ผู้สืบทอดสายเลือดพระเจ้าแท้จริง

    เสเเสร้ง

           ชิงเฟิงยืนรออยู่บนบานประลองอย่างเงียบสงบท่ามกลางผู้คนมากมาย ในเวลานั้นเองจู่ๆเขาก็ได้หันไปทิศทางหนึ่งเบาๆก่อนที่ไม่นานรอยยิ้มที่มุมปากของเขาจะปรากฏออกมา 


           "ดูนั่น! นั่นใช่เฉี่ยวตงหรือไม่?"


           ในขณะนั้นเสียงของคนผู้หนึ่งได้ดังขึ้นมาและทำทำการจุดประกายให้คนอื่นๆให้หันไปมองตาม 


           "ใช่! นั่นแหละเฉี่ยวตงข้าจำเขาได้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะตอบรับการประลองครั้งนี้" 


           "เฉี่ยวตงเป็นถึงน้องชายของเฉี่ยวกังถ้าเขาไม่ตอบรับการประลองในครั้งนี้มีหวังเฉี่ยวกังจะต้องเสียหน้าแน่นอน" 


           "ข้าก็คิดเช่นนั้น เฉี่ยวกังคงจะต้องเสียหน้าแน่ที่มีน้องชายที่ขี้ขลาดตาขาว" 


           เสียงผู้คุยของฝูงชนดังขึ้นมาท่ามกลางลานประลองแห่งความตาย 


           เฉี่ยวกังในตอนนี้ได้ยืนนิ่งอยู่กับที่และกำลังจ้องมองไปที่คนที่อยู่บนลานประลานอย่างตกตะลึง! 


           'มันยังไม่ตาย!' 


           'เป็นไปได้ยังไง!! ข้าเห็นมันถูกโยนลงไปใต้หุบเหวด้วยตาของตัวเองทำไมเจ้าขยะนี่ถึงยังไม่ตาย อีกทั้งมันยังสามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์ชั้นในได้อีกด้วย!!'


           ในเวลานี้ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาบรรยายถึงความตกตะลึงของเฉี่ยวตง เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้น คนที่คิดว่าได้ตายไปแล้วแน่ๆแต่ตอนนี้กลับฟื้นขึ้นมีชีวิตแบบปาฏิหาริย์


           เรื่องแบบนี้เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน!


           'มันจะต้องพบกับโชควาสนาบางอย่างแน่นอน!!'เฉี่ยวตงกำมือของตัวเองอย่างแน่นหนาด้วยท่าทางที่เสียดาย ในตอนนั้นเขาไม่น่าประมาทเลย ไม่เช่นนั้นเจ้าขยะคนนี้คงจะไม่มีชีวิตรอดแน่นอน 


           "เจ้ามาแล้ว"ชิงเฟิงมองไปที่เฉี่ยวตงและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่มีสิ่งใดเจือปน 


           "ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะยังคงมีชิวิตอยู่ เจ้าข-ศิษย์น้องชิง"เฉี่ยวตงเกือบจะหลุดปากเรียกชิงเฟิงว่าเจ้าขยะออกมาแล้วยังดีที่เขายับยั้งไว้ได้ทัน 


           ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาจะชอบเรียกชิงเฟิงว่าเจ้าขยะดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เขาเกือบจะหลุดปากเรียกชื่อที่คุ้นเคยออกมา


           ชิงเฟิงแสยะยิ้มเล็กน้อยให้กับคำพูดของเฉี่ยวตงเขากล่าว"เจ้าคงจะผิดหวังมากสิน่ะที่ข้ายังคงมีชีวิตอยู่" 


