การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 52 พรข้อที่สามของหวังเหว่ย

    หวังเหว่ยได้เดินสำรวจดูร้านค้าแผงลอยต่างๆ เพียงไม่กี่นาที จากนั้นเขาได้เดินหาที่ลับตาคนและกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร และไปหาพยัคฆ์ขาวผ่านทางประตูมิติในมิติแดนอสูรด้วยใบหน้าที่แท้จริงของเขาในทันที       วูบ
    ณ คฤหาสน์องครักษ์ภายในเมืองอสูรจันทรา
           “นายท่าน !” พยัคฆ์ขาวที่กำลังยืนคุ้มกันจินฟางอยู่ไม่ไกลจากนางได้กล่าวทักทายหวังเหว่ย       จินฟางได้หันไปมองต้นทางของเสียง นางจึงได้พบเห็นหวังเหว่ยในทันที       “น้องชายเจ้ากลับมาแล้ว! เจ้าเป็นอย่างไรบ้างพี่สาวเป็นห่วงเจ้านะ”       “ข้าสบายดีพี่สาวจินฟาง ที่นี่เป็นอย่างไรบ้างข้าไม่ได้กลับมานานเกือบเดือนเลย”       “คฤหาสน์องครักษ์สงบสุขดี เจ้ากลับมาเพื่อเตรียมพร้อมเข้าเรียนในสถาบันอสูรฟ้าครามหรือ ?” จินฟางกล่าว       “ใช่แล้วพี่สาวจินฟาง ว่าแต่พี่สาวกุ้ยถิงอยู่ที่ไหนหรือ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม       “กุ้ยถิงนางคงกำลังพักผ่อนอยู่ภายในห้องรับรองที่ชั้นสองของร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์” จินฟางกล่าวตอบ       “ฮ่าๆ งานของพี่สาวกุ้ยถิงคงหนักน่าดู พวกเราไปหาพี่สาวกุ้ยถิงกันพี่สาวจินฟาง”       “ตกลง” จินฟางกล่าว       หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ย จินฟาง พยัคฆ์ขาวได้เดินไปที่ร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์ที่อยู่ทางด้านหน้าของคฤหาสน์องครักษ์ โดยมีเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทักทายหวังเหว่ยตลอดทาง        “นายท่านกลับมาแล้ว ยินดีต้อนรับกลับมาเจ้าค่ะ” เหล่าหญิงสาวชาวบ้านได้กล่าวทักทายหวังเหว่ย       “พวกท่านทำงานได้ดีมาก นี่คือน้ำใจเล็กน้อยจากข้า รบกวนพวกท่านช่วยนำไปแจกจ่ายให้กับทุกคนด้วยขอรับ” หวังเหว่ยได้นำเงิน1000เหรียญทองออกมามอบให้กับเหล่าหญิงสาวชาวบ้านหลังจากกล่าวจบ       “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” เหล่าหญิงสาวชาวบ้านรู้สึกว่าพวกนางโชคดีเป็นอย่างมากที่ได้มาทำงานที่นี่ นอกจากจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากหวังเหว่ยแล้ว พวกนางยังมีจินฟางและกุ้ยถิงที่คอยดูแลช่วยเหลือพวกนางเป็นอย่างดี       หวังเหว่ยได้เดินขึ้นไปยังชั้นสองของร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์พร้อมกับจินฟางและพยัคฆ์ขาว เมื่อมาถึงยังชั้นสองหวังเหว่ยได้พบกับพยัคฆ์ครามกับพยัคฆ์ทมิฬที่กำลังยืนคุ้นกันกุ้ยถิงที่กำลังนอนหลับอยู่บนโซฟา       “อะแฮ่ม อะแฮ่ม” หวังเหว่ยได้ทำเสียงกระแอมไอออกมาเพื่อปลุกกุ้ยถิง       “อื้ม ใครกันที่มาทำเสียงดังแถวนี้ ?” กุ้ยถิงกล่าวขณะกำลังสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา       “เป็นข้าเองพี่สาว ท่านคิดถึงข้าหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม       “น้องชายเจ้ากลับมาแล้ว! พี่สาวคิดถึงเจ้ามากน้องชาย งานที่นี่หนักมาก พี่สาวทำงานจนเหนือยทุกวันเลย” กุ้ยถิงกล่าวระบายความรู้สึกกับหวังเหว่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น       “ฮ่าๆ ข้าพอจะเดาออกว่าพี่สาวทั้งสองต้องเหนือยมากแน่ๆ เพราะชื่อเสียงของร้านเรา เอาเช่นนี้เป็นอย่างไรหลังจากนี้ข้าจะจัดหาคนมาดูแลร้านค้าแทนพวกท่าน และข้าจะมอบหน้าที่ใหม่ให้กับพวกท่านแทน”       “หน้าที่อะไรหรือน้องชาย ?” จินฟางและกุ้ยถิงกล่าวถามหวังเหว่ย       “อืม... เอาไว้ข้าค่อยลองคิดดูอีกที เพราะหลังจากนี้ข้าจะเริ่มเปิดเผยเขี้ยวเล็บของข้าแล้ว !” หวังเหว่ยกล่าวกับจิงฟางและกุ้ยถิง       “น้องชาย! เจ้าเป็นแมวหรือ ?” กุ้ยถิงกล่าวถามหวังเหว่ย       “ฮ่าๆ ใช่แล้วพี่สาวกุ้ยถิง ข้าเป็นแมวตัวน้อยที่กำลังจะเริ่มกลายร่างเป็นแมวตัวโตขึ้น !”       “เจ้าจะทำอะไรก็ระมัดระวังตัวด้วยพวกพี่สาวและทุกคนภายในคฤหาสน์องครักษ์เป็นห่วงเจ้านะ” กุ้ยถิงกล่าวกับหวังเหว่ย       “ใช่แล้ว ในตอนที่เจ้าไม่อยู่ทุกคนต่างก็คิดถึงและเป็นห่วงเจ้ามาก” จินฟางกล่าวกับหวังเหว่ย       หวังเหว่ยรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้เห็นสีหน้าและแววตาของเหล่าหญิงสาวรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่อยู่ภายในร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์       “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าเองก็เป็นห่วงพวกท่านเช่นกัน พวกเราเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน ไม่ว่าในอนาคตจะมีอุปสรรคอะไรรออยู่พวกเราก็จะฝ่าฟันไปด้วยกัน”       “นายท่านเจ้าค่ะ พวกเรายินดีร่วมต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคไปกับนายท่านด้วยเจ้าค่ะ” เหล่าหญิงสาวชาวบ้านทั้ง82คน ได้พากันกล่าวออกมาเสียงดัง       “โอ้! ขอบคุณพวกท่านมาก ข้าช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้พบเจอกับพวกท่าน”       “พวกเราทุกคนก็โชคดีที่มีโอกาสได้พบเจอกับเจ้า” จินฟางกล่าว       หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้หันหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า ในขณะที่หวังเหว่ยกำลังจ้องมองบนท้องฟ้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวของหวังเหว่ยได้หยุดนิ่งไปคล้ายเวลาได้ถูกหยุดเอาไว้ จากนั้นได้มีแสงสีขาวสาดส่องลงมาทางด้านหน้าของเขาและมีเสียงพูดดังขึ้นว่า       “เจ้าอยากพบข้าเพื่อขอพรข้อที่สามอย่างนั้นรึ ?”       “ใช่แล้วขอรับท่านผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง พรข้อที่สามที่ข้าอยากจะขอ... ข้าต้องการสร้างอักษรสัญญากึ่งอสูรขึ้น อักษรสัญญากึ่งอสูรนี้ สามารถใช้ได้กับทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ เผ่าพันธุ์มังกร เผ่าพันธุ์ปีศาจและเผ่าพันธุ์ภูติ โดยหลังจากที่ทำสัญญาแล้วเผ่าพันธุ์ทั้งสี่จะไม่สามารถทรยศข้าได้ และสามารถทำทุกอย่างได้เหมือนกับสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับข้าขอรับ”       “ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าจะมีอักษรสัญญากึ่งอสูรที่เป็นของเจ้าเพียงคนเดียว และเผ่าพันธุ์มนุษย์ เผ่าพันธุ์มังกร เผ่าพันธุ์ปีศาจ เผ่าพันธุ์ภูติ ที่ทำสัญญากับเจ้าทั้งหมดจะไม่สามารถทรยศเจ้าได้ และทุกคนที่ทำสัญญากับเจ้าจะสามารถเข้าออกโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญรวมถึงมิติแดนอสูรของเจ้าได้อย่างอิสระ       อีกทั้งเผ่าพันธุ์ทั้งสี่ทุกคนที่ทำสัญญากับเจ้า จะสามารถไปหาเจ้าและเหล่าสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับเจ้ารวมถึงเผ่าพันธุ์ทั้งสี่ที่ทำสัญญากับเจ้าได้ ผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญและมิติแดนอสูรของเจ้าด้วยประตูมิติที่ข้าได้สร้างให้! นี่คือพรข้อที่สามที่เจ้าต้องการจะขอถูกต้องหรือไม่ ?”       “ถูกต้องขอรับท่านผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง”       “เจ้าจะได้ตามที่เจ้าปรารถนา”       ขณะที่ผู้สร้างทุกสรรพสิ่งกล่าวจบ แสงสีขาวที่สาดส่องลงมาได้จางหายไป จากนั้นเวลาก็เริ่มกลับมาเดินเป็นปกติอีกครั้ง       “น้องชายเจ้าเป็นอะไรไปรึ ?” จินฟางและกุ้ยถิงกล่าวถามหวังเหว่ยเมื่อเห็นเขาหันหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า       “ไม่มีอะไรพี่สาว ข้าแค่กำลังคิดเรื่องบางอย่าง” หวังเหว่ยกล่าวขณะหันกลับมามองจินฟางและกุ้ยถิง       “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าคิดว่าเจ้ากำลังเหม่อลอยคิดถึงใครอยู่เสียอีก” กุ้ยถิงกล่าว       “ฮ่าๆ ข้ามีพวกท่านให้คิดถึงอยู่แล้ว ข้าจะเอาเวลาไปคิดถึงใครที่ไหนได้อีก”       หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้หันไปมอง กุ้ยถิง จินฟาง รวมถึงเหล่าหญิงสาวชาวบ้านทั้ง82คน ด้วยสายตาที่จริงจัง “พี่สาวทุกท่านข้ามีเรื่องสำคัญจะพูดกับพวกท่าน”       หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เริ่มเขียนอักษรสัญญากึ่งอสูรขึ้น84ตัวอักษร จากนั้นเขาได้แตะเบาๆ ไปที่ตัวอักษรเหล่านั้น       วิ้ง วิ้ง       ตัวอักษรสีฟ้าสดใสได้กระจายกันออกไปหยุดอยู่ตรงหน้าของจินฟาง กุ้ยถิง รวมถึงเหล่าหญิงสาวชาวบ้านทั้ง82คน       “นี่คืออักษรสัญญากึ่งอสูร หลังจากที่พวกท่านทำสัญญากึ่งอสูรกับข้า พวกท่านจะสามารถเข้าไปภายในโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญของข้าได้ อีกทั้งพวกท่านยังสามารถไปหากันและกันรวมถึงมาหาข้าได้ตามที่พวกท่านต้องการผ่านทางประตูมิติในโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ พวกท่านต้องการที่จะทำสัญญากึ่งอสูรกับข้าหรือไม่? ข้าไม่บังคับพวกท่านในเรื่องนี้ หากพวกท่านไม่ต้องการ ข้าจะใช้ทักษะลบความทรงจำกับพวกท่าน” หวังเหว่ยกล่าว       “หา !” หญิงสาวทุกคนอุทานด้วยความตกใจ       “เจ้าพูดจริงหรือน้องชาย” จิงฟางกล่าวถาม       “จริงขอรับพี่สาว” หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง       เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง จินฟางได้กล่าวออกมาเป็นคนแรก “น้องชายพี่สาวเชื่อใจเจ้า พี่สาวตกลงทำสัญญากึ่งอสูรกับเจ้า” จินฟางได้นำมือออกไปแตะที่อักษรสัญญากึ่งอสูรขณะกำลังยิ้มให้กับหวังเหว่ยด้วย       วิ้ง วิ้ง       อักษรได้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน จากนั้นได้ล่องลอยหายเข้าไปภายในร่างกายของจินฟางและหวังเหว่ย       กุ้ยถิงรวมถึงเหล่าหญิงสาวชาวบ้านทั้ง82คน เมื่อได้เห็นดังนั้นจึงได้ตกลงทำสัญญากึ่งอสูรเช่นเดียวกัน       วิ้ง วิ้ง       อักษรได้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน จากนั้นได้ล่องลอยหายเข้าไปภายในร่างกายของกุ้ยถิงรวมถึงเหล่าหญิงสาวชาวบ้านทั้ง82คน ท่ามกลางความตกตะลึงของพวกนาง       “ขอบคุณพวกท่านมากที่ไว้วางใจในตัวข้า พวกท่านเตรียมตัวให้พร้อมข้าจะพาพวกท่านไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง พวกเจ้าสามพยัคฆ์ก็ไปกับข้าด้วย”       “ขอรับนายท่าน” สามพยัคฆ์ได้กล่าวพร้อมกัน       หวังเหว่ยได้ใช้การสื่อสารทางจิตกับเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทั้ง3000คนที่อยู่ภายในคฤหาสน์องครักษ์ “พวกเจ้าทั้งหมดกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ ข้าจะรอพวกเจ้าอยู่ที่นั่น”       “รับทราบขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทั้ง3000คน กล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต       หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้นำจินฟาง กุ้ยถิง สามพยัคฆ์รวมถึงตนเองเข้าไปภายในมิติแดนอสูร       วูบ
