ยอดยุทธชุดชมพู

    57.องค์ชายรองเผ่ามาร

    57.องค์ชายรองเผ่ามาร

    วันรุ่งขึ้นณ พระราชวังอาณาจักรเฟย

                   “ตุบ”เฟยหานตงโยนสิ่งของในมือลงบนโต๊ะทรงงานของพระบิดาสีหน้าบึ้งตึง น้ำเสียงเย็นชา“นี่หมายความว่ายังไง”

                   ฮ่องเต้เฟยเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจที่วันนี้พระโอรสของพระองค์ มีสีหน้าโกรธเคืองข่มกลั้นโทสะเต็มทีทั้งๆที่ปกติแล้วมักทำสีหน้าเย็นชาใส่พระองค์มากกว่าหนำซ้ำวันนี้พระโอรสยังก้าวร้าวเป็นพิเศษถึงขั้นโยนสิ่งของใส่พระองค์...

                   “ตุบ”

                   “ตุบ”

                   “ตุบ”ขันทีและนางกำนัลต่างทิ้งตัวคุกเข่าด้วยความหวาดกลัวว่าฮ่องเต้จะบันดาลโทสะเนื่องด้วยรัชทายาทกล้าโยนสิ่งของใส่พระองค์

                   ฮ่องเต้เฟยไม่ถือสากิริยาของพระโอรสที่ดูเหมือนจะโมโหมากจริงๆ ถึงได้โยนสิ่งของใส่พระองค์เช่นนี้ก้มลงมองสิ่งที่พระราชโอรส โยนใส่โต๊ะครู่นึง “ก็ตราก็ของฮองเฮาอย่างไรเล่าลูกรัก?”พระองค์ไม่มีทางจำผิดแน่ในเมื่อหยกชิ้นนี้ทรงให้ช่างหลวงทำขึ้นเพื่อฮองเฮาโดยเฉพาะ“แล้วเหตุใดตราหยกที่แทบจะเป็นสิ่งของแทนตัวนางจึงมาอยู่ที่เจ้าได้”

                   เฟยหานตงหรี่ตามองจ้องจับผิดพระบิดาเพื่อหาพิรุธ ทว่าเห็นเพียงความงุนงงเท่านั้น

                   เฟยหานตงโทสะผุดวูบแผ่ปราณมังกรกดข่มให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวและเกรงขามในพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่แม้แต่ห้องเต้เฟยยังถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ซีดเผือด

                   “คนของเสด็จพ่อที่ไปส่งไป๋หลงกลับสำนักพยัคฆ์ทมิฬเกินกว่าครึ่งล้วนตาย ที่เหลือบาดเจ็บสาหัส...ส่วนไป๋หลงมีร่องรอยถูกไล่ล่าหายเข้าไปในป่า”เฟยหานตงยิ่งพูดดวงตาก็ยิ่งลุกวาวด้วยโทสะจวนเจียนจะระเบิดออกมา...”ขณะชี้ไปที่ป้ายหยกของฮองเฮาที่ถูกโยนทิ้งไว้บนโต๊ะ  “ป้ายประจำตัวฮองเฮาแต่ไปอยู่ที่ศพนักฆ่า ”น้ำเสียงของเฟยหานตงเย็นเยียบ

                   ความหมายก็คือหากมีใครล่วงรู้เรื่องนี้ต้องคิดว่าฮองเฮาเป็นผู้บงการนักฆ่าให้ลอบสังหารไป๋หลง!

                   “เป็นไปไม่ได้!”ฮ่องเต้ปฏิเสธในทันที“เมื่อคืนป้ายนี้ยังอยู่ที่ฮองเฮา...เหตุใดจึง...”ฮ่องเต้พึมพำขณะครุ่นคิดครู่นึงก่อนจะตาเบิกกว้างเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง

                   “ฮุ่ยหนิงหรง! ต้องเป็นนางแน่ที่ขโมยป้ายหยกแล้วใส่ร้ายฮองเฮา!”ฮ่องเต้เฟยตบโต๊ะเสียงดังด้วยโทสะ “กล้าใส่ร้ายฮองเฮาข้าจะสั่งคนให้จับนางกลับมาลงโทษ!”

                   “ลงโทษ...”น้ำเสียงของเฟยหานตงเย็นเยียบขณะจ้องตาพระบิดา“ไม่ใช่ว่าพวกท่านเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหรือ...พวกท่านให้คนไปพาตัวนางมากลางดึก...ลงมือกลั่นแกล้งนางก่อน...”

                   สายในวังรายงานถึงเรื่องที่ฮองเฮาและฮ่องเต้รังแกไป๋หลงทำให้เขาโกรธจนอยากจะถล่มวังหลวงเสีย...ติดที่ว่าคนทั้งคู่เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ซ้ำยังรักและตามใจเขามาโดยตลอด...

                   ฮ่องเต้ชะงักทันทีเมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่ไป๋หลงถูกกลั่นแกล้ง... ในคืนนั้นคนที่รู้เห็นเหตุการณ์มีไม่กี่คนดังนั้นหากให้ระบุว่าคนผู้ใดเป็นสายลับที่คาบข่าวไปบอกเฟยหานตงย่อมทำได้...ยังดีที่คนผู้นี้คือเฟยหานตง รัชทายาท หากเป็นผู้อื่นต้องถูกตัดหัว!  

                   การที่เฟยหานตงส่งคนมาแทรกซึมได้ทั้งๆที่พระองค์มั่นใจว่าคนเหล่านี้เป็นคนของพระองค์ซื่อสัตย์และภักดีย่อมแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเฟยหานตงในการเลือกใช้คนในเมื่อตำหนักของพระองค์คัดเลือกคนอย่างเข้มงวดรวมทั้งตรวจสอบชาติกำเนิดอย่างละเอียดยังพลาดให้มีสายลับของเฟยหานตงปะปนเข้ามาได้... ต่อไปเมื่อเฟยหานตงขึ้นเป็นฮ่องเต้เขาต้องรู้จักเลือกใช้คนเป็น อย่างแน่นอน...

