ตูม!
ฉัวะ!
กรร!
ปึก!
เคร้ง!
ฉัวะ!
ฮึ่ม!
เสียงต่อสู้ระหว่างชายหนึ่งคนกับมอนสเตอร์หนึ่งตัว
หัวหน้าอัศวินกับั์น้ำแข็ง
ทั้งสองขับเขี้ยว ฟาดฟันกันอย่างดุเดือด โดยมีพื้นถนนและอาคารบ้านเรือนเป็สนามสังเวียน
“หนุ่มน้อย เคยเห็นการต่อสู้ของอัศวินมาก่อนไหม”
อัศวินนายหนึ่งที่เดินเข้ามาออกปากถาม เค้าเอามือประคองจับแขนอีกข้างหนึ่ง คาดว่าคงาเ็เล็กน้อย...ถ้าจำไม่ผิด คือคนที่ชื่อ มัลโก้ สินะ...ฟังจากเสียง
“วันนี้ครั้งแรกครับ” ผมตอบ
“งั้นก็เป็บุญตาแล้ว ดูให้ดี นี่แหละคือระดับของ ‘หัวหน้าอัศวิน’ แห่งจักรวรรดิ”
คุณมัลโก้บอกแบบนั้นแล้วหันไปยังการต่อสู้ของทั้งสอง
และผมก็หันไปมองตาม
ั์ตัวใหญ่ฟาดแขนลงไปยังชายร่างเล็กติดผ้าคลุม
แต่ก็ถูกดาบเล่มเดียวรับไว้ได้ เสียงดัง เคร้ง!
พื้นที่อัศวินยืนอยู่แตกร้าวเพราะแรงกระแทกดัง ตูม!
แต่อัศวินไม่ร่วงตาม ตัวเค้ายังยืนรับได้อย่างสบายๆ ไม่สะทกสะท้าน
ชายในผ้าคลุมแสยะยิ้ม ออกแรงปัดดาบออกไป
ร่างของั์ที่รับแรงนั้น ตัวเอนไปด้านหลัง
หัวหน้าอัศวินได้จังหวะ ะโถีบตัวขึ้นไปฟันด้วยสกิล ‘สแลช’ ใส่แก้มของั์ ฉัวะ! เืพุ่งกระฉูด
อัศวินหันมามองแล้วยิ้มขณะอยู่กลางอากาศ ราวกับจะบอกว่า จงใจแหย่ด้วยแผลตื้นๆ
ั์โมโห สะบัดตัวปัดอัศวินกลางอากาศ
อัศวินร่ายเวทเสริมแรง ‘รีเอนฟอร์สเมนท์’ ซ้ำไปอีก ใช้ดาบรับแขนั์ เคร้ง!
กลายเป็ฝ่ายั์ที่กระเด็นถอยหลังไปแทน กรร!?
มันร้อง น้ำเสียงดูเจือปนด้วยความใและสงสัย
ั์ล้มหงายหลัง
อัศวินลงพื้น
ไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้สูญเปล่า พุ่งเข้าไป ใช้สกิลตัดซ้ำ
ฉัวะ!
ได้ขาซ้ายที่ขาดมาอีกหนึ่งข้าง
โฮกกก!!
ั์โอดครวญ
มันเสกน้ำแข็งในมือ แล้วเขวี้ยงใส่อัศวินในทันที หวังจะไล่ให้อัศวินไปให้ห่าง
อัศวินฟันน้ำแข็งทิ้งด้วยสกิล ‘สแลช’ น้ำแข็งถูกผ่าออกอย่างง่ายดาย ราวกับผ่าเต้าหู้
อัศวินไม่ถอยไป
ั์จึงรีดเค้นพลังขึ้นอีก สร้างเสาน้ำแข็งจำนวนมากงอกออกมาจากพื้น เสาพวกนี้พุ่งตรงไปหาอัศวิน
อัศวินใช้สกิล ‘ชิลด์’ เลยทำให้ไร้รอยขีดข่วน น้ำแข็งที่งอกมายังอัศวินกลับเป็ฝ่ายแตกร้าวเสียเอง
ฮึ่ม——
ั์ส่งเสียงครางยาว
มันลุกยืน แล้วเหนือศีรษะก็มี ก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาปรากฏขึ้น
อัศวินที่เห็นดังนั้นก็เอ่ยปาก
“โห...ก็สวยสิ!”