    มิติแดนอสูร
           “นายท่านกลับมาแล้ว” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวทักทายหวังเหว่ย       จินฟาง กุ้ยถิงรวมถึงเหล่าหญิงสาวชาวบ้าน ได้มีท่าทีตกตะลึงในทันที หลังจากเข้ามาภายในมิติแดนอสูร       “ที่นี่คือที่ไหนน้องชาย? ทำไมถึงมีผู้คนมากมายเช่นนี้” กุ้ยถิงกล่าวถาม       “ที่นี่คือมิติส่วนตัวของข้าที่มีชื่อว่า "มิติแดนอสูร" หลังจากนี้พวกท่านสามารถมาที่นี่ได้ผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ”       “ทุกคนที่อยู่ภายในนี้คือคนที่ทำสัญญากึ่งอสูรกับเจ้าหรือ ?” จินฟางกล่าวถาม       “ไม่ใช่ขอรับพี่สาว พวกเขาทุกคนเป็นสัตว์อสูรที่ทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้าและกลายร่างมาเป็นร่างมนุษย์” หวังเหว่ยกล่าวตอบ       “นี่! สัตว์อสูรสามารถทำแบบนี้ได้ด้วยงั้นรึ ?” กุ้ยถิงกล่าวถาม       “ฮ่าๆ แน่นอนว่าสำหรับข้าสามารถเป็นไปได้ หลังจากนี้ข้าจะให้พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ รับหน้าที่แนะนำสถานที่รวมถึงสอนวิธีเข้าออกโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญและมิติแดนอสูรรวมถึงวิธีไปหากันและกันผ่านทางประตูมิติให้กับพวกท่าน หลังจากพวกท่านเข้าใจทุกอย่างแล้วข้าจะเริ่มสอนวิธีเพิ่มระดับเลเวลและทักษะที่เหมาะสมให้กับพวกท่าน ในตอนนี้ข้าขอตัวไปจัดการกับเรื่องราวต่างๆ ภายในมิติแดนอสูรแห่งนี้ก่อน”       “พวกพี่เข้าใจแล้ว ขอบคุณเจ้ามากน้องชาย” จินฟางกล่าว       หลังจากนั้น พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ได้พาเหล่าหญิงสาวเดินแนะนำสถานที่ภายในมิติแดนอสูรรวมถึงเรื่องราวอื่นๆ ตามที่หวังเหว่ยได้สั่งเอาไว้       ส่วนหวังเหว่ยได้เดินไปหาเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่ทำหน้าที่อยู่ภายในคฤหาสน์องครักษ์ทั้ง3000คน       “พวกเจ้าทำหน้าที่ได้ดีมากตลอดเวลามาผ่านมา หลังจากนี้ข้าจะให้พวกเจ้าแบ่งกันเป็น30กลุ่ม กลุ่มละ100คน โดยให้พวกเจ้าคัดเลือกคนที่จะเป็นหัวหน้ากลุ่มของพวกเจ้า ตามที่พวกเจ้าต้องการ       และหลังจากนี้ให้พวกเจ้าผลัดกันไปทำหน้าที่ภายในคฤหาสน์องครักษ์วันละ5กลุ่ม โดยให้ทำงานในร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์1กลุ่ม หลอมเม็ดยาสมุนไพรให้กับร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์2กลุ่ม เฝ้าเวรยามภายในคฤหาสน์องครักษ์2กลุ่ม และสำหรับ25กลุ่มที่ว่างรอการผลัดเปลี่ยนทำหน้าที่ ให้พวกเจ้าเลือกทำงานอื่นตามที่พวกเจ้าต้องการ พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่ ?”       “พวกข้าเข้าใจขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรทั้ง3000คนกล่าวพร้อมกัน       “ดีมาก เช่นนั้นพวกเจ้าแบ่งหน้าที่กันได้เลย ข้าจะกลับไปพักผ่อนรอพวกเจ้าอยู่ที่คฤหาสน์องครักษ์”       “รับทราบขอรับนายท่าน”       หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ออกจากมิติแดนอสูรในทันที       วูบ