                   แม้ในใจจะรู้สึกยินดีที่รัชทายาทมีความสามารถทว่าท่าทางที่แสดงออกกลับทำท่าเกรี้ยวกราดโมโห

                   “นี่คงไม่ได้หมายความว่าเจ้ามาทวงความยุติธรรมให้คนรัก คิดจะถอนหงอกข้าและฮองเฮาหรอกนะ!”เห็นอยู่ชัดๆว่าโมโหถึงขั้นกล้าโยนสิ่งของใส่พระองค์!

                   “ฮึ...”เฟยหานตงเหยียดยิ้มเย็นชา“หากว่าท่านมิใช่บิดาของข้า ข้าคงทำเช่นนั้นไปแล้ว!”

                   “นี่เจ้า!”ฮ่องเต้เฟยชี้หน้ารัชทายาทโกรธจนมือสั่น... “เจ้ากล้าเห็นคนอื่นดีกว่าบิดาหรือ!”

                   “ที่ข้ามา...ไม่ได้ต้องการถกเถียงเรื่องความเป็นบิดาและบุตรและไม่ได้คิดจะทำตัวอกตัญญูในเวลานี้”น้ำเสียงของเฟยหานตงเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและจริงจังขณะคิ้วขมวดเมื่อเหลือบมองเหล่าข้ารับใช้ที่กำลังหมอบอยู่ที่พื้นทำตัวสั่นด้วยความกลัวโทสะของเจ้านายทั้งสอง

                   ฮ่องเต้เฟยเหลือบมองตามก่อนจะออกคำสั่ง“พวกเจ้าออกไปให้หมด!”

                   เหล่าข้ารับใช้ทั้งหลายรีบถอยออกไปจากห้องทันทีด้วยความโล่งอกที่ไม่ต้องอยู่ท่ามกลางสงครามของพ่อลูกคู่นี้

                   “ข้าขอเตือนท่านไว้ก่อนว่าการที่นางใส่ร้ายฮองเฮานี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น”เฟยหานตงทำน้ำเสียงจริงจัง เท่าที่เขารู้จักไป๋หลงนางเจ้าคิดเจ้าแค้น ใครกล้ารังแกนาง นางต้องเอาคืนให้ถึงที่สุด!

                   “จุดเริ่มต้น...ฮึ”ฮ่องเต้เฟยทำเสียงดูถูก“นางจะทำอะไรข้าได้หรือ...แค่เด็กสาวผู้หนึ่งเท่านั้น...”

                   เฟยหานตงหรี่ตามองพระบิดาอย่างจับผิด “ท่านรู้ดีว่านางไม่ใช่แค่เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง!”พระบิดาหรือจะลงทุนกลั่นแกล้งเด็กสาวผู้หนึ่งซ้ำยังลากฮองเฮามาร่วมขบวนด้วย... เพราะเรื่องแค่รังเกียจว่านางไม่คู่ควรกับฐานะว่าที่พระชายาในอนาคต...ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้ร้ายกาจเกินกว่านั้น! ต้องมีเรื่องอื่นอีกแน่!

                   “ลูกรัก”ฮ่องเต้ยิ้มจนตาหยี “ข้าได้รับรายงานจากหัวหน้าสำนักแพทย์โอสถหลิงชงว่าฮุ่ยหนิงหรงผู้นี้ แท้ที่จริงแล้วเป็นศิษย์เอกของหอจิวหรง...ดังนั้นผู้เป็นบิดาจึงอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากบังเอิญว่ากลั่นแกล้งศิษย์เอกของหอจิวหรงเล็กๆน้อยๆ”

                   เรื่องนี้หลิงชงก็บอกเฟยหานตงเช่นกันดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจที่ได้ยินเรื่องนี้

                   “ต้องแกล้งถึงขั้นที่สร้างเรื่องว่า  ข้ามีคู่หมั้นแล้วหรือ!”เฟยหานตงทำน้ำเสียงไม่พอใจ“ยังมีของหมั้นที่ท่านเอาคืนไปอีก ทำแบบนี้ข้าจะผูกมัดนางไว้ได้อย่างไร!”

                   “ลูกรัก...ผู้หญิงเขาไม่สนใจเจ้าไม่ใช่หรือ...”ฮ่องเต้เฟยพูดแทงใจดำพระโอรส...

                   เฟยหานตงคิ้วกระตุก“ท่านจำเป็นต้องพูดออกมาให้ข้ารู้สึกแย่หรือ!”

                   “ลูกรัก...”ฮ่องเต้เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ“เรื่องคู่หมั้น พ่อไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นแต่อย่างใด”ฮ่องเต้เหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ “ในเมื่อผู้หญิงเขาไม่สนใจเจ้าเหตุใดเจ้าไม่เปลี่ยนวิธีการเล่า...”

                   เฟยหานตงเลิกคิ้วด้วยความสนใจ

                   “เจ้าเอียงหูมานี่”ฮ่องเต้เฟยกระดิกนิ้วเรียกพระโอรส“ข้าจะสอนวิธีพิชิตใจสตรีให้...”

                   เฟยหานตงเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นบิดาเอียงหูรับฟัง

                   “จะได้ผลหรือ...”เฟยหานตงถามหลังจากรับฟังจนจบ

                   “ลองดูก็ไม่เสียหายนี่...”ฮ่องเต้เฟยยิ้มเจ้าเล่ห์“ถึงอย่างไรนางก็ไม่สนใจเจ้าอยู่แล้ว...”

