บทที่ 47
ปะทะกับเสือหน้าอสูร
อสูรทั้งสี่ตัวเคลื่อนที่มาอยู่บริเวณทิศตะวันออกของภูเขาแห่งนี้
หลังจากที่เคลื่อนที่มาถึงบริเวณนี้เมื่อก้าวเข้ามาภายในอาณาเขตของสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่บริเวณนี้เจ้าของอาณาเขตออกมาต้อนรับอย่างรวดเร็ว
เมื่อก้าวล้ำเข้ามาภายในดินแดนก็เผชิญหน้ากับสตูที่ยืนรอต้อนรับอยู่บริเวณด้านหน้า
ร่างของสตูที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้มันคือสัตว์อสูรที่มีร่างกายใกล้เคียงกับราชันย์หมาป่าโลหิต
ในตอนนี้มันมายืมเผชิญอยู่บริเวณด้านหน้าร่างกายเป็นเสือที่มีลักษณะเป็นเสือสีน้ำตาลเข้มมีใบหน้าที่แตกต่างจากเสือธรรมดาทั่วไป
จุดแตกต่างจากเสือธรรมดาทั่วไปปรากฏอยู่บริเวณใบหน้าบนใบหน้าของมันเป็นใบหน้าที่ดุร้ายราวกับใบหน้าของอสูร
เจ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันคือสัตว์อสูรระดับสี่ดาวเสือหน้าอสูร
บริเวณนี้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของมันเมื่อเข้ามาภายในอาณาเขตแน่นอนอยู่แล้วว่ามันต้องสามารถล่วงรู้ได้
มันมารอต้อนรับอยู่บริเวณด้านหน้าร่างกายของมันกำลังตั้งท่าและก็เตรียมพร้อมห้องต่อสู้ใบหน้าเต็มไปด้วยความดุร้ายดวงตาสีแดงจ้องมองมาที่สัตว์อสูรทั้งสี่ต้นที่เข้ามาย่างกายภายในอาณาเขตของมัน
“ เจอแล้ว… ” สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าเป็นเป้าหมาย
จางหมิงยกยิ้มมลที่มุมปากนอกจากปัจจัยหลายหลายอย่างที่พูดไปก่อนหน้านี้
การที่ตั้งจัยจาร่าสัตว์อสูรชนิดนี้มันเองก็มีอีกหนึ่งเหตุผลที่เป็นเหตุผลสำคัญ
ตรงที่ว่ามันเป็นสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ตัวเดียวแม้ว่าบริเวณนี้จะเป็นสถานที่ที่มีเสือหน้าอสูรอาศัยอยู่เยอะ
แต่ว่าพวกมันที่อยู่อาศัยบริเวณนี้ก็แยกกันอยู่ไม่ได้จับกุมกามเป็นฝูง
และเพราะแบบนั้นการล่ามันย่อมสามารถทำได้ง่ายดายมากกว่า
ถ้าลองเทียบกับการล่าเจ้าอสูรตนนี้เพียงตยเดียวกับการเข้าไปล่าพวกแมงมุมเหล็กทั้งฝูงการล่าแมงมุมเหล็กย่อมยากเย็นมากกว่าเพราะว่าจำนวนของพวกมันที่มีมากมาย
เมื่อมีสัตว์อสูรย่างกายเข้ามาภายในถิ่นฐานของมันมันไม่รีรอพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เสือหน้าอสูรพุ่งตรงเข้าใส่ร่างกายของหมาป่าโลหิต
มันพุ่งทะยานเข้ามาจากตรงๆเผชิญหน้ากำลังโดยตรงกับคู่ต่อสู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าตั้งใจจะวัดซึ่งพลังและความแข็งแกร่งโดยตรง
เมื่อเห็นมันพุ่งทะยานเข้ามาจางหมิงรู้ถึงจุดประสงค์ของมันได้ในทันที “ ผู้ใดจะยอมเล่า”
