╔.★.═════════╗
บทที่ ๖
╚═════════.★.╝
ตัดกลับมาที่ลานกว้างหน้าบ้าน
สายตาของโหงหนิวยังคงมองกดดันให้ฉันถ่ายพลังสีเหลืองนวลเข้ากระบี่อย่างติดๆขัดๆต่อไป
“พักได้”
“ฟู่ว”
เถียนเถียน ขอโทษนะที่ฉันใช้ร่างกายของเธอตามอำเภอใจแบบนี้ แต่ขอนอนแผ่บนพื้นก่อนนะ รู้สึกผิดกับเถียนเถียนตัวจริงก็ข้อหนึ่ง แต่ตอนนี้โลกมันหมุนๆ รู้สึกเหมือนจะตายเลย
ฟึ่บ ฟึ่บ
มือนิ่มของเด็กปาดเหงื่อเล็กน้อยบนใบหน้าออกให้ ก่อนจะอุ้มขึ้นในท่าเ้าสาว
“มันคัน”
อ่อ เพิ่งเห็นว่าตรงที่นอนลงไปมีดอกหญ้าสีขาวผุดอยู่
“ทำไมเ้าให้ข้าฝึกกระบี่ล่ะ แถมมาสอนข้าอีก ไม่สิ เ้าเป็วิชากระบี่ด้วยเหรอ ใครสอน”
“ค่าข้าว”
แล้วคำถามอื่นละ จะปล่อยเบลอกันง่ายๆแบบนี้เลย? โอ๊ย หยิ่งจริงนะเ้าหนู ว่าแต่รีบเดินได้ไหม ชวนคุยแก้เขินไม่ไหวแล้วเนี่ย
บ้านก็อยู่ห่างไปแค่นี้ทำไมวันนี้ดูไกลจัง ไกลแบบที่อยากให้ขาเขายาวสักห้าเมตรไม่ก็เดินเร็วกว่านี้หน่อย ไม่สิถ้าวิ่งได้ก็วิ่งเลย งุดหน้าซุกอกคุยนี่มันน่าอายจะตายชัก
หลายวันผ่านไป
เพอร์เฟค
ฉันยืนมองข้าวสวยบนโต๊ะอาหารเย็นอย่างภูมิใจ ข้าวสวยร้อนๆที่วางอยู่เพียงถ้วยเดียว
“ในเมื่อเ้าเอาอาหารที่ข้าทำมาบังคับข้าฝึกกระบี่ งั้นเ้าก็กินข้าวเปล่าไปแล้วกัน”
ตอนแรกก็ว่าจะไม่ทำเลย แต่กลัวคนแถวนี้หิวตาย วัยกำลังโตซะด้วย
“ทำไมมีถ้วยเดียว”
เอ๋ ดูไม่เห็นโกรธเลยแฮะ หรือจะเก็บอาการเก่ง อย่าถามกลับตาแป๋วแบบนี้สิ
“อะแฮ่ม ข้าจะไปกินในเมือง”
“ไม่ได้”
เกินไปแล้วนะ
“ไม่ได้อะไรของเ้า ถึงตอนนี้ข้ายังขี่กระบี่ไม่ได้ แต่แค่ให้กระบี่นำทางพาไป ข้าไม่หลงหรอก”
“ไม่ได้”
“ข้าเป็พี่ใหญ่นะ เป็เ้าของแก๊ง ข้าจะไป!”
ใช่แล้ว ต้องเบ่งให้เด็กมันรู้ซะบ้าง พอเบ่งจบก็รีบลงเขามาเลย ที่ตีนเขามีหมู่บ้านเล็กๆพอให้ได้เข้าไปพักผ่อน หมู่บ้านเล็กไม่มีสิ่งบันเทิงก็จริง แต่ร้านเหล้าน่ะมีทุกที่ จริงไหม ตอนนี้ก็พอมีเงินเก็บจากการฝากผักโหงหนิวลงมาขายติดตัวอยู่ด้วย
ฉันเดินเข้าไปในร้านเหล้าด้วยความภูมิอกภูมิใจ พยักหน้ารับเสียงพ่อค้า
“แม่นาง ยินดีต้อนรับ นั่งก่อนๆ”
“เถ้าแก่ ข้าเอาเหล้-อ้ะ”
ใครกัน ใครมาหิ้วคอเสื้อฉัน!
“โหงหนิว! ทะ ทำไมทำหน้าดุแบบนั้นล่ะ”
“กลับ!”