                   เฟยหานตงกัดฟันกรอด ด้วยความโมโห“ท่านหยุดพูดแทงใจดำข้าได้แล้ว!”

                   ทว่าฮ่องเต้เฟยกลับหัวเราะลั่นที่ยั่วโทสะของพระโอรสได้...

                   ปกติแล้วเฟยหานตงเย็นชาทำตัวห่างเหินกับทุกคน ดังนั้นตั้งแต่เฟยหานตง เริ่มจำความได้ฮ่องเต้เฟยจะคอยกลั่นแกล้งพูดจายั่วยุสารพัดเพื่อให้รัชทายาทคนนี้แสดงอารมณ์อื่นๆบ้าง ทว่าไม่ว่าพูดอะไรพยายามกลั่นแกล้งเพียงใด เฟยหานตงก็มักทำเพียงส่งสายตา และทำสีหน้าเย็นชาใส่แทบไม่เคยมีอารมณ์ใดๆปรากฏเลยสักนิด            

     

    ณ หอจิวหรง

                   ไป๋หลงนอนหลับอยู่บนเตียงจนพระอาทิตย์ขึ้นเหนือศีรษะก็ยังไม่ตื่นเมื่อวานหลังจากฝึกยุทธอย่างหนัก รวมทั้งถูกฮ่องเต้เฟยให้คนพาไปเข้าเฝ้า... ทั้งยังสั่งงานต่างๆให้ลูกสมุนไปทำก็ดึกดื่นทำให้วันนี้ไป๋หลงหลับยาว แบบที่นานๆครั้งจะเป็น...

                   ในความฝันไป๋หลงเห็นตัวเองในชาติที่เกิดเป็นลูกบุญธรรมของมังกรทอง ในเวลานั้นเธอซุกซนออกท่องเที่ยวไปทั่วแดนอสูรฝึกฝนพลังยุทธจนเก่งกล้า มั่นใจในตัวเอง ต่อยตีกับสัตว์อสูรทั้งหลายไปทั่ว...

                   ในขณะที่เธออ่อนแอเลือดอาบไปทั้งตัว จนแยกไม่ออกว่าเลือดของตัวเองหรือคู่ต่อสู้ในเวลานั้นหวงหลงออกตามหาเธอที่แอบหนีออกจากบ้าน ทันทีที่เธอเห็นหวงหลงเธอก็ตัดสินใจหนี!

                   รีดพลังยุทธทั้งหมดที่มีเพื่อใช้วิชาตัวเบาหนีเธออยากให้เฮยหลงตื่นขึ้นมาโดยที่ไม่มีหวงหลงอยู่ข้างๆสักครั้งเธอรู้สึกได้ว่าหวงหลงคอยจับตาดูน้องสาวฝาแฝดของเธอมากจนเกินไป ไป๋หลงตัดสินใจหนีให้ไกลที่สุด เพื่อให้เฮยหลงมังกรดำที่ถูกขังวิญญาณไว้ในดวงจิตของเธอจะได้เป็นฝ่ายตื่นขึ้นมา เมื่อเธออ่อนแอจนถึงขีดถึงขั้นหมดสติ...

                   ขณะที่หนีเธอรู้ดีว่าคงหนีไม่รอดเพราะหวงหลงเป็นเทพมังกร ขณะที่ตอนนั้นเธอเกิดมามีเพียงพลังยุทธ ไร้พลังของเทพเซียน

                   และเพราะเธอรีบร้อนจนเกินไปไม่ทันได้สังเกตสิ่งรอบตัวให้ดี สุดท้ายเธอพลัดหลงเข้าไปในเขตของเผ่ามาร...รู้ตัวอีกครั้งก็พบคนผู้หนึ่งรอบกายเต็มไปด้วยรัศมีสีดำของเผ่ามาร...

                   ในเวลานั้นเธอได้เห็นบุรุษผู้นั้นกำลังแช่ตัวอยู่ในบ่อน้ำพุร้อนผมยาวสยายสีดำแผ่ถึงกลางหลัง ขณะที่หลังของเขาเปลือยเปล่า ขาวผ่องไร้ตำหนิใดๆยามยกมือขึ้นขัดถูแขนทำให้เห็นกล้ามเนื้อแขนเป็นมัดๆ ดูแข็งแกร่ง เอวสอบเล็กดูเย้ายวนชวนให้รู้สึกใจสั่นไหว จนอดไม่ได้ที่จะมองต่ำลงไป! แต่น่าเสียดายที่ไอน้ำในบ่อน้ำพุร้อนมากเกินไปทำให้มองไม่เห็นท่อนร่างของคนงามที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ....

                   ‘บ้าจริงข้ากำลังคิดอะไรอยู่!’ไป๋หลงก่นด่าตัวเองในใจ ที่จู่ๆตัวเองกลายเป็นพวกถ้ำมอง!

                   จู่ๆคนผู้นั้นก็หันกลับมา ราวกับรับรู้ได้ว่าถูกจ้องมอง...แผ่นหลังของคนผู้นี้ว่าน่ามองแล้ว ข้างหน้ายิ่งน่ามองกว่า!

                   อกล่ำๆ เต็มไปด้วยกล้ามมัดหน้าท้องเป็นลอนคลื่นชัดเจน เอวสอบเย้ายวน...ผิวพรรณผ่องใส  ยังมีใบหน้างดงาม ขนตางอนยาว ริมฝีปากแดงเรื่อสองแก้มแดงเปล่งปลั่งจากการแช่น้ำพุร้อน ไป๋หลงแอบกลืนน้ำลาย เมื่อเห็นคนรูปงามขณะนั้นเองจู่ๆคนผู้นั้นก็ลุกพรวดขึ้น...

