จางเฉินและสหายเดินทางสู่จัตุรัส ระหว่างทางพบการรื้อค้นห้องต่างๆจำนวนมาก จางเฉินแอบรู้สึกเสียดายเล็กน้อยเพราะน่าจะมีของดีๆ อย่างทวน ดาบหรือหม้อหมื่นอสูร ที่ได้รับมา
บูม ปัง ปัง
เดินทางกันครึ่งชั่วยามพวกเขาก็ได้ยินเสียงดังมาแต่ไกลเมื่อเดินทางต่อไปก็พบจัตุรัสที่หว้างใหญ่ มันเหมือนเป็นห้องโถงพระราชวังขนาดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีทางเข้า 4 ทาง กลางพื้นที่มีสระขนาดใหญ่ทรงกลม รอบๆสระมีนักรบปราณกว่างสองร้อยคนต่างกำลังช่วยกันโจมตีการก่อตัว
สระวิญญาณที่อยู่ตรงกลางจัตุรัสนั้นดูจะมีพลังวิญญาณเข้มข้นมาก สระขาวขุ่นเล็กน้อยคล้ายน้ำนมแต่ยังพอมองเห็นก้นสระได้บ้าง ตัวสระไม่ลึกมากมีทางระบายน้ำสี่ทิศทางเพื่อระบายน้ำส่วนเกินของสระออกไป การก่อตัวนั้นเป็นอาเรย์ระดับเจ็ดการจะเข้าไปในสระจะต้องทำลายการก่อตัว
จางเฉินมองดูรอบๆพบคนยืนดูอยู่หกคน มีระดับราชาปราณ 2 คนจากการแต่งตัวนั้นนอกจากราชาปราณดูเหมือนอีก 4 คนจะเป็นองค์ชายจากอาณาจักรจางเฉินจำองค์ชายแปดของอาณาจักรหลิงวูได้ เมื่อครั้งไปที่สระวิญญาณองค์ชายคนนี้ดูถูกจางเฉินและอาณาจักรจินฟู่
“หยกสื่อสารมิน่าถึงมารวมตัวกันได้ขนาดนี้” จางเฉินพบทั้งหกคนนั้นถือหยกสื่อสารอยู่แผ่นหยกนั้นสามารถใช้สื่อสารในระยะไม่ไกลมากได้
“ไม่รู้คนพวกนี้โจมตีกันมานานเท่าไหร่แล้วดูที่จุดพวกเขายืน มีร่องรอยพื้นแตกเป็นรอยเท้าจำนวนมาก เพราะการใช้พลังปราณ”ต้วนเฉินชี้ไปที่กลุ่มคน
“ผู้คนเหล่านี้เป็นคนของอาณาจักรหลิงวูกับอาณาจักรชิงหลง”อ้วนต้าไห่นั้นคุ้นเคยกับผู้คนมากมายเพราะตระกูลทำการค้าจึงจำผู้คนได้บางส่วน
“ข้าเพิ่งโดนคนของอาณาจักรชิงหลงไล่ฆ่าเมื่อตอนไปสำนักเทพสงคราม แล้วก็เจอคนของอาณาจักรหลิงวูตอนเปิดห้องลับต่างๆ”
“จางเฉินเจ้านะระดับการฝึกฝนมองจากภายนอกต่ำเกินไป ใครๆก็ต้องคิดว่าง่าย ถ้าข้าไม่ใช่เพื่อนเจ้าข้าก็คงทำแบบพวกเขาแหละ”
“ต้าไห่เจ้ามีแต่เรื่องกิน จะต่อสู้ปล้นชิงกับเขาเป็นเหรอ ฮา ฮา ข้าโชคไม่ดีจริงๆเจอใครก็อยากจะทำร้ายข้าเพื่อแย่งชิงสิ่งของ แม้ไม่อยากต่อสู้ ก็โดนบังคับ”
“แล้วผลเป็นไงละ”
“รู้ตัวอีกทีก็ฆ่าไปแล้ว...”