“อ้ะ แต่ข้าเพิ่งมาเองนะ โหงหนิวเ้าปล่อยข้า”
ในขณะที่ฉันโวยวายไม่หยุด พ่อค้าและคนที่เห็นเหตุการณ์กลับไม่มีใครเข้ามาช่วยเลยสักคน
พวกคนใจดำ ข้าวปลาก็ยังไม่ได้กิน เหล้าก็ยังไม่ได้แม้แต่กลิ่นอีก
“กลับไปก็ไม่มีข้าวกิน เย็นขนาดนี้เราหาของกินที่นี่กันก่อนเถอะ”
“เดี๋ยวข้าทำให้กินเอง”
“ทำไมเ้าแทนตัวเองว่า‘ข้า’ล่ะ เ้าเด็กปีนเกลียวนี่” กว่าจะรู้ตัวว่าโกรธแต่มือก็ทุบเ้าเด็กหิ้วปีกเรียบร้อย อย่ามาจับห้อยต่องแต่งเดินไปมาแบบนี้สิ
“ข้าวของเถียนเถียน ข้ากินแล้ว ตอบแทนค่าข้าว พรุ่งนี้เ้าต้องฝึกกระบี่ต่อ”
“อะไรนะ เ้าจงใจนี่ โหงหนิว!”
ไอ้ที่หงุดหงิดเป็ทุนเดิมยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ดูได้จากการรัวกำปั้นทุกถี่ๆ นี่การกลัวเด็กอดตายมันเป็เื่สร้างความวุ่นวายขนาดนี้ได้ยังไง
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ภาพและเสียงของชายหญิงตรงหน้า ทำให้มี่มี่ได้แต่กัดฟันกรอด มือจิกกระโปรงมองจากข้างทาง นางต้องลงจากสำนักฝึกวิชามาอยู่ในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้
ทั้งที่เห็นเถียนเถียนชอบเข้าไปยุ่งกับพวกอันธพาล
“ไหนว่าจะไม่สนใจจะเป็ผู้ฝึกเซียน ไหนว่ารังเกียจนักหนา ทั้งที่ข้าตั้งใจบรรลุชั้นเซียนขึ้นไปหาเขา แต่เ้า เถียนเถียน เ้ากลับแย่งเขาไป คิดว่าอยู่ในร่างนั้นแล้วข้าจะมองเขาไม่ออกรึ!”
พอกันที นางไม่สนใจเื่ฝึกวิชาเซียนอะไรนั่นแล้ว
วิชาเซียนน่ะ ยังมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น
นางเห็นชัยชนะอยู่ในมือจนยกยิ้มร้ายออกมา
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ผิงผิง PART
เถียนเถียนเอ๊ย ชีวิตเธอช่างน่าอาภัพนัก
ตอนเธอยังอยู่ก็ไม่ได้อยู่สุขสบาย หลังตายยังต้องพาร่างมาตกกรรมลำบากเก็บผักเก็บหญ้าอีก
“เร็วสิวะ มันต้องอยู่แถวนี้แน่ อีกนิดเดียวไข่มุกิญญา์ก็จะตกเป็ของพวกเรา”
เสียงคนกลุ่มใหญ่ลอยมาเข้าหู ลอยมาชนิดดังแบบไม่คิดจะปิดบังกันเลยทีเดียว
โทษทีนะ โหงหนิว เดี๋ยวพี่สาวจะมาเก็บผักไปทำมื้อเย็นให้ แต่ตอนนี้ขอเผือกก่อน
แค่นึกว่าถ้าเด็กนั่นรู้เื่ขึ้นมาจะมีปฏิกิริยาเช่นใด ฉันก็หน้าแดงแล้ว
ให้ตายเถอะ อายุขนาดนี้แล้วยังโดนเด็กถอนหงอก ทั้งอุ้ม ทั้งกอด ทั้งหิ้ว นี่มันลงโทษทางใจกันชัดๆ
ไม่ๆ ตอนนี้ต้องรีบแอบก่อน ขืนโดนจับได้เสียชื่อลูกพี่แก๊งปรับเซียนหมด
แต่มันจะเสียชื่อจริงหรือเปล่านะ สมาชิกมีอยู่แค่สองคนเอง
ไม่ๆๆ สมาชิกมีเป็สิบ ถ้านับจริงๆก็มีทั้งโหงหนิว ทั้งฉัน โหงหนิว และโหงหนิว และทั้งฉัน ทั้งฉันอีกคน เห็นไหมสมาชิกคุณภาพสูงทั้งนั้น
แม่ง!
“อยู่แถวนี้แน่เหรอลูกพี่”
กลุ่มชายฉกรรจ์มีคนหนึ่งกล้ามโตตัวใหญ่ ส่วนอีกสองคนหุ่นแห้งดูตัวเล็กและเตี้ยกว่า แต่ลูกสมุน 1 ในนั้นดันมีผ้าปิดตาข้างเดียวอยู่หนึ่งคน
“ก็ต้องอยู่แถวนี้สิวะ นี่ไงข้ายังเห็นเบาะแสประปรายอยู่เลย”
เบาะแส? เบาะใส่อะไรจะไปอยู่บนพื้นเห็นมีแต่หญ้า ฉันแอบมองอยู่หลังพุ่มไม้เงียบๆต่อไป
“นี่ไง”
“ว้าว ใช่จริงๆด้วยลูกพี่”
นั่นมันดอกหญ้าธรรมดาไม่ใช่เหรอ!
เพราะรู้แล้วว่าพวกสามคนนี้น่าจะคว้าน้ำเหลว สองขาก็ก้าวถอยหลังเตรียมจะหนีกลับบ้าน
แกร๊ก!
ซวยชะมัด