ความเดิมตอนที่แล้ว : ผมได้รับงานจากแมกซ์ คนรับใช้ของดยุค เซเซมี่ ให้ไปหาข่าวคราวของ ท่านหญิงฟาลเนเซ่ ว่าเป็นหรือตาย โดยได้ค่าจ้างล่วงหน้า 5000 เหรียญทองระหว่างทางได้พบกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ถูกโจมตี ที่นั่นเองมีเด็กชื่อ ยูสึเกะ นอนสลบไสลอยู่ ผมจึงทำการฮีลเขาจนฟื้น และเขาก็ขอติดตามผมไปด้วย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามต่อได้เลยครับ
3 วันก่อนออกเดินทางจากเมืองหลวง ร็อคน่า ของอาณาจักรโปปุรอน ไป อาณาจักรมังกรฟ้า ไครซิส ทางทิศตะวันออก เพื่อหาข่าวของ ท่านหญิง ฟาลเนเซ่ และนี่คือเรื่องราวก่อนที่ผมจะพบ ยูสึเกะ เด็กแก่แดด
เมื่อผมรับงานจากแมกซ์ และได้ค่าจ้างล่วงหน้าแล้ว ผมก็เดินกลับไปที่คฤหาสต์บ้านของผม ที่นั่นถูกขึงเชือกไว้อย่างแน่นหนา และปิดป้ายบอกชาวบ้านชาวเมืองไว้ว่า [บ้านนี้ถูกยึดเพราะกระทำผิดกฏหมาย] แต่ในเมื่อผมมาแล้ว ผมจึงตะโกนเรียก มิโนริ
" มิโนริ อยู่ป่าว ถ้าอยู่ช่วยออกมาที " ผมเรียกเข้าไปในบ้านเสียงดัง
[ ข้าน้อย อยู่นี่เจ้ามะฮะ ] มิโนริกล่าว แล้วบินออกมาในสภาพวิญญาณหญิงสาวอย่างกับผีก็ไม่ปาน เนื้อตัวของเธอโปร่งใสซะจนแทบจะมองไม่เห็น
" อยู่ก็ดีแล้ว งานครั้งก่อนที่ไปปราบปีศาจต้นไม้ได้ของ อะไรมาจาก เชฟ เจ้าของร้านอาหาร "
[ได้ ยาเม็ดมหาวิญญาณคายความจริงมา เจ้ามะฮะ] มิโนริกล่าว ก่อนส่งมอบยาเม็ดมหาวิญญาณคายความจริงให้ผม เมื่อผมรับมาแล้วก็คิดอยู่หลายวินาที ว่าจะเปิดโปงแผนชั่วของท่านหญิงบ้ากาม อีวาน เจลี เดอ ลูลูดีไหม แต่การเปิดเผยเรื่องนี้ จะทำให้ เลาห์คอน โปซาปุ ต้องผิดใจกับ ดยุค ฟาเรน เจ้าเมือง คิร่า พ่อของ ท่านหญิง อีวาน เจลี เดอ ลูลู และอาจเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ผมเลยจำใจต้องทำลายยาเม็ดนี้เสีย และกลบฝังความจริงไปตลอดกาล เพื่อช่วยชีวิตผุ้คนชาวเมืองไม่ให้ล้มตาย เหมือนอย่างผู้กล้า โทคิ พ่อของผม
