาวหันมามองหยางลี่เจินด้วยรอยยิ้ม


    “อ้อ คุณหนูซูมาแล้ว” เหวินหลิงหลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน เหวินเจาเหยียนหันมามองหยางลี่เจินด้วยสายตานิ่งเรียบ “นั่งสิ” หยางลี่เจินพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับหลิงหลัน


    หลิงหลันยิ้มบางๆ พลางพูดขึ้น “พี่เหวินกำลังเล่าเรื่องสมัยที่เรายังเด็กให้ข้าฟัง เจ้าไม่รู้หรอกว่าพี่ชายของข้านี่เคยแสนดื้อขนาดไหน” หยางลี่เจินพยายามยิ้มตอบ “เหรอคะ”


    หลิงหลันหัวเราะเบาๆ “ใช่สิ ตอนเด็กๆ พี่เหวินนี่ชอบหนีการเรียนไปแอบเล่นในสวนหลังจวน ข้าต้องเป็นคนตามเขากลับมาทุกครั้ง”


    “ข้าไม่เคยหนี ข้าแค่ไปสงบจิตใจ” เหวินเจาเหยียนตอบเรียบๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นแฝงความขบขัน หยางลี่เจินมองทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ความน้อยใจในใจเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง


    หลิงหลันหันมาหาหยางลี่เจินอีกครั้ง “คุณหนูซู ท่านคงไม่รู้สินะว่าพี่ชายของข้าตอนเด็กๆ น่ารักมาก”


    “ฉัน… คงไม่ทราบค่ะ” หยางลี่เจินตอบพลางหลบสายตา เหวินเจาเหยียนที่นั่งฟังอยู่นิ่งๆ หันมามองหยางลี่เจินทันที “เจ้าดูเหมือนไม่สนใจการสนทนานี้เลย”


    “ฉัน…” เธอพยายามตอบ แต่หลิงหลันแทรกขึ้นมาก่อน


    “อาจจะเป็นเพราะข้าพูดเรื่องเก่าๆ มากไป ข้าคงทำให้คุณหนูซูเบื่อ” หยางลี่เจินพยายามยิ้มตอบอีกครั้ง “ไม่เลยค่ะ” เหวินเจาเหยียนมองเธออย่างพิจารณา ก่อนจะพูดขึ้น 


    “ถ้าเจ้าเหนื่อย เจ้ากลับไปพักก่อนก็ได้” หยางลี่เจินเม้มปากแน่น เธอลุกขึ้นโค้งคำนับเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องโดยไม่พูดอะไรอีก เมื่อเธอกลับมาที่ห้องของตัวเอง น้ำตาที่กลั้นไว้มาตลอดก็ไหลออกมา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแย่ขนาดนี้


    “เขาไม่เคยสนใจฉันจริงๆ หรอก…” เธอพึมพำเบาๆ แต่ในขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นที่หน้าประตู


    “เปิดประตู ข้าอยากคุยกับเจ้า” เสียงของเหวินเจาเหยียนดังขึ้น


    หยางลี่เจินรีบเช็ดน้ำตา ก่อนจะเดินไปเปิดประตู “คุณมีอะไรคะ?” เขาเดินเข้ามาในห้องทันที สีหน้าของเขานิ่งขรึม แต่ดวงตากลับแฝงความเป็นห่วง


    “เจ้าดูไม่สบายใจตั้งแต่เช้า” เขาพูดเสียงเรียบ “ข้าต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”


    หยางลี่เจินเม้มปาก พยายามกลั้นน้ำตา “ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”


    เขาจ้องเธอด้วยสายตาคมกริบ “โกหก เจ้าดูเหมือนคนที่กำลังร้องไห้”


    เธอพยายามหลบสายตาเขา แต่สุดท้ายก็พูดออกมาเบาๆ “คุณใช้เวลาอยู่กับคุณหลิงหลันมากเกินไปค่ะ…”


    เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้ากำลังหึงอีกแล้วหรือ?” “ฉันไม่ได้หึงค่ะ!” เธอรีบตอบ แต่ใบหน้าแดงก่ำจนปฏิเสธไม่ได้


    เหวินเจาเหยียนยิ้มบางๆ ก่อนจะพูดเบาๆ “ข้าบอกแล้วว่า เจ้าคือคนเดียวที่สำคัญสำหรับข้า” คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง เธอไม่เข้าใจตัวเอง แต่คำพูดของเขากลับทำให้ความรู้สึกของเธอเบาลง