                   ไป๋หลงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง...คาดเดาว่ากำลังจะได้เห็นร่างเปลือยท่อนล่างที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ...

                   ไป๋หลงกรีดร้องด้วยความตกใจจนลืมปิดตา...ทว่าสิ่งที่เห็นกลับกลายเป็นว่าคนผู้นี้สวมกางเกงสีดำเอาไว้...ไป๋หลงที่กรีดร้องดังลั่นรีบหุบปากทันทีหันหน้าหนีด้วยความกระดากอาย อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี....

                   ที่เธอกรีดร้องเสียงดังขนาดนั้นมันแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าในหัวของเธอกำลังคิดว่าจะได้เห็นท่อนล่างเปลือยเปล่าของอีกฝ่าย....

                   คนถูกถ้ำมองหัวเราะเสียงดังลั่นด้วยความขบขัน“ที่แท้เจ้าก็เป็นพวกแอบถ้ำมอง”

                   นับแต่นั้นไป๋หลงกับคนผู้นี้ก็ได้ทำความรู้จักกันที่แท้เขาคือองค์ชายรองของเผ่ามาร เธอและเขากลายเป็นสหายกันในเวลารวดเร็วยังมีมังกรแดงเฉียนหลงอีกคน ที่เป็นสหายกับองค์ชายรองของเผ่ามาร

                   เฉียนหลงผู้นี้ ไป๋หลงรู้จักเขาอยู่แล้วสมัยที่อยู่บนเก้าชั้นฟ้า แต่ช่วงเวลานั้นเธอไร้ความทรงจำเทพเซียนจึงเท่ากับว่ารู้จักเฉียนหลงเป็นครั้งแรก  เฉียนหลงมีนิสัยชอบยั่วโทสะคนเล่น เป็นคนรักสนุกชอบความรื่นเริง ไม่ถือตัว ไม่ถือกฎเกณฑ์ คบแม้กระทั่งเผ่ามารเป็นสหาย...

                   บ่อยครั้งที่ไป๋หลงร่างกายอ่อนแอจนคนที่ตื่นมาคือ เฮยหลง สุดท้ายเฮยหลงจึงได้รู้จักคนทั้งสอง เช่นที่เธอได้รู้จักซ้ำเฮยหลงในเวลานั้นดูค่อนข้างจะชื่นชอบ เฉียนหลงผู้มีนิสัยเฮฮา รักความรื่นเริงเพราะเฉียนหลงมักนำของเล่นแปลก หรือเรื่องเล่าสนุกๆมาเล่าให้เฮยหลงผู้อยากรู้อยากเห็นโลกภายนอกฟัง...

                   ชายหนุ่มผู้วางมือเหนือศีรษะของไป๋หลงพลันถอนมือออกจากศีรษะของไป๋หลง เมื่อเขาบรรลุในสิ่งที่ต้องการ...เขาได้คลายผนึกความทรงจำของคนตรงหน้าความทรงจำที่ถูกใครบางคนปิดกั้นไว้ทำให้นางลืมเลือนไป...

                   รัศมีสีดำรอบๆร่างของชายหนุ่มค่อยๆหายไปเขาเดินพลังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปลุกคนตรงหน้าที่ยังหลับอยู่...

                   “คุณหนู ตื่นเถิดเที่ยงแล้วขอรับ”น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นทว่าคนหลับอยู่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ

                   “คุณหนู ตื่นเถิด คุณหนู”

                   คนหลับขยับตัวเล็กน้อยขมวดคิ้วไม่พอใจที่มีคนมาปลุก พลิกตัวหันหน้าหนีด้วยความรำคาญ

                   คนมาปลุกอมยิ้มเล็กน้อยอย่างเอ็นดูก่อนจะนั่งลงข้างเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหู “ท่านเทพมังกรขาว ตื่นเถิดขอรับ”

                   ไป๋หลงพลันลืมตาขึ้นทันใดด้วยความตกตะลึงพลิกตัวกลับทันที เสียงนี้คุ้นเคยมาก คล้ายว่าเธอเคยรู้จักมาก่อน ที่สำคัญคนผู้นี้เรียกเธอว่าเทพมังกรขาว...

                   ทว่าทันทีที่พลิกตัวกลับแก้มซีกขวาที่ปราศจากรอยแผลเป็นกลับชนเข้ากับริมฝีปากของบุรุษรูปงามผู้ยังอยู่ในท่าก้มลงกระซิบข้างหูทันที

                   “ยะ...เยี่ยนเฟย!”ไป๋หลงเบิกตากว้างด้วยความตกใจยกมือขึ้นกุมแก้มตนเอง ขณะขยับตัวออกห่างจาก ใบหน้าของอีกฝ่าย

                   เยี่ยนเฟยผู้หล่อเหลา มีใบหน้าขาวผ่องเรียวยาวคิ้วเข้ม จมูกโด่ง รับกับริมฝีปากบางเฉียบ และคางที่สวยได้รูป งดงามราวกับภาพวาดอ่อนโยนราวกับสายน้ำ หากแต่เมื่อใดแววตาคู่นี้ลุกวาวด้วยโทสะจะกลายเป็นแข็งกร้าวดุดันทรงเสน่ห์แบบชั่วร้ายขึ้นมาทันที...

                   “คุณหนู...ท่านตื่นแล้ว”เยี่ยนเฟยอมยิ้มขณะทำท่าจะลุกขึ้น

                   “เดี๋ยว!”ทว่ากลับถูกไป๋หลงคว้าแขนเอาไว้แต่เพราะเยี่ยนเฟยถูกกระชากแรงเกินไปจึงเสียหลักล้มลงทับร่างของไป๋หลงจนริมฝีปากประทับแก้มของไป๋หลงอีกครั้ง...

