ที่เซฟเฮาส์แห่งใหม่ของนายวิรุณ...
"โว้ยย!"
เพล้งง!
แก้วบรั่นดีราคาแพงในมือปลิวติดผนังแตกกระจาย ไอ้บุญยืนตัวสั่นเพราะทำงานไม่สำเร็จ แถมลูกพี่ของมันคือไอ้พงษ์กับเด็กใหม่อีกคนต้องโดนตำรวจรวบตัวไปได้เพราะนอนสลบอยู่ ส่วนเขากับลูกสมุนนั้น ยอมะโหน้าต่างของบ้านใต้ถุนสูงลงมาเพราะห้องล็อค กว่าจะหนีออกมาได้ เล่นเอาสะบักสะบอมไปเหมือนกัน ครั้งนี้ทั้งพี่พงษ์และเขาพลาดมาก เพราะทำให้นายวิรุณต้องย้ายที่ซ่อนอีกครั้งเพราะกลัวว่าตำรวจจะคั้นเอาความจริงจากพี่พงษ์และลูกน้องว่านายวิรุณกบดานอยู่ที่ไหน
"จริงๆนะนาย ฉันเห็นไอ้ทิวกับลูกเสี่ยขจรขับรถหนีไป แต่ฉันไม่เห็นเสี่ยขจรจริงๆนะนาย"
ไอ้บุญรายงาน วิรุณมองไปที่ไอ้บุญแล้วเขายิ่งแค้นไอ้ทิว มันทำให้ไอ้พงษ์สมุนมือขวาของเขาเข้าคุกยังไม่พอ ไอ้บุญคนสนิทก็ถูกยิงจนมือขวาพิการ แล้วตอนนี้ไอ้บุญมันยังต้องใส่เฝือกอ่อนไว้อีกเพราะเอ็นข้อเท้าพลิกจากการะโลงมาจากบ้านสวนนั้น สภาพไอ้บุญตอนนี้มันน่าทุเรศใจจริง ๆ
"มึงไปไกล ๆ กูป่ะ ไอ้บุญ เห็นสภาพมึงแล้วกูเจ็บใจ อยากจะฆ่าไอ้ทิวมันนัก...ไป๊! ไปไกล ๆ ตีนกูเลย"
ไอ้บุญรีบกระเผลกออกไปหลังจากโดนไล่ เขาจะรีบรักษาตัวให้หายในเร็ววัน เขาจะซ้อมยิงปืนด้วยมือซ้ายให้แม่นเหมือนมือขวา เพราะเขาจะต้องฆ่าไอ้ทิวให้ได้ด้วยมือของเขาเอง
"ไอ้เมธ มึงส่งข่าวจ่าพุฒิด้วย ถ้ารู้ว่าไอ้ทิวกับข้าวขวัญอยู่ที่ไหน ให้รีบส่งข่าวทันที"
"ครับนาย"
"พวกมึงไปกันได้ละ กูอยากอยู่คนเดียว อ้อ ไอ้เมธ มึงหาผู้หญิงแถวนี้ให้กูสักคน เอาที่ไม่พูดมากนะโว้ย!"
ทุกคนรับคำแล้วออกจากห้องไปทันที
วิรุณไม่สนใจเสี่ยขจรศักดิ์สักเท่าไหร่นัก จะหนีตายไปที่ไหนก็เื่ของเสี่ย ในตอนนี้ เขาคิดแค่กบดานหนีตำรวจกับไปเอาข้าวขวัญมาเป็เมียเขาให้ได้เท่านั้นพอ แต่สิ่งที่วิรุณแค้นใจที่สุดก็คงเป็ไอ้ทิว มือขวาคนสำคัญของเสี่ยขจรศักดิ์
"ไอ้ทิว มึงทำกูหลายทีแล้ว กูจะเอาเืมึงมาล้างตีนกูให้ได้ มึงคอยดู!"
ณ บ้านริมทะเล...