อัศวินกวาดดาบมาที่ข้างลำตัวซ้าย ตั้งท่าเหมือนพร้อมจะฟันไปด้านหน้า
ฮู่ม!
ั์กวาดมือลง
ก้อนน้ำแข็งั์ตกลงมายังอัศวิน
อัศวินที่เห็นดังนั้น
“สตอร์มเบลด!!”
เค้าะโออกมา ฟันดาบไปยังก้อนน้ำแข็งอย่างแรง
ปรากฏลมหมุนขนาดใหญ่ตรงหน้า มันพัดปกคลุมก้อนน้ำแข็งทั้งก้อน
ก้อนน้ำแข็งถูกหั่นละเอียดกลายเป็ชิ้นๆ ราวกับถูกใบมีดนับไม่ถ้วนฟาดฟัน
ก้อนน้ำแข็งกว่า 20 เมตรตรงหน้า ถูกเปลี่ยนสภาพกลายเป็เศษซากในพริบตา
ั์ชะงักค้าง ตาเบิกโพลงกับสิ่งที่เห็น
หัวหน้าอัศวินไม่เคยปล่อยโอกาส
ใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าไป เงื้องดาบ แล้วใช้ ‘สตอร์มเบลด’ ซ้ำอีกรอบ
ลมหมุนปกคุลมทั่วร่างของั์ พร้อมกับเสียงร้องทุกข์ทรมาน
โฮกกกก
เมื่อสายลมหายไป ร่างของั์จึงเหลือแต่แผลโดนฟันนับไม่ถ้วน
ั์ค่อยๆล้มลง แล้วคว่ำหน้าลงกับพื้นดัง ตึง!
หัวหน้าอัศวินยืนมองภาพนี้
ลมปะทะยามั์ล้มลง ทำให้ผ้าคลุมของหัวหน้าอัศวิน ลอร์ดคลาวด์ ปลิวไสว
“นี่เหรอ ระดับของอัศวิน ไม่สิ หัวหน้าอัศวิน”
ผมมองการต่อสู้ทั้งหมดแล้วพูดออกมา
[จัดการกับั์ที่อัศวิน 4 คนยังเอาไม่ลง ด้วยตัวคนเดียว]
อัศวิน...คนละระดับกับทหารยามลิบลับ
แตกต่างกันราวเด็กกับผู้ใหญ่
ฝ่ายหนึ่งเหมือนเด็กอันธพาลนิสัยเสีย
อีกฝ่ายเหมือนผู้ใหญ่วัยทำงานมีความรับผิดชอบ
อัศวินแต่ละคนมีสกิลใช้กัน
ไม่ ‘สแลช’ ก็ ‘ชิลด์’ คาดว่าคงใช้ได้ทั้งสองสกิล
และใช้เวทมนตร์ได้ทุกคน
ที่เห็นก็จะมี ‘รีเอนฟอร์สเมนท์’ กับ ‘ฟรีซ’
อัศวินทุกคนแข็งแกร่ง
โดยเฉพาะหัวหน้าอัศวิน
เท่าที่เห็นมาทั้งหมด ใช้เวทไปแล้ว 3 บท
‘รีเอนฟอร์สเมนท์’ ‘เบลซ’ ‘วินด์เบลด’
ถ้ารวมกับที่รู้จักเวทน้ำแข็ง ‘ฟรีซ’ ที่อัศวินใช้ด้วย บางที อาจมี 4 บท
ทางด้านสกิลมี
‘สแลช’ ‘ชิลด์’ และ ‘สตอร์มเบลด’ ทั้งหมด 3 สกิล
มีประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน และสามารถประยุกต์ใช้พลังได้อย่างชำนาญ
เอาไฟปกคลุมหอก แล้วเสริมพลังโจมตีเข้าไป
จึงทำให้หอกธรรมดามีพลานุภาพทำลายมากกว่าเดิม
การเสริมพลังกายก็ทรงอานุภาพมากกว่าอัศวินคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด
ถึงขนาดใช้ดาบดีดั์ออกไปได้ด้วยตัวคนเดียว
สกิลเองก็ทรงพลัง
ระดับของ ‘สแลช’ รุนแรงจนถึงกับตัดนิ้วตัดขาั์ได้ง่ายๆราวกับหั่นเต้าหู้
ยังไม่นับรวมสกิล ‘สตอร์มเบลด’ ที่ราวกับเป็ท่าไม้ตายนี่อีก
พลังทำลายสูง แถมเป็วงกว้าง ใช้ได้ทั้งรุกและรับ จัดการั์ได้ง่ายแค่ทีเดียวเองด้วยซ้ำ...