           "ศิษย์น้องชิงเจ้าพูดอะไรกัน! ข้ารู้สึกดีใจต่างหากล่ะที่เจ้ายังคงมีชีวิตอยู่ อีกทั้งตอนนี้ก็ได้กลายมาเป็นศิษย์สายในได้แล้วอีกด้วย ข้ารู้สึกดีใจกับเจ้าจริงๆ"ในตอนแรกเฉี่ยวตงรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำพูดของชิงเฟิง แต่เขาก็พยายามเสแสร้งและกล่าวคำพูดที่ดีใจออกมา เขาพยายามพูดดีๆเพื่อที่จะไม่ให้ชิงเฟิงหลุดปากเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ1ปีก่อน


           "ข้าไม่ยักจะรู้ว่าเจ้าจะเสเเสร้งเป็นด้วย"ชิงเฟิงเเสยะยิ้มออกมาอีกครั้งและกล่าวต่อ"เอาล่ะ เจ้ามาที่นี่คงจะรับรู้เรื่องทั้งหมดแล้วสิน่ะ"  


           ชิงเฟิงในตอนนี้ทนไม่ไหวแล้วหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าของเฉี่ยวตง แววสังหารในดวงตาของเขาเริ่มที่จะปรากฏออกและเกือบที่จะเผยแพร่ออกสู่ด้านนอก 


           เฉี่ยวตงไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรต่อคำพูดของชิงเฟิงเขาฝืนทำท่าทางสงบและกล่าวออกมา"ศิษย์น้องเจ้าคิดดีแล้วอย่างงั้นหรอ?ถึงอย่างไรเราทั้งสองก็เคยเป็นศิษย์ชั้นนอกด้วยกัน ข้าไม่อยากที่จะลงมือกับเจ้า"


           เฉี่ยวตงเอ่ยคำพูดออกมาราวกับว่าตัวเองเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่า เหมือนกับว่าเขาพยายามเกลี้ยกล่อมไม่ให้ชิงเฟิงวู่วาม แต่ชิงเฟิงรับรู้ได้ว่าในตอนนี้เฉี่ยวตงข่างเหมือนกับเด็กน้อยเป็นอย่างมาก 


           ถึงแม้ว่าเขาจะพูดแบบนั้นออกมาแต่เขาก็ไม่ได้ปกปิดเจตนาสังหารที่เผยออกมาเลยสักนิด นีาจึงทำให้ชิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะดูถูก


           "เอาล่ะเจ้าก็คือเฉี่ยวตงอย่างงั้นสิน่ะ"ในเวลานี้ผู้อาวุโสเหยียนที่ยืนดูการพูดคุยของทั้งสองอย่างเงียบๆก็ได้เอ่ยปากขึ้นมาในขณะที่หันไปมองเฉี่ยวตง 


           "ศิษย์เฉี่ยวตง คาราวะผู้อาวุโสเหยียน"เฉี่ยวตงตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้อาวุโสเหยียน ในตอนแรกเขามัวแต่สนใจชิงเฟิงที่ยืนอยู่บนลานประลองทำให้ละเลยผู้อาวุโสเหยียนที่กำลังยืนอยู่ด้านล่าง


           ผู้อาวุโสเหยียนผงกหัวเล็กน้อยและกล่าวออกมาว่า"เจ้ามาที่นี่คงจะตอบตกลงที่จะประลองเป็นตายอย่างงั้นสิน่ะ"


           ในเมื่อเฉี่ยวตงเดินทางมาที่สนามประลองเเห่งนี้เป็นที่แน่ชัดเเล้วว่าเขาคงจะตอบตกลง เพราะถ้าหากเขาปฏิเสธเขาคงจะไม่มาที่นี่แน่นอน 


           "ข้าไม่อยากที่จะต่อสู้เข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักเดียว แต่ในขณะเดียวกันข้าก็ไม่สามารถที่จะละทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองได้ ดังนั้นการประลองในครั้งนี้ข้าจำใจที่จะต้องตอบตกลง"เฉี่ยวตงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างรู้สึกผิด ถ้าคนที่ไม่รู้จักเขาบางทีอาจจะคิดว่าเฉี่ยวตงรู้สึกผิดจริงๆ 