เถาวัลย์ปีศาจปลดปล่อยเถาวัลย์จำนวนมากออกมาพุ่งทะยานมัดร่างกายของเสือหน้าอสูรเอาไว้ชั่วขณะ
เพียงแค่พริบตาเดียวเถาวัลย์เหล่านั้นกระจายไปทั่วทั้งบริเวณสามารถมาถึงร่างกายของสัตว์อสูรที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาได้
ความรวดเร็วในการจับศัตรูปีศาจเถาวัลย์รวดเร็วกว่าแมงมุมเหล็ก
ตอนนี้สามารถมัดร่างกายของเจ้าเสือหน้าอสูรได้
เมื่อจับร่างกายของมันได้สำเร็จความสามารถหนามของเถาวัลย์ปีศาจก็ได้งอกออกมา
หนามอันแหลมคมงอกออกมาจากเถาวัลย์ที่กำลังมัดร่างของเสือหน้าอสูรอยู่
เมื่อหนามอันแหลมคมมันถูกงอกออกมามันก็ทิ่มแทงเข้าสายร่างกายของเจ้าเสือหน้าอสูร
หนามอันแหลมคมทิ่มเข้าไปสู่ผิวหนังของมันเสือหน้าอสูรส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด
หลังจากที่โดนหนามทิ่มเข้าไปภายในร่างกายมันไม่ได้มีเพียงแค่ความเจ็บปวดเท่านั้นที่ได้รับ
ในตอนนี้พิษจากหนามเหล่านั้นก็แทรกแซงเข้าไปทำให้ร่างกายนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ยากลำบากมากขึ้น
จาวหมิงที่ตัวของเขาจำเป็นจะต้องหยุดการเคลื่อนไหวของบ้านอย่างรวดเร็วเพราะรู้ดีว่าเจ้าเสือหน้าอสูรมันมีความแข็งแกร่งหรือว่ามีความโดดเด่นในด้านการโจมตี
ถ้าเข้าปะทะกับมันอย่างตรงๆอย่างไรเสียก็ไม่สามารถประทะกับมันได้อย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าจะเป็นราชาหมาป่าโลหิตที่พัฒนาขึ้นมาถ้าเข้าปะทะกับมันที่อสูรระดับสี่ดาวก็มีโอกาสที่จะพ่ายแพ้สูงเป็นอย่างมาก
เพราะแบบนั้นจึงลงมือในการหยุดการเคลื่อนไหวของมันก่อนเป็นอันดับแรกสิ่งที่ได้เปรียบด้านคือด้านจำนวน เพราะแบบนั้นจำเป็นจะต้องใช้ข้อได้เปรียบทางด้านจำนวนให้ได้เปรียบมากที่สุด
ในตอนนี้หลังจากเถาวัลย์ปีศาจสามารถจับร่างกายของมันและทำให้ผิดแทรกแซงเข้าไปภายในร่างกายได้
ร่างของเจ้าเสือหน้าอสูรมันขยับไปมาออกแรงสะบัดเถาวัลย์เหล่านั้นจนหลุด
พละกำลังของมันก็มหาศาลเช่นเดียวกันอีกทั้งเป็นสัตว์อสูรระดับสี่ดาวโดนพิษของสัตว์อสูรระดับสองดาวเข้าไปไม่สามารถทำให้ร่างกายนั้นหยุดได้แต่สามารถทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงได้
เสือหน้าอสูรเคลื่อนไหวได้เชื่องช้าลงจางหมิงสั่งแมงมุมเหล็กทั้งสองตัวพุ่งทะยานไปทางด้านซ้ายและขวาของมัน
จากนั้นก็ส่งให้พ้นใยเหล็กออกมาเป็นจำนวนมากพุ่งตรงจับร่างของเจ้าเสือหน้าอสูรเอาไว้
ใยเหล็กพุ่งทะยานมัดถึงร่างกายของเสือล่าอสูรเอาไว้
ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อใหญ่ๆของราชินีแมงมุมเหล็กสัมผัสโดนผิวหนังยังมีฤทธิ์กัดกล่อนผิดที่สัมผัสโดนผิวหนังทำให้มันส่งเสียงกรีดร้องอีกครั้ง