“นี่ ทำไมคุณหัวหน้าถึงไม่ใช้ ‘สตอร์มเบลด’ ั้แ่แรกเลยล่ะ ทั้งที่น่าจะจัดการได้ด้วย สกิลเดียวเองแท้ๆ” ผมหันไปถามคุณมัลโก้
“หือ? อ๋อ...บางที คงอยากโชว์ล่ะมั้ง...มีผู้ชมที่น่าอวดอยู่นี่นา” อัศวินหันสายตาผ่านช่องของหมวกเหล็กไปยังคุณแม่
[อ๋อ อยากโชว์สาวว่างั้น เลยไม่ยอมเผด็จศึกั้แ่แรก]
“เหรอครับ...นี่ หัวหน้าอัศวินกับอัศวินนี่ แตกต่างกันตรงไหนเหรอ เพราะหัวหน้าเก่งกว่าเหรอถึงเป็ได้” ผมลองถามข้อสงสัยดู
“เื่แข็งแกร่งกว่าน่ะ แน่นอนอยู่แล้ว...นั่นสินะ เธอเป็เด็กเลยสงสัย...รู้เื่กองทัพของจักรวรรดิมากแค่ไหนล่ะ”
“ผมยังแค่ 5 ขวบกว่าๆ ไม่รู้มากหรอกครับ”
“อะอือ...” คุณมัลโก้ อ้ำอึ้งเหมือนเพิ่งรู้ตัวเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มอธิบาย
“จักรวรรดิมีนักรบอยู่ 6 ประเภท ทหารยาม อัศวิน หัวหน้าอัศวิน อัศวินองครักษ์ หัวหน้าอัศวินองครักษ์ และจอมพล เรียงตามลำดับความแข็งแกร่งจากน้อยไปมาก หรืออาจเรียกว่า มีนักรบอยู่ 6 ระดับก็ได้”
“มีเกณฑ์อะไรในการจัดระดับหรือเปล่าครับ หรือว่าใช้แค่การต่อสู้เก่งอย่างเดียว”
“แค่ต่อสู้ยังไม่พอ จักรวรรดิให้ความสำคัญกับ ‘สกิล’ หลักๆจึงใช้จำนวนสกิลเป็ตัวตัดสิน”
“จำนวนของสกิลเหรอ”
“อย่างอัศวินแบบชั้น จะเป็ได้ ขั้นต่ำต้องมี 2 สกิล คือ ‘สแลช’ กับ ‘ชิลด์’ ที่ทางโรงเรียนสอนมาให้”
“งั้นทหารยามก็มีสกิลด้วยเหรอ”
“อ่อ พวกนั้น ดีหน่อยก็มีแค่สกิลเดียว แต่ส่วนใหญ่ไม่มีสกิลกันหรอก พวกนี้มันแค่มดงาน เป็เหมือนทหารชั้นเลวที่เป็เบี้ย เอาจำนวนเข้าข่มศัตรูในาเท่านั้น”
“เหรอครับ”
[ยิ่งรู้จักทหารยาม ก็ยิ่งรู้สึกว่าพวกนี้น่าอนาถแท้]
“ส่วนระดับที่สูงขึ้นไป ก็จะยิ่งมีสกิลที่มากขึ้น
หัวหน้าอัศวิน 3 สกิล
อัศวินองครักษ์ 4 สกิล
หัวหน้าอัศวินองครักษ์ 5 สกิล
และจอมพล ตำแหน่งสูงสุดของกองทัพ เป็ผู้มี 6 สกิลขึ้นไป”
คุณมัลโก้อธิบายอย่างคล่องแคล่ว
“เป็แบบนี้นี่เอง ใช้จำนวนสกิล...แล้วเื่ เวทมนตร์ล่ะครับ” ผมถามต่อ
“เวทมนตร์จะมีสอนให้ทุกคนในโรงเรียนเตรียมทหารของจักรวรรดิ อัศวินทุกนายจะมีเวทมนตร์พื้นฐานที่ใช้ได้กันทุกคน 4 เวท คือ
เวทเสริมพลัง ‘รีเอนฟอร์สเมนท์’
เวทเสกไฟ ‘เบลซ’
เวทแช่แข็ง ‘ฟรีซ’
และเวทใบมีดอากาศ ‘วินด์เบลด’”
[ใช้ได้ 4 บท ทุกคนเลยเหรอ]
“โรงเรียนเตรียมทหาร? มันเป็ยังไงเหรอครับ”
“โรงเรียนที่สอนให้ชายทุกคนเป็อัศวินไงล่ะ แต่ก็ต้องรอให้จบชั้นประถมก่อนล่ะนะ ใช้เวลาเรียน 6 ปี ก็จะเป็อัศวินแบบชั้นได้ไง”
อัศวินมัลโก้ใช้นิ้วโป้งชี้เข้าหาตนเอง ทำท่ายืดอกภูมิใจ
[พอจะเข้าใจโดยรวมแล้ว จักรวรรดิให้ความสำคัญกับสกิล และจัดลำดับของกองทัพโดยใช้จำนวนสกิลที่