ผมหันหลังกลับหลังจาก ทำลายยาเม็ด มหาวิญญาณคายความจริงเม็ดนั้นแล้ว และฝากบ้านไว้กับ มิโนริ ก่อนที่ผมจะเดินไปก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย
" จะไปไหนเหรอ ริวจิคุง " มันเป็นเสียงของ ทีน่า อัมเบล นักบวชสาวนั่นเอง
" จะออกนอกเมืองน่ะทีน่า " ผมกล่าวตอบสั้นๆ
"งั้นชั้นไปด้วยนะ พอดีไม่มีภารกิจอื่น แล้วพวกเอลซ่า นาจิมิ และ ฟีน่า ก็ไปเที่ยวกันอยู่ด้วย " ทีน่าพูดด้วยน้ำเสียงน่ารัก ราวกับเสียงสวรรค์
" ไปกับชั้นจะลำบากนะทีน่า "
" ไม่เป็นไร ถ้าได้อยู่กับริวจิคุง ทุกเรื่องก็ โอเค "
" ก็ได้งั้นเราไปกัน ชั้นจะไป อาณาจักร มังกรฟ้า ไครซิส เพื่อหาข่าวของ ท่านหญิง ฟาลเนเซ่ น่ะ "
" ท่านหญิง ฟาลเนเซ่ เหรอ ชั้นรุ้จักนะ เป็น ญาติห่างๆของชั้นเอง " ทีน่ากล่าว
" งั้นรึ ถ้างบั้นฝากเธอพูดกับท่านหญิง ฟาลเนเซ่ ตอนเราพบเธอด้วยนะ ทีน่า "
" อืม "
และหลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางไปที่หน้าประตูเมือง ร็อคน่า ในทันที แต่ที่นั่นเองผมกับทีน่า ก็ถูกเจ้า คาตะ ทหารเฝ้าประตูเมืองขวางไว้ มันกล่าวกับผมว่า
" ถ้าท่านผุ้กล้า ริวจิ จะผ่านประตูเมือง ต้องเสียภาษีเข้าออกครั้งละ 300 เหรียญทอง "
" ฮะ 300 เหรียญทอง แต่ก่อนไม่เห็นเก็บนี่นา "
" ตอนนี้เลาห์คอน โปซาปุ มีคำสั่งลงมาแล้ว ให้เก็บภาษีเข้าออกเมือง ผุ้กล้า ริวจิ วะ ฮะ ฮะ ฮ่า ๐"
มันช่างเป็นการกลั่นแกล้งจากเจ้าราชาบัดซบ จริงๆ ตอนนี้ผมไม่ต่างจากคนร้าย ต้องเสียเงินเข้าออกเมืองด้วย
ผมรีบเอามือเข้าไปหยิบเหรียญทองออกจากถุงมา 300 เหรียญทองแล้วจ่ายเจ้า คาตะไป ซึ่งมันก็ ยิ้มหัวเราะดีใจที่ได้แกล้งผม ตอนนั้นเองที่ผมเห็นสีหน้าของทีน่าที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เธอโกรธ เจ้าคาตะอย่างมาก แต่เมื่อมันเป็นกฏหมายใหม่ เธอก็จำต้องยอมรับ
3 ชั่วโมงต่อมา....ฟ้าเริ่มมืดมิดแล้ว ผมกะจะแวะไปทักทาย ทีโม อันนาและ เอเลน ซักหน่อยแต่ทว่า....