เสียงกรีดร้องของเสือหน้าอสูรดังกึกก้องไปทั่วทั้งผืนป่าแถบนั้นหลังจากที่มตึ่งร่างกายของมันได้ชั่วขณะหมาป่าโลหิตพุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ราชาหมาป่าโลหิตคงเล็บอันแหลมคมพุ่งตรงแล้วก็โจมตีใส่ร่างกายของมันอย่างเต็มๆ
“ ฉึบ!!!! ฉึบ!!! ฉึบ!!!! ” การโจมตีอันรวดเร็วทิ่มแทงเข้าใส่ผิวหนัง
กรงเล็บอันแหลมคมฝากบาดแผลขนาดใหญ่เอาไว้บริเวณกลางร่างกายของมันแมงมุมเหล็กทั้งสองตัวเคลื่อนไหวตามคำสั่งหลังจากที่ราชาหมาป่าโลหิตโจมตีใส่ร่างของเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว
แมงมุมเหล็กทั้งสองตัวพุ่งทะยานเข้าไปใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของตนเองตรงเข้าไปใส่ร่างกายของเสือหน้าอสูร
และหลังจากนั้นความเชี่ยวที่อยู่บริเวณขาของมันพุ่งทะยานไปแล้วก็เริ่มโจมตีใส่ร่างกายของเสือหน้าอสูรอย่างรวดเร็ว
เขี้ยวอันแหลมคมตัดผ่านเข้าใส่ร่างกายเมื่อโจมตีใส่ร่างกายของมันมันส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด
ในตอนนี้แม้ว่าเจ้าสิ่งที่มันกำลังโดนรุมโจมตีอยู่จะเป็นสัตว์อสูรระดับสี่ดาวถึงแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับสูงกว่าแต่เมื่อโดนสัตว์อสูรจำนวนมากลุงเข้าเล่นงานก็ไม่สามารถรับมือได้
ร่างของเจ้าเสือหน้าอสูรไม่มีทางได้ขยับเลย
เมื่อมันออกแรงทำการโจมตีใส่พวกใหญ่ๆที่พันธนาการร่างกายของพวกมันอยู่จางหมิงก็ใช้การพัฒนาการในรูปแบบอื่นในการมัดร่างกายของมันเอาไว้อีก
ในตอนนี้กลายเป็นว่าเสือหน้าอสูรไม่มีโอกาสได้สวนกลับและมันเองก็นอนการโจมตีของหมาป่าโลหิตอย่างต่อเนื่อง
กรงเล็บของหมาป่าโลหิตเต็มไปด้วยความแหลมคมและเต็มไปด้วยพละกำลังโจมตีมหาศาล
ผ่านไปสักพักบนร่างกายของเสือหน้าอสูรตอนนี้เต็มไปด้วยโลหิตมากมายบาดแผลปรากฎขึ้นจำนวนมากส่วนใหญ่เป็นบาดแผลที่ได้รับจากกรงเล็บของหมาป่าโลหิต
ในตอนนี้พละกำลังภายในร่างกายของมันเริ่มอ่อนแรงลงหลังจากโดนพิษเข้าไปภายในร่างกายจำนวนที่มากและก็โดนการโจมตีจำนวนมากเข้าไป
เสือหน้าอสูรเกิดจากสิ้นท่าแล้ว
“ ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่คิด จริงอยู่ที่มันเป็นสัตว์อสูรระดับสี่ดาวแต่ในตอนนี้เมื่อมองถึงความสามารถที่หลากหลายของชาติอสูรภายในครอบครองเจ้าเสือหน้าอสูรก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ ” จางหมิงที่กำลังควบคุมการต่อสู้อยู่ใกล้ใครยกยิ้มที่มุมปาก
หลังจากนั้นก็เริ่มทำการปิดฉากอย่างรวดเร็ว
เสือหน้าอสูรโดนกำจัดหลังจากที่โดนสัตว์อสูรทั้งสี่รุมเล่นงาน