ครูใหญ่อดัมเองบอกว่าสกิลมีการสอนสั่งและสืบทอดกันได้ แต่เห็นว่าจะฝึกฝนกันก็ดูไม่ใช่เื่ง่ายๆ
จากที่ฟังมา อัศวินที่เรียนโรงเรียนเตรียมทหาร 6 ปี ยังใช้ได้แค่ 2 สกิลเอง...คงต้องใช้คำว่า ตั้ง 2 สกิล มากกว่าแล้วสินะ แบบนี้]
“เฮ้อ~ เหนื่อยเป็บ้า”
ลอร์ดคลาวด์เก็บดาบ แล้วเดินเข้ามาหาพวกเรา..ที่เค้าบอกว่าเหนื่อยนั่นโกหกนะ จากที่อ่านใจดู
“ขอบคุณมากครับ ท่านหัวหน้า!” คุณมัลโก้โค้งหัวแสดงความขอบคุณ
“อือ...เห็นคุยเื่อะไรกันอยู่นี่” ลอร์ดคลาวด์ตอบรับมัลโก้แล้วถามพวกเรา
“ผมขอให้คุณมัลโก้อธิบายเื่ อัศวิน ให้ฟังน่ะครับ”
“อ่อ ใฝ่รู้ดีนะ ในสถานการณ์แบบนี้ซะด้วย เด็กทั่วไปคงยังร้องไห้ไม่เลิกอยู่เลย”
“เป็เพราะยิ่งได้ฟังเื่ของอัศวินอย่างพวกคุณหัวหน้า ผมก็ยิ่งวางใจต่างหาก เลยไม่กลัวน่ะครับ” ผมยิ้มตอบกลับไป
“งั้นเหรอ! ฮะฮะฮะ” ลอร์ดคลาวด์หัวเราะชอบใจที่ผมชมด้วย ‘อดาจิโอ’ จึงไม่มีอะไรน่าสงสัย
“พูดถึงสกิล ผมสงสัยเื่ั์ใช้สกิลได้น่ะครับ หรือว่า มอนสเตอร์ในทวีปนี้ใช้สกิลได้หมดเลยเหรอ”
[ผู้คนที่มัวเมาในคำชม หลังจากเราถามอะไรไป เค้าก็จะคายทุกอย่างออกมา เล่าให้เราฟังอย่างยินดี]
ลอร์ดคลาวด์ที่ได้ยินผมถามก็ยิ้มแล้วเริ่มอธิบาย
“ไม่ใช่มอนสเตอร์ทุกตัวหรอก พวกนี้มันหายาก โดยเฉพาะั์น้ำแข็ง ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่
เ้าพวกั์นี้มีจำนวนน้อย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่พวกมันแข็งแกร่ง ทรงพลัง และใช้สกิลได้ มีเื่เล่าว่าพวกมันอยู่มาก่อนมนุษย์จะถือกำเนิดบนโลกซะอีก
มัลโก้อธิบายเื่อัศวินไปแล้วสินะ จะว่าไปพวกั์ก็มีสังคมจัดลำดับคล้ายอัศวินนี่แหละ คือเรียงตามจำนวนสกิล ยิ่งมีมาก ยิ่งเป็ระดับจ่าฝูง
อย่างกรณีเ้าั์ที่บุกมานี่ เท่าที่เห็นก็ใช้ไปตั้ง 4 สกิลแล้วมั้ง
ฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าั์จัดลำดับกันแบบไหน แต่คาดว่าเ้านี่ต้องเป็ระดับสูงของเผ่าพันธุ์แน่นอน”
ลอร์ดคลาวด์อธิบายจบก็หันไปมองั์แวบหนึ่ง
“ระดับสูง หมายถึงระดับหัวหน้าสินะครับ” ผมถาม
“อือ ประมาณนั้น” ลอร์ดคลาวด์หันมาตอบ
“งั้นก็น่าแปลกจัง ทำไมหัวหน้าถึงบุกมาหาศัตรูด้วยตัวคนเดียว ธรรมดาแล้วจ่าฝูงไม่มีทางเผชิญศัตรูตัวเดียวอยู่แล้วนี่ครับ เหมือนพวกหมาป่าไงครับ”
ผมเอะใจขึ้นมาเลยลองแกล้งถามลอยๆออกไปดู
“เอ...จะว่าไปก็...จริงนะ ทุกนาย!” ลอร์ดคลาวด์พึมพำ ก่อนที่จะะโสั่งอัศวินทุกคน
“บันนี่ ไปประสานเื่นี้กับศูนย์บัญชาการ ส่วนเกรล กับ คลิฟ กระจายกำลังออกไปสำรวจโดยรอบ หากเจอศัตรู ห้ามต่อสู้ ให้รีบกลับมารายงานทันที!”
