ร้านเหล้า ซุ้มยาดองเป็นแหล่งรายได้ชั้นดี ดีซะยิ่งกว่าการเปิดร้านอาหาร แต่อย่างใดก็ตามการทำธุรกิจชนิดนี้จำต้องมีเส้นสาย ไม่งั้นแล้วขอทานจะเข้ามาขอส่วนบุญ พวกมันเหมือนกับหมาไฮยีน่าที่ชอบเข้ามารุมทึ้งเหยื่อ กัดเราไม่ปล่อยจนกว่าจะตาย แต่หากเรามีเส้นสายล่ะก็พวกมันจะเลียแข้งเลียขา ประจบประแจงเหมือนกับหมาเชื่องๆบาสมองดูสมุดบัญชีแล้วต้องส่ายศีรษะ ถึงแม้เขาอยากจะเริ่มธุรกิจแต่เงินในบัญชีไม่เอื้ออำนวยเลยนี่สิ ตอนนี้เงินส่วนใหญ่ต้องมาหมุนในร้านจิ้มจุ่มจ่ายค่าจ้างพี่เมย์กับพี่น้ำคนละ250บาท ส่วนแม่หน่อยแกมาช่วยฟรี นี่เป็นธุรกิจของบาสคนเดียว ไม่ได้หุ้นกับพี่ๆไม่แปลกที่จะต้องจ้างพวกเธอ สำหรับค่าห้องนอนบนชั้นสองเขาให้อยู่ฟรีๆเพราะพวกเธอเป็นพี่สาว วันนี้ขายดิบขายดีกระทั่งถึงเที่ยงคืนจนปิดร้าน เนื้อหมูและปลาหมึกกุ้งหมด ไม่เหลืออยู่ในตู้แช่แม้สักชิ้น แม่หน่อยไม่ได้กลับไปนอนที่บ้าน แกนอนกับบาสที่ชั้นสาม ใจจริงแกก็จะกลับนั่นแหละแต่เพราะดึกแล้วจะกลับไปอาบน้ำนอนก็เสียเวลามาก บาสจึงบอกให้นอนอยู่ที่นี่จะได้ไม่ต้องขึ้นรถไกลๆส่วนพ่อรุ้งแกนอนอยู่ที่บ้านคนเดียว วันนี้ก็ขายดีอีกเช่นเคย และมันค่อนข้างยุ่งเมื่อขาดพี่เมย์กับพี่น้ำไปแกเลยต้องทอนเงินให้ลูกค้าด้วยตัวเอง กว่าบาสจะอาบน้ำเสร็จก็ปาไปตีหนึ่ง แม่หน่อยนอนหลับแล้วส่วนเขาออกมายืนตรงหน้าระเบียงชั้นสาม ระเบียงของชั้นเชื่อมต่อกับตึกข้างๆ จากตรงนี้สามารถข้ามไปยังอีกฝั่งได้
หมู่ดาวพราวเสน่ห์ ลมเย็นพัดเอื่อยๆ ถนนที่มืดมิดดูเงียบเหงา ไร้ซึ่งรถวิ่งผ่าน จะได้ยินเพียงเสียงหมาหอนตามบ้านเรือน บรรยากาศเช่นนี้สร้างความกล้วให้กับใครไม่มากก็น้อย บาสจับราวระเบียง โดยไม่รู้เลยว่ามีใครคนหนึ่งจากตึกที่ติดกันมองมา เธอสวมชุดนอนสีขาวบางๆ กางเกงขาสั้นโชว์ขาขาว ผมที่ถูกปล่อยลงมามีหยดน้ำติดอยู่เล็กน้อย ดูเหมือนเอิงเพิ่งจะอาบน้ำสระผมเสร็จเอิงอยู่ที่ระเบียงนานแล้ว กระว่าจะตากลมให้ผมแห้งแล้วกลับเข้าไปนอน เมื่อก่อนเธออยู่ในเมือง มาอยู่บ้านนอกแบบนี้เลยรู้สึกแปลกๆ ไม่มีโรงหนัง ไม่มีที่เที่ยว ไม่มีอะไรเลยที่เธอชอบ เธอรู้สึกหดหู่อยู่ในใจ กำลังจะกลับเข้าไปในห้องต้องถอยกายกลับมาเพราะเห็นบาสออกมายืนหน้าระเบียง “บาส...