    “ฉัน… ขอโทษค่ะ” เธอพูดเบาๆ


    เหวินเจาเหยียนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่แก้มของเธอ “อย่าร้องไห้อีก ข้าไม่ชอบเห็นเจ้าเสียใจ”


    หยางลี่เจินพยักหน้าเบาๆ หัวใจของเธอเต้นแรง แต่ความอบอุ่นในคำพูดของเขากลับทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด


    หลังจากเหวินเจาเหยียนพูดจบ หยางลี่เจินยังคงยืนเงียบอยู่ตรงหน้าเขา น้ำตาที่ไหลอาบแก้มยังคงหยุดไม่สนิท แต่ความอ่อนโยนในน้ำเสียงและการกระทำของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


    “ฉัน… ฉันไม่ได้อยากร้องไห้ค่ะ” เธอพูดเบาๆ พลางหลบสายตา


    เหวินเจาเหยียนเอียงคอมองเธอ ดวงตาคมคายแต่กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “แล้วทำไมเจ้าถึงต้องเก็บมันไว้คนเดียว?”


    หยางลี่เจินเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่น “เพราะฉัน… ฉันไม่อยากรบกวนคุณค่ะ”


    เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “รบกวนข้า? ข้าเป็นสามีของเจ้า เจ้าจะรบกวนข้าได้อย่างไร?”


    คำพูดของเขาทำให้หยางลี่เจินชะงัก ใจเต้นแรงขึ้น แต่เธอก็ยังพยายามหลบสายตาเขา “แต่คุณ… คุณดูสนิทกับคุณหลิงหลันมาก ฉันเลยคิด…”


    “เจ้าคิดว่าอะไร?” เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วาง


    “ฉันคิดว่า… บางทีคุณอาจจะไม่ได้สนใจฉันจริงๆ” เธอพูดเสียงแผ่ว


    คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนถอนหายใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของเธอเบาๆ ดึงเธอให้มานั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ


    “เจ้าคิดผิดแล้ว” เขาพูดอย่างหนักแน่น “ข้าให้หลิงหลันเข้ามาในจวนเพราะเห็นว่าเป็นญาติ แต่ข้าไม่เคยให้ความสนใจนางในแบบที่เจ้าคิด” หยางลี่เจินเงยหน้าขึ้นมองเขา ใจของเธอเริ่มสั่นไหวด้วยความรู้สึกหลากหลาย


    “เจ้าไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบตัวเองกับใคร” เขาพูดต่อ น้ำเสียงนิ่งสงบ “เพราะในสายตาของข้า… เจ้าคือคนเดียวที่สำคัญ” น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้กลับไหลออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเสียใจ


    “คุณ… คุณพูดจริงเหรอคะ?” เธอถามเสียงแผ่ว


    เหวินเจาเหยียนพยักหน้า “ข้าไม่เคยพูดสิ่งที่ข้าไม่คิด เจ้าควรรู้ข้อนี้ดี” หยางลี่เจินยิ้มทั้งน้ำตา ความอบอุ่นในคำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก


    “ถ้าอย่างนั้น… ฉันจะเชื่อคุณค่ะ” เธอพูดเบาๆ พลางพยักหน้า


    เหวินเจาเหยียนยิ้มบางๆ ก่อนจะยื่นมือไปแตะศีรษะของเธอเบาๆ “ข้าจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาทำให้เจ้ารู้สึกแบบนี้อีก”


    หยางลี่เจินเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง เธอไม่เคยคิดว่าคนที่ดูเย็นชาและเด็ดขาดอย่างเขาจะมีด้านที่อบอุ่นและจริงใจขนาดนี้


    “ขอบคุณนะคะ…” เธอพูดเบาๆ


    เขาพยักหน้า ก่อนจะลุกขึ้นยืน “พักผ่อนให้ดี ข้ายังมีเรื่องต้องจัดการอีก”


    เขาหันหลังเดินออกไป ทิ้งให้หยางลี่เจินนั่งอยู่ในห้องพร้อมกับหัวใจที่รู้สึกเบาขึ้นและความอบอุ่นที่ยังคงลอยวนอยู่ในใจเธอ


    คล้ายกับเรื่องสตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า ที่คุณอ่าน