                   ทั้งคู่ตาเบิกกว้างด้วยความไม่คาดคิดไป๋หลงหน้าขึ้นสีทันที ผลักร่างของเยี่ยนเฟยออก ด้วยความกระดากอาย

                   ...สองครั้ง...เธอถูกหอมแก้มโดยไม่ตั้งใจถึงสองครั้งในเวลาติดๆกัน!

                   เยี่ยนเฟยผู้ถูกผลักยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน “คุณหนู ท่านอยากให้ข้าหอมแก้มก็บอกดีๆท่านไม่ต้องแกล้งทำให้เป็นเรื่องบังเอิญแบบนี้ก็ได้”เยี่ยนเฟยเอ่ยแซวเด็กสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่เล็กจนโต งดงามขึ้นทุกวัน แม้ว่าบัดนี้นางจะเสียโฉมทว่านางก็นังคงเป็นไป๋หลงคนเดิมที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก เป็นหญิงงามผู้หนึ่ง...

                   “บ้าสิ”ไป๋หลงฟาด ‘เพียะ’เข้าที่ไหล่ของเยี่ยนเฟยแรงๆ“ยังจะมาหยอกล้อข้าเล่นอีก” ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยแก้เขิน

                   “เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอะไร”ไป๋หลงขมวดคิ้วทันทีเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

                   “ก็คุณหนูไงขอรับ”เยี่ยนเฟยยิ้มอ่อนโยน

                   “ไม่ใช่...”ไป๋หลงขมวดคิ้ว “เมื่อครู่ข้าได้ยินเจ้าเรียกว่า...”

                   “เทพมังกรขาว”เยี่ยนเฟยเอ่ยด้วยแววตาลึกลับทำให้ไป๋หลงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง...เป็นไปได้อย่างไรกันเยี่ยนเฟยเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งเขาจะรู้เรื่องที่เธอเป็นเทพเซียนจุติได้อย่างไร!

                   “ก็ท่านใช้ชื่อไป๋หลงในสำนักฝึกยุทธไป๋หลง หมายถึง เทพมังกรขาว ข้าเรียกเช่นนั้นไม่ถูกต้องหรือ...” เยี่ยนเฟยอมยิ้มเล็กน้อย“หรือว่าท่านคือเทพมังกรขาวกลับชาติมาเกิดเล่า...”น้ำเสียงของเยี่ยนเฟยล้อเลียน

                   ไป๋หลงหรี่ตาลงเล็กน้อยความรู้สึกกำลังร้องเตือนว่าเยี่ยนเฟยผู้นี้มีบางอย่างผิดปกติ... ตั้งแต่สิบปีก่อนคนผู้นี้ มีพลังลึกลับ ยามฆ่าฟันคล้ายกระหายเลือด ฆ่าจนเลือดท่วมตัวทุกครั้ง....ยังมีเขาชอบหายไปบ่อยครั้ง โดยอ้างว่าได้รับภารกิจอื่นจากอ๋องฮุ่ย ขณะที่องครักษ์อื่นๆแทบไม่เคยได้รับภารกิจบ่อยครั้งเช่นคนผู้นี้...

                   แต่เป็นเพราะเยี่ยนเฟยซื่อสัตย์ภักดีต่อเธอ ไม่มีทีท่าของคนทรยศเธอจึงไม่ได้สืบเรื่องราวความเป็นมาของคนผู้นี้ให้แน่ชัด... แม้แต่เสี่ยวเมิ่งที่มีร่างกายเย็นผิดปกติเธอก็ไม่ได้สืบที่มาเช่นกัน

                   “ถ้าข้าเป็นมังกรขาวกลับชาติมาเกิดแล้วท่านเยี่ยนเฟยผู้มีพลังยุทธลึกลับ เป็นเผ่าพันธุ์ใดกลับชาติมาเกิด เทพหรือเทพอสูร” ไป๋หลงถามกลับคล้ายจะหยอกล้อ ทว่าแววตาจ้องจับผิด

                   เยี่ยนเฟยยิ้มเล็กน้อยขณะก้มหน้ากระซิบข้างหูไป๋หลง ด้วยน้ำเสียงลึกลับ“เผ่ามารกระมัง!”

                   ไป๋หลงเบิกตากว้าง...ด้วยความตกตะลึงเผ่ามารหรือ...

                   “ดูสิ ท่านทำหน้าตกใจแบบนั้นอย่าบอกนะว่าคิดว่าเป็นเรื่องจริง...ข้าแค่หยอกล้อท่านเท่านั้นเอง”เยี่ยนเฟยหัวเราะลั่น“ท่านรีบอาบน้ำแต่งตัวเถอะ เที่ยงแล้วท่านควรทานอาหารได้แล้ว”เยี่ยนเฟยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเดินออกจากห้องไป...

                   ทว่าคนถูกหยอกล้อกลับขมวดคิ้วด้วยความเคร่งเครียด...

                   “เผ่ามาร...เผ่ามาร”ไป๋หลงพึมพำ พลันนึกถึงความฝันเมื่อครู่....“ฝันเมื่อครู่คล้ายความจริงจนน่าประหลาด ราวกับว่าทุกอย่างเคยเกิดขึ้นจริง ทว่าหากเคยเกิดขึ้นจริงเหตุใดข้าจึงหลงลืมจนหมดสิ้น?”ไป๋หลงพึมพำหลังจากเยี่ยนเฟย ออกจากห้องไป

                   “จะเป็นไปได้ยังไงกัน...”ไป๋หลงพึมพำ

                   จู่ๆพัดวิเศษก็พุ่งออกจากแขนเสื้อของไป๋หลงกลายร่างเป็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้”เป่าเล่อสอดปากขึ้นทันที“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นในห้องนี้ ตอนที่เจ้าหลับอยู่!”