…
จางหมิงที่อยู่ในท่านั่งสมาธิภายในถ้ำดวงตาทั้งสองข้างลืมเปิดขึ้นหลังจากที่จัดการกับสัตว์อสูรตนนั้นได้สำเร็จ
ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ให้สัตว์อสูรของเขานำพาร่างกายของมันกลับมาเท่านั้น
ในขณะที่หลุดออกมาจากการควบคุมร่างกายค่อยค่อยลุกยืนขึ้นพร้อมกับบิดร่างกายไปมา
ในขณะที่บิดร่างกายไปมาเพื่อขับไล่ความขี้เกียจลมปราณอันมหาศาลปลดปล่อยออกจากร่างกายของอี้หลงเสียง
ลมปราณที่มันปลดปล่อยออกมาจากภายในร่างกายเป็นที่สังเกตจนดึงดูดสายตาจ้องมองไปไป
ผิวหนังของจางหมิงสามารถสัมผัสได้ถึงลมปราณอันแข็งแกร่งที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของนาง
“ นี่มันหรือว่าก้าวข้ามระดับ ” นี่คือสิ่งที่สามารถสัมผัสได้ในตอนนี้
จางหมิงรู้ดีว่าในช่วงเวลาที่ลมปราณภายในร่างกายมันจะเพิ่มระดับขึ้นกระแสลมผ่านภายในบริเวณรอบรอบมันจะแปลเปลี่ยนไปเช่นนี้
“ เห็นที่แล้วระดับฝีมือของน่าจะเพิ่มขึ้นอีกระดับในสถานที่แห่งนี้เส้นทางการแตกฉานในการฝึกฝนวรยุทธก็ กระแสลมปราณที่อยู่บริเวณรอบรอบในตอนนี้กำลังแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นรูปแบบหนึ่ง”
“พลังหยินหยางเองก็แปรเปลี่ยน แสดงว่ากำลังจะขึ้นสู่ระดับสาม ” จากที่สามารถสังเกตได้มันก็คงจะเป็นประมาณนั้น
ตามความคิดแล้วก่อนหน้านี้นางน่าจะมีระดับลมปราณอยู่ภายในระดับสี่ขั้นสูงตอนนี้กำลังจะพัฒนาขึ้นไปในระดับสาม
จางหมิงตัดสินใจเดินออกไปจากถ้ำแห่งนี้ “ ตอนที่กระแสลมปานพัฒนาขึ้นไปอีกระดับมันจะมีความหนักแน่นในลมปราณมากขึ้นอีกเป็นอันตราย ”
ตัดสินใจถอยออกมาจากสถานที่แห่งนั้นเพราะเกรงว่าถ้าอยู่ภายในถ้ำแห่งนั้นอีกจะเป็นอันตราย
เมื่อเดินออกมาบริเวณด้านนอกสัตว์อสูรก็ลากของเจ้าเสือหน้าอสูรกลับมาจากป่าทางทิศตะวันออก
เมื่อร่างกายของมันมาอยู่บริเวณด้านหน้าทำการชำแหละร่างกายของมันอย่างรวดเร็ว
นำเอาแก่นวิญญาณภายในร่างกายของมันออกมาจางหมิงคือแก่นวิญญาณที่เป็นรูปลักษณะคล้ายคลึงกับลูกแก้วสีดำอยู่ภายในมือ
ก่อนจะยกชูขึ้นและกล่าว “ มอบแก่นวิญญาณอสูรให้กลับไข่อสูร”
“ ทำการ ส่งมอบแก่นวิญญาณอสูรให้กับไข่อสูร ” เสียงของเสี่ยวหนิงทวนขึ้นมา
ก่อนที่แก่นวิญญาณอสูรให้ในมือจากค่อยค่อยสลายหายไปพร้อมกับสิ่งที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้า
[ ระบบ: ไข่อสูรได้รับลมปราณเพียงพอกำลังจะเริ่มฟักตัว ]
หลังจากนั้นบริเวณด้านหน้ากอเกิดปรากฏการณ์ขึ้นจางหมิงยืนมองปรากฏการณ์ที่ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าอย่างตกตะลึง
จบบท