“โหด”ทั้งสามคนพูดพร้อมกันใส่จางเฉิน
ทั้งสี่คนยังคงมองที่น้ำพุเซียน ยังคงมีการโจมตีอย่างต่อเนื่องและมีเสียงดังมากจางเฉินนั้นอยากได้น้ำพุเซียนระดับกลางนี้มาก แต่ด้วยราชาปราณและนักรบปราณจำนวนมากขนาดนี้ คงเป็นไปไม่ได้ คงจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้มาเขาสำรวจรอบๆ พื้นทีอีกครั้งหนึ่ง มองดูคนที่โจมตีอาเรย์นั้นทำงานกันอย่างสามัคคีกันดีอีกหกคนที่ยืนมองอยู่นั้นก็เพียงยืนห่างกันเล็กน้อยเหมือนจะเป็นความร่วมมือแบบชั่วคราวของสองอาณาจักร
“เอาละ เราลงไปเถอะต่างคนต่างไป ทำเป็นไม่รู้จักกันไปก่อน ข้ามีของที่อยากได้ พวกเจ้าพยายามเงียบ และไม่ต้องสนใจข้าไม่ว่าข้าจะทำอะไร” จางเฉินพอเห็นช่องทางบ้างแต่ยังไม่แน่ใจต้องปรับตัวอีกทีหนึ่งการจะเอาสัตว์อสูรตัวเองออกมาก็จะเจอกับราชาปราณทั้งสอง เสี่ยงเกินไป
ทั้งสี่คนนั้นแยกย้ายกันไปที่น้ำพุเซียนคนละทิศทางก็มีคนหันมาให้ความสนใจพวกเขา จางเฉินมองไปที่น้ำพุเซียนใต้บ่อน้ำพุเซียนนั้นเต็มไปด้วยหินวิญญาณระดับกลาง และมีระดับสูงอยู่บ้างด้วยหินวิญญาณขนาดนี้ทำให้จางเฉินตาโต แต่คิดไปคิ้วก็ย่น
มีคนสิบยี่สิบคนกระโดดออกจากการโจมตีอาเรย์แล้วล้อมรอบพวกของจางเฉินแต่ละคน
“พวกเจ้าเป็นใคร”
“ข้ามาจากอาณาจักรจินฟูดูเหมือนพวกท่านต้องการคนช่วยเหลือสำหรับการเปิดทางเข้าบ่อน้ำพุเซียน”
นักรบปราณคนหนี่งมองจางเฉินด้วยความเหยียดหยามเพียงระดับหลอมรวมลมปราณ กลับจะมาร่วมกับนักรบปราณ
“น้ำพุเซียนนี้อาณาจักรหลิงวูและชิงหลงได้ตกลงกันแล้วหากเจ้าช่วยเหลือจะอยู่ในบ่อน้ำพุเซียนเพื่อบ่มเพาะเพียง 2 ชั่วยามคนที่เข้าร่วมที่ไม่ใช่คนของทั้งสองอาณาจักรจะต้องออกไปหลังจาก 2 ชั่วยามแล้ว”
“งั้นข้าขอเข้าร่วมด้วย”จางเฉินเห็นโอกาสขั่นต้นก็ตกลงทันที
“จำไว้ว่าอย่าขี้เกียจหากเห็นว่าไม่ทำงานอย่าโทษพวกข้าไม่ให้เจ้าเข้าบ่มเพาะในน้ำพุเซียน”
จางเฉินไม่ได้ตอบเพียงเดินไปช่วยโจมตี หลังจากมองสหายของเขาก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็ช่วยโจมตีการก่อตัวเพื่อเปิดทางเข้าสู่น้ำพุเซียน
ชายชุดเสื้อคลุมสีทองอายุยี่สิบกว่าปี มองกลุ่มพวกจางเฉินที่เพิ่มเข้ามาใหม่อย่างสนใจด้วยอายุและการฝึกฝนนั้นถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะ แต่มันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนคุ้นเพียงคนเดียวคือจางเฉิน
“คนพวกนี้เป็นใคร”ชายชราระดับราชาปราณคนหนึ่งถามขึ้นมา
“ข้าจำได้ว่าเป็นคนอาณาจักรจินฟู่ข้าจำเด็กคนนั้นได้ตอนที่ไปสระวิญญาณ ตอนนั้นมันเพียงระดับก่อเกิด”