“รับทราบ!” อัศวิน 3 คนขานรับ แล้วรีบปลีกตัวไปทำตามหน้าที่
“ส่วนมัลโก้ ช่วยจัดการเื่ชาวบ้านที่าเ็ก่อน”
“ครับ”
“สมแล้วนะครับที่เป็หัวหน้าอัศวิน ตัดสินใจได้ฉับไวมาก” ผมกล่าวชม
“นี่ไอ้หนู รู้รึเปล่าว่า หัวหน้าอัศวินของพวกเราเคยโดนทาบทามให้ไปเป็อัศวินองครักษ์ด้วยนะ”
มัลโก้หันมากระซิบ ยังไม่ยอมปลีกตัวไปทำหน้าที่
[ขออธิบายเสริม ‘อัศวินองครักษ์’ มีอีกชื่อหนึ่งคือ ‘อัศวินขี่ไวเวิร์น’ เพราะเป็อัศวินที่ได้รับอนุญาตให้มีพาหนะประจำตัวเป็ไวเวิร์นได้นั่นเอง]
“เอ๋ แล้วทำไมถึงไม่ไปเป็ล่ะครับ”
“ก็เพราะเมียและลูกสาวยังไงล่ะ”
[อ๋อ เห่อครอบครัวว่างั้น...หือ!? เป็อัศวินองครักษ์ได้งั้นเหรอ]
“ก็แสดงว่า ลอร์ดคลาวด์-”
“เอา...มา...”
ผมพูดยังไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงพูดที่ทุ้มต่ำ แต่เชื่องช้าดังออกมา
“““!?”””
พวกเราทุกคนใกับเสียงนี้ และหันไปยังต้นทางของเสียง
ซึ่งก็คือด้านหลังของลอร์ดคลาวด์ ที่ๆั์น้ำแข็งล้มลง
“เอา...คืน...มา”
ั์น้ำแข็งพูดได้ มันค่อยๆยืนขึ้น รอบกายมันมีไอเย็นจำนวนมากแผ่ซ่านออกมา น้ำแข็งค่อยๆก่อตัว ปิดปากแผลทั่วร่างของมัน
“ั์น้ำแข็งพูดได้ด้วยเหรอ” ผมถามออกไป
“ไม่น่าแปลก ถ้าเป็ตัวระดับสูง” ลอร์ดคลาวด์ตอบ หลังจากที่หันหลังกลับไปจดจ่อกับั์
[ถ้าพูดได้ ก็เท่ากับมีสติปัญญาใกล้เคียงมนุษย์ ตอนแรกคิดว่ามอนสเตอร์แบบนี้คงไม่ต่างจากสัตว์ แต่ถ้าเกิดพูดได้ก็สื่อสารได้ ‘มาสเตอร์มายด์’ ก็สามารถใช้ได้]
ผมเลยลองเข้าไปในหัวเ้าั์ดู
[!? เห็นเหมือนเป็ภาพ พายุหอกน้ำแข็ง พุ่งตรงมาหาพวกผม...คงเป็ประมาณ ‘การร่างภาพในหัว’ ก่อนใช้สกิลสินะ เ้าั์นี่ มันกำลังจะใช้สกิลชุดใหญ่]
“ไอ้ั์บ้า!!”