หลังอาหารเย็น
ทิวไทไล่ให้ข้าวขวัญไปอาบน้ำแต่งตัว เพราะคืนนี้เขาจะพาเธอไปเที่ยวฟูลมูน ข้าวขวัญอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเดินลงมาหาทิวไทที่นั่งรออยู่ แค่หญิงสาวสวมเสื้อยืดสีเทาอ่อนที่เขาซื้อให้กับกางเกงช้างขาสั้นสีชมพู
เท่านี้ คุณข้าวของไอ้ทิวก็สวยที่สุดแล้ว
มอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่พาสองหนุ่มสาวมาที่หาดริ้น อันเป็หาดที่เขาจัดปาร์ตี้กัน
"จอดรถแถว ๆ นี้ดีกว่า แล้วเราค่อยเดินเข้าไป คนเริ่มแน่นแล้ว"
"คนมากกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก" ข้าวขวัญพูดด้วยเสียงที่แอบเป็กังวลเล็กน้อย
วันนี้ข้าวขวัญดูผ่อนคลายขึ้น ผมที่เริ่มยาวมากขึ้นนั้นถูกรวบเป็หางม้าไว้ด้วยหนังสติ๊กถุงแกง หน้าสดที่ไม่ได้ถูกแต้มแต่งนั้นเริ่มมีรอยไหม้ๆสีแดงอยู่ที่สองแก้ม ทำให้เธอดูน่ารักราวกับเด็กมัธยม มองแล้วก็สบายตาสบายใจไอ้ทิวเหลือเกิน ทิวไทใจเต้นไม่เป็จังหวะในตอนที่ข้าวขวัญกอดเอวเขาแน่นเพราะไม่เคยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์จึงกลัวตก แต่พอลมเย็นปะทะโดนหน้าหวานๆ เขาก็เห็นเธอจากการแอบดูจากกระจกหน้า ว่าเธอมองธรรมชาติของสองข้างทางแล้วยิ้ม แค่นี้เขาก็สบายใจแล้ว
หาที่จอดรถได้แล้วเขาก็ทำตีเนียนจับมือหญิงสาว พอเขาจับปุ๊ป ข้าวขวัญก็กระชับมือกับเขาแน่นแล้วอีกมือก็กอดแขนเขาปั๊ปโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว ทิวไทแอบยิ้มอยู่ในใจ เพราะอย่างน้อย มันก็แสดงว่าเธอก็ไว้ใจเขาและอุ่นใจเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ ๆ
"คนเยอะจัง ฉันกลัวหลงจังนายทิว นายอย่าปล่อยมือฉันนะ"
ข้าวขวัญมองซ้ายแลขวาอย่างระแวง ปกติเธอก็สายปาร์ตี้ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่มาคราวนี้หญิงสาวไม่ได้มาเที่ยว เธอยังระแวงว่านายวิรุณจะคอยตามมาเอาตัวเธอไป หรือไม่ก็ต้องเป็ลูกน้องของนายวิรุณที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
แต่ทิวไทก็สังเกตเห็นอาการของเธอและเข้าใจดีว่าอะไรเป็อะไร
"ไม่เป็ไร คุณมาเดินข้างหน้าผมก็ได้"
คนตัวโตดันเธอให้ขึ้นเดินข้างหน้า ส่วนเขาก็โอบเอวเธอไว้หลวมๆ ทำให้ข้าวขวัญรู้สึกคลายกังวลไปได้มาก
"อย่างนี้ดีกว่าไหม?"
ทิวไทถามชิดอยู่ที่ริมหู กลิ่นสบู่อ่อนๆทำให้ทิวไทใจฟู ข้าวขวัญพยักหน้ารับ หญิงสาวจับมือใหญ่ที่โอบเอวตัวเองไว้แน่นเหมือนเด็กกลัวหลงแล้วเริ่มออกเดินไปท่ามกลางฝูงชนที่ส่วนใหญ่จะเป็นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ต่างก็พากันมาปาร์ตี้ในคืนพระจันทร์เต็มดวงที่สายปาร์ตี้อยากจะมาสักครั้งในชีวิต
"คุณข้าว คุณเห็นร้านนั้นมั้ย? เขามีร้านเพนท์หน้าด้วยนะ เราเพนท์กันหน่อยดีมั้ย? ไหนๆก็มาแล้ว ไปร้านนั้นก็ได้ คนรอน้อยหน่อย"
ทิวไทชี้ไปที่หนึ่งในร้านเพนท์ที่ตั้งอยู่ข้างถนนเรียงรายอยู่หลายร้าน ร้านที่เขาชี้นั้นมีคนรอเพนท์อยู่เพียงสามสี่คน สองหนุ่มสาวต่อแถวแล้วเลือกลายให้เขาเพนท์หน้าให้ พอเพนท์เสร็จ ต่างก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะ ทิวไทดีใจที่เขาทำให้เธอหัวเราะได้ในคืนนี้
