“.......” ดวงตาคมของชายหนุ่มมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนเป็นิ่งสนิทดั่งเดิม ร่างสูงใหญ่ที่อาบไปด้วยเืแดงฉานยามที่เพื่อนสนิทแบกขึ้นเปลเพื่อนำร่างแน่นิ่งส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงให้เร็วที่สุด
ทว่าต่อให้เชิญหมอเก่งทั่วโลกหรือหมอวิเศษมารักษา ร่างแน่นิ่งนั่นก็ไม่สามารถกลับคืนมาได้อีกแล้ว....
ทำไมน่ะหรอ?
ก็เพราะเ้าของร่างนั้นกำลังยืนมองเหตุการณ์วุ่นวายในนาทียื้อชีวิตลูกชายเพียงคนเดียวของบอสมาเฟียหนึ่งในสองแก๊งใหญ่ของฮ่องกง ที่โดนลอบสังหารในงานเปิดตัวบริษัทใหม่ของทางตระกูล
อันจื่อเทายืนมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไม่ใช่ไม่เสียใจที่ต้องมาจบชีวิตลงในวัยเพียงสามสิบต้นๆ แต่เพราะเส้นทางที่เลือกเดิน….ไม่สิ ถูกยัดเยียดจากคนที่เรียกว่าพ่อแท้ๆ ต่างหาก ที่เลือกเส้นทางนี้ให้กับเขา ั้แ่จำความได้ ปืนคือของเล่นที่ต้องจับและฝึกให้คุ้นชิน โตมาอีกนิดเพียงวัยหลักสิบก็ถูกโยนเข้าห้องฝึกแสนโหดร้ายที่คนๆ นั้นให้เหตุผลแค่เพียง มันจะเป็ผลดีต่อแกในอนาคต หึ
วัยเพียง15ต้องมาจับปืนไล่ฆ่าคน ขณะเดียวกันก็ต้องคุมลูกน้องหลายร้อยให้อยู่ ไม่ให้พวกมันมาแว้งกัดตัวเองได้ไม่อย่างนั้นแล้วแม้แต่ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้ ถึงจะเป็ลูกชายเพียงคนเดียวของหัวหน้าแก๊งมาเฟีย แต่แล้วยังไงล่ะ? วงการนี้หาความแน่นอนได้ที่ไหน พลาดเพียงนิดนั่นหมายถึงชีวิต กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็เฉียดตายมาหลายครั้งอยู่เหมือนกัน หากแต่ครั้งนี้ไม่ได้โชคดีเหมือนที่ผ่านมาก็เท่านั้น
....จบลงแล้วสินะชีวิตบัดซบตลอด33ปีที่ผ่านมา
ขณะที่กำลังทดถอนใจกับเื่ในอดีต อยู่ๆ รอบกายมาเฟียหนุ่มพลันมืดสนิทเสียงเซ็งแซ่วุ่นวายรอบกายเงียบสงัดราวกับไม่เคยมี อันจื่อเทาหันรีหันขวางมองไปรอบกายพบเพียงความมืดมิดมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง ชายหนุ่มได้แต่นึกสมเพชในโชคชะตาชีวิตที่ตนต้องเผชิญ
ช่างเถอะที่แห่งนั้นไม่ได้มีความทรงจำดีๆ ให้น่าอาลัยอาวรขนาดนั้น ตายไปแล้วจะไปโผล่ที่ไหนหรือเกิดใหม่เป็ตัวอะไรเขาก็ไม่สนใจอีกแล้ว ช่างหัวมัน...
“แหมๆ ช่างเป็ชายหนุ่มที่เด็ดเดี่ยวจริงนะ ปล่อยวางได้รวดเร็ว ไม่เสียแรงที่ข้าสนใจ” เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวท่ามกลางความมืด
“.....” อันจื่อเทาไม่คิดจะหันไปมองให้เสียเวลา ด้วยความมืดในตอนนี้ต่อให้เพ่งมองเท่าไหร่ก็ไม่มีทางเห็นได้ ทำเพียงยืนนิ่งใช้หูฟังเสียงการเคลื่อนไหวเท่านั้น แต่ก็น่าแปลกไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แถมเสียงก็ไม่ได้มาจากมุมใดมุมหนึ่งด้วย เหมือนมันดังก้องไปทั่ว
นี่มันอะไรกันที่นี้ที่ไหนกันแน่?