มีเงาสายหนึ่งตามหลังผมมา ดูจากชุดแล้วน่าจะเป็น นินจา มือลอบสังหารระดับ พระกาฬ เขามีนามว่า คิระ เมื่อเขาสะกดรอยพวกผมเข้ามาถึงในป่าทึบนี้ เขาก็ปรากฏตัวออกมาจากเงาของร่มไม้ และลอบโจมตีผมในทันที ด้วยการปาดาวกระจายสังหาร
" ไวเวิร์น แสลช " ผมสะบัดดาบทันทีที่ได้ยินเสียงใบไม้ไหว และพลังจากดาบก็พุ่งไปทำลายดาวกระจายของคิระทันที
พวกเรายืนห่างกันประมาณ 10 ก้าว แล้วจ้องตากันเขม็ง ทุกวินาทีช่างเป็นเวลาแห่งความเป็นและความตาย
นินจา คิระ ดึงดาบคาตานะกลางหลังออกมาแล้วเริ่มฟาดฟันมายังผม เขาวิ่งย่นระยะเข้ามาด้วยความรวดเร็ว จนน่าตกใจ
ผมรีบผลัก ทีน่าไปทางขวาทันที แล้วรับดาบของคิระ ด้วยดาบเอ็กคาลิเบอร์ เสียงมันดัง เคร้งทันที เมื่อดาบทั้งสองปะทะกัน
หนึ่งลมหายใจต่อมา เสียงดาบคาตานะ วาดผ่านตาผม พร้อมลมร้อนๆ มันสร้างบาดแผลให้ข้อมือขวาผมไม่น้อยกว่า 3 เซนติเมตร ในขระที่คิระ โจมตีผมโดยลืมตั้งรับ ผมก็ถือโอกาส ถีบเขาจนกระเด็นไปชนต้นไม้ แล้วตามไปซ้ำด้วยดาบเอ็กคาลิเบอร์
นินจา คิระ หลบด้วยความว่องไว แต่ก็ไม่ไวพอกับความเร็วของผม ดาบเอ็กคาลิเบอรืปักกลางหลังเขา ดังฉึก เลือดสาดกระจายไปทั่วท้องทุ่ง หญ้าที่ปรายเท้าของคิระถูกชโลมด้วยสีแดง แล้วผมก็จับคิระ ด้วยมือซ้าย แล้วยกตัวเขาขึ้นมาจากพื้นด้วยพละกำลังทั้งหมด แล้วถามมันว่า
" ใครสั่งแกมาฆ่าชั้น " แต่สายไปวะแล้ว คิระ กัดยาพิษที่ซ่อนไว้ในฟันน้ำลายฟูมปากตาย
" คงจะเป็น ยัย อีวาน เจลี เดอ ลูลู สั่งมา เพราะว่า ถ้าชายที่เธอหมายปองแล้วไม่ได้ครอบครองละก็ คนอื่นก็อย่าหวังได้ครอบครอง " ทีน่าออกความเห็น เพราะตอนที่อยู่ในเมืองเธอก็ฟังเรื่องนี้มาจากปากของชาวบ้านร้านตลาดแล้ว
ผมจัดการฝัง นินจาผู้ภักดีต่อนาย อย่างคิระไว้ข้างหลังต้นไม้ใหญ่ แล้วออกเดินทางไปที่หมู่บ้านก็อบลินต่อ โดยไม่หยุดพัก ระหว่างทาง ผมเริ่มสังเกตเห็น อาการเปลี่ยนไปของมือขวาผม จากตอนแรกมันเริ่มเป็นสีเขียว แต่ตอนนี้ มันเป็นสีม่วงแล้ว
' ดาบของเจ้าคิระ มีพิษ ' ผมรีบกดบาดแผลไว้ในทันทีแต่สายไปแล้ว พิษค่อยๆกระจายออก จนผมล้มลง ตอนนี้มีเพียงทีน่าที่จะช่วยผมได้ เธอเองก็ไม่รอช้ารีบก้มลงใช้ปากน้อยๆ อันแสนน่ารักของเธอ ดูดพิษให้ผมทันที
เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที พิษจากบาดแผลก็ถูกทีน่า ดูดออกมาจนหมด เธอเริ่มใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่เก็บไว้เป็นของประจำกาย ราดลงไปที่บาดแผลของผม ไม่นานนัก บาดแผลก็หาย ผมกลับมาเป็นปรกติอีกครั้ง สมแล้วที่ทีน่าเป็นสายซัพพอร์ต Good job จริงๆทีน่า ผมขอบคุณเธอออกมาจากใจ และหลังจากเรื่องนี้ พวกเราก็สนิทกันมากขึ้นจนโรคกลัวผุ้หญิงของผมไม่กำเริบ เมื่ออยู่ใกล้ทีน่า
================================================โปรดติดตามตอนต่อไป