"นี่เป็หัวเราะแรกของคุณเลยนะ คุณข้าว ปล่อยจอยสักวันจะเป็ไรไป นะ ดีมั้ย? ปกติคุณดื่มหรือเปล่า? คุณจะเมาก็ได้นะ ผมดูแลคุณเอง"
ทิวไทบอกข้าวขวัญ เธอพยักหน้ารับ เขาจึงชวนเธอซื้อถังเครื่องดื่มเล็กๆหิ้วกันไปคนละถัง แล้วพากันเดินต่อไปเพื่อลงไปที่หาด
"จ่ายค่าเข้างานตรงโน้น แล้วคุณก็เต้นให้หลุดโลกไปเลยนะ ผมหิ้วคุณกลับเอง"
หาดทรายยาวสุดลูกหูลูกตานั้นมีแต่นักท่องเที่ยว ข้าวขวัญเริ่มมึนๆ แต่เธอก็ไม่กลัวสักนิดเพราะเธออยู่ในอ้อมกอดของนายทิวตลอดเวลา เขาเองก็ไม่ปล่อยเธอเลย ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและกล้าเต้นกล้าดื่มมากยิ่งขึ้น
"สนุกอ่ะ นายทิว ครั้งหน้านายพาฉันมาอีกนะ"
คนตัวเล็กหันหน้าเข้าหาเขา เธออ้อนเขาด้วยเสียงอ้อแอ้อย่างไม่ได้ตั้งใจแล้วส่งสายตาเชื่อมมาให้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทิวไทใจเต้นโครมคราม แต่ก็คิดอะไรไม่ได้ไปมากกว่าหน้าที่ ที่ต้องกอดข้าวขวัญไว้เพราะเธอเริ่มจะเซนิดๆ ข้าวขวัญเริ่มสนุก ทั้งๆที่เริ่มจะเมาแต่ก็ไม่ย่อท้อที่จะขยับตามจังหวะเพลงแล้วฮัมเพลงตาม อยู่ในลำคอ คนเบียดเสียดยัดเยียดแต่ทุกคนก็เต้นกันสนุกสนาน บรรยากาศคึกคักตลอดทางที่สองคนเดินไปตามหาดทราย ทุกคนที่มาเที่ยวต่างก็ทิ้งความเครียดกังวลไว้เื้ั แล้วเต้นปล่อยของกันสุดเหวี่ยง หาดทั้งหาดจึงอบอวลไปด้วยความสุข
"คุณข้าว ขึ้นมาดี ๆ เกาะเอวผมแน่น ๆ นะไม่งั้นเราสองคนไม่ถึงบ้านแน่"
"ฉันไม่ได้เมาซักหน่อย"
ร่างเล็กค่อยๆไต่ขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์แล้วเกาะเอวคนขี่ไว้แน่น ทิวไทส่งยิ้มให้หญิงสาวอยู่คนเดียวด้วยความเอ็นดู ข้าวขวัญคออ่อน จริงๆเธอดื่มเข้าไปยังไม่ถึงครึ่งถังเลย เธอก็โบ้ยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในถังที่เหลือให้เขาเสียแล้ว ส่วนเขาสิ ที่ต้องรับภาระทั้งหมดคือถังครึ่งรวมทั้งของตัวเขาเองด้วย แต่พอดีว่าเขาคอแข็งก็เลยไม่ค่อยมีผลอะไรกับเขานัก
"ผมจะออกรถแล้วนะ"
"อื้อ! ไปเลยย! ฉันอยากนอนบนเตียงนุ่มๆแล้ว ไม่ไหว ง่วงงงง"
ข้าวขวัญเกาะเอวเขาแน่น อย่าว่าเกาะเลย เรียกกอดน่าจะดีกว่า เธอกอดเขาแน่นแล้วเอาหน้ามาแนบที่แผ่นหลังกว้าง ทิวไทไม่กล้าขับเร็วเพราะกลัวว่าเธอจะตกเพราะเผลอหลับ จึงเรียกชื่อหญิงสาวมาตลอดทาง เธอขานรับบ้างไม่ขานรับบ้างจนเขาต้องจอดรถเพื่อเรียกให้เธอตื่นเป็บางครั้ง
"คุณข้าว อย่าหลับนา กอดผมไว้แน่นๆ"
ทิวไทขี่มอเตอร์ไซค์มือเดียว อีกมือของเขาต้องกุมสองมือเล็กที่กอดเขาอยู่ที่เอวไว้ให้แน่น พอถึงบ้านทิวไทถึงกับถอนหายใจโล่งอกที่ไม่ทำข้าวขวัญร่วงลงกลางทางไปก่อน
"เฮ้อ! ถึงซักที คุณข้าว ถึงบ้านแล้ว เมามากนะเนี่ย คุณข้าว ตื่นก่อน จะได้ลงรถดีๆ เดี๋ยวล้ม"
ร่างเล็กนั่งคร่อมบนอานมอเตอร์ไซค์ เทน้ำหนักมาที่เขาเต็มที่จนเขาต้องค่อยๆหันมาแล้วรวบเธอไว้ทั้งตัว แต่เธอก็ยังอุตส่าห์มีเสียงอ้อแอ้ตอบเขาได้อยู่
"ถึงบ้านแล้วเหรอ นายทิว"
"ถึงแล้วคุณ"
ทิวไทค่อยๆประคองข้าวขวัญลงจากมอเตอร์ไซค์อย่างทุลักทุเล
"คุณค่อยๆนะ อ้าว! รองเท้าหล่ะคุณ"
ทิวไทถึงกับหัวเราะก๊าก เมื่อเห็นว่าข้าวขวัญไม่ได้ใส่รองเท้า เธอเท้าเปล่าั้แ่เมื่อไหร่เขาก็ไม่ได้สังเกตเลย
"หายั้แ่เมื่อไหร่เนี่ยคุณ รู้ตัวหรือเปล่า?"
