ชิงเฟิงยืนรออยู่บนบานประลองอย่างเงียบสงบท่ามกลางผู้คนมากมาย ในเวลานั้นเองจู่ๆเขาก็ได้หันไปทิศทางหนึ่งเบาๆก่อนที่ไม่นานรอยยิ้มที่มุมปากของเขาจะปรากฏออกมา
"ดูนั่น! นั่นใช่เฉี่ยวตงหรือไม่?"
ในขณะนั้นเสียงของคนผู้หนึ่งได้ดังขึ้นมาและทำทำการจุดประกายให้คนอื่นๆให้หันไปมองตาม
"ใช่! นั่นแหละเฉี่ยวตงข้าจำเขาได้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะตอบรับการประลองครั้งนี้"
"เฉี่ยวตงเป็นถึงน้องชายของเฉี่ยวกังถ้าเขาไม่ตอบรับการประลองในครั้งนี้มีหวังเฉี่ยวกังจะต้องเสียหน้าแน่นอน"
"ข้าก็คิดเช่นนั้น เฉี่ยวกังคงจะต้องเสียหน้าแน่ที่มีน้องชายที่ขี้ขลาดตาขาว"
เสียงผู้คุยของฝูงชนดังขึ้นมาท่ามกลางลานประลองแห่งความตาย
เฉี่ยวกังในตอนนี้ได้ยืนนิ่งอยู่กับที่และกำลังจ้องมองไปที่คนที่อยู่บนลานประลานอย่างตกตะลึง!
'มันยังไม่ตาย!'
'เป็นไปได้ยังไง!! ข้าเห็นมันถูกโยนลงไปใต้หุบเหวด้วยตาของตัวเองทำไมเจ้าขยะนี่ถึงยังไม่ตาย อีกทั้งมันยังสามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์ชั้นในได้อีกด้วย!!'
ในเวลานี้ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาบรรยายถึงความตกตะลึงของเฉี่ยวตง เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้น คนที่คิดว่าได้ตายไปแล้วแน่ๆแต่ตอนนี้กลับฟื้นขึ้นมีชีวิตแบบปาฏิหาริย์
เรื่องแบบนี้เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน!
'มันจะต้องพบกับโชควาสนาบางอย่างแน่นอน!!'เฉี่ยวตงกำมือของตัวเองอย่างแน่นหนาด้วยท่าทางที่เสียดาย ในตอนนั้นเขาไม่น่าประมาทเลย ไม่เช่นนั้นเจ้าขยะคนนี้คงจะไม่มีชีวิตรอดแน่นอน
"เจ้ามาแล้ว"ชิงเฟิงมองไปที่เฉี่ยวตงและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่มีสิ่งใดเจือปน
"ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะยังคงมีชิวิตอยู่ เจ้าข-ศิษย์น้องชิง"เฉี่ยวตงเกือบจะหลุดปากเรียกชิงเฟิงว่าเจ้าขยะออกมาแล้วยังดีที่เขายับยั้งไว้ได้ทัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาจะชอบเรียกชิงเฟิงว่าเจ้าขยะดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เขาเกือบจะหลุดปากเรียกชื่อที่คุ้นเคยออกมา
ชิงเฟิงแสยะยิ้มเล็กน้อยให้กับคำพูดของเฉี่ยวตงเขากล่าว"เจ้าคงจะผิดหวังมากสิน่ะที่ข้ายังคงมีชีวิตอยู่"
"ศิษย์น้องชิงเจ้าพูดอะไรกัน! ข้ารู้สึกดีใจต่างหากล่ะที่เจ้ายังคงมีชีวิตอยู่ อีกทั้งตอนนี้ก็ได้กลายมาเป็นศิษย์สายในได้แล้วอีกด้วย ข้ารู้สึกดีใจกับเจ้าจริงๆ"ในตอนแรกเฉี่ยวตงรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำพูดของชิงเฟิง แต่เขาก็พยายามเสแสร้งและกล่าวคำพูดที่ดีใจออกมา เขาพยายามพูดดีๆเพื่อที่จะไม่ให้ชิงเฟิงหลุดปากเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ1ปีก่อน
"ข้าไม่ยักจะรู้ว่าเจ้าจะเสเเสร้งเป็นด้วย"ชิงเฟิงเเสยะยิ้มออกมาอีกครั้งและกล่าวต่อ"เอาล่ะ เจ้ามาที่นี่คงจะรับรู้เรื่องทั้งหมดแล้วสิน่ะ"
ชิงเฟิงในตอนนี้ทนไม่ไหวแล้วหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าของเฉี่ยวตง แววสังหารในดวงตาของเขาเริ่มที่จะปรากฏออกและเกือบที่จะเผยแพร่ออกสู่ด้านนอก
เฉี่ยวตงไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรต่อคำพูดของชิงเฟิงเขาฝืนทำท่าทางสงบและกล่าวออกมา"ศิษย์น้องเจ้าคิดดีแล้วอย่างงั้นหรอ?ถึงอย่างไรเราทั้งสองก็เคยเป็นศิษย์ชั้นนอกด้วยกัน ข้าไม่อยากที่จะลงมือกับเจ้า"
เฉี่ยวตงเอ่ยคำพูดออกมาราวกับว่าตัวเองเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่า เหมือนกับว่าเขาพยายามเกลี้ยกล่อมไม่ให้ชิงเฟิงวู่วาม แต่ชิงเฟิงรับรู้ได้ว่าในตอนนี้เฉี่ยวตงข่างเหมือนกับเด็กน้อยเป็นอย่างมาก