“อาณาจักรจินฟู่ ?มีอัจริยะรุ่นเยาว์แบบนี้ด้วยหรือ น่าสนใจ”
“จ้าวเว่ยท่านมีปัญหาอะไรไหมเราตกลงไปแล้ว คนภายนอกสามารถเข้าร่วมได้”
“ไม่มีปัญหาข้าแค่คอยจับตาดูการโจมตีการก่อตัว มันไม่มีแนวโน้มที่จะพังทลายเลยโจมตีกันมาหลายชั่วยามแล้ว”
“ดีแล้วละที่มีคนเพิ่มเจ้าไม่ต้องคิดมากเกินไป เรามีอาจารย์ระดับราชาปราณสองคนคอยช่วยเหลืออยู่ใครจะกล้าทำอะไรกับเราสองอาณาจักรได้”
บูม บูม บูม
จางเฉินนั้นช่วยโจมตีด้วยพลังเพียงเล็กน้อยแต่ก็ส่งผลกระทบเทียบเท่ากับพวกนักรบปราณระหว่างนั้นก็ใช้พลังวิญญาณเพื่อตรวจสอบการจัดวางการก่อตัวและหาข้อบกพร่องของการก่อตัวอาเรย์ป้องกันนี้ไม่นานเขาก็พบจุดที่จะแก้ไขการก่อตัวสามจุดแต่จางเฉินไม่อาจใช้พลังปราณมากเกินไปจะเป็นจุดสังเกต จึงค่อยๆย้ายตัวเองไปหาต้วนเฉิน และฟู่เฉิง เพื่อให้โจมตีจุดอ่อนเหล่านี้ในจังหวะเดียวกัน
การโจมตีครั้งแรกนั้นไม่พร้อมเพรียงกัน แต่พอโจมตีต่อเนื่องหลายครั้งของทั้งสามคนอาเรย์ที่เป็นเหมือนแก้วใสๆ คลุมบ่อน้ำพุเซียนไว้ก็เริ่มแตก
“พวกเราเร่งโจมตีการก่อตัวนี้ใกล้แตกสลายแล้ว”นักรบปราณคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาทันทีหลังจากพบความผิดปกติ
บูม บูม บูม
มีการโจมตีอย่างรุนแรงนักรบปราณแต่ละคนนั้น แสดงพลังอย่างเต็มที่เหล่าองค์ชายและราชาปราณทั้งหกคนนั้นก็มองด้วยความรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก
บูม
การก่อตัวอาเรย์นั้นถูกทำลายด้วยการโจมตีจุดอ่อนอาเรย์พร้อมๆกันของจางเฉินและสหาย เหล่านักรบปราณต่างโห่ร้องด้วยความยินดี เหล่าองค์ชายและราชาปราณทั้งหกก็เดินตรงมาที่น้ำพุเซียน
“เอาละพวกเจ้าบ่มเพาะกันได้ใครที่ไม่ใช่คนของทั้งสองอาณาจักรนั้นอยู่ได้ 2 ชั่วยามจากนั้นบ่อน้ำพุเซียนจะเป็นของทั้งสองอาณาจักรเท่านั้นจำไว้ว่าห้ามเก็บหินวิญญาณใต้บ่อเด็ดขาด”
นักรบปราณทุกคนและเหล่าองค์ชายต่างก็ลงไปในบ่อน้ำพุเซียนเพื่อบ่มเพาะจางเฉินรู้สึกถึงการดูดซับพลังวิญญาณเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังปราณอย่างรวดเร็ว
น้ำพุเซียนระดับต่ำหินวิญญาณระดับต่ำนั้นเหมาะกับระดับต่ำกว่านักรบปราณ เมื่อถึงระดับนักรบนั้นต้องใช้หินวิญญาณระดับกลางหรือน้ำพุเซียนระดับกลางเพื่อบ่มเพาะพลัง ราชาปราณทั้งสองนั้นเพียงยืนดูอยู่ใกล้ๆ กับองค์ชายของอาณาจักรตนเอง
จางเฉินมองไปรอบๆแล้วคิดหาวิธีที่จะได้น้ำพุเซียนนี้ มันน่าจะช่วยเขาค่อยๆ ไปถึงระดับนักรบปราณได้