           แต่แน่นอนว่าชิงเฟิงไม่ได้คิดเช่นนั้น ในเวลานี้เขามั่นใจว่าภายในใจของเฉี่ยวตงในตอนนี้คงอยากจะฆ่าเขาเต็มทีแล้วแน่นอน  


           "...แต่ว่าท่านผู้อาวุโสข้าสามารถเลื่อนการประลองเป็นอีก3วันต่อจากนี้ได้หรือไม่ บางทีในช่วงเวลานั้นศิษย์น้องชิงอาจคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาก็ได้"ในระหว่างที่ผู้อาวุโสเหยียนเตรียมที่จะดำเนินการประลองเขาก็ต้องหยุดชะงักลงด้วยคำพูดของเฉี่ยวตง 


           เขาหันไปจ้องมองเฉี่ยวตงอย่างแปลกใจเล็กน้อย ในขณะที่คนอื่นๆที่อยู่โดยรอบก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจเช่นกัน 


           "เรื่องนี้..."ผู้อาวุโสเหยียนได้ยินคำพูดของเฉี่ยวตงเขาก็ได้ทำท่าทางคิดเล็กน้อย ตัวเขาเองก็ไม่อยากที่จะให้ศิษย์ของสำนักทั้งสองคนมาประลองเป็นตายด้วยกัน เรื่องนี้มีแต่เสียกับเสีย 


           ถ้าให้เวลาอีก3วันบางทีชิงเฟิงอาจคิดบางอย่างได้จริงๆและอาจไม่มีการประลองเกิดขึ้นก็ได้ แต่ว่า...เรื่องนี้ก็จำเป็นที่จะต้องถามชิงเฟิงอีกที 


           "เจ้าเห็นด้วยที่จะเลื่อนการประลองเป็นอีก3วันต่อจาหนี้หรือไม่"ผู้อาวุโสเหยียนหันกลับมาถามชิงเฟิง 


           ชิงเฟิงเหลือบมองไปที่เฉี่ยวตงเล็กน้อยก่อนจะกล่าว"ข้าจะปล่อยให้เจ้าได้ใช้ชีวิตอีก3วัน" 


           ฟุบ! 


           หลังจากที่พูดจบชิงเฟิงก็ได้กระโดดลงจากลานประลองและเดินออกไป 


           เซิงกวงเห็นอย่างนั้นเขาก็รีบตามชิงเฟิงอแกไปทันที 


           "เอาล่ะอีก3วันหลังจากนี้ ถ้าพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งไม่มาข้าจะถือว่าการประลองโมฆะ แยกย้ายได้แล้ว!"ผู้อาวุโสเหยียนกล่าวออกมาและสั่งให้ศิษย์โดยรอบแยกย้ายกันออกไป 


           เฉี่ยวตงมองไปยังทิศทางที่ชิงเฟิงจากไปจากนั้นเขาก็ยกยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย คำพูดที่เขากล่าวจะให้ชิงเฟิงทบทวนความคิดของตัวเองแน่นอนว่ามันเป็นคำพูดที่ไม่จริง อันที่จริงแล้วเหตุผลที่เขาต้องการเลื่อนการประลองเป็นอีก3วันต่อจากนี้เป็นเพราะว่าเขาต้องการที่จะดูดซับหญ้าหัวใจปฐพีตัวเองที่เพิ่งได้รับมา 


           เขาไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อชิงเฟิงกล้าที่จะท้าทายเขาดังนั้นชิงเฟิงคงจะต้องมีความมั่นใจในพลังของตัวเองแน่นอน เขาไม่คิดที่จะประมาทเหมือนครั้งที่ผ่านมา 


           เฉี่ยวตงคิดว่าหลังจากที่ดูดซับหญ้าหัวใจปฐพีเรียบร้อยแล้วเขาจะต้องสามารถเอาชนะและฆ่าชิงเฟิงได้อย่างง่ายดายแน่นอน! 


     


           ถึงตอนนั้นเขาจะทำให้มั่นใจว่าชิงเฟิงได้ตายจริงๆ