ยังไม่นอนอีกเหรอเนี่ย?” เอิงไม่ได้พูดออกไปเพียงแค่คิดในใจเท่านั้น สำหรับเธอบาสเป็นคนที่ขยัน เขาต่างจากเด็กวัยเดียวกันอย่างชัดเจน เธอรู้สึกว่าเขาดูเป็นผู้ใหญ่กว่า แม้แต่พี่ของเธอเองยังน่าเบื่อ มอสทำตัวเหมือนเด็กๆที่ติดเกมต่างจากบาสที่มุ่งหาเงิน“บาสทำอะไรอยู่เหรอ” เอิงตัดสินใจทัก บาสที่ได้ยินเสียงก็หันมา กระพริบตาปริบๆเมื่อเห็นเอิงอยู่ในชุดนอนตัวบาง กางเกงสีขาว ขาอ่อนขาวๆกอปรกับแสงจันทร์สาดส่อง เอิงดูเย้ายวนชวนหลงใหลเอิงรู้สึกประหม่าเมื่อเห็นเขาจ้องมา เธอดึงกางเกงลงนิดหน่อยด้วยความเขินอาย นี่เป็นครั้งแรกที่คนอื่นนอกจากคนในบ้านเห็นเธอใส่ชุดนอน เอิงถึงกับหน้าเปลี่ยนเมื่อคิดถึงเรื่องนั้น“เราเพิ่งอาบน้ำเสร็จน่ะ” บาสมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างไม่ลดละ “แล้วเอิงล่ะ....เพิ่งอาบน้ำเสร็จเหมือนกันเหรอ”“อื้ม..”“อาบดึกจัง ทำอะไรอยู่ล่ะ”“อ๋อ...ก็นอนฟังเพลงอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ แล้วบาสล่ะเพิ่งปิดร้านใช่มั้ย”“ใช่ ลูกค่าเข้าเยอะ กว่าจะได้พักก็เนี่ยเลยเที่ยงคืน”“เหนื่อยแย่เลยนะ” “ตอนนี้ยังไม่เท่าไหร่ แต่หลังจากโรงเรียนเปิดคงต้องหาพนักงานมาช่วยงาน” บาสถอนหายใจ แต่ไม่ได้ท้อหรือบ่นว่าเหนื่อยออกมา ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงปิดเทอมทำให้เขามีเวลาพักผ่อน แต่หากเป็นช่วงเปิดเทอมแล้วล่ะก็บาสจะไม่มีเวลาแบบนั้น เขาจำเป็นต้องจ้างพนักงานเพิ่ม รวมถึงสิ่งอื่นๆด้วยในอนาคต“ให้ช่วยมั้ย” เอิงถาม“แต่เอิงอายุยังไม่ถึงสิบแปดปีเลยนะ”“แล้วไง บาสเองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”“ขอเราคิดดูก่อนนะ”“จะคิดทำไมให้ปวดหัว บ้านเราอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง รับรองเลยว่ารับเราแล้วไม่ต้องกลัวเลยว่าเราจะเข้างานสาย”“ฮ่าฮ่า จริงเหรอ? แต่เมื่อเปิดเทอมมันก็ต้องมีกิจกรรมเข้ามาเอี่ยวด้วย บางทีอาจจะเลิกห้าโมงเย็น”“โอ้จริงด้วยสิ...” เอิงแตะริมฝีปากพลางครุ่นคิด เธอนั่งอยู่บนราวที่กั้นระหว่างตึก เพียงแค่เธอข้ามไปอีกฝั่งก็สามารถเข้าไปยังห้องบาสได้ ขาขาวๆที่พาดอยู่สร้างความตื่นตระหนกให้กับเด็กหนุ่ม เมื่อเห็นเอิงเอามือแตะริมฝีปากช่วยไม่ได้ที่จะคิดถึงน้องอร ราวกับมีเพลิงแผดเผาในหัวใจ ริมฝีปากของน้องอรยังแจ่มชัดในความทรงจำ “นี่ก็ดึกแล้วเราว่า...ไปนอนกันเถอะ” เด็กหนุ่มต้องรีบดับไฟที่สุมใจ หากปล่อยให้เป็นอยู่แบบนี้ตอไป เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะทำอะไรกับเอิง “บาสจะนอนแล้วเหรอ?” เอิงไม่รู้เลยว่าที่เขาเลือกจะจากไปเป็นเพราะเธอนั่งไม่ระวัง ถึงแม้จะไม่เห็นอะไรใต้หว่างขาแต่ทว่าขาวๆอย่างเดียวก็สร้างความตื่นเต้นให้มากพอแล้ว“ใช่ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปซื้อผักผลไม้อีกเยอะ”“อื้ม...งั้นฝันดีนะ”“ฝันดีนะเอิง”