“จิตของเ้าอย่างไรเล่า” เสียงนั้นตอบกลับมาราวกับอ่านใจได้ คิ้วคมของชายหนุ่มขมวดหมุนด้วยความฉงนก่อนจะเปิดปากถามออกไปในที่สุด
“คุณเป็ใคร?” คงไม่ใช่ยมทูตหรอกนะ ของแบบนั้นมีจริงด้วยรึไง ต่อประโยคในใจและอีกในหนึ่งคืออยากพิสูจน์บางอย่างด้วย
“ใช่ที่ไหนกันเล่า” เสียงเอื่อยเฉื่อยตอบกลับมาอันจื่อเทาคล้ายเห็นภาพคนส่ายหน้าเอือมระอาแว๊บเข้ามาในหัว
“....” อะไรกันเนี่ยไม่พูดให้ชัดๆ จะรู้ได้ไงล่ะ
“ข้าก็กำลังจะบอกอยู่นี่อย่างไรเล่า เ้าจะใจร้อนเดามั่วไปเองทำไมกัน!” อีกแล้วเสียงที่มาพร้อมกับภาพอิริยาบถในหัว อะไรวะครับเนี่ยผมกำลังเจอกับอะไอยู่?
“คนหนุ่มนี่ใจร้อนจริงๆ ให้ตายสิ” จบคำแสงสว่างเหมือนแสงสปอตไลท์ส่องกระทบไปยังร่างหนึ่งที่อยู่ห่างราวๆสิบเมตรได้ ปรากฏเป็ผู้หญิงอายุไม่น่าจะต่างจากอันจื่อเทามาก ยืนเด่นสง่าในชุดจีนสีแดงเืนกพร้อมกับเครื่องประดับระยิบระยับทำเอาแสบตาไม่น้อยเลยเมื่อกระทบกับแสงไฟ
“.....” สีหน้าชายหนุ่มตอนนี้ถ้ามีเอฟเฟคคงจะเห็นขีดสีดำไหลผ่านตรงหน้าไม่มีที่สิ้นสุด เล่นใหญ่อะไรขนาดนั้นครับเจ๊.....
“เสียมารยาท!ถึงข้าจะอายุมากกว่าเ้าอยู่หลายพันปี แต่หน้าตาข้ายังเอ๊าะๆ เหมือนสาวแรกแย้มอยู่เลยจะเรียกเจ๊ได้ไงย่ะไม่น่ารักเอาเสียเลย!” หน้าสวยของคนพูดงอง่ำแลดูน่ามองไม่เบาถ้าไม่พูดน้ำไหลไฟดับอยู่แบบนี้อะนะ
“เหอะ ดูจากหน้าเ้าคงคันปากอยากจะถามสินะว่าเื่ราวมันเป็ยังไง เกิดอะไรขึ้นกับเ้าถึงได้มาอยู่ตรงนี้ได้?”
“....” พยักหน้าตอบรับเพราะเขาก็อยากจะถามอยู่เหมือนกันแต่ไม่มีช่องให้ได้แทรก
“ข้าคือเทพแห่งจันทราผู้ควบคุมบุพเพแห่งสามภพ” ปากว่าท่วงท่าประกอบสอดรับกันอย่างดีเยี่ยม แต่เหนือสิ่งอื่นใดคงเป็ชื่อตำแหน่งยาวเหยียดนั่นต่างหาก
“เทพจันทราไม่ใช่ผู้เฒ่าผมขาวท่าทางภูมิฐานน่าชื่อถือหรอกหรอ?”ถึงเขาไม่คิดสนใจเื่ไร้สาระพวกนี้แต่เพื่อนสนิทมันเคยเปิดละครจำพวกเทพเซียนให้ดูบ้าง กระนั้นอันจื่อเทาค่อนข้างแน่ใจเทพจันทราที่ว่าเป็ปู่ท่าทางน่าเชื่อถือกว่านี้นะ... บนหน้าหล่อๆ ของอันจื่อเทาเหมือนกับแปะคำว่าไม่เชื่ออยู่กลางหน้าผาก ทำเอาคู่สนทนาแทบสำลักอากาศเลยทีเดียว
“ใช่ที่ไหนกันละย่ะ เ้านี่ดูละครมากไปแล้ว!" หน้างามของท่านเทพจันทรางอง่ำยิ่งกว่าเดิมพยายามสูดหายใจเข้าออกเพื่อปรับจังหวะการหายใจให้เป็ปกติ “คราแรกข้ากะจะอธิบายรายละเอียดให้เ้าฟัง แต่เ้าพูดจาไม่เข้าหูเอาซะเลยเพราะงั้นไปเผชิญกับตัวเองเลยแล้วกัน!”
จบคำของหญิงสาวรอบกายอันจื่อเทากลับมามืดสนิทอีกครั้ง ก่อนความรู้สึกโลกหมุนจะตามมาเหมือนถูกปั่นในเครื่องซักผ้ายังไงยังงั้น เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย!
**********************************