“เสิ่น เสิ่นจื่อโยว เ้าคิดทำสิ่งใด?!” พันไป๋เหอตื่นตระหนกทว่ายังแสร้งวางท่าแข็งกร้าวถามด้วยเสียงตะกุกตะกัก
“ข้าคิดทำสิ่งใด ก่อนหน้านี้มิใช่ว่าพวกเราตกลงกันแล้วหรือเพียงข้าสามารถหาหลักฐานการหาเงินออกมาได้ท่านก็ต้องถูกข้าตบหน้าสามครั้งท่านลองฟังดูสิ ยามนี้พวกคนรอบข้างกำลังกล่าวถึงสิ่งใด”เสิ่นจื่อโยวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ในขณะที่เสิ่นจื่อโยวลงมือกับเสิ่นเฉี่ยวเหลียนภาพเหตุการณ์นี้ดูคุ้นเคยยิ่งนัก ทำให้หลายคนสามารถจำเสิ่นจื่อโยวขึ้นได้...เมืองหลวงกว้างใหญ่ทว่าผู้ที่นิยมสวมผ้าคลุมหน้าขณะออกจากบ้าน แผ่นยันต์ที่มีอานุภาพน่าเกรงขามทั้งยังสามารถจัดการบ่าวไพร่ดุร้ายสิบกว่าคนของคุณชายหลิวให้กระเด็นกระดอนออกไปไกลได้มีเพียงผู้เดียวเท่านั้น
โดยไม่ทันรู้ตัวเสิ่นจื่อโยวก็เริ่มมีชื่อเสียงเป็ที่เลื่องลือในเมืองหลวง
ทว่าทุกคนรู้เพียงว่าในเมืองหลวงได้ปรากฏผู้ใช้ยันต์ที่เก่งกาจขึ้นคนหนึ่งแต่พวกเขาไม่เคยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้ยันต์ผู้นี้กับบุตรสาวคนโตของอนุผู้สติวิปลาสแห่งตระกูลเสิ่นมาก่อน
คาดไม่ถึงว่าผู้ใช้ยันต์ผู้นี้ก็คือเสิ่นจื่อโยว?! ครานี้มีเื่สนุกให้ชมแล้ว
โดยธรรมชาติมนุษย์นั้นรักการนินทาั้แ่สมัยโบราณกาลก็มีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง แคว้นหลิวหั่วเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ดังนั้นกลุ่มคนจึงรุมล้อมกันเข้ามาไม่นานก็ล้อมพวกเสิ่นจื่อโยวไว้ตรงกลางอย่างแ่า
เกิดเสียงกระซิบกระซาบไม่น้อยดังขึ้นจากฝูงชนพวกเขากำลังสนทนากันถึง ‘ความแข็งแกร่ง’ของเสิ่นจื่อโยวหน้าร้านขายยันต์วันนั้น...ยันต์เพียงไม่กี่แผ่นก็สร้างความสั่นะเืไปทั่วเมืองหลวงทั้งแข็งแกร่งและร้ายกาจอย่างยิ่งยวด!
ฟังเสียงกระซิบกระซาบที่ดังขึ้นข้างหูแล้วพันไป๋เหอก็อยากจะเป็เหมือนเสิ่นเฉี่ยวเหลียนนั่นเป็ลมล้มพับไปเสีย
เื่ดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว นางจะยังไม่ชัดเจนถึงที่มาของความมั่งคั่งในมือเสิ่นจื่อโยวอีกหรือ?
คนสติวิปลาสคนหนึ่งกลับแปรเปลี่ยนเป็ผู้ใช้ยันต์นี่ยังสมเหตุสมผลอยู่หรือ?!
พันไป๋เหอยังคิดอยู่ว่าหากวันใดที่สองแม่ลูกซูหวั่นเยว่ไร้หนทางแล้วพวกนางจะต้องถูกบีบบังคับให้วิ่งส่ายหางมาร้องขอความเมตตาจากตนเป็แน่
คาดไม่ถึงว่าวันนี้คนที่อาจจะต้องส่ายหางร้องขอความเมตตากลับเป็นาง!
ไม่ได้นางจะปล่อยให้เสิ่นจื่อโยวย่ามใจไม่ได้ ต้องถูกผู้น้อยตบต่อหน้าสายตาของฝูงชนใบหน้าของฮูหยินเสิ่นนี้นางไม่้าแล้วหรือ ชั่วชีวิตนี้นางจะไม่มีวันได้เชิดหน้าชูตาในเมืองหลวงอีก!
แววตาของพันไป๋เหอพลันแข็งกร้าวนางวางมาดของนายหญิงใหญ่แห่งตระกูลเสิ่น เอ่ยถามเสียงเข้ม “เสิ่นจื่อโยวเ้าไม่ถือว่าตนเป็คนของตระกูลเสิ่นแล้วหรือ หากวันนี้เ้ากล้าตบข้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้อี้กวงขับไล่พวกเ้าสองแม่ลูกออกจากจวนทันที?!”
เสิ่นจื่อโยวกล่าวด้วยเสียงเย็นเยียบ“ั้แ่ที่รู้ว่าเ้าเป็คนวางยาพิษทำร้ายข้า อีกทั้งเสิ่นอี้กวงบิดาผู้นั้นก็เอาแต่ปิดตาข้างลืมตาข้างข้าก็ไม่ถือว่าตนเองเป็คนของตระกูลเสิ่นแล้วคนในตระกูลเสิ่นแต่ละคนล้วนมีจิตใจเหี้ยมโหดเยี่ยงหมาป่าสถานะบุตรสาวคนโตของตระกูลเสิ่นนี้ข้ามิขาดแคลน!”