เอิงเฝ้ามองเขาจากไปกระทั่งลับตาจึงลงจากระเบียง ใบหน้าร้อนผ่าวอย่างช่วยไม่ได้ เธอรู้ว่าเขามองอะไรอยู่แต่ยังให้มองอยู่เนิ่นนาน เมื่อเห็นเขาเดินจากไปจึงถอนหายใจ มองดูชุดตัวเองในเวลานี้ก่อนจะหัวเราะน้อยๆ“บางทีแกล้งเขาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ทำงานเหนื่อยๆตั้งแต่อายุน้อยเดี๋ยวจะเครียดเกินไป หวังว่าเขาจะหลับฝันดีนะ” มันกลับกันเลยต่างหาก ภาพของน้องอรยังเด่นชัดอยู่ในความฝัน ริมฝีปากเล็กชวนให้ลิ้มลอง แล้วยังมีเอิงที่เข้ามาโชว์ขาขาวๆ กว่าบาสจะหลับก็ปาไปตีสอง โชคดีที่ไม่ต้องไปจ่ายตลาดซื้อหมูเอง มีพ่อค้าหมูเอ็มมาส่งถึงที่ประหยัดเวลาและน้ำมันไม่น้อย บาสยังต้องใช้รถสามล้อของพ่อรุ้ง ซึ่งแกก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะช่วงเช้าว่างอยู่แล้ว ส่วนปลาไม่ได้หาเองอีก เพราะทุกคนต่างรู้ว่าแกต้องการปลาไปขาย พ่อค้ารายเล็กเหล่านั้นชอบปั่นจักรยานไปตามบ้านแล้วตะโกนขายปลา จึงประหยัดเวลามากเมื่อขายให้กับพ่อรุ้ง ถึงแม้จะได้ราคาถูกกว่าโดยปกติก็ตามแต่พวกเขายังเลือกขายแทนที่จะปั่นจักรยานไปรอบๆหมู่บ้าน ที่ยอมขายให้พ่อรุ้งก็เพราะว่าพวกเขาขี้เกียจปั่นจักรยานรอบหมู่บ้าน อยากจะขายให้หมดเร็วๆแล้วกลับไปดื่มเหล้า ใช่ ชีวิตคนหาปลาก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น แต่ถึงแม้จะไม่ได้จับปลาเองแต่บาสก็ไม่สามาถยืมรถพ่อได้ใช้ตลอด พ่อรุ้งจำต้องขับมาจากหมู่บ้านระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆเลย ไหนจะเหนื่อยที่ต้องขายปลาบาสจึงคิดจะซื้อรถสามล้อสักคัน ส่วนรถกระบะคงต้องรอไปอีกสักระยะ
เช้าตรู่ของอีกวัน.... บาสรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว จิ้มจุ่มยังขายดีเหมือนเดิม เนื่องจากน้ำจิ้มอร่อยและหมูเกรดดีราคาถูก ลูกค้าจึงบอกปากต่อปากเข้ามากินไม่ขาดสาย สุดท้ายบาสจึงเพิ่มพนักงานเข้าไปอีกคน นั่นคือเอิงความใกล้ชิดของคนเราทำให้สนิทสนมกัน ถึงแม้มันจะเป็นช่วงทำงานสั้นๆในช่วงปิดเทอม แต่บาสก็เข้าใจในตัวเอิงหลายอย่างเอิงเบื่อหน่ายที่อยู่บ้านนอก เธอเป็นเด็กในเมืองชอบเที่ยวไปดูหนังหรือไม่ก็เล่นเกม วันนี้บาสตื่นเช้าก็ไม่ใช่อะไร เพราะเอิงนี่แหละต้นเหตุของปัญหา วันนี้เขามีนัดไปดูหนังกับเธอในเมือง เลยต้องตื่นแต่เช้าให้ทันรอบหนัง ป้าไพรรู้จักบาสและครอบครัวดีว่าเป็นยังไง ในสายตาของเธอเด็กคนนี้ใช้ได้ ถือว่าผ่านมาตฐานที่กำหนดไว้ เพราะงั้นจึงอนุญาตให้เอิงไปดูหนังกับบาสถึงแม้จะเหนื่อยจากงานเเต่บาสก็จัดแจงเสื้อผ้าก่อนจะลงไปชั้นล่าง“บาส...