                   “ไม่รู้สิ ข้าหลับลึกไม่รับรู้อะไรรอบตัวเลย ซ้ำข้ายังฝันเป็นเรื่องเป็นราว”ไป๋หลงกล่าวขณะเดินไปรินน้ำดื่มให้ตัวเอง

                   “โถ่เอ๊ย...ไป๋หลง เข้าเป็นเทพนะตอนนี้เจ้ามีจิตวิญญาณของเทพเซียนครบสมบูรณ์เข้าจะฝันได้ยังไง!”เป่าเล่อชี้ทางให้ไป๋หลงตาสว่าง

                   “จริงด้วย!”ไป๋หลงอุทานตอนนี้จิตวิญญาณของเธอคือเทพไป๋หลง มีความทรงจำเทพเซียนซ้ำยังมีพลังของเทพเซียน(แม้จะถูกผนึกไว้ก็ตาม) เธอเป็นเทพเซียนในร่างมนุษย์ดังนั้นเธอไม่มีทางนอนฝันอย่างแน่นอน ในเมื่อจิตของเธอกล้าแข็งมาก แม้กระทั่งเวลาหลับความฝันยังไม่อาจแทรกซึมเข้ามาได้ จึงเป็นสาเหตุที่เธอ ไม่ตกลงสู้ห้วงฝันของมารฝัน...เพราะเธอไม่เคยฝัน!

                   “แสดงว่าสิ่งที่ข้าเห็นตอนหลับคือเรื่องจริง!”ไป๋หลงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง...หากนั่นคือความจริงนั่นย่อมอธิบายได้ว่า เฉียนหลงไปรู้จัก เฮยหลงได้อย่างไร จนถึงขั้นหลงรักและทำทุกอย่างเพื่อเฮยหลง แม้กระทั่งฝ่าฝืนชะตาฟ้า ยอมถูกลงทัณฑ์ถือกำเนิดเป็นมนุษย์

                   “เรื่องที่น่าตกใจกว่าก็คือชายผู้ที่ออกจากห้องไปเมื่อครู่เขาเป็นเผ่ามาร! ซ้ำยังมีพลังมหาศาลจนสามารถคลายผนึกความทรงจำของเจ้าได้!”เป่าเล่อกล่าว ด้วยท่าทางเคร่งเครียดเมื่อนึกถึงคนผู้นั้น ยังดีที่เธอปกปิดตัวตนเอาไว้ทันทีที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาในห้องหากว่าเธอไม่ปกปิดตัวตนไว้เกรงว่าคงถูกคนผู้นั้นจับได้นานแล้วว่าในห้องนี้มีเธออยู่ด้วย                “เยี่ยนเฟยเป็นมาร!”ไป๋หลงอุทานด้วยความตกตะลึง แม้คิดว่าตลอดว่าเยี่ยนเฟยไม่ธรรมดามีความลับซ่อนอยู่ แต่คิดไม่ถึงว่าเขากลับเป็นเผ่ามาร...

                   “เฮ้อ...”เป่าเล่อถอนหายใจ “หากว่าเจ้าปลดผนึกพลังเทพมังกรเสียเจ้าก็จะมองเห็นร่างจริงของจิตวิญญาณทุกดวงจะได้ไม่ต้องทำสีหน้าแตกตื่น เวลาที่ค้นพบความจริงว่าคนที่เจ้าพบเจอเป็นเผ่าพันธุ์ใดเป็นผู้ใดกลับชาติมาเกิด”เป่าเล่อบ่นพึมพำ

                   ‘มันก็จริง...ข้าเองก็อยากรู้เฟยหานตงคือคนผู้นั้นใช่คนที่ข้าคิดไว้ไหม’ไป๋หลงคิดในใจ ก่อนจะกล่าว

                   “หากข้าปลดผนึกพลังเทพเซียนการมีชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์สำหรับข้าก็หมดความหมายข้าชื่นชอบเวลาที่ไร้พลังเทพเซียน มีเพียงสองมือสองเท้า และพลังยุทธ ได้ต่อสู้ได้พยายามเพื่อให้ตนเองมีพลังยุทธที่สูงขึ้นเรื่อยๆโดยไม่รู้ว่าตนเองจะไปถึงจุดสูงสุดของพลังยุทธแบบที่คนส่วนน้อยทำได้ไหม...ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้ท้าทายและน่าสนใจมากกว่า การที่ข้ารู้เห็นว่า คนที่ข้าพบเห็นเป็นผู้ใดกลับชาติมาเกิด ”

                   “เฮ้อ...”เป่าเล่อถอนหายใจพลางส่ายหัวกับความคิดพิลึกของไป๋หลง

                   “ว่าแต่...”ไป๋หลงขมวดคิ้วเมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่าง“ผู้ใดกันที่ผนึกความทรงจำของข้า... เรื่องขององค์ชายเผ่ามาร ถ้าแค่ผนึกความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องราวของเฮยหลงและเฉียนหลง ข้ายังพอเข้าใจ เพราะมังกรทองเป็นคนทำแต่เรื่องขององค์ชายเผ่ามาร มังกรทองไม่น่าจะยุ่งเกี่ยว เขาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตนเอง...”

                   เป่าเล่อกลอกตามองฟ้า “ยังจะมีใครอีกเจ้าคิดว่าในสามภพนี้แล้วนอกจากคนผู้นั้น ใครยังคอยตามติดเจ้าไม่ห่าง ตามหึงหวงเจ้าไปทุกที่จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เจ้า!”