ลอร์ดคลาวด์สบถออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเ้าั์ในทันที หมายจะเข้าไปปลิดชีพมัน
แต่ดูเหมือนจะช้าไป เ้าั์ชิงใช้สกิลออกมาก่อน
โฮกกกก!
ซูมมมม!
ั์คำรามกางแขนกว้าง มีหอกน้ำแข็งขนาดเล็กจำนวนมากพุ่งออกมาจากมัน ราวกับพายุหิมะ
พายุหิมะหอกน้ำแข็ง
“ซวยละ!”
ลอร์ดคลาวด์หันมาที่พวกเรา
เค้ารีบเอาตัวเข้ามาบังพวกเราไว้ โดยยืนหันหลังให้พวกเรา พร้อมใช้สกิล ‘ชิลด์’
แต่ ‘ไฮเปอร์อินเทลลิเจนท์’ ของผมอ่านวิถีหอกออก
ด้วยการกำบังของลอร์ดคลาวด์ แม้จะช่วยชีวิตพวกเราได้ แต่ดูเหมือนจะเลี่ยงไม่ให้พวกเราาเ็ไม่ได้
โชคดีที่ดูเหมือนจะาเ็แค่เล็กน้อยถ้าโดนหอกน้ำแข็งลูกหลงนี้เข้าไป
แต่โชคร้ายที่วิถีหอกจะพุ่งมาโดนแม่เราเข้าพอดี
พุ่งมาเฉี่ยวศีรษะซ้ายของแม่
าแไม่อันตรายมาก แต่ว่า เพราะ ‘วันมะรืน’ เลยไม่อยากให้หน้าที่งดงามของแม่ต้องมีาแ
ผมคงทนไม่ได้ ถ้าต้องปล่อยให้ใบหน้าแม่มีตำหนิ
เพราะแบบนั้น ผมจึง...
ฉัวะ!
เืไหลย้อยออกมาจากหน้าผาก
หน้าผากซ้ายของผม
ผมเอาตัวเข้าไปบังแทนคุณแม่เอง
“โยฮัน!!” คุณแม่ที่เห็น ก็ใร้องออกมา
ลอร์ดคลาวด์ที่หันหลังให้พวกเรา คิ้วกระตุกเมื่อได้ยินเสียงคุณแม่ร้อง
และราวกับจะมีปฏิกิริยากับเสียงของแม่
พายุหิมะหอกน้ำแข็งก็ได้หยุดลง
ลอร์ดคลาวด์ขมวดคิ้ว ขบกรามแน่น แล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น ของใบหน้าแห่งความโกรธเกรี้ยวนี้
“พอที”
หัวหน้าอัศวินพุ่งเข้าไป ประชิดใกล้เ้าั์ในอึดใจ
เค้าตวัดดาบฟัน แล้วเอ่ยชื่อสกิลออกมา
สกิลที่ 4
ของผู้ที่เคยโดนทาบทามให้เป็อัศวินองครักษ์
“โอเวอร์เลย์ไคลซิส”
ดาบที่ตวัดเบาๆ โดนิัของั์ ชิ้ง!
ตูม!
ฉูด!
ตึง!
ร่างทั้งร่างของั์เกิดะเิขึ้น เป็ะเิที่เกิดจากเื
ะเิตามรอยแผลทั้งตัวของั์ เืทั้งหมดกระฉูดออกมา
ั์ล้มตึงลงกับพื้น
มันไม่ทันแม้แต่จะได้ส่งเสียงออกมาด้วยซ้ำ
‘โอเวอร์เลย์ไคลซิส’
จากที่อ่านในหัวของลอร์ดคลาวด์
มันคือสกิลที่จะมอบความเสียหายแบบทวีคูณไปยังาแทุกาแของศัตรู
นั่นหมายความว่า ยิ่งมีแผลเยอะ ยิ่งโดนผลดาเมจทับซ้อนรุนแรงมากขึ้น
