ป้าแก้วยิ้มตามประสาคนไม่ทันคิด "ใช่ค่ะพอดี..ตอนนี้คุณนลินใช้..อ่า.." หญิงสูงวัยพึ่งฉุกคิดเมื่อตนนั้นพูดจบไปแล้ว
เพียงเท่านั้น เหมือนมีใครโยนก้อนหินหนัก ลงกลางอกใบหน้าของฌอนแข็งตึง โดยไม่พูดอะไรอีก เขาหันหลัง ผลักประตูห้องตัวเองเข้าไปเสียงดัง ปัง!
ร่างสูงเดินดิ่งไปทิ้งตัวนั่ง ลงบนเตียงนอนหลังใหญ่ ดวงตาปิดลงช้า ๆ แต่แทนที่จะพบความเงียบ ภาพหนึ่งกลับผุดขึ้นในหัวอย่างชัดเจน
เด็กชายแก้มป่องวัยแปดขวบ ที่กำลังวิ่งเท้าเปล่าข้ามระเบียงราวเหล็กซึ่งเชื่อมห้องของเขา กับห้องของพี่ชายที่อายุห่างจากเขาเกือบห้าปี
"พี่ซล! รอด้วย!"
เสียงหัวเราะของเด็กสองคนดังลั่นบ้าน แม่ยืนอยู่หน้าห้อง ยิ้มพลางยื่นจานขนมหวานมาให้
"สองหนุ่ม...อย่าวิ่ง เดี๋ยวหกล้ม"
พ่อหัวเราะ ก่อนยกตัวเด็กแก้มป่องขึ้นมาพาดบ่า
บ้านหลังนี้...เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงในวันที่แม่จากไป...
และในความทรงจำของเด็กชาย ต้นเหตุของทุกอย่างก็คือ พ่อที่มากภรรยา และมูลนิธิเด็กกำพร้าของพ่อ
เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ เพดานห้องยังเป็สีเดิม หน้าต่าง ระเบียงที่เชื่อมห้องของเขากับห้องพี่ชายก็ยังอยู่
มีเพียงเ้าของห้องนั้น...ที่เปลี่ยนไป มือใหญ่กำแน่นจนเส้นเืปูด
"ห้องนั้น..."เขาหัวเราะในลำคอ "...มีแค่คนในครอบครัวเท่านั้น.."
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ก๊อก ก๊อก
"คุณฌอนครับ"เสียงเดิมเอ่ยขึ้น
ฌอนปรายตามองประตู ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เข้ามา"
นลินผลักประตูเข้ามาอย่างระมัดระวัง ในมือมีผ้าขนหนูสะอาดกับกุญแจรถคันใหม่ ที่เ้าสัวพึ่งสั่งโชว์รูมมาส่ง
"ป้าแก้ว ฝากให้ผมนำมาให้ครับ"
ฌอนเหลือบมองเพียงแวบเดียว "วางไว้"
นลินเดินเข้าไปวางของบนโต๊ะ "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ"
"เดี๋ยว"เสียงทุ้มดังขึ้น
นลินชะงักเท้า"ครับ"
ฌอนลุกขึ้น เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ระยะห่างใกล้พอจะเห็นแววตาของอีกฝ่ายชัดเจน เขามองใบหน้าสะอาดนั้นอยู่นาน ก่อนเอ่ยเสียงเบา
"ห้องนอน...สบายไหม?"
นลินยิ้มสุภาพ "ครับ...ห้องกว้างดี"ประโยคนั้นเหมือนคำตอบธรรมดา
แต่กลับทำให้มุมปากของฌอนยกขึ้นเพียงนิด"ก็ดี..อย่างน้อย..."
เขาโน้มหน้าเข้าไปเล็กน้อย "...จะได้จำไว้"
นลินมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "ครับ?"
"ว่าห้องนั้น..."ฌอนเว้นจังหวะ "ไม่ใช่..ของแก"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งห้อง นลินลดสายตาลง "ผมทราบครับ"
"ทราบ?"ฌอนหัวเราะเบา ๆ
"แต่..ก็ยังกล้า..”
"เ้าสัวให้ผมพักครับ..ผะ.."
"เ้าสัว?"น้ำเสียงนั้นเย็นลงทันที
"เรียกพ่อฉันว่าเ้าสัวเสียสนิท"
"ก็คงจะสนิทกันมากสินะ"
นลินรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่อย่างนั้นครับ..ผมแค่..."
"พอ" ฌอนตัดบท "ฉันไม่อยากฟัง"
เขาหยิบกุญแจรถขึ้นมาหมุนเล่น ก่อนโยนกลับลงโต๊ะเสียงดัง
"จำไว้..ต่อให้พ่อฉันเอ็นดูแกแค่ไหน"
"ต่อให้คนในบ้าน....จะมองแกยังไง"
"แกก็เป็แค่เด็กมูลนิธิ..ที่ครอบครัวฉันส่งเสีย"
ทุกคำพูดหนักแน่น ราบเรียบ และเ็าก่อนจะทิ้งประโยคสุดท้าย
"เพราะฉะนั้น...หัดสำนึกบุญคุณ.."
นลินเม้มริมฝีปากแน่น ปลายนิ้วกำชายเสื้อไว้โดยไม่รู้ตัว เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย
"...ครับ"
ฌอนมองภาพนั้นนิ่ง ๆ ควรจะรู้สึกสะใจแต่ไม่รู้ทำไม...ความว่างเปล่ากลับขยายใหญ่ขึ้นในอกของเขา เหมือนทุกครั้งที่ทำร้ายคนตรงหน้า
าแไม่ได้เกิดขึ้นกับนลินเพียงคนเดียว หากกำลังกรีดลึกเข้าไปในหัวใจของตัวเอง โดยที่เขายังไม่รู้ตัว
.........................................................