ถึงแม้ว่าเขาจะพูดแบบนั้นออกมาแต่เขาก็ไม่ได้ปกปิดเจตนาสังหารที่เผยออกมาเลยสักนิด นีาจึงทำให้ชิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะดูถูก
"เอาล่ะเจ้าก็คือเฉี่ยวตงอย่างงั้นสิน่ะ"ในเวลานี้ผู้อาวุโสเหยียนที่ยืนดูการพูดคุยของทั้งสองอย่างเงียบๆก็ได้เอ่ยปากขึ้นมาในขณะที่หันไปมองเฉี่ยวตง
"ศิษย์เฉี่ยวตง คาราวะผู้อาวุโสเหยียน"เฉี่ยวตงตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้อาวุโสเหยียน ในตอนแรกเขามัวแต่สนใจชิงเฟิงที่ยืนอยู่บนลานประลองทำให้ละเลยผู้อาวุโสเหยียนที่กำลังยืนอยู่ด้านล่าง
ผู้อาวุโสเหยียนผงกหัวเล็กน้อยและกล่าวออกมาว่า"เจ้ามาที่นี่คงจะตอบตกลงที่จะประลองเป็นตายอย่างงั้นสิน่ะ"
ในเมื่อเฉี่ยวตงเดินทางมาที่สนามประลองเเห่งนี้เป็นที่แน่ชัดเเล้วว่าเขาคงจะตอบตกลง เพราะถ้าหากเขาปฏิเสธเขาคงจะไม่มาที่นี่แน่นอน
"ข้าไม่อยากที่จะต่อสู้เข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักเดียว แต่ในขณะเดียวกันข้าก็ไม่สามารถที่จะละทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองได้ ดังนั้นการประลองในครั้งนี้ข้าจำใจที่จะต้องตอบตกลง"เฉี่ยวตงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างรู้สึกผิด ถ้าคนที่ไม่รู้จักเขาบางทีอาจจะคิดว่าเฉี่ยวตงรู้สึกผิดจริงๆ
แต่แน่นอนว่าชิงเฟิงไม่ได้คิดเช่นนั้น ในเวลานี้เขามั่นใจว่าภายในใจของเฉี่ยวตงในตอนนี้คงอยากจะฆ่าเขาเต็มทีแล้วแน่นอน
"...แต่ว่าท่านผู้อาวุโสข้าสามารถเลื่อนการประลองเป็นอีก3วันต่อจากนี้ได้หรือไม่ บางทีในช่วงเวลานั้นศิษย์น้องชิงอาจคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาก็ได้"ในระหว่างที่ผู้อาวุโสเหยียนเตรียมที่จะดำเนินการประลองเขาก็ต้องหยุดชะงักลงด้วยคำพูดของเฉี่ยวตง
เขาหันไปจ้องมองเฉี่ยวตงอย่างแปลกใจเล็กน้อย ในขณะที่คนอื่นๆที่อยู่โดยรอบก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจเช่นกัน
"เรื่องนี้..."ผู้อาวุโสเหยียนได้ยินคำพูดของเฉี่ยวตงเขาก็ได้ทำท่าทางคิดเล็กน้อย ตัวเขาเองก็ไม่อยากที่จะให้ศิษย์ของสำนักทั้งสองคนมาประลองเป็นตายด้วยกัน เรื่องนี้มีแต่เสียกับเสีย
ถ้าให้เวลาอีก3วันบางทีชิงเฟิงอาจคิดบางอย่างได้จริงๆและอาจไม่มีการประลองเกิดขึ้นก็ได้ แต่ว่า...เรื่องนี้ก็จำเป็นที่จะต้องถามชิงเฟิงอีกที
"เจ้าเห็นด้วยที่จะเลื่อนการประลองเป็นอีก3วันต่อจาหนี้หรือไม่"ผู้อาวุโสเหยียนหันกลับมาถามชิงเฟิง
ชิงเฟิงเหลือบมองไปที่เฉี่ยวตงเล็กน้อยก่อนจะกล่าว"ข้าจะปล่อยให้เจ้าได้ใช้ชีวิตอีก3วัน"
ฟุบ!
หลังจากที่พูดจบชิงเฟิงก็ได้กระโดดลงจากลานประลองและเดินออกไป
เซิงกวงเห็นอย่างนั้นเขาก็รีบตามชิงเฟิงอแกไปทันที
"เอาล่ะอีก3วันหลังจากนี้ ถ้าพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งไม่มาข้าจะถือว่าการประลองโมฆะ แยกย้ายได้แล้ว!"ผู้อาวุโสเหยียนกล่าวออกมาและสั่งให้ศิษย์โดยรอบแยกย้ายกันออกไป
เฉี่ยวตงมองไปยังทิศทางที่ชิงเฟิงจากไปจากนั้นเขาก็ยกยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย คำพูดที่เขากล่าวจะให้ชิงเฟิงทบทวนความคิดของตัวเองแน่นอนว่ามันเป็นคำพูดที่ไม่จริง อันที่จริงแล้วเหตุผลที่เขาต้องการเลื่อนการประลองเป็นอีก3วันต่อจากนี้เป็นเพราะว่าเขาต้องการที่จะดูดซับหญ้าหัวใจปฐพีตัวเองที่เพิ่งได้รับมา
เขาไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อชิงเฟิงกล้าที่จะท้าทายเขาดังนั้นชิงเฟิงคงจะต้องมีความมั่นใจในพลังของตัวเองแน่นอน เขาไม่คิดที่จะประมาทเหมือนครั้งที่ผ่านมา
เฉี่ยวตงคิดว่าหลังจากที่ดูดซับหญ้าหัวใจปฐพีเรียบร้อยแล้วเขาจะต้องสามารถเอาชนะและฆ่าชิงเฟิงได้อย่างง่ายดายแน่นอน!
ถึงตอนนั้นเขาจะทำให้มั่นใจว่าชิงเฟิงได้ตายจริงๆ