พอลองเอามาผลานกับ ‘สตอร์มเบลด’ ที่สร้างความเสียหายทั้งร่างในพริบตา มันจะกลายเป็คอมโบมรณะ ที่จัดการศัตรูได้อย่างง่ายดาย ภายในแค่ 2 สกิล
[อยากจะออกปากถามไปจริงๆ ว่าทำไมไม่ใช้คอมโบนี้ั้แ่แรก]
ผมได้แต่บ่นอย่างนี้ในใจ โดยที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
“เป็อะไรรึเปล่าลูก” เสียงคุณแม่ทำให้ผมหลุดจากห้วงความคิด
ผมรู้สึกถึงของเหลวชุ่มๆ อุ่นๆ ที่หน้าผากด้านซ้าย
เอามือขึ้นไปััดู มีเืเปื้อนมากับฝ่ามือ
[อือ ได้แผลตามที่คิด คาดว่าคงหัวแตก แต่เรายังมีสติอยู่ ก็แสดงว่าแผลไม่หนักตามคาด]
“ไอ้หนู! เป็อะไรมากมั้ย” ลอร์ดคลาวด์วิ่งมาถามอาการ
“เหมือนจะหัวแตกนะครับ” ผมตอบไป
“เป็ความผิดของฉันเอง ประมาทไปหน่อย ไม่ยอมเช็คให้แน่ใจว่ามันตายรึยัง” ลอร์ดคลาวด์ก้มหน้าสำนึกผิด
“ไม่เป็ไรหรอกครับ”
“นี่เธอ เอาตัวมาบังแม่เหรอ” ลอร์ดคลาวด์ถาม
คงเพราะสังเกตได้จากตำแหน่งตัวของผมที่เปลี่ยนไป จากตอนก่อนที่ั์จะใช้สกิลล่ะมั้ง
“ใช่ครับ แต่แผลเล็กน้อย เจ็บไม่เท่าไหร่หรอก”
“เจ็บไม่เท่าไหร่เหรอ ถ้าเป็เด็กทั่วไป คงได้ร้องไห้โฮไปแล้วนะ” ลอร์ดคลาวด์บอก
[ถ้าเป็ชาติก่อน เราคงต้องแกล้งร้องไห้ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ชาตินี้เรามี ‘อดาจิโอ’ อยู่ ดังนั้น...]
“ความเจ็บแค่นี้ ถ้าเทียบกับต้องเห็นคุณแม่าเ็แล้ว ผมทนได้ครับ”
ผมยิ้มกว้างสดใส ราวดอกทานตะวัน ตอบกลับไป
“โยฮัน!”
คุณแม่ที่ได้ยินก็กอดผมในทันที แม้ผมจะใเล็กน้อย แต่ก็กลับมายิ้มต่อ พร้อมกับกอดคุณแม่กลับไป
“เยี่ยม! จิตใจสมเป็ลูกผู้ชายจริงๆ ฉันถูกใจเธอแล้ว ไว้โตขึ้นล่ะก็มาหาชั้นได้เลย จะช่วยสนับสนุนและผลักดันให้เป็อัศวินชั้นสูงเอง”
ลอร์ดคลาวด์ชูกำปั้นขึ้นมา พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณมากครับ” ผมตอบกลับไปตามมารยาท
[จะว่าไปที่เราได้แผลมันก็เพราะลอร์ดคลาวด์ประมาทเกินไปนี่แหละนะ ไม่ยอมรีบจัดการ แถมไม่เช็คให้ดีซะก่อนว่าศัตรูตายหรือยัง...จะว่าไป มันตายรึยังนะ]
ผมเลยลองใช้ ‘มาสเตอร์มายด์’ เข้าไปในหัวั์ดู ถ้าอ่านใจได้ก็แสดงว่ายังไม่ตาย
!?
