ข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God )

    ตอนที่ 41 100 เท่านั้น ข้ายังไม่พอใจ

            “ แม่นางจางลี่ใยเจ้าต้องบริการพวกมดปลวกพวกนี้อย่างดีด้วยล่ะ ” 


            เมื่อได้ยินเสียงที่น่ารำคาญนั้นจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเลือกที่จะไม่สนใจก่อนเค้านั้นจะตอบแม่นางจางลี่ผู้นี้กลับไป


            “ 50 วันแล้วก็ข้านั้นต้องการบริการเสริฟอาหารด้วย ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเมื่อบอกเสร็จก็ยื่นถุงเงินที่ได้เตรียมไว้ให้แม่นางจางลี่ผู้นี้ 50 วัน วันละ 50 เหรียญทองแดงก็เท่ากับ 2500 เหรียญทองแดง หรือ 25 เหรียญเงิน ถุงเงินที่จักรพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นได้ยื่นให้แม่นางจางลี่มีเงินอยู่ทั้งหมด 26 เหรียญเงินไม่ขาดไม่เกินนี้ 


            อีก 1 เหรียญเงินนั้นคือค่าบริการอาหารโชคดีที่หอฝึกฝนมีบริการเช่นนี้ด้วยไม่งั้นหากเค้าอยู่ข้างในหอฝึกฝนโดยไม่ออกมาเลยเกรงว่าทุกคนนั้นจะรู้ว่าตัวของเค้านั้นมีแหวนมิติหากรวมกับการที่เค้าใช้จ่ายมือเติบวันนี้คงทำให้ใครหลายคนอยากจะปล้นเค้าแน่นอน  ตอนนี้ตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นมีเงินติดตัวเหลือทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายวันนี้แแล้วเพียง 24 เหรียญเงินเท่านั้น


            แม่นางจางลี่ตอนนี้หลังจากได้รับถุงเงินมาเค้าก็เปิดดูด้วยความตกตะลึงข้างในนั้นมีเงิน 26 เหรียญเงินจริงๆ หลังจากลงทะเบียนห้องฝึกฝนแรงโน้มถ่วงให้จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเสร็จเธอนั้นก็ยื่นแผ่นป้ายห้องที่ 22 ให้แก่จักรพรรดิสรรค์ฉีหมิง 


            หลังจากจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นรับแผ่นป้ายเสร็จตัวเค้าก็ได้เดินเข้าไปภายในหอฝึกฝนต่อทันที แต่ก่อนที่จะเข้าไปข้างในนั้นตัวของเค้าก็ได้หันกลับมาจดจำผู้ที่พูดเสียงน่ารำคาญเมื่อครู่ คนที่พูดนั้นเป็นศิษย์สายในผู้หนึ่ง หน้าตาอัปลักษณ์พอสมควร หลังจากจดจำชายผู้นี้ได้เค้าก็ไม่สนใจแล้วมุ่งหน้าเข้าไปข้างในต่อ 

     

            “ มดปลวกที่ท่านพูดถึงเมื่อครู่นั้น ได้เข้ามาฝึกฝนที่ห้องฝึกแรงโน้มถ่วงทั้งสิ้น 50 วัน แล้วผู้ยิ่งใหญ่อย่างท่านนั้นจะมาใช้บริการกี่วันดีละเจ้าคะ ” แม่นางจางลี่หลังจากมองดูแผ่นหลังของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเดินเข้าไปหาห้องฝึกแรงโน้มถ่วงแล้วนั้น เค้าก็ได้หันกลับมาพูดกับศิษย์สายในที่หน้าตาอัปลักษณ์ต่อทันที


            “ ข้า !!! ข้าวันนี้แค่จะมาชมเชยความงดงามของแม่นางจางลี่เท่านั้นหาได้คิดมาฝึกฝนอันใดไม่ ” ศิษย์สายในที่หน้าตาอัปลักษณ์ทำได้เพียงตอบอย่างนี้เท่านั้น ใครจะสามารถรู้ได้ว่ามดปลวกอย่างศิษย์สายนอกที่เค้าพึ่งพูดไปนั้นจะสามารถควักถุงเงิน 26 เหรียญเงินออกมาได้ ตัวของเค้านั้นจริงๆแล้วตั้งใจจะมาฝึกฝน 5 วันแต่ตอนนี้เค้านั้นไม่อยากจะเสียหน้าต่อแม่นางจางลี่อีกแล้ว


            “ ในเมื่อวันนี้นั้นข้าได้มาชมเชยความงดงามของแม่นางจางลี่แล้ว งั้นข้าขอตัวกลับก่อน ” หลังจากพูดจบตัวของศิษย์สายในหน้าตาอัปลักษณ์รีบออกไปทันที ตัวของเค้านั้นจำหน้าศิษย์สายนอกเมื่อครู่ได้อย่างไม่ลืม


            แม่นางจางลี่นั้นมองดูชายอัปลักษณ์ผู้นั้นเดินกลับไปด้วยสีหน้ามีความสุขเบาๆ ชายอัปลักษณ์ผู้นี้นั้นตามตื้อตัวของเธอจนน่ารำคาญ วันนี้เป็นวันแรกเลยที่มีคนทำให้ชายผู้นั้นเสียหน้าได้


            ตัดมาภายในหอฝึกฝน ภายในนั้นมีห้องเรียงกันอยู่ทั้งหมด 100 ห้องด้วยกัน แบ่งเป็นฝั่งซ้าย 50 ห้องและ ฝั่งขวา 50 ห้อง จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเดินไปก่อนที่จะเจอห้องที่ 22 ตามแผ่นป้ายของเค้าหลังจากนำแผ่นป้ายของเค้านั้นสัมผัสกับประตูห้อง ประตูห้องก็ได้เปิดออกมา