หญิงสาวไม่ตอบ เธอได้แต่หลับตาแล้วยืนนิ่งอยู่เฉยๆ จนเขาต้องหัวเราะออกมาแล้วส่ายศีรษะ
"ก็ดี ไม่เครียดสักวันเนาะ คุณข้าวของไอ้ทิว"
ทิวไทประคองข้าวขวัญมาจนถึงห้องแล้วปล่อยลงที่เตียง ร่างบางนอนแผ่หงายไม่รู้เื่ราว ชายหนุ่มมองร่างที่ไม่ได้สติแล้วก็ต้องยิ้มให้
"มุมเมานี่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ คุณข้าว"
ทิวไทเอาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วเช็ดหน้าที่มีแต่สีเพนท์ให้ แต่เขาก็เช็ดแบบรีบๆ แล้วเปลี่ยนมาเช็ดเท้าที่มีแต่ทรายให้ ก่อนจะดึงร่างบางมานอนบนเตียงให้เป็ที่เป็ทาง
"ฉันอยากล้างหน้า" เสียงเธอบ่นงึมงำ ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังถอดเสื้อของตัวเองออกเพื่อที่จะอาบน้ำ พอหันมาดูกลับเห็นข้าวขวัญลุกขึ้นนั่ง เธอมองเขาตาเชื่อมเหมือนขออนุญาต
"ผมเช็ดหน้าให้แล้ว พรุ่งนี้ตื่นคุณค่อยอาบน้ำอีกที"
"ขอไปล้างได้มั้ย? มันร้อนๆที่หน้า"
"คุณนั่งอยู่ตรงนั้นแหล่ะ เดี๋ยวผมเช็ดให้ ลุกมาเดี๋ยวก็ล้มหัวทิ่มไปหรอก"
ทิวไทเอาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วลงนั่งข้างๆหญิงสาว เขาเช็ดให้ทั่วทั้งหน้าอย่างเบามือ ข้าวขวัญลืมตามองเขาตลอดเวลาที่เขากำลังเช็ดหน้าให้เธอ ชายหนุ่มแทบจะกลั้นใจเช็ดและเลี่ยงการสบตา ลมหายใจของหญิงสาวที่รดหน้าเขาอยู่นั้นมีกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆปนอยู่กลับกลิ่นหอมบางอย่างที่เขาไม่อาจจะต้านทานได้เลยจริงๆ จนเขาต้องชะงักการเช็ดหน้าเหมือนถูกสะกด
"ขอบใจนะนายทิว ที่ดูแลฉัน"
"ไม่เป็ไร ผมเต็มใจ"
แล้วเขาได้ัักับริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง หลังจากวันที่ทั้งเธอและเขาหนีออกมาจากบ้านสวน ทิวไทประคองท้ายทอยของหญิงสาวไว้แล้วประทับจูบเบาๆก่อนจะกดหนักขึ้นตามอารมณ์ที่ต้องเก็บไว้อยู่ข้างใน ข้าวขวัญเอามือโอบรอบคอเขาไว้แล้วเงอะงะจูบตอบ หญิงสาวหลับตาพริ้มรับจูบที่บดลงมา ร่างบางสั่นสะท้านในขณะที่เขาเริ่มจูบรุกเร้า ปากอิ่มนุ่มและกลิ่นหอมปนกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆนั้นทำให้เขาต้องแทรกลิ้นเข้าหาความชุ่มฉ่ำภายใน เพียงเธอเผยอปากให้เขา ลิ้นร้ายของเขาก็แทรกเข้าลิ้มรสหวานหอมที่เขารอคอย
และมันก็หวานหอมอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ!