เปล้ง เปล้งเปล้งเคล้ง !
ดาบในมือของแชมเปี้ยนรัวฟันด้วยความเร็วไว สิ่งที่เขาตัดทิ้งไปคือลูกธนูที่สร้างมาจากกระดูกแขนของมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายม้า ท่อนบนกลับมีลักษณะเหมือนมนุษย์ เพียงแต่ว่าผิวของมันเต็มไปด้วยเมือกสีดำไหลออกมาราวกับยางมะตอย
แขนข้างขวาของมันคล้ายกับกระบอกมีรูกลวงด้านใน มันถูกออกแบบมาสำหรับใช้ยิงกระดูกที่สร้างออกมาจากมือซ้าย
ด้วยการงอกกระดูกออกมาจากแขนซ้ายให้มีลักษณะยาวเหมือนฉมวกแล้วเสียบเข้าไปในแขนขวา มอนสเตอร์ตรงหน้าที่ถูกเรียกว่าเซนทอร์จึงสามารถยิงลูกศรโจมตีจากระยะไกลได้ กระดูกที่ทำเป็ลูกศรราวกับธนูสามารถแตกตัวเป็เข็มเล็กๆทุกครั้งที่ยิง จึงทำให้การฆ่ามันเป็เื่ยาก
ชายคนหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดเกราะหนักใช้โล่บดบังการโจมตีพยายามพาแชมเปี้ยนอีกหลายคนที่หลบอยู่ด้านหลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เซนทอร์ การจะจัดการมันได้นั้นจะต้องเข้าถึงตัวให้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่ใช่เื่ง่าย เซนทอร์ไม่ได้โง่ มันรู้ว่าตนเองตกที่นั่งอันตรายหากรอให้อีกฝ่ายเข้าใกล้ ทุกครั้งที่คิดว่าระยะการโจมตีใกล้เกินไป มันจะใช้เท้าทั้ง 4 วิ่งทิ้งระยะห่างทำให้แชมเปี้ยนต้องวิ่งไล่ตามเรื่อยๆ
การล่าเพียงคนเดียวนับว่าเป็เื่ยากถ้าหากมีระดับเท่ากับมัน การล่าเป็กลุ่มจึงเหมาะกว่าเพราะต้องมีคนคอยดึงดูดความสนใจและต้องมีคนลอบเข้าไปฆ่ามัน
แอ็กเซลมองดูการต่อสู้อยู่สักพักเขาจึงเดินผ่าน การแย่งเหยื่อของคนอื่นอาจจะทำให้เกิดการกระทบกระทั่งได้ กลุ่มตรงหน้าคงไม่สามารถจัดการมอนสเตอร์ได้ง่ายๆเพราะไม่มีอาชีพโจมตีระยะไกล เขาจึงไม่จำเป็ต้องดูอีกต่อไป
เมื่อเดินเข้าไปในป่าเรื่อยๆ แอ็กเซลเริ่มเห็นผู้คนพยายามสู้กับเซนทอร์ บางกลุ่มต้องรับมือกับพวกมันเพียงตัวเดียวเท่านั้น บางกลุ่มต้องรับมือมากถึง 2 หรือแม้กระทั่ง 3 ตัวก็มีให้เห็น เขายังคงไม่เข้าไปวุ่นวายกับการล่าของคนอื่นทำการเดินเข้าไปให้ลึกขึ้น พลางมองดูแชมเปี้ยนที่กำลังใช้อาชีพที่ต่างกันออกไปสู้กับมอนสเตอร์
อาชีพระยะประชิดถือเป็อาชีพยอดฮิต ถึงแม้จะใช้ดาบเหมือนกัน สกิลเริ่มต้นที่ได้รับกลับแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสายเืและพันธุกรรม บางคนสามารถเสริมพลังให้กับดาบแล้วฟาดฟันติดต่อกันได้สูงถึง 10 ครั้ง บางคนทำได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้แอ็กเซลรู้สึกสนใจไม่น้อยคืออาชีพระยะไกล ยิ่งเดินลึกเข้ามามากเท่าไหร่ เขาก็พบแชมเปี้ยนที่จัดกลุ่มล่าดียิ่งขึ้น อาชีพโจมตีระยะไกลมีให้เห็นมากขึ้น ไม่ได้มีเพียงธนูที่ใช้โจมตีไกล บางคนถือปืน บางคนถือไม้เท้าราวกับนักเวท แอ็กเซลที่เห็นอาชีพนักเวทจึงยืนมองครู่หนึ่ง เพราะเขานั้นอยากรู้ว่าอาชีพนี้มีความต่างจากจอมเวทหรือเปล่า
บู้ม!
“ ไม่มีการร่ายเวท สกิลที่ใช้แค่นำพลังจากคอร์ไดฟ์มาเปลี่ยนให้อยู่ในรูปร่างต่างๆเท่านั้นสินะ ”
บอลเพลิงจากแชมเปี้ยนที่ได้รับอาชีพคือสิ่งที่ใช้งานบ่อยที่สุด แอ็กเซลเห็นถึงความต่างของการใช้เวทระหว่างเขาและอีกฝ่าย
หอกเพลิงของเขาต่อให้จะกลายเป็สกิลแล้วก็ตาม ทุกครั้งที่เขาใช้งานจะมีวงเวทปรากฎขึ้นมาก่อนทุกครั้งที่หอกเพลิงจะพุ่งออกไปโจมตี แต่สำหรับสกิลของนักเวทมันเป็เพียงแค่การดึงพลังจากคอร์ไดฟ์ออกมาสร้างรูปร่างเพื่อโจมตี บางครั้งเป็ลูกบอลเพลิง บางครั้งเป็กำแพงไฟมีความกว้าง 5 เมตร และที่น่าตื่นเต้นสุดคือพายุขนาดเล็กที่สร้างขึ้นมาจากสกิล
จากสิ่งที่แอ็กเซลเห็นทำให้เขารู้ถึงขีดจำกัดของแชมเปี้ยนอาชีพนักเวทและเขาที่เป็จอมเวท อีกฝ่ายมีสกิลจำกัดสามารถใช้ได้แค่ธาตุใดธาตุหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับเขาสามารถสร้างสกิลขึ้นมาใช้งานได้หลากหลายธาตุ มันจึงถือเป็หนึ่งในความโกงที่อาชีพนักเวทไม่สามารถทำเหมือนเขาได้
บู้ม!
ร่างของเซนทอร์ถูกพายุเพลิงพัดเข้าถล่ม ด้วยขนาดของพายุหมุนมันสามารถวิ่งออกมาด้านนอกได้เพื่อไม่ให้ตนเองตาย แชมเปี้ยนคนหนึ่งกลับเหวี่ยงโซ่ออกจากแขน มันคือโซลฟอร์ดที่ใช้ในการจับกุม เมื่อเท้าของเซนทอร์ถูกพันเอาไว้ด้วยโซ่ไม่สามารถหนีออกไปไหนได้จึงถูกพายุไฟเผาร่างสุดท้ายมันก็ทิ้งตัวลงมานอนตายเหลือไว้เพียงซากสีดำ
แชมเปี้ยนทั้ง 10 ที่ฆ่ามอนสเตอร์รีบเข้าไปมุงดูร่างของมัน ทันใดนั้นพลังงานสีแดงบริเวณกลางหน้าอกของศพเซนทอร์ก็เริ่มกลั่นตัวกลายเป็อาวุธดาบร่วงตกลงตรงหน้าพวกเขา
“ ฮ่าๆ ในที่สุดเราก็ได้มันมาแล้ว ”
แอ็กเซลเกาคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่าลักษณะภายนอกของมอนสเตอร์จะไม่เกี่ยวข้องกับประเภทของโซฟอร์ดที่กลั่นตัวออกมา เซนทอร์ไม่ได้ใช้อาวุธ มันใช้เท้าทั้ง 4 ไล่กระทืบศัตรูและใช้แขนยิงกระดูกที่เหมือนกับธนูออกมา โซลฟอร์ดที่ได้จากมันกลับเป็ดาบ สิ่งนี้สร้างความรู้สึกใให้แอ็กเซลไม่น้อย ดูเหมือนว่าการล่าที่เกิดขึ้นต่อจากนี้เขาจำเป็ต้องหาข้อมูลก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถหาโซลฟอร์ดที่้าได้
แอ็กเซลมองดูแชมเปี้ยนจนพอใจ เขาจึงเดินเข้าไปให้ลึกมากกว่านี้ เ้าตัวน้อยที่เดินนำหน้าพยายามชี้ไม้ชี้มือให้ดูวัตถุรอบข้าง เท่าที่สังเกตพวกมันแอ็กเซลรู้สึกใเช่นกัน ในจุดที่พวกมันทั้งสองชี้ล้วนแล้วมีร่องรอยของพืชกลายพันธุ์ที่ถูกเก็บเกี่ยวไป
บางตำแหน่งมีรอยอาวุธขุดลงไปในพื้นดิน หากเป็บนต้นไม้จะมีรอยฟันเพื่อนำสิ่งที่ติดอยู่ออกมา เขากลับไม่ได้คาดหวังว่าตนเองจะสามารถหาพืชกลายพันธุ์ได้แถวนี้ เพราะมันยังเป็พื้นที่ที่ใกล้กับทางเข้าออก
ตึก ตึกตึก
เสียงเท้าย่ำลงไปกับพื้นดึงดูดความสนใจของแอ็กเซลให้หันมอง ทางฝั่งซ้ายมือมีมอนสเตอร์ 2 ดาวกำลังยืนจ้องเขาพร้อมกับงอกกระดูกออกมาจากแขนซ้ายเตรียมบรรจุเข้าไปในแขนขวาที่เหมือนลำกล้องปืนไรเฟิล มันพึ่งเจอเขาเช่นกันจึงยังไม่ได้โจมตี แอ็กเซลจึงบอกให้เ้าตัวน้อยทั้งสองหลบไปด้านหลัง เขาอยากลองดูเช่นกันว่าตนเองจะฆ่ามันได้หรือเปล่า
มอนสเตอร์ระดับ 1 ดาวเขาฆ่ามันตายได้ง่ายดาย ต่อให้จะถูกรุมพร้อมกันถึง 10 ตัว ในตอนที่เขาเข้าสิงร่างนี้นิกซ์แรบบิทคือสิ่งที่เขาสังหาร แอ็กเซลจึงตัดตัวเลือกในการล่ามอนสเตอร์ระดับ 1 ดาวออกไปแล้วเปลี่ยนมาล่าระดับ 2 ดาวแทน
ทันใดนั้นมันได้ยื่นแขนซ้ายมาด้านหน้ายิงกระดูกที่บรรจุเข้าไป กระดูกที่เหมือนลูกศรขนาดเท่าแขนเมื่อมันพุ่งออกมาจากยิงก็เริ่มแตกตัวกลายเป็ลูกดอกขนาดเท่านิ้วมือ เ้าตัวน้อยที่เห็นว่าการโจมตีอีกฝ่ายมาแล้วพยายามเขย่าขาแอ็กเซลให้รีบหนี เขากลับยืนอยู่กับที่ปล่อยให้การโจมตีพุ่งเข้าถึงตัว
ตู้ม!ตู้ม!ตู้ม!ตู้ม!
ลูกดอกกระดูกพุ่งทะลวงพื้นดินรอบข้าง การโจมตีไม่ได้มีแค่ความสามารถในการทะลวงเท่านั้น มันยังสามารถสร้างะเิเล็กๆทำลายพื้นที่รอบด้าน หากไม่มีสกิลป้องกันจะต้องรับาเ็หนักจากการโจมตีนี้ เซนทอร์กลับพบว่าเป้าหมายของมันยังไม่ตายจึงงอกกระดูกออกมาอีกก่อนจะเล็งเป้าไปยังแอ็กเซลที่ตอนนี้มีมานาชีลด์สีฟ้าปรากฎด้านหน้าของเขา 1 แผ่น มันไม่ได้มีความกว้างมากแต่ขนาด 2 เมตรของมันสามารถป้องกันการโจมตีของเซนทอร์ได้
ทันทีที่การโจมตีของเซนทอร์พุ่งเข้ามาใหม่ มานาชีลด์แผ่นแรกที่เต็มไปด้วยรอยร้าวถูกยกเลิกแล้วเรียกใช้แผ่นใหม่ ส่งผลให้ลูกดอกที่พุ่งเข้ามากระแทกมานาชีลด์อีกครั้ง โดยไม่มีลูกดอกใดทะลวงผ่านมาได้
มู่มู่!
เ้าตัวน้อยทั้งสองรู้ว่าตนเองรอดตายแสดงความดีใจออกมา มันไม่คิดว่าเ้านายจะสามารถป้องกันการโจมตีของระดับ 2 ดาวได้ ขณะที่กำลังร้องดีใจ ผู้เป็นายของมันก็ได้ชี้นิ้วไปด้านหน้าในระหว่างที่มอนสเตอร์กำลังงอกกระดูก ทันใดนั้นเองหอกเพลิงหนึ่งเล่มก็ได้พุ่งออกไปเป็เส้นตรงปักเข้ากลางหน้าอกเซนทอร์จนมันร้องออกมาด้วยความทรมาน เปลวไฟจากหอกเพลิงที่กระจายออกไปเริ่มลุกไหม้ร่างของมัน ด้วยระดับที่ห่างกันจึงทำให้มันยังไม่ตาย
แอ็กเซลเห็นว่าหอกเพลิงสามารถสร้างความเสียหายให้มันได้ เขาจึงเรียกใช้สกิลดูดซับพลังงานคอสมิก Lv.1 และสกิลเวทแปลงพลังงาน จากเดิมสกิลเลือกใช้งานพลังคอสมิกจากคอร์ไดฟ์ มันก็ถูกโยกย้ายไปใช้แหล่งพลังคอสมิกที่ได้มาจากสกิลดูดซับพลังงานคอสมิกที่รวบรวมพลังงานคอสมิกรอบๆมาใช้งานเกิดเป็หอกเพลิงนับสิบพุ่งเข้าโจมตีเซนทอร์จนมันร้องด้วยท่าทางทรมานมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
บู้ม!
หอกเพลิงเล่มแล้วเล่มเล่าพุ่งออกมาจากมือของแอ็กเซล แม้อีกฝ่ายจะเป็ระดับ 2 ต่อหน้าการระดมยิงหอกเพลิงของเขาที่สามารถสร้างความเสียหายให้มันได้ในระยะไกลส่งผลให้มอนสเตอร์ไม่สามารถหนีรอดไปได้ ทางเดียวที่มันจะรอดชีวิตได้คือเป็ฝ่ายเข้ามาหาเขา แอ็กเซลกลับใช้สกิลวิ่งทิ้งระยะห่าง ส่งผลให้มันค่อยๆร่างไหม้กลายเป็สีดำล้มตัวลงไปนอนนิ่งบนพื้นไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไปหลังจากที่ถูกหอกเพลิงจำนวน 22 เล่มพุ่งโจมตี
จากการใช้สกิลทั้ง 2 ไม่ว่าจะเป็เวทเแปลงพลังงานและดูดซับพลังงานคอสมิก ทำให้เขาราวกับเป็ป้อมปืนกล ใน่ระดับ 1 เขาสามารถใช้งานสกิลได้แทบไร้ขีดจำกัดเพราะสามารถดึงพลังคอสมิกรอบๆมาเป็พลังงานให้กับตนเองได้
แต่เมื่อใดก็ตามที่เขากลายเป็ระดับ 2 ดาว พลังคอสมิกรอบตัวจะเบาบางลง สิ่งที่เขาทำได้จึงเป็การดึงพลังคอสมิกเข้าไปเติมเต็มคอร์ไดฟ์จนใช้สกิลได้นานขึ้นเท่านั้น ยกเว้นว่าพื้นที่ที่เขาอาศัยจะมีพลังงานคอสมิกเข้มข้นกว่าระดับ 1 ดาว เขาถึงจะสามารถใช้สกิลได้อย่างไร้ขีดจำกัด
อย่างไรก็ตามการใช้วิธีนี้ก็นับว่าเสี่ยงไม่น้อยหากเขา้าล่าบางสิ่งบางอย่างในพื้นที่แถบนั้น การใช้พลังงานคอสมิกด้านนอกไม่ได้มาจากคอร์ไดฟ์จะเป็การเผาผลาญพลังคอสมิกรอบๆให้หมดไป พืชกลายพันธุ์ กลไกล หรือสิ่งที่อันตรายที่ต้องใช้พลังคอสมิกในการหล่อเลี้ยงอาจจะได้รับความเสียหาย เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องคิดให้ดีหากว่า้าใช้พลังคอสมิกรอบๆ
“ การจะได้โซลฟอร์ดขึ้นอยู่กับดวงด้วยสินะ ”
แอ็กเซลมองร่างมอนสเตอร์ด้านหน้า มันตายโดยไม่ทิ้งสิ่งใดเอาไว้นอกจากร่างกายที่ถูกเผาไหม้ ไม่มีการกลั่นโซลฟอร์ดแต่อย่างใด เขาจึงตรวจสอบหน้าต่างสถานะพบว่าค่าประสบการณ์ที่ได้จากมันมีแค่ 0.1 % เท่านั้น ต่อให้มันจะเป็ระดับ 2 ดาวก็ตาม ค่าประสบการณ์ยังคงน้อย จากการคำนวณเขาต้องฆ่ามัน 1,000 ตัวหาก้าเป็ระดับ 2 ดาว
แม้จะมองดูเป็ตัวเลขที่มาก แอ็กเซลกลับคิดว่ามันน้อยสำหรับเขา เมื่อเทียบกับคนอื่นที่ต้องฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 1 ดาว การเลื่อนระดับของเขานับว่าเร็วกว่า บางคนใช้เวลานานกว่า 2 ปีก็ยังไม่สามารถเลื่อนเป็ระดับ 2 ดาวได้
มู่มู่
แอ็กเซลมองกระบองเพชรทั้งสอง พวกมันชี้นิ้วไปยังศพของมอนสเตอร์ที่ตกตาย เขาไม่รู้ว่ามัน้าทำอะไรจึงบอกให้มันทำตามใจ ทันทีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ศพพวกมันทั้งสองจึงงอกรากออกมาผ่านมือที่เหมือนกำปั้นแล้วเจาะเข้าไปในศพ ไม่นานมันก็เริ่มดูดของเหลวภายในร่างของเซนทอร์เปลี่ยนมาเป็ค่าประสบการณ์ของตนเอง
“ งั้นก็แสดงว่าพวกแกแข็งแกร่งได้ด้วยการดูดซับของเหลวจากศพสินะ ”
กระบองเพชรทั้งสองแสดงท่าทางพอใจ พวกมันใช้เวลาเพียง 30 วินาทีก็ดูดของเหลวทั้งหมด แม้ค่าประสบการณ์จะได้ไม่เยอะเหมือนของเขาแต่ก็นับได้ว่าพวกมันได้ประโยชน์จากการล่า เมื่อเห็นว่าตนเองจะต้องหาเซนทอร์ตัวต่อไปแอ็กเซลจึงเดินเข้าไปให้ลึกกว่านี้อีก.