                   “หึงหวง...เจ้าคงไม่ได้หมายถึงหลังหลงใช่ไหมแม้หลันหลงจะรักข้า แต่ข้าไม่เคยเห็นเขาหึงใคร หนำซ้ำชีวิตข้าก็รู้จักบุรุษไม่มากนัก เขาจะตามหึงหวงข้าได้อย่างไร”ไป๋หลงผู้ไม่เคยรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วมังกรฟ้าขี้หึงเพียงใดคอยขับไล่บุรุษทั้งหลายให้ไกลห่างตนเอง ทำหน้างุนงง

                   “เจ้าไม่เคยเห็นไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้ทำนี่! ข้าจะบอกให้ก็ได้!”เป่าเล่อพูดขึ้นด้วยความเหลืออดไป๋หลงผู้นี้ฉลาดทุกอย่าง เว้นแต่เรื่องของเจ้ามังกรฟ้าหลันหลงเหตุใดนางไม่เคยเบิ่งตามองคนผู้นี้ให้ชัดเจนบ้าง! จะได้รู้ว่าคนผู้นี้ทั้งรักทั้งหวงนางมากขนาดไหน! “ที่เจ้าได้รู้จักผู้ชายไม่กี่คนก็เพราะคนผู้นี้คอยขัดขวางอย่างลับๆไม่ให้ผู้ชายพวกนั้นเข้าใกล้เจ้าได้อย่างไรเล่า! ดูตัวอย่างจากองค์ชายรองของเผ่ามารได้!ที่เจ้าถูกผนึกความทรงจำเกี่ยวกับองค์ชายรอง ก็เป็นฝีมือของเขา!”

                   ไป๋หลงฟังแล้วเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

                   “ยังมี!”เป่าเล่อกล่าวขึ้น “หลันหลงผู้นี้ไม่เพียงผนึกความทรงจำของเจ้ายังถึงขั้นจับองค์ชายรองขังไว้ในหม้อดินเผา ถ่วงแม่น้ำยมโลกขังไว้ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันนับแสนปี! หากไม่ได้ยายเมิ่งแห่งยมโลกช่วยไว้  เกรงว่าคงถูกขังลืมตลอดกาล!... และหากยายเมิ่งไม่ถีบองค์ชายรองผู้นี้ตกสระเกิดใหม่...คาดว่าทันทีที่เขาหลุดออกจากที่คุมขัง เกรงว่าหลันหลง คงรู้เรื่องนี้เข้าสักวันและตามมาเล่นงานองค์ชายรองผู้นี้อีก...”เป่าเล่อคายความลับที่ล่วงรู้มาจนหมดสิ้น!

                   “เจ้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไง...”ไป๋หลงถามด้วยความสงสัย...ขณะที่ไม่ปักใจเชื่อเรื่องที่เป่าเล่อเล่า

                   “เป็นเฮยอู่ฉาง! วันที่ยมทูตขาวดำมาเก็บวิญญาณของซุนเย่ผิงข้าตามยมทูตทั้งคู่ไป ตอนแรกแค่อยากรู้อยากเห็นว่ายมทูตขาวดำจะจัดการซุนเย่ผิงตามที่เจ้าบอกไหม...สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าข้าได้รู้ความลับเรื่องนี้

                   เป็นเฮยอู่ฉาง ยมทูตดำที่ดันเห็นยายเมิ่งแห่งยมโลก กระโดดลงแม่น้ำลืมเลือน ลงไปงมหาของใต้แม่น้ำจนได้หม้อดินเผามาใบหนึ่งในหม้อนั้นกลับเป็นองค์ชายรองของเผ่ามารที่ถูกขังไว้... ถ้าเจ้าไม่เชื่อ เจ้าเรียกยมทูตดำมาถามได้เลย!”เป่าเล่อท้าทันที

                   แน่นอนว่าไป๋หลงไม่เชื่อ! ดังนั้นเธอจึงเรียกยมทูตดำขาวมาสอบถาม...สุดท้ายยมทูตดำก็ยอมรับว่าได้เห็นจริงๆ แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังซ้ำยังบอกอีกว่า... เขาสงสัยว่าเฟยหานตง คือหลันหลงมาเกิด! เพราะตอนที่ยมทูตขาวพูดคุยกับไป๋หลงเฟยหานตงผู้นั้นจ้องมองมาด้วยความไม่พอใจ... (ในเวลานั้นไป๋หลงเองก็สงสัยว่ายมทูตขาวหวาดกลัวอะไรบางอย่างตอนที่คุยกับเธอ...ที่แท้ก็เฟยหานตงผู้นี้!)

                   แน่นอนว่ามนุษย์ผู้หนึ่งไม่ควรมองเห็นเทพเซียนหรือแม้แต่ยมทูตเว้นแต่จะเป็นผู้บรรลุธรรมทว่าเฟยหานตงผู้นี้ไม่เหมือนผู้บำเพ็ญเพียร...ดังนั้นการที่เขามองเห็นย่อมหมายความว่าเขามีพลังวิเศษ อาจเป็นเทพเซียนผู้หนึ่งกลับชาติมาเกิดก็ได้!

                   ก่อนที่ยมทูตขาวดำจะจากไป ยมทูตดำได้บอกแก่ไป๋หลงว่า“เจ้าทดสอบเฟยหานตงผู้นี้ก็ได้ ทำให้เฟยหานตงหึงหวงดูใช้เจ้าคนผู้นั้นองค์ชายรองจากเผ่ามาร...ข้ามั่นใจว่าถึงเวลาเฟยหานตงหรือหลันหลงผู้นี้ต้องเผยตัวแน่!”