            ภายในห้องนั้นเป็นห้องโล่งๆเรียบง่าย แต่ถ้าหากสังเกตุดูจะเห็นได้ว่าห้องนี้นั้นมีค่ายกลแรงโน้มถ่วง ถูกสร้างไว้อยู่ขั้นตอนการควบคุมค่ายกลนั้นมีอธิบายอยู่ในแผ่นป้ายหมายเลขของห้องแล้ว จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเหลือบมองวิธีการควบคุมค่ายกลเล็กน้อยก่อนจะไม่ได้สนใจมันอีก ค่ายกลแรงโนมถ่วงในที่แห่งนี้นั้นสามารถเพิ่มแรงโน้มถ่วงได้ถึง 100 เท่าตามที่ผู้สร้างค่ายกลกำหนดไว้


            จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเดินเข้าไปใจกลางค่ายกลก่อนที่ตัวของเค้าจะเริ่มนำแผ่นคัดลอกทักษะการต่อสู้ออกมา


            ทักษะหมัดเพลิงอัสนี ทักษะนี้นั้นมีทั้งความรุนแรงและรวดเร็ว วิธีการฝึกของมันนั้นสำหรับมดปลวกก็ถือว่ายากแต่สำหรับจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นมันง่ายไม่ต่างจากการปลอกกล้วยเลย

    ทักษะก้าวอย่างสายลม ทักษะนี้เมื่อฝึกฝนสำเร็จจะทำให้การเคลื่อนที่ของเค้านั้นรวดเร็วขึ้นและยังเงียบสงบเบาบางเหมือนสายลม


            ทักษะกายาดั่งหิน ทักษะนี้จะแตกต่างจากทักษะอื่น มันคือทักษะการฝึกตนขัดเกลาร่างกายเพื่อให้ร่างกายนั้นแข็งแกร่งดั่งหินเมื่อเสริมกับวิชาการฝึกตน ร่างเทพทรราชที่ร่างกายแข็งแกร่งอยู่แล้วนั้นกายาดั่งหินที่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้เลือกมาความแข็งแกร่งของมันจะเพิ่มขึ้นไม่ต่างจากทักษะระดับดินหรือเกือบที่จะเป็นทักษะระดับโลกได้เลย


            30 นาทีต่อมา จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นสามารถจำวิธีการฝึกฝนได้ทั้ง 3 ทักษะแล้วเค้าก็เลือกที่จะทำลายมันเองไม่ต้องรอให้ถึง 7 วันด้วยซ้ำ


            ณ หอทักษะการต่อสู้ ตอนนี้นั้นผู้อาวุโสที่เฝ้าอยู่ที่ทำได้เพียงส่ายหัวออกมาเบาๆ ผู้อาวุโสผู้นั้นสามารถสำผัสได้ว่าแผ่นคัดลอกที่คัดลอกไปให้ของศิษย์ใหม่ที่เลือกทักษะที่มีความยากในการฝึกฝนไปทั้ง 3 ทักษะ บัดนี้ได้ถูกทำลายทั้งหมดสิ้นแล้ว ภายในหัวของเค้าคือศิษย์ที่มีร่างกายกำยำผู้นั้นเมื่อไม่สามารถฝึกฝนได้ด้วยความหัวร้อนขาดสติเลยเลือกที่จะทำลายมันไป


            ตัดกลับมาภายในห้องฝึกฝนแรงโน้มถ่วงห้องที่ 22


            ตัวของเค้านั้นมีเวลาเพียง 50 วันเท่านั้นเค้าจึงเลือกที่แบ่งการฝึกฝนเป็น 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงเช้านั้นตัวของเค้าเลือกที่จะฝึกฝนทักษะการต่อสู้ ส่วนช่วงบ่ายถึงดึกก็จะฝึกฝน วิชาการฝึกตนวิชาร่างเทพทรราช บทที่ 1 ต่อไป


            ตอนนี้ก็เป็นช่วงค่ำแล้ว


            จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั่งหลับตาทำสามาธิพร้อมเข้าสู่การฝึกฝน ตาม วิชาการฝึกตน ร่างเทพทรราช บทที่ 1 เพื่อที่จะบรรลุรวบรวมปราณขั้นที่ 5 เค้าจำเป็นต้องทำให้แขนซ้ายของเค้านั้นสามารถดูดซัพรวบรวมลมปราณได้เอง หลังจากผ่านพ้นวันนี้ไป 


            ช่วงเช้าวันต่อมาจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้เริ่มเปิดใช้งานค่ายกลแรงโน้มถ่วงเพื่อให้รวดเร็วต่อการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ 10 เท่า 100 เท่า 


            “ 100 เท่านั้นข้ายังไม่พอใจ ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นได้เลือกที่จะปรับแต่งค่ายกลแรงโน้มถ่วงนี้


            หลังจากที่เค้านั้นปรับแต่ง ห้องแรงโน้มถ่วงภายนอกห้องแห่งการฝึกแรงโน้มถ่วงของเขานั้น


            “ แม่นางจางลี่ !!!!!!!!!!!!!  ” เสียงตะโกนของศิษย์ผู้หนึ่งได้ดังขึ้นออกมาลั่นหอแห่งการฝึกฝน

    คล้ายกับเรื่องข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God ) ที่คุณอ่าน