สีหน้าของพันไป๋เหอประเดี๋ยวเขียวประเดี๋ยวขาว“ดี ประเสริฐนัก เสิ่นจื่อโยวผู้ ‘ไม่ขาดแคลน’เ้าอย่าได้มาเสียใจภายหลัง! เชียนซี พวกเรากลับ”
“กลับ? พันไป๋เหอเ้าวางเดิมพันก็ต้องรู้จักยอมรับความพ่ายแพ้ หากเ้าไม่ยอมรับสามฝ่ามือนี้ของข้า ข้าย่อมไม่มีวันปล่อยเ้าไป!”
เสิ่นจื่อโยวหยิบยันต์ออกมาใบหนึ่งในขณะที่พันไป๋เหอยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกยึดร่างไว้กับที่
“เสิ่นจื่อโยวเ้าอย่าได้เหิมเกริมจนเกินไป!” เสิ่นเชียนซีโมโหขึ้นมาแล้วภาพลักษณ์คุณหนูอ่อนโยนเปราะบางที่รักษามาโดยตลอดไม่อาจแสดงต่อไปได้อีก
“ข้าเหิมเกริม? เป็ผู้ใดกันแน่ที่กระทำเกินขอบเขตไปเป็พวกเ้ามิใช่หรือที่ค่อย ๆ ย่างก้าวเข้ามาบีบคั้นไม่ยอมหลงเหลือเส้นทางให้ข้ากับท่านแม่ได้ดำเนินชีวิตต่อ?”
ในขณะที่เสิ่นจื่อโยวกล่าวก็ค่อย ๆ ย่างก้าวเข้าหาพันไป๋เหอ
แววตาของพันไป๋เหอสั่นไหวอย่างรุนแรงเพราะความหวาดกลัว
เสิ่นเชียนซีก้าวไปบังเบื้องหน้าพันไป๋เหออย่างอาจหาญนางกัดฟันจ้องหน้าเสิ่นจื่อโยว
เสิ่นจื่อโยวยิ้มบาง “เสิ่นเชียนซีเ้า้ารับสามฝ่ามือนี้แทนมารดาของเ้าหรือ?”
“เสิ่นจื่อโยวข้าจะขอประลองกับเ้า!” เสิ่นเชียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง
“ประลอง? ตกลงแต่ว่านะเสิ่นเชียนซี เ้าแน่ใจหรือ ยันต์ในมือของข้าสามารถล้มผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นปราณทองคำได้เ้าที่เพิ่งอยู่ในระดับบำเพ็ญกายไม่รู้ว่าจะสามารถต้านทานยันต์ได้สักกี่แผ่นกัน”
เสิ่นจื่อโยวกล่าวด้วยเสียงเนิบช้า
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นปราณทองคำยังถูกโค่น? เสิ่นเชียนซีเบิกตากว้างด้วยความตะลึงแกมสงสัย
เสียงกระซิบกระซาบของผู้คนรอบข้างดังขึ้นไม่ขาดสายมีเสียงบางเสียงเล็ดลอดเข้าสู่โสตประสาทของเสิ่นเชียนซี
“นี่เป็เื่จริง...”
“ข้าเห็นด้วยตาของข้าเองช่างน่าอัศจรรย์นัก เป็ยันต์ขั้นต้นแต่กลับมีอานุภาพถึงเพียงนี้”
“แค่เสียง ‘ปั้ง’ ดังขึ้นบรรดาบ่าวไพร่ที่อยู่ในระดับแก่นปราณทองคำของคุณชายใหญ่หลิวก็ลงไปนอนกองบนพื้นแล้ว”
หัวใจของเสิ่นเชียนซีเริ่มสั่นสะท้านในขณะนี้เองนางก็สบตากับดวงตาทั้งคู่ของเสิ่นจื่อโยว
นั่นคือดวงตาที่ปกคลุมไปด้วยไอเย็นมืดดำประหนึ่งถูกครอบงำด้วยปีศาจ
นางตัวสั่นสะท้านในบัดดลคิดถึงฝันร้ายที่ทรมานตนอยู่สามวันเต็มความฮึกเหิมที่อยากท้าประลองเมื่อครู่พลันมอดดับทันที
นางชักเท้าก้าวถอยกลับไปเงียบ ๆเผยให้เห็นพันไป๋เหอที่ปรากฏอยู่เื้ั
พันไป๋เหอมองเสิ่นเชียนซีด้วยสายตาตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าบุตรสาวที่โอบอุ้มเชิดชูไว้สุดหัวใจใน่เวลาสำคัญเช่นนี้จะทอดทิ้งตน!
มุมปากของเสิ่นจื่อโยวยกหยักั์ตาฉายประกายแข็งกร้าว...นางรู้มานานแล้วว่าคนตระกูลเสิ่นไม่มีดีสักคน
พันไป๋เหอมองเสิ่นจื่อโยวที่ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวร่างเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
นางอยากสารภาพผิดร้องขอความเมตตาจากเสิ่นจื่อโยวทว่ายันต์ที่ประทับอยู่บนร่างนางแผ่นนี้ยังมีอาคมผนึกปากอยู่ด้วย
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือกระทั่งโอกาสวิงวอนเสิ่นจื่อโยวก็ไม่มอบให้แก่นาง
ความรู้สึกสิ้นหวังผุดขึ้นในหัวใจของพันไป๋เหอ