ปรากฎว่าได้ภาพความทรงจำเข้ามาในหัว
[เป็ภาพของ ั์สองตน ตัวหนึ่งถ้าสังเกตจากสรีระร่างกายจะรู้ว่าเป็เพศหญิง อีกตัวเป็ั์เด็กตัวเล็กๆ ทั้งสองถูกกลุ่มมนุษย์จำนวนมากจับกุมใส่กรง ส่วนั์ตนนี้ที่เป็ผู้มองดูภาพข้างต้น โดนมนุษย์ทำร้ายจนาเ็ ขยับไม่ได้ เหล่ามนุษย์หันมายิ้มเยาะเย้ยใส่ แล้วก็พากันขนย้ายั์ที่ถูกจับจากไป...คาดว่าคงเป็ลูกเมียของั์ตนนี้
ภาพตัดมาที่ั์ตนนี้กำลังคุยกับั์ที่มีขนาดใกล้เคียงมนุษย์ตนหนึ่ง เป็เพศชาย มีหนวดเครา นั่งบนบัลลังก์น้ำแข็ง ั์บนบัลลังก์ส่ายหัว...าาั์เหรอ
ภาพตัดมาอีกหลายปี ค่อนข้างไม่นานจากตอนนี้ ั์ตนนี้คุกเข่าคำนับั์ที่ใกล้เคียงมนุษย์มากอีกตัวหนึ่ง แต่ตัวนี้เป็เพศหญิง ดูแล้วคล้ายกับสาววัยรุ่นอายุ 17-18 ปีได้ รู้ว่าเป็ั์เพราะเขา 2 เขาที่อยู่บนหัว ผมยาวสีฟ้า และบรรดาั์ตนอื่นๆโดยรอบก็คุกเข้าให้เธอเช่นกัน...เ้าหญิงั์เหรอ
ั์ตนนี้เมื่อคำนับเสร็จก็ลุกขึ้น หันหลัง แล้วเดินจากมา]
มันยังไม่ตาย
“นี่ คุณหัวหน้า แน่ใจหรือยังครับ ว่าคราวนี้ั์มันตายจริง” ผมหันไปบอกลอร์ดคลาวด์
“เอ๋?” ลอร์ดคลาวด์เหมือนสงสัย
“อะ...เอา...มา”
ราวกับไขข้อสงสัยลอร์ดคลาวด์
เ้าั์ก็แผดเสียงพูดออกมา
แต่คราวนี้เป็เสียงที่อ่อนแรง ไร้พลัง
มันไม่ได้ขยับร่างกายเลย ยังคงนอนค้างอยู่ท่าเดิม มีเพียงปากที่ขยับ
“!?”
ลอร์ดคลาวด์ใ หันกลับไปมองร่างของั์ที่สิ้นสภาพอยู่บนพื้น
“ดื้อด้านจริงๆ”
ลอร์ดคลาวด์พุ่งตรงไปหาั์
ไปยืนอยู่ข้างลำคอของมัน
หันลำตัวเข้าหาร่างของั์
เค้าร่ายเวท ‘รีเอนฟอร์สเมนท์’ เสริมพลังกาย
แล้วชักดาบออกมา
ง้างดาบขึ้นเหนือหัว
มองไปยังลำคอของเ้าั์
“เอา...คืน...มา”
ั์เค้นแรงเฮือกสุดท้ายของตน เพื่อเอ่ยคำเหล่านี้ออกมา
แล้วลอร์ดคลาวด์ก็...
“สแลช”
ฟันดาบลง
ฉัวะ!
ั์คอขาด
หัวกับคอถูกตัดแยกออกจากกัน
เืสีแดงไหลทะลักนองเต็มพื้น
ลอร์ดคลาวด์สะบัดเืที่ติดตามดาบ แล้วเก็บเข้าฝัก
ั์ตนนี้ ลูกเมียถูกมนุษย์จับมา
ถ้าดูจากที่มันบุกมายังจักรวรรดิโดยไม่ลังเล บางทีตัวจักรวรรดิเองอาจรู้เห็นเป็ใจเื่นี้
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปจับมาทำไม แต่ก็อาจจะมีพวกพิเรนทร์ มีพฤติกรรมแปลกๆชอบเล่นกับสัตว์ประหลาด สะสมเป็งานอดิเรก เอามาเลี้ยงเป็สัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่จับมาทดลองเหตุผลนานัปการเท่าที่มนุษย์จะรังสรรค์ได้
แต่ที่แน่ๆ ลอร์ดคลาวด์ไม่รู้เื่นี้ เพราะลองดูในหัวแล้ว
ั์น้ำแข็งตนนี้บุกมายังดินแดนของมนุษย์ลำพังเพียงตัวเดียว
มันไม่ได้พาพวกพ้องมาด้วย
เพราะตัวอื่นๆ ปฏิเสธที่จะเข้ามายังดินแดนของมนุษย์กันหมด
มันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากบุกมาเพียงตัวเดียว
เผชิญหน้ากับภยันตรายเพียงตนเดียว
แล้วก็จบชีวิตลง โดยที่ไม่อาจทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ…
เหตุการณ์ของั์บุกเมืองก็ปิดฉากลงเช่นนี้
ส่วนเื่ที่ลอร์ดคลาวด์กังวลว่าจะมีพวกพ้องั์อยู่อีกหรือเปล่านั้น
ผมคิดว่าจะไม่บอกให้เค้ารู้ เพราะบอกไปก็คงไม่เชื่อ แถมยังมีโอกาสโดนซักไซ้มากมายอีกว่ารู้ได้ไง
ถึงยังไงซะ พวกเค้าก็ไม่เสียหายอะไรอยู่แล้ว นอกจากเสียเวลาเท่านั้นเอง