                   หลังจากทั้งคู่จากไปไป๋หลงก็ได้รู้ว่าหลันหลงผู้นั้น ขี้หึงเพียงใดซ้ำยังทำเรื่องโหดร้ายกับองค์ชายรองจากเผ่ามารผู้อ่อนโยนและไม่เคยทำร้ายเธอเลยสักครั้ง...อีกเรื่องไป๋หลงก็ได้รู้ว่าแท้ที่จริงเยี่ยนเฟยก็คือองค์ชายรอง!!!

                   “ทำไมถึงเป็นแบบนี้...”ไป๋หลงพึมพำด้วยความทุกข์ใจเป็นเพราะเธอองค์ชายรองจึงถูกขังนับแสนปีเป็นเพราะเธอหลันหลงถึงได้ทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้น...แต่ที่ทำให้เธอสับสนทุกข์ใจกว่าก็คือ... องค์ชายรองเขาดีกับเธออย่างแท้จริง แม้กระทั่งยามที่เขาถือกำเนิดเป็นมนุษย์โดยมีความทรงจำครบถ้วนทุกอย่าง มีพลังของเผ่ามาร...เขากลับไม่เคยโทษเธอเลยสักครั้งไม่เคยมองเธอด้วยความโกรธเคือง กลับยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนเสมอเหมือนที่เขาเคยเป็น...

                   หลายแสนปีก่อนเธอเคยหวั่นไหวเพราะคนสองคนคนนึงคือหลันหลง อีกคนคือองค์ชายรองผู้มีนามว่าเยี่ยนเฟยในภพชาติก่อนและภพชาติปัจจุบัน!

                   หากว่าถึงเวลาเฟยหานตงคือหลันหลงกลับชาติมาเกิดและเขาเผยตัวตนที่แท้จริงเพราะความหึงหวงที่มีต่อองค์ชายรองเยี่ยนเฟยละก็... เกรงว่าหลังจากนี้เธอคงต้องปวดหัวอย่างแน่นอนในเมื่อก่อนที่เธอจะถูกผนึกความทรงจำ เธอก็รู้สึกคล้ายกับว่าหวั่นไหว เพราะองค์ชายรองเยี่ยนเฟยผู้นี้เช่นกัน...เพียงแต่ว่าตอนนั้นเธอตัดสินใจที่จะไม่คิดถึงความรัก ไม่คิดว่าจะปักใจรักใคร เพราะเธอรู้ดีว่าไม่อาจรักใครได้ด้วยชีวิตเธอมีจิตวิญญาณอีกดวงขังไว้ มีน้องสาวที่น่าสงสารอยู่

                   ที่เธอรู้สึกคือยามอยู่ใกล้องค์ชายรองเยี่ยนเฟยเธอจะรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน ชีวิตเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ รู้สึกอยากอยู่กับเขาตลอดเวลาเธอไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรต่อเธอ รักเธอเหมือนที่เฟยหานตงรู้สึกหรือไม่

                   ขณะที่หลันหลงเธอรู้สึกว่าการมีเขาอยู่ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้โดดเดี่ยวต่อให้เธอเจอเรื่องร้ายแรงแค่ไหน เขาจะอยู่เคียงข้าง จะคอยสนับสนุน เป็นคนที่เธอหันกลับไปมองจะพบว่าเขาอยู่เคียงข้างเสมอ...

                   แต่ในภพชาตินี้ ความรู้สึกที่มีต่อเยี่ยนเฟยหลายปีที่ผ่านมาคือพี่ชายคนหนึ่ง...แต่กับเฟยหานตง ที่คาดว่าน่าจะเป็นหลันหลงในชาตินี้เธอกลับคล้ายว่าเริ่มหวั่นไหวเพราะเขา....

                   บัดนี้เธอรู้ซึ้งแล้วว่าเหตุใดยมโลกจึงมีกฎให้ดวงวิญญาณต้องดื่มน้ำแกงลืมเลือนภพชาติ....นั่นก็เพื่อให้ชีวิตที่ถือกำเนิดใหม่ไม่ต้องคอยปวดหัว อาลัยอาวรณ์กับเรื่องราวและบุคคลในภพชาติก่อน...หากจู่ๆเกิดภพว่ามารดาของตนคือภรรยาในอดีตชาติหลังจากตายลง ภรรยาได้แต่งงานใหม่จนตัวเองมาถือกำเนิดเป็นบุตร โลกใบนี้คงปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด!

                   “ข้าละอยากได้น้ำแกงยายเมิ่งสักถ้วยจริงๆ!”ไป๋หลงบ่นพึมพำด้วยความปวดหัว...ตัดสินใจไม่ได้ว่าควรทำอย่างไรกับเรื่องของเยี่ยนเฟยและหลันหลงดี...

                   แต่ช่างเถอะ!  ความรู้สึกใช่ว่าจะตัดสินได้ในชั่วขณะ เวลาเท่านั้น คือสิ่งที่สามารถพิสูจน์ความรู้สึกที่แท้จริงได้ ดังนั้นเวลานี้ เธอต้องทำเพียงแค่พิสูจน์ว่าเฟยหานตงคือหลันหลงใช่หรือไม่! หากว่าใช่เธอคงต้องตัดสินใจว่าควรรักใคร...ระหว่างหลันหลงที่รักเธออย่างจริงใจกับเยี่ยนเฟยคนที่เธอคล้ายรู้สึกว่ากำลังแอบชอบเขา(โดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบเธอไหม)

                   แต่ถ้าหลันหลงและเฟยหานตงไม่ใช่คนเดียวกันละก็...เกรงว่าเธอคงได้สับสนหนักผู้ชายถึงสามคน...แต่ความรัก ต้องเลือกรักได้แค่คนเดียว...อ่า...แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว!!!

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธชุดชมพู ที่คุณอ่าน

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577