แต่งตัวซะหล่อเลยนะวันนี้” พี่เมย์ที่กำลังดูทีวีอยู่ถาม มันเป็นทีวีจอแบนติดผนังไว้ให้ลูกค้าดูบอล ร้านจิ้มจุ่มก็เป็นเพียงชื่อร้าน ทว่าในความเป็นจริงการตกแต่งต่างๆและบรรยากาศภายในเหมือนร้านเบียร์ซะมากกว่า บรรยากาศน่านั่งเล่น เพราะงั้นเด็กวัยรุ่นจึงมักมากันเป็นกลุ่มก้อนกินจิ้มจุ่ม“อย่าทำอะไรเอิงนะเว้ยรู้มั้ย” พี่เมย์หัวเราะน้องชายตัวดี จากสายตาที่เธอกำลังมอง บาสบอกได้เลยว่าเธอคิดเรื่องใต้สะดือ “เห้อ...คิดอย่างอื่นบ้างสิพี่ ใครจะกล้าทำอะไรกับเอิงล่ะ”“ก็ไม่แน่นะ ขนาดพี่ทรายบาสยังทำให้ร้องไห้เลยไม่ใช่เหรอ” พูดถึงพี่ทรายก็ถอนหายใจยาว อาจจะบอกได้ว่าเธอเป็นเหมือนกับรักแรก มันรู้สึกเจ็บเพียงได้ยินชื่อของเธอ ถึงแม้เธอจะบอกว่าไม่เคยมีอะไรกับชายที่ชื่อไม้ แต่อย่างใดก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอโกหก“พี่ก็พูดไปเรื่อย” บาสยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ สำหรับความจริงเรื่องพี่ทรายคงมีแค่เขาและยายพีมเท่านั้นที่รู้เรื่อง “นี่อย่าลืมซื้อไก่เคเอฟซีมาฝากนะ” ก่อนที่จะออกจากร้านพี่เมย์ไม่ลืมที่จะสั่งของ บาสพยักหน้า ตอนนี้หากจะซื้อเคเอฟซีต้องเข้าเมืองไปกินในห้าง ส่วนเมื่อไหร่ถึงจะมีขายแถวบ้าน จากความทรงจำของบาสหลังจากนี้อีกเก้าปีจะมีโลตัสเข้ามาเปิด มีเคเอฟซีขายอยู่ด้วย เรียกได้ว่าหลังจากเปิดวันแรกก็ทำรายได้ไปหนึ่งล้านบาท จะซื้อจะกินอะไรสมัยนั้นง่ายกว่าตอนนี้มาก ส่วนตอนนี้หากจะกินมีแต่ต้องเข้าไปในเมืองเท่านั้น
บาสยืนอยู่หน้าร้านพ.ร.บ นี่เป็นเวลาสามโมงเช้า อากาศปลอดโปร่ง ดวงอาทิตย์สดใสลอยอยู่บนท้องนภา นกร้องส่งเสียงจ้อแจ้อยู่บนหลังคา หลังจากเขามายืนรอไม่นานเด็กสาวคนหนึ่งก็มาสะกิดข้างหลัง บาสหันกลับไปมอง เป็นต้องตะลึงกับเอิงที่ใส่ชุดน่ารัก ตอนนี้เธอสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ กระโปรงสีขาวสั้นๆกับรองเท้าผ้าใบ ขาขาวราวกับหิมะดูเข้ากับกระโปรง แต่งหน้าหน่อยนึงบางๆให้สมกับวัย “เถ้าแก่ใหญ่มารอนานหรือยังคะ” เอิงทักอย่างขี้เล่น หลังจากเป็นพนักงานในร้านเธอมักจะเรียกเขาว่าเถ้าแก่ใหญ่ ถึงแม้บาสจะบอกว่าไม่ชอบแต่เธอกลับไม่ฟัง เขาทำได้เพียงยอมรับให้เธอเรียกเถ้าแก่ใหญ่“สักพัก” เด็กหนุ่มตอบห้วนๆ “โหยพูดแบบนี้ได้ยังไงกันคะเถ้าแก่ใหญ่ จะไปเที่ยวกับผู้หญิงทั้งทีจะพูดแบบนี้ไม่ได้นะคะเธอคงจะเสียใจแย่ เถ้าแก่จะต้องพูดว่า...ผมเพิ่งจะมาถึงเองครับ น้องสาว” บาสเอามือก่ายหน้าผาก ก่อนจะมองเด็กสาวตรงหน้า